วิธีคำนวณค่าการทำงานของไต

จำได้ว่าถูกถามหลายครั้งแล้วเรื่อง รู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคไตระยะที่เท่าไหร่?

เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วจะรู้ได้ว่าเป็นโรคไตระยะที่เท่าไหร่ ก็เมื่อคุณหมอเป็นคนบอก โดยคุณหมอจะวิเคราะห์จากผลเลือดและผลปัสสาวะของเรา และ อาการภายนอกที่สังเกตเห็นได้ชัดเจนเช่น อาการบวม และ การที่ปัสสาวะมีฟอง

โรคไตเรื้อรัง จะถูกแบ่งออกเป็น 5 ระยะ

โดยสูตรการคำนวณค่าการทำงานของไต  สิ่งที่จะต้องรู้ คือ

1. อายุ หน่วยเป็นปี

2. น้ำหนัก หน่วยเป็นกิโลกรัม

3. เพศ หญิงหรือชาย

และ 4. ค่า Creatinine หน่วยเป็น mg/dl (มิลลิกรัม ต่อ เดซิลิตร) ที่ได้จากผลเลือดของเรา

สูตรการคำนวณมีดังนี้ คือ

(140-อายุ) x น้ำหนักตัว  /  72 x ค่า Creatinine

และ ถ้าเป็นผู้หญิงให้คูณด้วย 0.85

ตัวอย่างวิธีคำนวณค่าไตของคุณแม่ลักข์   (140-78) x 50 / 72 x 3.44  = 12.52 x 0.85 = 10.64 เพราะฉะนั้นค่าการทำงานของคุณแม่ ณ ปัจจุบัน ที่ได้ คือ  10.64%

ไตระยะที่ 1 ไตทำหน้าที่ได้มากกว่าหรือเท่ากับ 90%

ไตระยะที่ 2 ไตทำหน้าที่ได้ 60-89%

ไตระนะที่ 3 ไตทำหน้าที่ได้ 30-59%

ไตระยะที่ 4 ไตทำหน้าที่ได้ 15-29%

ไตระยะที่ 5 ไตทำหน้าที่ได้ต่ำกว่า 15% ซึ่งเป็นระยะที่ต้องล้างไตแล้ว

จากการหาข้อมูลพบว่าเมื่อไตวายถึงระยะที่ 5 การตัดสินใจล้างไตทางหน้าท้องยิ่งเร็วเท่าไหร่ คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยจะดีกว่าการรอจนไตไม่สามารถทำหน้าที่ได้เลย ซึ่งก็เห็นด้วยว่าเป็นจริงเพราะก่อนที่คุณแม่จะทำการล้างไต เมื่อค่า BUN และ Creatinine เริ่มสูงขึ้นคุณแม่มีอาการคลื่นไส้ บวมตามร่างกาย ซึ่งคุณแม่บอกว่ารู้สึกทรมานมาก

คุณหมอบอกว่าหากมีอาการกระตุก, ซึม, หอบ, ปัสสาวะไม่มี เป็นสัญญาณเตือนว่าไตไม่สามารถทำงานได้แล้ว เนื่องจากเคยเจอภาวะที่คุณแม่ปัสสาวะไม่ออก จนน้ำท่วมปอดมาแล้ว ทำให้รู้ว่าหากรอจนเกิดอาการที่รุนแรง ร่างกายก็จะทรุดโทรม ซึ่งกว่าที่คนสูงอายุจะฟื้นตัวกลับมาดังเดิมก็ใช้เวลามาก หรืออาจจะไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิมได้อีก ซึ่งก็จะเป็นภาระสำหรับผู้ดูแลมาก โดยเฉพาะภาระทางใจ เพราะไม่รู้ว่าในนาทีไหนที่ร่างกายของผู้ป่วยจะทรุดลง

การป้องกัน คือ การรักษาที่ดีที่สุด

หากความดันเพิ่งสูง คุณหมอแนะนำให้ทานยา ก็ทานยาให้เป็นประจำสม่ำเสมอ อย่าหยุดยาเอง ระวังเรื่องอาหารเค็มให้มาก เพราะความดันสูงทำให้เกิดเป็นโรคไตในอนาคต

แต่หากเป็นโรคไตแล้ว ไม่ว่าระยะไหนก็ตาม เมื่อคุณหมอแนะนำให้ควบคุมเรื่องความเค็มของอาหาร และความดัน ก็ควรที่จะดูแลตัวเองตามคำแนะนำที่ได้รับมา

เพราะเมื่อไตเสื่อมมาจนระยะสุดท้ายแล้ว การล้างไตเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ซึ่งทุกคนที่มาถึงตรงจุดที่ต้องล้างไต ล้วนแต่บอกว่าหากย้อนเวลากลับไปได้ สิ่งที่อยากทำมากที่สุดคือดูแลตัวเองตามคำแนะนำของหมอ แต่ความจริงในชีวิตคือไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้แล้ว แต่สิ่งที่สามารถทำได้ในวันนี้คือ ดูแลตัวเองให้ดีที่สุด ให้ทุกข์ทรมานจากการล้างไตให้น้อยที่สุด

ลองคำนวณดูการทำงานของไตกันนะคะ แล้วมาเริ่มต้นดูแลสุขภาพไตของตัวเองกันนะคะ

Advertisements

Think positive about Diabetes

ไม่น่าเชื่อว่าภายใน 1 สัปดาห์ มีคุณน้าของน้องวัย 10 ขวบ และ คุณแม่ของน้องวัย 9 ขวบครึ่งถามว่าลักข์เป็นเบาหวานตั้งแต่อายุเท่าไหร่? เพราะทั้งหน้าตา น้ำเสียง ลักข์เป็นผู้ใหญ่แล้วนี่

ลักข์เป็นเบาหวานมาตั้งแต่ 14 ขวบค่ะ แต่ลักข์ก็เติบโตขึ้นมาเรื่อยๆ ตามกาลเวลาที่ผ่านไป ถึงแม้ว่าหน้าจะยังเยาว์วัย อ่อนใส (ฮ่าาาา) แต่อีก 2 ปีลักข์ก็จะอายุครบ 40 ปีแล้วค่าาาาาา

เพราะฉะนั้นทั้งคุณน้า และ คุณแม่ โปรดจงมั่นใจไ้ด้ว่า ทั้งหลานและลูกที่เป็นเบาหวานตั้งแต่อายุยังน้อย ก็จะเติบโตขึ้นไปเป็นวัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ได้แน่นอน ไม่ต้องกังวลใจไป เพียงแต่ว่า จะเติบโตไปไหนรูปแบบไหน?

เด็กที่คุณหมอวินิจฉัยแล้วว่าเป็นเบาหวาน ส่วนใหญ่ความรู้สึกแรกก็จะตกใจ เสียใจ ต่อต้าน เป็นทุกข์ ฯลฯ อีกมากมายที่เป็นความรู้สึกในแง่ลบ เพราะชีิวิตนับจากวันนี้ ไม่เหมือนเมื่อวานอีกต่อไปแล้ว นับจากนี้ไปหนูต้องเจาะเลือดทุกวัน หนูต้องฉีดยาทุกวัน หนูต้องพยายามดูแลตัวเอง (หรือมีคนดูแล) ให้สามารถคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติให้ได้ …. เอิ้ววว ยากจัง

อยากตายแล้วไปเกิดใหม่ ไม่ต้องเป็นโรคแบบนี้ คุณแม่บอกว่าน้องพูดเช่นนี้ แล้วรู้สึกสงสารลูกมากเลย … คุณแม่ขา ลักข์ก็เคยคิดค่ะ เพราะเบาหวานไม่เหมือนโรคไข้หวัด เป็นแล้วหายได้ ทำให้อดที่จะรู้สึกเบื่อหน่ายกับมันไม่ได้ เป็นเรื่องปกติ แต่ไม่ควรทิ้งไว้จนกลายเป็นเรื่องธรรมดานะคะ  … ชีวิตที่ลักข์ได้ผ่านบททดลองมาแล้ว คนเราไม่ตายง่ายๆ ค่ะ กลับมีโรคแทรกซ้อนรออยู่ ณ เวลาหนึ่งของอนาคตต่างหาก ความทุกข์ทรมานที่เกิดขึ้น จนต้องร้องกับตัวเองว่า ถ้ารู้อย่างนี้ … ซึงก็สายไปเสียแล้วค่ะ

ณ วันนี้ ลักข์อยากบอกคุณน้า และได้บอกคุณแม่ไปแล้วว่า คิดบวกให้ได้นะคะ มองโรคเบาหวานอย่างเป็นมิตรให้ได้นะคะ ลักข์มีเรื่องเล่าจากประสบการณ์ที่อยากแบ่งปันค่ะ

ผมดีใจที่ได้เป็นเบาหวาน!

เนื่องจากนน.ผมลดโดยไม่รู้สาเหตุ รู้สึกอ่อนเพลียอยู่ตลอดเวลา คันตามผิวหนัง เกาก็เป็นแผลเรื้อรังไม่หาย คุณหมอขอตรวจเลือดผม ซึ่งตอนนั้นผมคิดว่าผมต้องเป็นโรคร้ายที่รักษาไม่หาย เรียกว่าเป็นเอดส์แน่ๆ เมื่อผลออกมาว่าผมไม่ได้เป็นเอดส์ แต่เป็นเบาหวาน ผมรู้สึกว่าผมดีใจที่เป็นโรคเบาหวาน เพราะผมรู้ว่าโรคนี้ควบคุมได้

มีเสียงแอบบ่นอุบว่าค่าใช้จ่ายในการดูแลเบาหวานแพง แพงจริงค่ะ แต่ถ้าเปรียบเทียบราคากับมือถือ ก็ถูกกว่าเยอะนะคะ ถ้าเปรียบเทียบราคาแผ่นตรวจเลือด ก็คิดเสียว่า ค่า air time ค่าบริการต่างๆ ก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ แต่ประโยชน์ที่เราจะได้คือชีวิตเชียวนะคะ (ลักข์เคยมีส่วนร่วมในการทำหนังสือไปที่หน่วยงานรัฐ เกี่ยวกับราคาอุปกรณ์สิ้นเปลืองเหล่านี้ แต่ก็ไม่ได้ผลค่ะ ก็เลยคิดเอาเสียว่าชีวิตของเรา ถ้ามัวแต่รอความหวังที่จะได้รับการดูแลช่วยเหลือ อาจจะสายเกินไป ต้องหาวิธีคิด และวิธีทำใหม่ด้วยตัวเองให้ได้ค่ะ)

หากเปิดหัวใจให้กว้างอีกนิด มีอีกหลายโรคเลยนะคะที่รุนแรงกว่า ไม่สามารถมีวิธีที่รักษาหาย ไม่มีอุปกรณ์ หรือ ยารักษาใด ที่จะทำให้โรคคงที่เหมือนกับการรักษาโรคเบาหวาน ใช่แล้วค่ะ ทั้งยาฉีดอินสุลิน ที่มีการพัฒนาการออกฤทธิ์ต่างๆ ทั้งวิธีการฉีดตั้งแต่เป็นเข็มฉีดยา ปากกาฉีดยา ปั๊ม จนเราสามารถเลือกที่เหมาะสมกับจังหวะชีวิตเราได้ อีกทั้งยากิน การออกกำลังกาย หลักในการดูแลโภชนาการที่ ณ วันนี้ตามรพ.ต่างๆ ทั้งรัฐและเอกชนก็มีข้อมูลในส่วนนี้ (แต่จะดีแค่ไหนอีกเรื่องหนึ่ง เอิ้กส์) ไหนโลกอินเตอร์เน็ตอีก ความรู้ทั้งหลายแค่เพียงปลายนิ้วสัมผัส โรคเบาหวานเป็นโรคที่มีข้อมูลในการดูแลรักษาเยอะมากเลยค่ะ

คุณแม่น้อง 9 ขวบครึ่ง ถามลักข์เรื่องนวัตกรรมการเปลี่ยนตับอ่อน อีมม์ … อยากบอกว่าเราต้องดูแลตัวเองให้พร้อมเสมอเลยนะคะ เพราะเหมือนกับคนที่เป็นโรคไต การผ่าตัดเปลี่ยนไตไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นง่ายๆ กว่าจะหาที่ทั้งเลือด ทั้งเนื้อเยื่อเข้ากันได้ เมื่อได้มาแล้วร่างกายพร้อมหรือเปล่า ไม่พร้อมก็ต้องให้กับคนที่มีร่างกายพร้อมกว่า  หรือผ่าตัดไปแล้วเข้ากันไม่ได้ก็ต้องเอาออก เมื่อเปลี่ยนไตได้แล้วก็ยังมีเรื่องที่ต้องรู้อีกคือ ต้องกินยากดภูมิไปตลอดชีวิต และไตที่เปลี่ยนก็อาจจะไม่ได้อยู่กับเราชั่วชีวิต … ลักข์เลยยังเฉยๆ กับเรื่องนวัตกรรมการเปลี่ยนตับอ่อนค่ะ เพราะยังไม่มีการยืนยันใดๆ ว่าสำเร็จดี เชื่อถือได้ เพราะฉะนั้นคนที่เป็นเบาหวานจึงมีหน้าที่ดูแลตัวเองให้พร้อมเสมอ หากเมื่อนวัตกรรมนั้นมาถึง  ทุกวันนี้อุปกรณ์ที่มีอยู่ ทั้งปากกาฉีดยา เครื่องเจาะเลือด ปากกาเจาะเลือด ความรู้ มีพร้อมสำหรับให้ทุกคนดูแลตัวเองแล้ว .. เหลือเพียงแต่ “ลงมือทำ” เท่านั้น โดยที่จะต้องลงมือทำในวันนี้ เดี๋ยวนี้ เพราะถ้าผลัด อาจจะสายเกินไปเมื่อเวลาดีๆ มาถึง

ทำใจให้ดี มีกำลังใจให้ได้ หาความรู้ให้มากที่สุด โรคเบาหวานคือ การที่ระดับน้ำตาลในเลือดเราสูงกว่าปกติเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันมีวิธีทำให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้แล้ว ซึ่งจะทำให้เราไม่ต้องมีปัญหาอะไรกับโรคเบาหวานที่เป็นในอนาคตเลย .. แต่ถ้าเราไม่ลงมือดูแลตัวเอง เส้นเลือดที่ถูกทำลายจากระดับน้ำตาลสูง จะทำให้เกิดโรคทางตา ไต หัวใจ ปลายประสาท ที่เรียกกันว่าภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานได้ .. จนกว่าจะรู้ตัว ก็สายเสียแล้ว

มาคิดบวก และ ดูแลโรคเบาหวานกันนะคะ

สมุนไพร (ไม่) รักษาเบาหวาน และ ไต

บททดสอบความรู้ ความเข้าใจ ของคนที่เป็นโรคเบาหวาน และ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคไตนั้น คือ อะไร?

เคยได้ยินไหมคะ ที่โฆษณาบอกว่า มีสมุนไพร หรือสารสกัดสมุนไพร (ก็ที่วางขายในรูปเม็ด ที่เรียกว่าอาหารเสริมราคาแสนแพงนั่นแหละ) มีคุณสมบัติสามารถป้องกัน ทำให้ทุเลา รวมถึงสามารถรักษาโรคเบาหวาน หรือโรคไตให้หายขาด  หรืออาจถึงขั้นกินแล้วมีกำลัง สามารถกำจัด ต่อต้านสารอนุมูลอิสระ ต่อต้านการแข็งตัวของหลอดเลือด  ลดความดัน ลดไขมัน ป้องกันมะเร็งต่างๆ ก็ได้ โดยรูปแบบของสมุนไพรปลอดสารพิษ (ซึ่งไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่านะ) ยา อาหารเสริมมีทั้งวิตามิน เกลือแร่ สาหร่าย สารสกัดจากแมลง เช่น ผึ้ง รังของสัตว์ปีก สารสกัดในรูปของ น้ำผัก น้ำสมุนไพร น้ำผลไม้ บรรจุขวด หรือ บรรจุห่อแบบแห้ง แบบผง รวมไปถึง ลูกอม ลูกกลอน ยาหม้อ ยาไห น้ำหมาก น้ำมนต์(ปนน้ำลาย) น้ำชา น้ำหญ้า น้ำอวกาศมหัศจรรย์ทั้งหลาย  มีทั้งแผนโบราณ แผนดาวเทียมล้ำอนาคต และการโฆษณาว่าได้รับอย.

เคยหลงเชื่อโฆษณาเหล่านี้กันบ้างไหม? เคยเสียเงินซื้อสินค้าเหล่านี้กันไหม? ถ้าเคยลองแล้ว ยังเป็นโรคเบาหวาน โรคไตกันอยู่หรือเปล่า? ยังต้องไปหาหมอไหม?

ลักข์ขอคุยถึงความฉลาดน้อยของตัวเองว่า ได้ลองมาแล้วสารพัด จนรู้ว่า สารพัดสมุนไพร ยาและอาหารเสริมที่โฆษณาบอก มีแต่หลอกเอาเงินทั้งนั้น เพราะได้ลองมาตั้งแต่ปีแรกของการเป็นเบาหวาน จนกระทั่ง 20 กว่าปีผ่านไป โรคเบาหวานก็ยังอยู่ แถมตอนนี้คุณแม่ก็เป็นโรคไตที่มีสาเหตุจากเบาหวานด้วย

ถ้าจะให้เชื่อว่าของราคาแสนแพงมีดี ก็คงเชื่อว่าคุณประโยชน์ที่ได้ ไม่มากไปกว่าอาหาร 5 หมู่ (ส่วนตราอย.ที่ได้ ทางคณะกรรมการอาหารและยา ได้ประกาศและลงข่าวอยู่เสมอว่า เป็นของปลอม และถ้าของจริงก็โฆษณาเกินความจริงไปมาก เชื่อถือไม่ได้)

เรียกได้ว่าเสียเงินแสนแพง แต่โรคเบาหวานก็ไม่หายตามที่โฆษณา และสำหรับบางอย่างนอกจากจะรักษาเบาหวานไม่หาย รักษาไตไม่ได้ เมื่อกลับไปหาหมออีกครั้ง ค่าตับ ค่าไต ค่าต่างๆ อาจจะเสื่อมลงไปอีกมาก โดยที่เราไม่สามารถทำให้อวัยวะเหล่านั้นกลับมาทำงานได้เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

ฟอกไต หรือ ไม่ฟอกไต ใครตัดสินใจ?

ทุกครั้งที่เจอหน้าคุณหมอ คุณหมอมักจะพูดซ้ำๆ ประโยคเดิมๆ เสมอให้ควบคุมระดับน้ำตาลให้ดี ควบคุมความดันให้อยู่ในเกณฑ์สม่ำเสมอ กินยาให้ครบตามที่หมอให้ นอกจากหมอจะพยายามรักษาเราตามอาการของโรคแล้ว คุณหมอยังพยายามแนะวิธีป้องกันไม่ให้โรคที่เราเป็นอยู่เดินทางไปสู่ระยะที่รุนแรง …. แต่หลังจากที่ออกจากห้องตรวจ(ที่ให้โอกาสหมอพูดกับเราเพียงไม่กี่นาทีแล้ว) ชีวิตของเราทั้งในวันนี้ และในอนาคตก็อยู่ที่การกระทำของเรา ณ ปัจจุบัน

การที่คุณแม่ลักเป็นเบาหวาน จนการดำเนินของโรคมาจนถึงจุดที่คุณหมอบอกว่าจำเป็นต้องฟอกไตแล้ว แน่นอนว่าเป็นสิ่งที่ช็อคความรู้สึกของทุกคนในครอบครัว ตัวลักเองก็พยายามที่จะยื้อเรื่องการฟอกไตไปให้นานที่สุด ด้วยการดูแลเรื่องโภชนาการ รวมทั้งหาความรู้เกี่ยวกับโรคไตให้ได้มากที่สุด แต่ก็พบว่ายิ่งหาความรู้ก็ยิ่งเข้าใจว่า ไตของคนเราที่เสื่อมลงแล้วไม่มีวันที่จะฟื้นกลับขึ้นมาใหม่ได้ (ถ้ายอมรับก็จะเข้าใจว่านี่คือกฏธรรมชาติของมนุษย์ ที่มีเกิด แก่ เจ็บและตาย ร่างกายมีแต่จะเสื่อมถอยลงไปตามกาลเวลา) ไตที่เสื่อมมาจนถึงระยะสุดท้ายการดูแลเรื่องโภชนาการอย่างจริงจัง คือการชะลอความเสื่อมไม่ให้เสื่อมลงอย่างรวดเร็วรุนแรง แต่ถึงที่สุดแล้วก็หนีไม่พ้นที่จะต้องฟอกไต เพราะการฟอกไต คือ ทางเลือกที่จะทำให้ผู้ป่วยมีชีวิตอยู่ได้ต่อไป

ระหว่างความกลัวเรื่องการฟอกไต กับ ความทุกข์ทรมานกับอาการของคนเป็นโรคไตระยะสุดท้าย เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่าไม่มีใครอยากเผชิญ ลักขอให้กำลังใจกับทุกๆ คน ทั้งตัวผู้ป่วยและครอบครัวเลยนะคะ เราย้่อนเวลากลับไปไม่ได้อีกแล้ว เพราะฉะนั้นการตัดสินใจฟอกไตเมื่อถึงเวลาก็อย่ารอช้านะคะ อย่าปล่อยให้อวัยวะภายในร่างกายของเราจมอยู่กับเลือดที่เป็นกรด และมีของเสียคั่งนานมากเกินไป เพราะตัวผู้ป่วยเองคือคนที่ทรมานจากพยาธิสภาพของโรคมากที่สุด

อาการของคนที่เป็นโรคไตระยะสุดท้าย คือ  จะรู้สึกคันตามผิวหนังที่แตกแห้ง อาเจียน ซึม ชักกระตุก (เกิดจากของเสียคั่งในร่างกาย) ปัสสาวะมีฟอง (เพราะโปรตีนรั่วออกมาในปัสสาวะ) บวม (เพราะโซเดิยมอมน้ำไว้ และไตไม่สามารถขับออกมาได้ซึ่งเมื่อไหร่ที่ปัสสาวะน้อยลง ก็จะทำให้น้ำในร่างกายมีมากขึ้น จนเอ่อล้นท่วมปอด ทำให้เกิดอาการหัวใจวายได้) เป็นตะคริวอยู่เสมอ (ร่างกายเสียสมดุลของเกลือแร่)

ลักขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนนะคะ ที่ยังไม่ป่วยก็ขอให้ดูแลตัวเองอย่าได้เจ็บ (อย่าได้จน ฮ่าา) ส่วนคนที่ป่วยอยู่ อยากให้ดูแลตัวเองให้ดีอย่าปล่อยให้การดำเนินของโรคต้องมาถึงจุดที่เรียกว่าระยะสุดท้าย และสำหรับคนที่ได้เดินทางมาถึงจุดที่เรียกว่าระยะสุดท้าย ก็อย่าเพิ่งหมดหวังที่จะมีชีวิตอยู่ เพราะปัจจุบันนี้มีการรักษาด้วยการล้างไตทางหน้าท้อง ฟอกเลือด และเปลี่ยนไตได้แล้ว (ขอย้ำ ย้ำแล้ว ย้ำอีกว่าอย่าหลงเชื่อ และเสียเงินซื้ออะไรมากินนะคะ ไม่มีอาหาร หรือ น้ำวิเศษอะไรที่จะทำให้ไตหายเสื่อมกลับมาทำงานเป็นปกติได้อีกแล้ว จะได้ก็เพียงถูกหลอกให้เงินไปเท่านั้น และแม้กระทั่งสมุนไพรตามธรรมชาติที่ว่าไม่เป็นอันตราย โปแตสเซียมที่ออกมาสามารถเป็นอันตรายถึงชีวิตได้นะคะ)

 

อาหารโรคไต ผัดไทย(2)

จากการได้ไปกินข้าวต้มปลานอกบ้าน ซึ่งมีร้านข้างๆ ขายผัดไทยใส่กระทงใบตอง ทำให้คุณแม่เกิดอาการอยากกินผัดไทยของโปรดขึ้นมา … ปัญหามีอยู่ว่า ในส่วนผสมของการทำผัดไทย มีหัวไชโป๊วเค็ม มีกุ้งแห้ง มีเต้าหู้ มีใบกุ่ยช่าย และมีน้ำปลา ที่ไม่เหมาะกับโรคที่เป็นอยู่ในตอนนี้

แต่ในเมื่อแม่อยากกิน เราก็ต้องจัดใ้ห้ ด้วยการทำเอง!

สำหรับคนเป็นโรคไตที่ชอบกินผัดไทย ลักมีวิธีง่ายๆ คือ ตัดส่วนผสมที่ไม่เหมาะสำหรับคนที่เป็นโรคไตออกไป กุ้งแห้ง หัวไชโป๊วเค็ม และน้ำปลา ส่งผลต่อค่าโซเดียม การอมน้ำและบวมน้ำ ไม่ต้องใส่เลย  ส่วนเต้าหู้เหลือง ถั่วลิสง ใบกุ่ยช่าย ที่มีผลต่อค่าโปแตสเซียมและฟอสฟอรัสนั้น ใส่ในปริมาณน้อย (เพราะถ้าตัดไปเสียทุกอย่าง เดี๋ยวจะไม่ใช่ผัดไทยกันพอดี)

แม้ว่าผัดไทยทำเองจะไม่ครบรส ไม่ครบเครื่อง แต่การปรุงอาหาร ที่ทำจากใจ ด้วยการเติมความใส่ใจ เหยาะความรัก ผัดด้วยความเอาใจใส่ … ผัดปรุงเสร็จ ตักใส่จาน ยกเสริฟตอนร้อนๆ ผัดไทยจานพิเศษ กลายเป็นผัดไทยจานอร่อย ที่ใครๆ ในบ้านก็ต้องขอ (แย่ง) คุณแม่ชิม แล้วก็ร้องเป็นเสียงเดียวกันว่า หออออเจี๊ยะ!

เรื่องสำคัญที่คนเป็นโรคไตควรรู้ และระวัง
โรคไตมีหลายสาเหตุและหลายแบบ ทั้งสาเหตุจากโรคเบาหวาน สาเหตุจากโรค SLE ฯลฯ เป็นโรคไตแบบเรื้อรัง แบบเฉียบพลัน ………. ควรถามแพทย์ผู้รักษาให้รู้ว่า เราเป็นโรคไตแบบไหน สาเหตุจากอะไร

โรค ไตวายเรื้อรังมี 5 ระยะ การดูแลแต่ละระยะแม้จะใช้หลักการเดียวกัน แต่รายละเอียดไม่เหมือนกัน ……ควรถามและปรึกษาแพทย์ผู้รักษาให้รู้และเข้าใจว่าเราควรดูแลตัว เองอย่างไร

การรักษาโรคไตมีหลายวิธีตามระยะของโรคที่เป็น ….แพทย์ผู้รักษาจะให้คำแนะนำได้ หรือถ้าสงสัยในการรักษา สงสัยว่าทำไมคนอื่นถึงได้รับการรักษาไม่เหมือนกับของเรา ทั้งยาที่ใช้รักษา ทั้งอาหารที่ถูกแนะนำ ไม่เหมือนกับของเราเลย ถามแพทย์ผู้รักษานะคะ ไม่ต้องกลัวว่าแพทย์จะกัด แม้แพทย์บางคนจะดุไปบ้างแต่รับรองได้ว่าไม่กัดจริงแน่นอน (อย่างมากก็แค่เหน็บ จิกเบาบ้างแรงบ้างตามนิสัย)

เรื่องสำคัญที่สุด  อย่าหลงเชื่ออะไรๆ ที่ใครต่อใคร ที่มาชักชวนให้ทดลองกิน หรือ ซื้อสินค้าที่บอกว่าโรคไตรักษาให้หายได้ เท่าที่ได้พบประสบเจอมาหายนะทั้งนั้นเลย