โปสเตอร์สำหรับวันเบาหวานโลก 2011

ในวันที่ 14 พฤศจิกายน วันเกิดของ Frederick Banting ผู้ค้นพบอินสุลิน ได้ถูกเลือกจาก สหพันธ์เบาหวานนานาชาติ (IDF) องค์การอนามัยโลก (WHO) และ สหประชาชาติ (UN) ให้เป็นวันสำคัญ คือ วันเบาหวานโลก เพื่อต้องการรณรงค์ให้ทุกคนตระหนักถึงอันตรายจากโรคเบาหวาน เพราะถ้าเป็นเบาหวานแล้ว แต่ไม่รักษา ควบคุม ดูแล เบาหวานจะกลายเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้คนจำนวนมากต้องเสียชีวิตจากโรคหัวใจ โรคไต หรือต้องกลายเป็นคนพิการ อัมพฤกษ์ อัมพาต และตาบอดได้

โดยทั้ง 3 องค์กรได้กำหนดให้ใช้สัญลักษณ์ของวันเบาหวานโลกเป็น วงกลมสีฟ้า ชื่อว่า“United for Diabetes” (ร่วมมือ ร่วมใจ ต้านภัยเบาหวาน) วงกลม คือ สัญลักษณ์แห่งชีวิตและสุขภาพ มีนัยถึงการร่วมมือกัน ส่วนสีฟ้า เป็นสีที่สื่อถึงท้องฟ้าที่ปกคลุมอยู่ทั่วทั้งโลก สัญลักษณ์วงกลมสีฟ้าในวันเบาหวานโลกนี้จึงหมายถึง การร่วมมือกันของคนทั้งโลกเพื่อต้านภัยจากโรคเบาหวาน

สำหรับปี 2009 ทางองค์กรวันเบาหวานโลกได้เริ่มมีการออกโปสเตอร์รณรงค์เกี่ยวกับวันเบาหวานโลก เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานแก่คนทั่วไป โปสเตอร์ใบแรกเป็นอาการเตือนของโรคเบาหวาน ได้แก่ การมีอาการปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน น้ำหนักลด ไม่มีแรง และ กระหายน้ำมาก

และโปสเตอร์เกี่ยวกับลักษณะของผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นเบาหวาน คือ ผู้ที่มีภาวะอ้วน ผู้ที่นั่งอยู่กับที่ไม่มีกิจกรรมเคลื่อนไหว ผู้ที่กินอาหารในปริมาณที่มากเกินไป และผู้ที่กำลังตั้งท้อง

โปสเตอร์แบบที่ 3 ในปี 2009 คือ ชักชวนให้มาออกกำลัง ทำกิจกรรมต่างๆ ให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวเพื่อลดความเสี่ยงของการเป็นเบาหวาน

และในปี 2010 ได้มีการออกโปสเตอร์รณรงค์ ชักชวนให้คนทั่วโลกหันมาควบคุมโรคเบาหวานในรูปแบบต่างๆ

และสำหรับปี 2011 ก็ได้มีการออกแบบโปสเตอร์ให้ความรู้เกี่ยวกับข้อเท็จจริงของโรคเบาหวาน ว่าโรคเบาหวานเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศ ทุกวัน ทุกฐานะ และทุกๆ 8 วินาที มีคนเสียชีวิตลงด้วยสาเหตุโรคเบาหวาน (โรคเบาหวานไม่ได้ทำให้เสียชีวิต แต่โรคเบาหวานเป็นสาเหตุให้เป็นโรคหัวใจ โรคไต ซึ่งทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิตได้) และชักชวนให้ทุกคนหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพของตนเอง

โกสเตอร์ขนาดใหญ่ สามารถดูตามลิงค์ข้างล่างนี้ได้ค่ะ

โปสเตอร์ wdd-2011-choose-health

โปสเตอร์ wdd-2011-discriminatio

โปสเตอร์ wdd-2011-ignored

โปสเตอร์ wdd-2011-kills

โปสเตอร์ wdd-2011-lifesaving-care

ที่มาของโปสเตอร์ทั้งหมดจาก http://www.worlddiabetesday.org และ http://www.idf.org

 

โรคเบาหวาน เป็นโรคที่ป้องกันได้ และถ้าหากเป็นโรคเบาหวานแล้ว แม้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่โรคเบาหวานสามารถดูแลรักษาให้ไม่เป็นอันตรายได้  แต่น่าเสียดายที่คนส่วนใหญ่ไม่ตระหนักถึงอันตรายของโรคเบาหวาน ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่ให้ความสนใจ หรือไม่ใส่ใจเรียนรู้การดูแลเบาหวานอย่างถูกวิธี จนกระทั่งเกิดความสูญเสียของร่างกายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการฃสูญเสียชีวิต หรือสูญเสียอวัยวะ ก็ทำให้เกิดการสูญเสียทรัพย์สินเงินทองจำนวนมาก และยังทำให้เกิดความทุกข์ทรมานมากอีกด้วย คนส่วนใหญ่กว่าจะรู้และเข้าใจก็มักจะอยู่ในช่วงเวลาของการสูญเสียที่ไม่สามารถเรียกร้องอะไรกลับคืนมาได้อีกแล้ว

 

การรณรงค์ และ การทำกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับโรคเบาหวานของหลายๆ ประเทศ รณรงค์กันทั้งปี รณรงค์กันแบบจริงจัง เป็นนโยบายระดับประเทศ ถึงแม้ว่าในประเทศไทยยังไม่เคยมีการรณรงค์อย่างต่อเนื่องจริงจังก็ตาม ลักข์ก็ยังอยากชักชวนให้ทุกคนที่เป็นเบาหวาน หรือคนที่ต้องดูแลคนที่เป็นเบาหวาน หันมาใส้ใจโรคเบาหวานกันจริงๆ อยากเห็นคนที่เป็นเบาหวานมีชีวิตอยู่กับเบาหวานอย่างมีความสุขตลอดชั่วอาขัย ไม่อยากเห็นใครต้องเป็นทุกข์และได้รับความทุกข์ทรมานจากโรคเบาหวานและโรคแทรก้อนเลย จริงๆ นะ เป็นโรคเบาหวานแล้วต้องดูแลทุกวัน มาดูแลเบาหวานกันเถอะนะ เพื่ออนาคตที่ดีสำหรับตัวเอง Cheers!

 

 

Advertisements

น้ำ VS น้ำออกซิเจน กับ โรคเบาหวาน

น้ำออกซิเจนรักษาเบาหวานได้ เป็นเรื่องจริงหรือหลอก?

 

ยังขอยืนยันคำตอบเดิมด้วยความมั่นใจเกิน 100 ว่าน้ำออกซิเจนรักษาเบาหวานไม่ได้ค่ะ เรื่องน้ำออกซิเจนเป็นเรื่องหลอกลวง 100% ค่ะ

 

แต่ถ้าอยากซื้อมาทดลองจริงๆ ต้องรู้ว่าทดลองแล้ว รักษาเบาหวานไม่หาย ทางบริษัทและพนักงานขายที่เอามาขาย ไม่มีการรับสินค้าคืนและไม่มีการคืนเงินให้นะคะ

 

และถ้าซื้อมาทดลองกินเข้าไปแล้ว ถ้าเกิดปัญหา ติดเชื้อ ตับเสื่อม ไตพัง ตัวเราทุกข์ทรมานเองนะคะ

 

ในวิชาวิทยาศาสตร์สำหรับมัธยม จะได้เรียนรู้สูตรเคมีของน้ำว่าคือ H2O แสดงว่าในน้ำต้องมีไฮโดรเจน และ ออกซิเจน เป็นส่วนประกอบเสมอ การเรียกชื่อน้ำออกซิเจน ฟังดูโก้เก๋ค่ะ แต่การเอามาอวดอ้างว่ารักษาเบาหวานได้ หรือรักษาสารพัดโรคแล้วหายได้นั้น เชื่อถือไม่ได้ค่ะ

 

ถ้าอยากให้น้ำตาลลด (โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนไปหาหมอ ซึ่งคุณหมอก็รู้เพราะสามารถพิสูจน์ได้จากค่า HbA1C (น้ำตาลสะสมเฉลี่ย 3 เดือน)) ลักข์มีวิธีมาแนะนำค่ะ

 

เคล็ดไม่ลับจากประสบการณ์ตรงของตัวเอง คือ การดื่มน้ำสะอาด น้ำเปล่า น้ำดื่มธรรมดา นี่แหละค่ะ รับรองว่าระดับน้ำตาลลดลงได้จริง

 

ลักข์ได้ทดลองดื่มน้ำเปล่า แล้วเจาะเลือดตรวจระดับน้ำตาลพิสูจน์เปรียบเทียบ ระหว่างวันที่ดื่มน้ำตามปกติ 4-5 แก้ว กับวันที่ดื่มน้ำได้ถึงวันละ 10-12 แก้ว ผลที่ได้คือระดับน้ำตาลในวันที่ดื่มน้ำเยอะ น้อยกว่าวันที่ดื่มน้ำน้อย เป็นแบบนี้เสมอเลยค่ะ

 

เรียกว่าระดับน้ำตาลลดลงจนเป็นปกติ ถึงขนาดคุณหมอที่รักษายังประหลาดใจเลยว่าเป็นไปได้ยังไง คุณหมอยังถามเลยว่าไปทำอะไรมาหรือเปล่า  (คุ้นๆ ไหมคะ ว่าเวลาคนขายของเขาจะหลอก อุ๊ปส์ เขาจะบอก หรือมีวิธีพูดอย่างไร)

 

เมื่อคุณหมอถามว่าทำไมระดับน้ำตาลถึงดีขึ้นได้ ลักข์ก็สามารถบอกเล่าอย่างเปิดเผยว่า ดื่มน้ำเยอะขึ้นค่ะ พร้อมหยิบหลักฐานคือ สมุดบันทึกอาหาร การฉีดอินสุลิน การออกกำลัง รวมถึงการเจาะเลือดทุกครั้งให้คุณหมอดู

 

การดื่มน้ำเปล่านี้นอกจากจะช่วยลดระดับน้ำตาลได้แล้ว ยังช่วยทำให้ผิวเนียนขึ้น และสดใสขึ้นด้วยค่ะ อยากให้ทดลองดื่มน้ำสูตรนี้ดูสัก 3 เดือนนะคะ แล้วทุกคนจะได้พบกับความมหัศจรรย์ ที่ค่า HbA1C ลดลงกว่าครั้งที่ผ่านมาโดยไม่ต้องหยดน้ำออกซิเจนอะไรลงไปเลยค่ะ

 

อ้อ! เรื่องสำคัญที่สุด ถึงแม้ว่าสูตรการดื่มน้ำนี้ชจะช่วยลดระดับน้ำตาลได้จริง แต่ไม่สามารถรักษาเบาหวานได้นะคะ ยาที่คุณหมอให้ก็ยังต้องกิน ใครที่ต้องฉีดอินสุลินก็ยังต้องฉีด การออกกำลังกายก็ยังเป็นสิ่งที่ควรทำสม่ำเสมอ และการระมัดระวังเรื่องปริมาณอาหารคือสิ่งสำคัญในการรักษาเบาหวานค่ะ

 

ถ้าจะทดลองดื่มน้ำสูตรนี้ อย่าลืมเจาะเลือดเพื่อพิสูจน์ด้วยนะคะว่าที่ลักข์บอกมาจริงหรือเปล่า ได้ผลหรือเปล่า และถ้าทำสัก 3 เดือนอาจจะได้เห็นค่า HbA1C ลดลงกว่าครั้งที่ผ่านมา

 

ถ้าได้จดบันทึกไว้ด้วย ตอนไปพบคุณหมออย่าลืมนำสมุดไปนะคะ เพราะคุณหมออาจจะปรับขนาดยาใหม่ให้ก็ได้ .. เรื่องมหัศจรรย์เกิดขึ้นได้เสมอ ถ้าเราใส่ใจดูแลตัวเองมากพอ 😉