วิธีดูแลไตที่เสื่อมไปแล้วให้กลับมา

คนที่เป็นเบาหวานเคยสงสัยกันไหมคะว่าทำไมคุณหมอต้องให้ตรวจปัสสาวะ ที่เรียกว่า เพื่อดูว่ามีไข่ขาวรั่วออกมาทางไตหรือเปล่า?

.

.

ใช่แล้วค่ะ ลักข์เองก็คุ้นชินกับการที่คุณหมอจะสั่งตรวจหาค่าไข่ขาวรั่วในปัสสาวะ หรือที่เรียกว่าค่า  Urine Micro Albumin เป็นระยะๆ เช่นกัน ก็เป็นเบาหวานมานานกว่า 30 ปีแล้ว ไม่รู้ไม่ได้ เอาปัสสาวะเราไปทั้งที เราต้องรู้ด้วยว่าหมอเอาไปดูอะไร ไปดูทำไม มีประโยชน์อะไรกับเราบ้าง … เนอะ

.

.

เมื่อก่อนลักข์ก็ไม่รู้หรอกว่าทำไมหมอต้องให้ตรวจ จนกระทั่งวันที่หมอบอกเมื่อราวๆ 20 ปีก่อนว่า มีไข่ขาวรั่วในปัสสาวะแล้ว แสดงว่าไตเริ่มมีปัญหาแล้ว คุณหมอจึงให้คำแนะนำว่า ให้ลดการกินโปรตีนประเภทสัตว์เนื้อแดง (เนื้อสัตว์ 4 เท้า) และ ให้กินยาลดความดัน ใช่!!! ไม่ได้มีภาวะความดันสูง แต่ใช้ผลประโยชน์ของยาลดความดันช่วยชะลอไตเสื่อมลงได้ ถูกต้อง!!!! ใครที่มีภาวะไตเสื่อม คุณหมอจะรีบให้คำแนะนำพร้อมกับการรักษาเพื่อรักษาไตของเราเอาไว้ แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของคุณหมอนะ เพราะผลข้างเคียงของยาก็มี เราเป็นเบาหวาน เราต้องดูแลตัวเองเป็นทีมเดียวกันกับบุคคลากรทางการแพทย์ คนที่ไม่อยากเห็นเรามีโรคแทรกซ้อนจากเบาหวานมากที่สุด!!!!!!!!

.

.

หลังจากทำตามคำแนะนำของคุณหมอมาได้ 10 กว่าปี เมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว ลักข์ดันเกิดเหตุ ติดเชื้อจากการกินอาหารที่ไปซื้อมาจากตลาดนัด จนเกิดภาวะที่คุณหมอเรียกว่า เซฟติดช้อค (Septic Shock) มีภาวะช้อคจากการติดเชื้อจนต้องเข้าห้องฉุกเฉินและนอนโรงพยาบาลไปหลายคืนเลย และผลพวงจากการติดเชื้อครั้งนั้น ลักข์เกิดอาการความดันต่ำบ่อยมาก มีภาวะมึน เซ และจะวูบหลายครั้ง จนรู้สึกว่าไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติ อย่างเช่น ลุกจากที่นั่งบนรถเมล์ก็มึนลงป้ายไม่ได้ต้องยืนเลยไปป้ายกว่าจะตั้งตัวติดแล้วเดินไหว ยิ่งถ้าลุกเปลี่ยนจากท่านั่งยองๆ แล้วยืนขึ้น มีอาการหน้ามืด ตัวเซไปติดกำแพงทุกครั้ง ไม่มีกำแพงให้ติด ก็ล้มลงกับพื้นแบบรู้ตัวยั้งตัวได้ จนต้องไปปรึกษากับคุณหมอเบาหวาน ใช่!!! คนเป็นเบาหวานเรามีหมอเบาหวานเป็นที่ปรึกษาการใช้ชีวิตให้เป็นปกติ อยากเปลี่ยนแปลงการกินยาต้องปรึกษาหมอทุกครั้ง หมอจะหาวิธีที่ปลอดภัยให้กับเราค่ะ

.

.

คุณหมอไม่อยากให้หยุด เพราะปริมาณที่กินเพื่อป้องกันไตเสื่อมคือ น้อยมาก ครึ่งเม็ดเท่านั้น แต่ก็ขอคุณหมอว่า ร่างกายไม่ไหวกับความมึนที่เกิดขึ้นจริงๆ คุณหมอบอกว่าถ้าอยากจะลอง ต้องมีเงื่อนไข จากที่นัดเจอกันทุก 3-4 เดือน จะต้องมาพบหมอทุก 2 เดือน และถ้ามีเหตุอะไรให้มาหาหมอก่อนเวลานัดทันที จากนั้นคุณหมอก็หยุดยาให้ การใช้ชีวิตหายมึน หายเซ แต่ค่าไตที่เคยอยู่ในเกณฑ์ปกติ Urine Micro Albumin ที่ไม่เคยเกิน 30 มาสิบกว่าปี เริ่มส่งสัญญาณเตือนเมื่อหยุดยาได้ 2 เดือนแรกมาแตะที่เลข 30  4 เดือนแรก ค่าก็ยังขึ้นอยู่อย่างต่อเนื่องมาแตะที่เลข 60 และเมื่อครบ 6 เดือน เลข 300 ก็มา พร้อมค่าการทำงานของไตที่ตรวจทางเลือด (eGFR) ก็ลดลงจาก 100 เหลือ 70 กว่า …… คุณหมอไม่ให้อนุญาตให้หยุดยาต่อแล้ว ลักข์เองก็ถึงกับขนหัวลุกเมื่อเห็นค่าการทำงานของไตลดลงอย่างรวดเร็วแบบนี้ …. ยอมกินยาอย่างไม่อิดออดทันที พร้อมกับใช้วิธีลดการกินสัตว์เนื้อแดงลงไปจากเดิมอีก 50% มาเน้นการกินไข่ กินเต้าหู้ มากขึ้นแทน

.

.

คุณหมอยังคงนัดให้มาติดตามผลกับคุณหมอทุก 2 เดือนต่อ แนวโน้มของการทำงานของไตใน 2 เดือนแรกคือ เห็นแนวโน้มที่ดีขึ้นแม้จะแค่นิดเดียว แต่ก็ถือว่าเป็นสัญญาณแห่งความหวังและกำลังใจสำหรับตัวเองในการที่จะดูแลตัวเอง ทั้งในเรื่องการเลือกคุณภาพอาหารที่จะกินลงไปในร่างกาย พร้อมกับการกินยาตามที่คุณหมอจ่ายให้ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเหมือนเดิม คุณหมอให้กำลังใจทุกครั้ง แต่คุณหมอก็ให้เผื่อใจไว้เสมอว่า อวัยวะที่เสื่อมไปแล้ว อาจจะกลับมาไม่ได้เท่าเดิมนะ

.

.

ลักข์ตอบกลับคุณหมอว่า ลักข์เข้าใจและยอมรับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ไม่ว่าไตลักข์จะฟื้นกลับคืนมาหรือไม่ ฟื้นกลับขึ้นมาได้แค่ไหน ลักข์ก็พร้อมจะยอมรับ แต่สิ่งที่ลักข์ขอทำคือ ขอพยายามอย่างเต็มที่ในการดูแลตัวเอง แค่คุณหมอนัดมาติดตามผลทุก 2 เดือนก็ดีใจจะแย่แล้ว คนไข้เบาหวานมากขึ้นทุกครั้งที่มา คนไข้ที่ดูแลตัวเองได้ในเกณฑ์ที่คุณหมอไม่กังวล ปกติคุณหมอจะนัดทุก 3-4 เดือนด้วยซ้ำเพื่อลดการแออัดของผู้ป่วยในการมาโรงพยาบาล นี่ลักข์เป็นคนหาเรื่องใส่ตัว ใส่คุณหมอด้วย แต่คุณหมอก็ยังห่วงและเต็มใจที่จะรักษาแถมยังให้กำลังใจอีก บทเรียนครั้งนี้ทำให้พร้อมที่จะเถียงกับพวกที่ชอบพูดว่า หมอเลี้ยงไข้ไม่อยากให้ผู้ป่วยหายจากโรคได้อย่างมั่นใจขึ้นอีกหลายล้านเปอร์เซนต์!!!

.

.

แน่นอนว่าการกลับมากินยา ความมึน งง เซ เวลาเปลี่ยนท่าทางก็กลับมา แต่ครั้งนี้ลักข์รับมือได้ดีกว่าเดิม เพราะบอกกับตัวเองว่า อายุจะ 50 แล้ว ทำอะไรช้าลงหน่อย เปลี่ยนท่าทางไม่ต้องรีบ สังขารไม่ให้ร่างกายไม่ไหวนะตัวเธอ พอมีสติในการเปลี่ยนท่า นั่ง นอน ลุกยืน เดิน ช้าลง อาการก็ลดลง กว่าจะรู้ว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ยา แต่อยู่ที่ความใจร้อน รีบเร่งของตัวเอง ก็ต้องแลกด้วยการทำงานของไตที่ลดลง … ใช้เวลาทำให้ไตเสื่อมลงภายใน 6 เดือน แต่กว่าจะฟื้นฟูไตกลับมาให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้คือ 1 ปี โดยที่ค่าการทำงานของไต (eGFR) ยังกลับมาไม่เท่าเดิมด้วย … ต้องพยายามดูแลตัวเองต่อไป  เผื่อค่าไตจะดีขึ้นกว่านี้ได้

.

.

ค่า Urine Micro Albumin ค่าโปรตีนรั่วในปัสสาวะ หรือ ที่ภาษาที่คนเป็นเบาหวานคุ้นชินคือ ไข่ขาวรั่วในปัสสาวะ เดือนกุมภาพันธ์ 2562 กับ เดือนกุมภาพันธ์ 2563

84604999_10219935168583868_8140721037638631424_o

จากประสบการณ์ครั้งนี้  ลักข์เรียนรู้ว่า

1′ วิธีทำให้ไตเสื่อมลง ภายใน 2 เดือน คือ หยุดกินยาที่คุณหมอจ่ายให้  (ใครที่เป็นโรคเบาหวาน ความดัน แล้วกลัวว่าการกินยาของหมอจะทำให้ไตเสื่อมนั้น ต้องคิดใหม่ ทำใหม่ มองอนาคตใหม่แล้วว่า ยาที่คุณหมอจ่ายให้มีผลพิสูจน์เป็นหลักฐานว่า กินเพื่อป้องกันและรักษา การไม่กินยาตามคำแนะนำของหมอต่างหากที่ทำให้ร่างกายยิ่งเสื่อม ยิ่งถูกทำลายด้วยความไม่รู้ ด้วยความเข้าใจผิด ด้วยความเชื่อแบบไม่มีหลักฐานของตัวเอง)

2. วิธีทำให้ไตที่เสื่อมลงไปแล้วดีขึ้น ทำได้ด้วยวิธี

2.1 กินยาตามที่คุณหมอให้ แล้วไปหาหมอติดตามผลเสมอ มีอะไรให้ปรึกษาหมอ บอกหมออย่างเปิดเผยไม่ปิดบัง อยากลองยาอะไร อยากหยุดยาอะไร บอกหมอไปตามตรง เพราะเป็นผลประโยชน์ของตัวเอง การโกหกหมอ ผลเสียที่เกิดก็ตกอยู่ที่ร่างกายของตัวเอง

.

.

โดยส่วนตัว ลักข์เลิกมองบุคคลากรว่าเป็นคนจับผิดผู้ป่วย อยากเลี้ยงไข้ผู้ป่วยมานานแล้ว เพราะเวลาไม่สบายหนักจะเป็นจะตายทุกครั้ง พวกขายของหายหัวไปหมด มีแต่บุคคลากรทางการแพทย์นี่แหละ ที่ช่วยชีวิตเราเอาไว้ทุกครั้ง

.

.

2.2 การเลือกคุณภาพอาหารที่กินลงไปในร่างกาย การควบคุมปริมาณคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีนคือหลักสำคัญ ในส่วนของการปรุงรสชาติอาหารนั้น แน่นอนว่า ลักข์ทำซอสหอยเป๋าฮื้อ เพื่อเป็นทางเลือกในการปรุงอาหารสำหรับตัวเองและคนในครอบครัว เป็นซอสสุขภาพที่มีรสชาติดี กลิ่นหอม ปรุงอาหารอะไรก็ทำให้อาหารนั้นอร่อย  ลักข์ใช้เพียงเครื่องปรุงชนิดเดียวนี่แหละ คุณภาพอาหารเป็นตัวชี้วัดคุณภาพร่างกาย เพราะลักข์ต้องการจำกัดปริมาณโซเดียมต่อวันไม่ให้เกิน 2,000 มิลลิกรัมด้วย

อาเบอลิเชียส บาย ลักข์

ซอสหอยเป๋าฮื้อ ตราอาเบอลิเชียส บาย ลักข์ Abalone Sauce Abalicious by Lucka

.

.
2.3 การออกกำลังกาย ลักข์ออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างน้อยที่สุดคือ 3 วันต่อเนื่องกันมา 3-4 ปีแล้ว

.

.

วิธีที่ลักข์เลือกทำ ไม่ง่าย ไม่ยาก แต่ต้องทำด้วยความสม่ำเสมอและใช้ระยะเวลา อยากให้สุขภาพร่างกายที่ไม่สมบูรณ์เป็นโรคเบาหวานมากว่า 30 ปีนี้แข็งแรง ต้องดูแลตัวเองทุกวันไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีวันหยุด ถ้าเราไม่รักตัวเอง ไม่ดูแลตัวเองทุกวัน เพราะเป็นคนเดียวที่อยู่กับตัวเองตลอด 24 ชม. ใครจะมารักและดูแลเราตลอดเวลาได้? มาดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองกัน

เมนูอาหารโรคไต เครื่องปรุงรสที่เหมาะสำหรับคนเป็นโรคไต : ไข่ตุ๋น

 

มนูอาหารโรคไต by ซอสสุขภาพ : ไข่ตุ๋น กับซอสหอยเป๋าฮื้อ

เมนูนี้เหมาะสำหรับ/ ผู้ที่เป็นโรคไตวายเรื้อรัง /ผู้ที่เป็นเบาหวาน

วัตถุดิบ

– ไข่ไก่ทั้งหมด 1 ฟอง

– เฉพาะไข่ขาว 2 ฟอง

– เห็ดหอม 1 ดอก

– ซอสหอยเป๋าฮื้อ 1 ช้อนโต๊ะ

– น้ำ/น้ำซุป

คุณค่าทางโภชนาการ
พลังงานทั้งหมด 132 กิโลแคลอรี่
โปรตีน 15.5 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 3.5กรัม
ไขมัน 5 กรัม
คอเรสเตอรอล 200 มิลลิกรัม
โซเดียม 305 มิลลิกรัม
โปแตสเซียม 292 มิลลิกรัม
ฟอสฟอรัส 79 มิลลิกรัม
แคลเซียม 24.5 มิลลิกรัม
เส้นใยอาหาร .5 กรัม
.

ขั้นตอนการทำ
1. ตีไข่ทั้งหมดให้เข้ากัน
2. เติมน้ำในอัตราส่วน 1:1 (เพิ่มลดได้ตามความชอบของเนื้อสัมผัส และ ข้อจำกัดในปริมาณน้ำ)
3. ปรุงรสด้วยซอสหอยเป๋าฮื้อ 1 ช้อนโต๊ะ แล้วคนให้เข้ากัน
4. สามารถใช้ตระแกรงกรองเพื่อความเนียนได้ หรือไม่กรองก็ได้
4. นึ่งในหม้อนึ่งโดยใช้ไฟเบา นาน 15-20 นาที
.

เคล็ดลับที่เป็นประโยชน์
1. ไข่เป็นอาหารที่มีคุณค่าโภชนาการสูง และย่อยง่าย รวมถึงมีราคาที่ย่อมเยา
2. เห็ดเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เป็นแหล่งโปรตีนที่ดี มีใยอาหารและโพแตสเซียมสูง โซเดียมและน้ำตาลต่ำ และยังอุดมไปด้วยวิตามินแบะแร่ธาตุสำคัญ ทำหน้าที่ต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด
___________________
สนใจสอบถามรายละเอียด และสั่งซื้อ ได้ที่
Line ID : @abaliciousbyluck
หรือคลิ๊ก http://line.me/ti/p/~@abaliciousbyluck

เครื่องปรุงรสที่เหมาะสำหรับคนเป็นโรคไต : ซอสหอยเป๋าฮื้อ ตรา อาเบอลิเชียส

เพราะจุดเจ็บปวด (pain point) ของตัวเองในฐานะที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 มากว่า 30 ปี และเป็นผู้ดูแลสมาชิกในครอบครัวหลายคนที่ป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย

ความปรารถนาที่ต้องการจะใช้เครื่องปรุงรสที่มีความเหมาะสม มีความปลอดภัย รวมถึงต้องมีรสชาติที่อร่อยถูกปากสำหรับผู้ป่วยโรคไต และมีกลิ่นหอมจนสามารถชวนให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารได้

จากจุดเจ็บปวดของตัวเองที่ปรารถนาให้ผู้ป่วยโรคไตในครอบครัว มีชิวตอยู่กับโรคไตอย่างมีความสุขที่ยังสามารถกินอาหารที่มีรสชาติความอร่อย ซอสหอยเป๋าฮื้อ ตรา AbaliciouS by Lucka จึงถูกสร้างขึ้นมาด้วยความหวังที่จะได้เห็น คนที่เป็นโรคไตกินอาหารด้วยความอร่อย ด้วยความปลอดภัย อย่างมีความสุข รวมทั้งหวังว่าคนปกติที่ได้กิน จะปลอดจากโรคความดันโลหิตสูงและโรคไต เพราะลดการกินเค็มลงได้มากกว่าครึ่ง! จากเครื่องปรุงรสไลท์โซเดียม ไม่เติมโพแตสเซียมนี้

สนใจสอบถามรายละเอียด และสั่งซื้อ ได้ที่
Line ID : @abaliciousbyluck

เมนูอาหารโรคไต เครื่องปรุงรสที่เหมาะสำหรับคนที่เป็นโรคไต : ไข่เจียว

เมนูอาหารโรคไต by ซอสสุขภาพ : ไข่เจียว
เมนูนี้เหมาะสำหรับ : ผู้ที่เป็นโรคไตวายเรื้อรัง  และ ผู้ที่เป็นเบาหวาน

วัตถุดิบ : ไข่ไก่ 1 ฟอง ไข่ขาว 2 ฟอง น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ ซอสหอยเป๋าฮื้อ ตรา AbaliciouS by Lucka สูตร ไลท์โซเดียมและไม่มีโพแตสเซียม 1 ช้อนโต๊ะ (สามารถเพิ่ม น้ำมัน 1 ช้อนชา กับ หัวหอมใหญ่ได้)

คุณค่าทางโภชนาการ :-
พลังงานทั้งหมด 515 กิโลแคลอรี่
โปรตีน 15 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 2 กรัม
ไขมัน 47 กรัม
คอเรสเตอรอล 200 มิลลิกรัม
โซเดียม 383 มิลลิกรัม
โปแตสเซียม 181 มิลลิกรัม
ฟอสฟอรัส 81 มิลลิกรัม
แคลเซียม 28 มิลลิกรัม

Tips
1. ไข่เป็นอาหารที่มีคุณค่าโภชนาการสูง และย่อยง่าย
2. เลือกใช้น้ำมัน MUFA ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (omega9) ที่มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ลดโคเลสเตอรอลรวม และลด ไขมัน LDL
3. เลือกใช้เครื่องปรุงรส ไลท์โซเดียม ที่ดีต่อสุขภาพ แต่ช่วยเพิ่มความหอมอร่อยให้อาหาร เลือกใช้ AbaliciouS by Lucka
___________________
สนใจสอบถามรายละเอียด และสั่งซื้อ ได้ที่
Line ID : @abaliciousbyluck
หรือคลิ๊ก http://line.me/ti/p/~@abaliciousbyluck

#ไตเสื่อม #โรคไต #ดูแลผู้ป่วยไต

 

อาหารสำหรับคนเป็นโรคไต : เครื่องปรุงรส (8)

เคยรู้กันไหมคะว่า ใน 1 วันเราควรกินโซเดียมในปริมาณแค่ไหนถึงจะปลอดภัยสำหรับร่างกาย?
.
.
โซเดียมเป็นเกลือแร่ที่มีประโยชน์สำหรับร่างกาย แต่ถ้าว่าเราบริโภคโซเดียมมากเกินความต้องการของร่างกายก็เป็นอันตรายต่อร่างกายได้
.

.

ซึ่งอัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยโรคไตในประเทศไทย คือ เพิ่มขึ้น 15% ทุกปี เป็นข้อบ่งชี้ได้ว่า คนส่วนใหญ่นั้นบริโภคโซเดียมกันมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ
.
.
โซเดียมที่เรากินกันนั้นมาจากไหนบ้าง?
1. มาจากวัตถุดิบของอาหารจากธรรมชาติไม่ว่าจะเป็น ข้าว เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ผลิตภัณฑ์ที่มาจากนมที่ยังไม่ผ่านกระบวนการปรุงแต่ง ที่เรากินต่อวันซึ่งจะมีโซเดียมอยู่ในอาหารเองอยู่แล้วโดยประมาณ 800 มก./วัน
.
.
2. มาจากเครื่องปรุงรสต่างๆ ที่เราปรุงแต่งรสชาติอาหารที่มีจากธรรมชาติ ซึ่งเครื่องปรุงรสอาหารแต่ละชนิดมีปริมาณโซเดียมที่แตกต่างกันไป แน่นอนว่ายิ่งใส่ในปริมาณมาก ปริมาณโซเดียมที่เข้าสู้ร่างกายก็ยิ่งมากตาม

.

80358978_10219527868641624_4405247745330249728_o
.
.
หากเราอยากให้ร่างกายของเราเอง และคนที่เรารักทุกคน ลดความเสี่ยงจากการบริโภคโซเดียมมากเกินความต้องการของร่างกาย ที่จะนำไปสู่โรค NCDs (โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง) เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหัวใจ โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง ก็ควรที่จะต้องจำกัดปริมาณการบริโภคโซเดียมในแต่ละวันเพื่อสุขภาพร่างกายที่ดี
.
.
ซอสหอยเป๋าฮื้อ อาเบอลิเชียส นอกจากจะใช้หอยเป๋าฮื้อเข้มข้น 40% ที่เมื่อนำไปปรุงอาหารแล้ว จะทำให้อาหารมีรสชาติอร่อย มีกลิ่นหอม และสีสวยแล้ว
.
.
อาเบอลิเชียส ยังเป็นซอสปรุงรสที่ผ่านเกณฑ์การตรวจสอบคุณภาพ จากคณะกรรมการอาหารและยา จนได้รับทะเบียน อย.83-2-02047-6-0010 พร้อมกับผ่านเกณฑ์ ให้ใช้คำว่า Lite/Light Sodium อีกด้วย เนื่องจากอาเบอลิเชียส เป็นซอสที่ได้ลดปริมาณโซเดียมลงได้ตั้งแต่ 50% ขึ้นไปเมื่อเทียบกับซอสอ้างอิง
.
.
อาเบอลิเชียสยังเป็นซอสที่มีคุณภาพดีต่อสุขภาพ เพราะไม่เพียงแแค่ Lite Sodium เท่านั้น อาเบอลิเชียส ไม่มีการเติมเกลือโพแตสเซียม ที่จะส่งผลทำให้กล้ามเนื้อหัวใจในผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังให้มีปัญหาอีกด้วย
.
.
ในฐานะผู้ดูแลที่มีความทุกข์ใจเสมอ ยามที่เห็นคนที่เรารัก ที่ป่วยเป็นโรคไตวาย ต้องทุกข์กายจากโรคไตวาย รวมทั้งไม่มีความสุขใจกับการกินอาหาร เพราะอาหารสำหรับคนเป็นโรคไตส่วนใหญ่แล้ว ไม่มีความอร่อย   ซอสหอยเป๋าฮื้อ AbaliciouS by Lucka จึงเกิดขึ้นมาจากความตั้งใจและความปรารถนาให้คนที่ลักข์รัก และทุกคนที่ลักข์ดูแล มีชีวิตอยู่กับโรคไตวายเรื้อรังได้อย่างมีความสุข จากการกินอาหารอร่อยที่ปลอดภัยกับร่างกายที่เป็นโรค NCDs 

.

.

ลักข์ตั้งใจที่จะทำให้ AbaliciouS by Lucka เป็นได้มากกว่าเครื่องปรุงรสทั่วไปที่จะนำมาปรุงอาหารให้อร่อยได้เท่านั้น

.

.

ลักข์ตั้งใจที่จะทำให้ AbaliciouS by Lucka เป็นซอสที่ดีต่อสุขภาพสามารถเติมรสชาติที่ปลอดภัยให้กับทุกชีวิต โดยเฉพาะคนที่ต้องจำกัดโซเดียม ในผู้ที่มีภาวะของโรคความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคอ้วน ได้ด้วย
.

.

สำหรับคนที่รักและห่วงใยในสุขภาพ ที่กำลังมองหาเครื่องปรุงรสอาหารให้มีกลิ่นหอม มีรสชาติอร่อย และดีต่อสุขภาพ คุณภาพอย่าง AbalicioyS by Lucka เป็นทางเลือกที่ลักข์อยากแนะนำให้ทุกคนได้ลองค่ะ

.

.

ช่องทางการสั่งซื้อ

Line : @abaliciousbyluck

80331522_10219536946868574_6762637517511458816_n

Facebook : http://www.facebook.com/abaliciousbylucka

ลักข์ฟังมาเล่า : โรคกระดูกพรุน

 

กิจกรรมเสวนา "จิบกาแฟยามสาย สไตล์เบาหวาน" โดย อ.พญ.ลลิตา วัฒนะจรรยา

กิจกรรมเสวนา “จิบกาแฟยามสาย สไตล์เบาหวาน” โดย อ.พญ.ลลิตา วัฒนะจรรยา

วิทยากรบรรยายในงานเสวนาของชมรมฯ เดือนมกราคม อ.พญ.ลลิตา วัฒนะจรรยา

เรื่อง     “โรคกระดูกพรุน”

เนื่องจากอาจารย์สมพงษ์ สุวรรณวลัยกร ติดภารกิจกะทันหัน ทางชมรมฯ จึงได้เรียนเชิญอ.พญ.ลลิตา วัฒนะจรรยา มาบรรยายในเรื่อง “โรคกระดูกพรุน” (Osteoporosis) แก่สมาชิก โดยทางชมรมฯ ได้เชิญอาจารย์มาในหัวข้อ “โรคกระดูกพรุนในผู้ป่วยเบาหวานสูงอายุ” แต่อาจารย์ได้อธิบายว่า “โรคกระดูกพรุน” นั้น เกิดขึ้นได้กับทุกคนไม่ว่าจะเป็นเบาหวานหรือไม่ก็ตาม

กระดูกของเรานั้นมีรูและช่องว่างอยู่ แต่คนที่เป็นโรคกระดูกพรุนคือ กระดูกจะบางจนรูหรือช่องว่างที่มีอยู่นั้นเกิดเป็นรูกว้าง เป็นช่องว่างกว้างขึ้นกว่าเดิมจนส่งผลให้กระดูกสันหลังยุบ หรือกระดูกหักได้ง่ายทั้งที่ไม่ได้เกิดจากเหตุที่รุนแรง

กระดูกของคนเราจะเติบโตขึ้นตามวัยจนถึงช่วงอายุ 20-30 ก็จะหยุด (ยกเว้นคนที่มีภาวะผิดปกติกระดูกจะไม่หยุดโต) เพราะฉะนั้นในวัยเด็กหากได้กินอาหารอย่างเต็มที่และถูกสุขลักษณะก็จะทำให้กระดูกของคนๆ นั้นเติบโตได้อย่างเต็มที่ หลังจากกระดูกหยุดเติบโตก็จะนิ่งจนถึงวัย 40 หลังจากนั้นมวลกระดูกจะเริ่มบางลงตามธรรมชาติ

ภาพความแตกต่างระหว่างกระดูกปกติ และ กระดูกพรุน ที่อ.พญ.ลลิตา นำมาประกอบการบรรยาย

ภาพความแตกต่างระหว่างกระดูกปกติ และ กระดูกพรุน ที่อ.พญ.ลลิตา นำมาประกอบการบรรยาย

ในเพศชายกระดูกจะเติบโตได้มากกว่าเพศหญิง ช่วงอายุที่นิ่งก็นานกว่าเพศหญิง และเมื่อถึงเวลาที่มวลกระดูกลดลงก็จะลดลงช้ากว่าของเพศหญิง โดยในเพศหญิงจะมีจุดเปลี่ยนที่ทำให้มวลกระดูกลดลงอย่างรวดเร็วคือช่วงที่ฮอร์โมนหมดหรือที่เรียกว่าวัยหมดประจำเดือนอีกด้วย เพศหญิงจึงมีความเสี่ยงเป็นโรคกระดูพรุนมากกว่าเพศชาย

โรคกระพรุนเป็นโรคที่ป้องกันได้ คนที่มีปัจจัยเสี่ยงจึงควรตรวจร่างกายและพบแพทย์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะกระดูกพรุน

เกณฑ์ในการตรวจหาโรคกระดูกพรุนในคนปกติ เพศหญิงควรตรวจเมื่ออายุ 65 ปี เพศชาย 70 ปี แต่สำหรับผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงควรได้รับการตรวจก่อนเกณฑ์ที่กำหนด

ภาพการเปลี่ยนแปลงของกระดูกในแต่ละช่วงวัย ที่ อ.พญ.ลลิตา นำมาแสดงประกอบการบรรยาย

ภาพการเปลี่ยนแปลงของกระดูกในแต่ละช่วงวัย ที่ อ.พญ.ลลิตา นำมาแสดงประกอบการบรรยาย

ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนคือ

  1. สมาชิกในครอบครัวมีประวัติกระดูกหักง่าย หรือ หักบ่อยเมื่อถึงวัยหมดประจำเดือน
  2. ประวัติของตัวเราเองว่าเคยเกิดอุบัติเหตุไม่รุนแรงแล้วกระดูกหักง่าย เช่น หกล้มแล้วเอามือยันแล้วกระดูกข้อมือหักถือว่าเป็นภาวะไม่ปกติ อุบัติเหตุรุนแรงคือ รถชน ตกจากที่สูง ซึ่งสามารถทำให้เกิดภาวะกระดูกหักได้เพราะมีความรุนแรง กระดูกหักจากอุบัติเหตุรุนแรงถือว่าเป็นภาวะปกติ
  3. ขาดฮอร์โมนเพศหญิง หากใครมีประวัติการตัดรังไข่และหรือมดลูกก่อนวัยหมดประจำเดือนตามธรรมชาติ มวลกระดูกจะตกลงเรื่อยๆ ทำให้เกิดภาวะกระดูกพรุนได้
  4. ประวัติการใช้ยาต่างๆ เช่น ผู้ที่ใช้ยาสเตียรอยด์มีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุนมากกว่า
  5. คนที่ผอมมากๆ น้ำหนักตัวน้อย ค่า BMI ต่ำ ถือว่ามีความเสี่ยงต่อภาวะโรคกระดูกพรุน
  6. ผู้ที่สูบบุหรี่ และ ดื่มแอลกอฮอล์ เป็นผู้มีความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน
  7. การออกกำลัง ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุนน้อยกว่า

วิธีคัดกรองผู้ที่เป็นโรคกระดูกพรุน

  1. หากเตี้ยลงมากกว่า 4 ซม.จากตอนหนุ่มสาว หรือ เตี้ยลงมากกว่า 2 ซม.ถือว่าผิดปกติ
  2. ตรวจด้วยเครื่องวัดมวลกระดูก โดยตรวจจากกระดูกสันหลังและสะโพก
  3. ตรวจเลือด

การวินิจฉัยโรคกระดูกพรุน (เป็นการแบ่งเพื่อรักษาให้ถูกต้องตามอาการ)

  1. ปกติ
  2. บาง คือ ไม่ปกติ เริ่มลดลง
  3. พรุน คือ ไม่ปกติ กระดูกบางลงไปเยอะ
  4. พรุนด้วยหักด้วย มีความบางของกระดูกสูง มีความเสี่ยงต่อการหักของกระดูกสูง ควรได้รับการรักษาด้วยยาเพิ่มมวลกระดูก

วิธีป้องกันและการรักษาโรคกระดูกพรุนโดยไม่ต้องใช้ยา

  1. ได้รับแคลเซียมเพียงพอ (1,000 มก./วัน) แคลเซียมจากธรรมชาติคือ ปลาตัวเล็กที่สามารถกินได้ทั้งกระดูก, นมและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม ในผู้สูงอายุควรเลือกนมไม่มีไขมันหรือไขมันต่ำ, เต้าหู้, ผักใบเขียว, ถั่วและธัญพืช
  2. ได้รับ Vit D เพียงพอ ร่างกายสามารถสร้างวิตามิน D ได้เองตามธรรมชาติผ่านแสงแดดที่มีรังสีอุลตร้าไวโอเล็ตที่ทำปฎิกริยากับไขมัน Cholesterol ที่อยู่ในผิวหนังของเราและผลิตเป็น Vit D ที่มีประโยชน์ต่อกระดูกของเรา
  3. หยุดเหล้า หยุดบุหรี่
  4. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  5. สำคัญที่สุดคือ การป้องกันระวังอย่าให้หกล้ม ไม่ว่ากระดูกจะบางแค่ไหนก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าหกล้มเมื่อไหร่ปัญหาจะตามมามากมาย ควรระวังท่าทาง ไม่เอี้ยวตัวกดชักโครก ไม่นั่งยองๆ

คำถาม              คุณหมอกระดูกแนะนำให้ผ่าตัดข้อเข่า แต่ไม่อยากผ่าตัด กินแคลเซียมจะช่วยได้หรือไม่?

อ.ลลิตา             ไม่เกี่ยวข้องกัน การกินแคลเซียมไม่ได้ช่วยให้ข้อเข่าหายเสื่อมได้

คำถาม              การกินแคลเซียมสามารถเพิ่มมวลกระดูกได้หรือไม่?

อ.ลลิตา             การกินแคลเซียมไม่ได้ทำให้มวลกระดูกเพิ่มขึ้น แต่เป็นการช่วยไม่ให้มวลกระดูกลดลงอย่างรวดเร็ว ในการรักษา การกินยาแคลเซียม และ Vit D ที่มากเพียงพอจึงจะสามารถเพิ่มมวลกระดูกขึ้นได้

คำถาม               บ้านเรามีสมุนไพรดีๆ ทำไมหมอถึงห้ามและไม่นำมาใช้?
อ.ลลิตา              สำหรับตัวหมอเองไม่เคยห้ามเลย พร้อมจะบอกคนไข้เสมอว่าให้เลือกที่น่าเชื่อถือได้ อย่างเช่น ถ้าเป็นของอภัยภูเบศร์ ที่มีการค้นคว้าวิจัยและทดลองจริง ซึ่งจะมีความปลอดภัยสูงกว่าแบบที่ เขาบอกมาว่า ซึ่งจากประสบการณ์แล้วที่เขาบอกมาไม่สามารถรักษาได้จริง และหมอจะบอกคนไข้ว่าอย่างดกินยาที่หมอให้เอง อยากจะทดลองกินอะไรให้บอกหมอด้วย จะได้ช่วยดูแลกัน

ที่มา : จากบทความที่พิมพ์ลงในจดหมายข่าวของชมรมเบาหวาน รพ.จุฬาลงกรณ์ ฉบับที่ 148 เดือนกุมภาพันธ์ 2560

ปล. โดยส่วนตัวลักข์ตั้งแต่มีโอกาส ขอมาทำหน้าที่ฟังเสวนาแล้วเขียนสรุปและพิมพ์ลงในจดหมายข่าวส่งให้สมาชิกชมรมฯ เบาหวาน รพ.จุฬาลงกรณ์นั้น ทำให้เข้าใจกับคำว่า “สมุนไพร” “ธรรมชาติ” ที่คนส่วนใหญ่มักจะหลงเข้าใจผิด และถูกหลอกได้ง่ายว่าเป็นของดีที่ไม่มีพิษภัยมากยิ่งขึ้น

รวมทั้งการได้ลงมือทำอาหารและขนมให้หม่าม้า ยิ่งทำให้รู้ว่าของสดจากธรรมชาติ และรสจากธรรมชาติที่ปรุงแต่งน้อยที่สุดเลือกดึงความเป็นธรรมชาติออกมามากที่สุดนั้น … มีคุณค่า  มีความแตกต่าง และ เป็นสิ่งที่ดีจริง โดยมีเงือนไขว่า  “คุณค่าของธรรมชาติ” ไม่สามารถบรรจุให้เป็นแบบสำเร็จรูปขายได้เลย

อีกเรื่องสำคัญคือ สมุนไพรที่หลายคนหลงเชื่อว่าดี แต่ในความเป็นจริงแล้วคือ มีโทษได้สำหรับคนปกติทั่วไปเมื่อได้รับในปริมาณที่มากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ และ เป็นโทษอย่างแน่นอนสำหรับคนที่มีโรคประจำตัวที่ไม่เหมาะที่จะได้รับสมุนไพร โดยเฉพาะที่บอกต่อกันมาให้กินในปริมาณมากอย่างไม่เหมาะสมด้วย เช่น คนที่มีภาวะของคนที่มีโรคไต และ โรคหัวใจ สมุนไพรจะเป็นตัวเร่งให้อาการของโรครุนแรงขึ้น

สมุนไพรรักษาโรคไต ได้?

หลังจากที่คุณหมอแปลผลเลือดแล้วบอกกับเราว่า “คุณเป็นโรคไต” แล้ว อะไรที่หมอพูดตามมาอีก ไม่ว่าจะเป็นการอธิบายเกี่ยวกับโรค ระยะของโรค วิธีการดูแลตัวเอง และหรือรวมทั้งคำขู่จากคุณหมอ

หลายคนอาจจะมีความรู้สึกเดียวกันคือ ไม่ได้ยิน หรือได้ยินก็ไม่เข้าใจแล้ว เพราะยังรู้สึกช้อคไม่หายกับคำว่าเป็นโรคไต  คุณหมอไม่ต้องขู่อะไร จิตใจเราก็ห่อเหี่ยวแห้งฝ่อไม่เหลือกความหวังอะไรอีกแล้ว

อย่าเพิ่งตื่นตระหนกกลัวจนเกินไป โรคไตวายมีหลายแบบ รวมทั้งหลายระยะอีกด้วย ฟังหมอวินิจฉัยครั้งแรกไม่เข้าใจ กลับบ้านมาหาข้อมูล กลับบ้านมาตั้งสติก่อน แล้วกลับไปถามคุณหมออีกครั้งให้เข้าใจให้ได้ว่า เราเป็นโรคไตแบบไหน เราเป็นโรคไตระยะไหน เราจะดูแลโรคไตของเราได้อย่างไร เราจะชะลอความเสื่อมของไตเราไปได้อย่างไร ไม่ต้องกลัวหมอนะคะ หมอบางคนอาจจะดุ หมอบางคนอาจจะมีนิสัยชอบขู่ หมอบางคนอาจจะใจดี ไม่ว่าหมอมีลักษณะนิสัยส่วนตัวอย่างไรก็ตามเราจะชอบหรือไม่ก็ตาม แต่สิ่งที่หมออยากจะทำและแนะนำผู้ป่วยทุกครั้งคือ ให้เราเข้าใจโรคเพื่อที่เราจะได้ดูแลตัวเองให้แข็งแรง … เพื่อที่จะไม่ให้เราต้องเดินทางไปถึงระยะของการฟอกไต หรือยืดระยะเวลาการฟอกไตไปให้นานที่สุด หรือถ้าจะต้องฟอกหมอก็จะให้คำแนะนำที่ดีที่สุดเพื่อให้เรามีชีวิตอยู่ต่อไป

ความจริงที่หมอพูดอธิบายไม่น่าฟังเสมอ เพราะไม่มีความหวัง หรือปาฎิหารย์อะไรที่จะทำให้เราหายจากโรคไตได้ แต่ถ้าเราฟังเป็น ฟังแล้วทำความเข้าใจ ฟังแล้วทำตาม หลายคนมีประสบการณ์ชะลอไตเสื่อมได้จริงๆ นะคะ!!!!!

ผู้ป่วยโรคไตหลายคนจะรู้สึกว่าความจริงจากปากคุณหมอเป็นความจริงที่โหดร้ายเพราะ “เป็นโรคไตแล้วไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้”  แถมหมอยังไม่เคยให้ความหวังเลยว่าชีวิตเราจะมีปาฎิหารย์หายจากโรคนี้ได้อย่างเด็ดขาด …. หลายคนเลยสรุปว่าหมอไม่เก่ง!?!? หมอไม่รู้จริง!?!? หมอเชื่อแต่ตำรา!?!?

(เคยอ่านประวัติโรคเบาหวาน บันทึกที่เก่าแก่ที่สุดของโรคเบาหวานเมื่อหลายพันปี ชาติตะวันตะเขาบันทึกการรักษา เขาบันทึกทุกอย่างที่เขาทดลองกินทดลองใช้ทดลองรักษา และบันทึกด้วยว่าใช้แล้วได้ผลหรือไม่ได้ผล เรียกได้ว่ามีการทดลองจริง ทำวิจัยจริง ส่งผลให้มีวิวัฒนาการทางการแพทย์อย่างมากมาย ผิดกับตำรายาผีบอกยา คนหลอกในบ้านเราอย่างสิ้นเชิงที่ไม่มีการบันทึกข้อมูลว่าใช้แล้วได้ผล หรือไม่ได้ผล ใช้แล้วหาย หรือใช้แล้วตาย หรือแพทย์บางท่านมีประสบการณ์ตรงจากการดูแลผู้ป่วยแล้วบอก แล้วเตือนก็ไม่เชื่อกันอีก)

การที่แพทย์แผนปัจจุบันหรือคุณหมอที่เราไปหาที่รพ.บอกว่าเราเป็นโรคไต รักษาได้แต่ไม่มีทางหายนั้น ทำให้เป็นช่องทางทำมาหากินของคนขายความหวัง (ขายความหวังเท่านั้นไม่ได้ขายความจริงนะคะ) รวมทั้งเป็นช่องทางสำหรับคนอยากทำความดีง่ายๆ แต่ไม่มีความรู้ ด้วยการมักง่ายเผยแพร่ข้อมูลที่ส่งต่อกันมาโดยไม่เคยศึกษาค้นคว้าก่อนส่งต่อให้ใคร ต้องตั้งสติกันให้ดีๆ นะคะ คนขายความหวังบนความเจ็บป่วยของคนที่เจ็บป่วยเป็นโรคเรื้อรังมีเยอะมาก คนมักง่ายแต่อยากเป็นคนดีแบบมักง่ายไม่ต้องรับผิดชอบอะไรจากการกระทำของตัวเองก็มีไม่น้อยเหมือนกัน

ความหวังที่เขาขายคือ สามารถหายจากโรคไตได้ด้วยสมุนไพร (หืมมมม์??? แต่ก็มีคนเชื่อนะ) คนที่หายจากโลกใบนี้ไปแล้วไม่สามารถกลับมาบอกเล่าอะไรได้อีก ส่วนคนที่ได้รับความหายนะจากสมุนไพรและยังมีชีวิตอยู่ได้เปิดเผยประสบการณ์จริงจากการทดลองสมุนไพรชนิดต่างๆ เอาไว้ในเพจไตวายเรื้อรัง ลักข์เลยขอเอามาแบ่งปันกันอ่านนะคะ หรือจะเข้าไปอ่านฉบับเต็มได้ที่ https://www.facebook.com/groups/333067633401671/permalink/1110334322341661/?comment_id=1110987905609636&notif_t=group_comment_reply&notif_id=1459944925361405

น้ำมันซีออย หรือ น้ำมันสี่สหาย กินแล้วไตเสื่อมลงอย่างพรวดพราด

ซีออยรักษาโรคไตไม่ได้นะ

ซีออยรักษาโรคไตไม่ได้นะ

สมุนไพรป้าเช็ง กินแล้วซุปเปอร์เซ็ง ที่ไตทรุดลงทันที

สมุนไพรป้าเช็งรักษาโรคไตไม่ได้จ้ะ

สมุนไพรป้าเช็งรักษาโรคไตไม่ได้จ้ะ

มีคนพิสูจน์แล้วว่า เห็ดหลินจือ สปอร์เห็ด ส้มแขก กินแล้วได้แต่ทำใจโทษใครไม่ได้

สมุนไพรเห็ดหลินจือรักษาโรคไตไม่ได้จริงๆ นะ

สมุนไพรเห็ดหลินจือรักษาโรคไตไม่ได้จริงๆ นะ

แปะตำปึงที่ช่วยกันแชร์ อย่าคิดว่าดี มีคนถูกทำร้ายให้ไตวายทรุดลงอย่างรวดเร็วเป็นจำนวนมาก

แปะตำปึงรักษาโรคไตไม่ได้เลยจ้ะ

แปะตำปึงรักษาโรคไตไม่ได้เลยจ้ะ

คอร์สยาเก้าเม็ดของหมอเขียว หามเข้าโรงพยาบาลแบบฉุกเฉินกันเลยทีเดียวสำหรับคนเป็นโรคไต

ยาเก้าเม็ดของหมอเขียวรักษาโรคไตวายไม่ได้เด็ดขาด ฟอกไตฉุกเฉินกันมาแล้วนะ

ยาเก้าเม็ดของหมอเขียวรักษาโรคไตวายไม่ได้เด็ดขาด ฟอกไตฉุกเฉินกันมาแล้วจริงๆ

คนหวังดีที่ไม่เคยมีความรู้ว่า ให้สมุนไพร แนะนำยาหม้อ คือ การทำร้ายและทำลายไตดีๆ นี่เอง

สมุนไพรรากไม้รักษาโรคไตไม่ได้จริงๆ นะ

สมุนไพรรากไม้รักษาโรคไตไม่ได้จริงๆ นะ

สมุนไพร ราคาแพงแค่ไหน ก็รักษาโรคไตไม่ได้ค่ะ

สมุนไพร ราคาแพงแค่ไหน ก็รักษาโรคไตไม่ได้ค่ะ

สมุนไพรไทยจีนฝรั่งไม่ว่าราคาถูกแพงแค่ไหนก็รักษาโรคไตไม่ได้นะ

สมุนไพรไทยจีนฝรั่งไม่ว่าราคาถูกแพงแค่ไหนก็รักษาโรคไตไม่ได้นะ

ส่งต่อกันแบบไม่ยั้งคิด และไม่คิดว่าคนกินแล้วมีอันตรายมากขนาดไหน เตือนแล้วเตือนอีก ลิ้นจี่ เซี่ยงจี๊คนเป็นโรคไตกินไตวายเข้าขั้นต้องฟอกเลือดทันที

เมล็ดลิ้นจี่ กับ ไตหมู (เซี่ยงจี๊) รักษาโรคไตไม่ได้ร้อยเปอร์เซนต์

เมล็ดลิ้นจี่ กับ ไตหมู (เซี่ยงจี๊) รักษาโรคไตไม่ได้ร้อยเปอร์เซนต์

หญ้าไผ่น้ำตัวดี กินแล้วคนเป็นโรคไตไม่รอดสักรายต้องเข้าเครื่องฟอกไตกันทุกคน

หญ้าไผ่น้ำรักษาโรคไตไม่ได้ และทำให้ไตวายเร็วยิ่งขึ้น

หญ้าไผ่น้ำรักษาโรคไตไม่ได้ และทำให้ไตวายเร็วยิ่งขึ้น

หญ้าไผ่น้ำรักษาโรคไตไม่ได้ ซ้ำร้ายทำให้ไตวายเร็วยิ่งขึ้น

หญ้าไผ่น้ำรักษาโรคไตไม่ได้ ซ้ำร้ายทำให้ไตวายเร็วยิ่งขึ้น

หญ้าไผ่น้ำรักษาไตวายไม่ได้ และทำให้ไตทรุดลงอย่างรวดเร็วอีกด้วย

หญ้าไผ่น้ำรักษาไตวายไม่ได้ และทำให้ไตทรุดลงอย่างรวดเร็วอีกด้วย

หมอแมะ แนะนำยามากิน ตายคาบันได้ก็มีมาแล้ว

หมอแมะ สมุนไพรจีน นอกจากไม่รักษาโรคไตแล้ว ยังทำให้ตายคาที่ได้อีกด้วย

หมอแมะ สมุนไพรจีน นอกจากไม่รักษาโรคไตแล้ว ยังทำให้ตายคาที่ได้อีกด้วย

สมุนไพรจีน กินแล้วไตเรียบร้อยเลย

สมุนไพรจีนเป็นเรื่องหลอกลวง รักษาโรคไตให้หายไม่ได้นะ

สมุนไพรจีนเป็นเรื่องหลอกลวง รักษาโรคไตให้หายไม่ได้นะ

หลังจากได้อ่านประสบการณ์จริงของเพื่อนสมาชิกในเพจไตวายเรื้อรัง ที่ได้เปิดประเด็นให้แสดงความคิดเห็นและเล่าประสบการณ์กันแล้ว ทำให้รู้และเข้าใจเลยว่า ที่คุณหมอพยายามบอก พยายามเตือน พยายามห้าม ไม่ได้มาจากคิดมโนเอาเอง หรือหมอจะเสียผลประโยชน์จากที่คนไข้ของหมอหายจากโรค (หมอคงดีใจไชโยโห่ฮิ้วมากกว่าจะได้มีเวลาไปอยู่กับครอบครัวของตัวเองบ้าง) คุณหมอที่ดูแลเรื่องโรคไตเตือนเราจากประสบการณ์ที่คนไข้ของหมอสูญเสียไตไปเพราะสมุนไพรจริงๆ

อีกคำบอกเล่าเกี่ยวกับยาไตของหมอต้น ในเพจไตวายเรื้อรัง
https://www.facebook.com/groups/333067633401671/

คำถามยาไตของหมอต้นมาดูคำตอบนานาที่น่าสนใจกัน

ผลลัพธ์ของการกินยาไตหมอต้น

ผลลัพธ์ของการกินยาไตหมอต้น

Screenshot_20160712-110117 Screenshot_20160712-110240 Screenshot_20160712-110403 Screenshot_20160712-110442 Screenshot_20160712-110541

ถ้าบังเอิญเดินผ่านมาอ่านบทความนี้ แล้วยังเดินทางไม่ถึงจุดที่ต้องล้างไต … รักษาไตจากธรรมชาติที่พ่อแม่ให้มาให้ดีที่สุด คำแนะนำของบุคคลากรทางการแพทย์เชื่อถือได้ อย่าไปหลงเชื่อสิ่งที่ใครก็ไม่รู้กุเรื่องบอกต่อกันมา หรือเจตนาหลอกลวงขายของเลยนะ อย่าต้องเดินทางมาถึงจุดที่ต้องล้างไตแล้วได้แต่ร้องเสียดาย แต่เราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว…นะคะ