น้ำ VS น้ำออกซิเจน กับ โรคเบาหวาน

น้ำออกซิเจนรักษาเบาหวานได้ เป็นเรื่องจริงหรือหลอก?

 

ยังขอยืนยันคำตอบเดิมด้วยความมั่นใจเกิน 100 ว่าน้ำออกซิเจนรักษาเบาหวานไม่ได้ค่ะ เรื่องน้ำออกซิเจนเป็นเรื่องหลอกลวง 100% ค่ะ

 

แต่ถ้าอยากซื้อมาทดลองจริงๆ ต้องรู้ว่าทดลองแล้ว รักษาเบาหวานไม่หาย ทางบริษัทและพนักงานขายที่เอามาขาย ไม่มีการรับสินค้าคืนและไม่มีการคืนเงินให้นะคะ

 

และถ้าซื้อมาทดลองกินเข้าไปแล้ว ถ้าเกิดปัญหา ติดเชื้อ ตับเสื่อม ไตพัง ตัวเราทุกข์ทรมานเองนะคะ

 

ในวิชาวิทยาศาสตร์สำหรับมัธยม จะได้เรียนรู้สูตรเคมีของน้ำว่าคือ H2O แสดงว่าในน้ำต้องมีไฮโดรเจน และ ออกซิเจน เป็นส่วนประกอบเสมอ การเรียกชื่อน้ำออกซิเจน ฟังดูโก้เก๋ค่ะ แต่การเอามาอวดอ้างว่ารักษาเบาหวานได้ หรือรักษาสารพัดโรคแล้วหายได้นั้น เชื่อถือไม่ได้ค่ะ

 

ถ้าอยากให้น้ำตาลลด (โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนไปหาหมอ ซึ่งคุณหมอก็รู้เพราะสามารถพิสูจน์ได้จากค่า HbA1C (น้ำตาลสะสมเฉลี่ย 3 เดือน)) ลักข์มีวิธีมาแนะนำค่ะ

 

เคล็ดไม่ลับจากประสบการณ์ตรงของตัวเอง คือ การดื่มน้ำสะอาด น้ำเปล่า น้ำดื่มธรรมดา นี่แหละค่ะ รับรองว่าระดับน้ำตาลลดลงได้จริง

 

ลักข์ได้ทดลองดื่มน้ำเปล่า แล้วเจาะเลือดตรวจระดับน้ำตาลพิสูจน์เปรียบเทียบ ระหว่างวันที่ดื่มน้ำตามปกติ 4-5 แก้ว กับวันที่ดื่มน้ำได้ถึงวันละ 10-12 แก้ว ผลที่ได้คือระดับน้ำตาลในวันที่ดื่มน้ำเยอะ น้อยกว่าวันที่ดื่มน้ำน้อย เป็นแบบนี้เสมอเลยค่ะ

 

เรียกว่าระดับน้ำตาลลดลงจนเป็นปกติ ถึงขนาดคุณหมอที่รักษายังประหลาดใจเลยว่าเป็นไปได้ยังไง คุณหมอยังถามเลยว่าไปทำอะไรมาหรือเปล่า  (คุ้นๆ ไหมคะ ว่าเวลาคนขายของเขาจะหลอก อุ๊ปส์ เขาจะบอก หรือมีวิธีพูดอย่างไร)

 

เมื่อคุณหมอถามว่าทำไมระดับน้ำตาลถึงดีขึ้นได้ ลักข์ก็สามารถบอกเล่าอย่างเปิดเผยว่า ดื่มน้ำเยอะขึ้นค่ะ พร้อมหยิบหลักฐานคือ สมุดบันทึกอาหาร การฉีดอินสุลิน การออกกำลัง รวมถึงการเจาะเลือดทุกครั้งให้คุณหมอดู

 

การดื่มน้ำเปล่านี้นอกจากจะช่วยลดระดับน้ำตาลได้แล้ว ยังช่วยทำให้ผิวเนียนขึ้น และสดใสขึ้นด้วยค่ะ อยากให้ทดลองดื่มน้ำสูตรนี้ดูสัก 3 เดือนนะคะ แล้วทุกคนจะได้พบกับความมหัศจรรย์ ที่ค่า HbA1C ลดลงกว่าครั้งที่ผ่านมาโดยไม่ต้องหยดน้ำออกซิเจนอะไรลงไปเลยค่ะ

 

อ้อ! เรื่องสำคัญที่สุด ถึงแม้ว่าสูตรการดื่มน้ำนี้ชจะช่วยลดระดับน้ำตาลได้จริง แต่ไม่สามารถรักษาเบาหวานได้นะคะ ยาที่คุณหมอให้ก็ยังต้องกิน ใครที่ต้องฉีดอินสุลินก็ยังต้องฉีด การออกกำลังกายก็ยังเป็นสิ่งที่ควรทำสม่ำเสมอ และการระมัดระวังเรื่องปริมาณอาหารคือสิ่งสำคัญในการรักษาเบาหวานค่ะ

 

ถ้าจะทดลองดื่มน้ำสูตรนี้ อย่าลืมเจาะเลือดเพื่อพิสูจน์ด้วยนะคะว่าที่ลักข์บอกมาจริงหรือเปล่า ได้ผลหรือเปล่า และถ้าทำสัก 3 เดือนอาจจะได้เห็นค่า HbA1C ลดลงกว่าครั้งที่ผ่านมา

 

ถ้าได้จดบันทึกไว้ด้วย ตอนไปพบคุณหมออย่าลืมนำสมุดไปนะคะ เพราะคุณหมออาจจะปรับขนาดยาใหม่ให้ก็ได้ .. เรื่องมหัศจรรย์เกิดขึ้นได้เสมอ ถ้าเราใส่ใจดูแลตัวเองมากพอ 😉

Advertisements

แก้กรรม รักษาเบาหวาน (1)

ไม่มีใครถามอะไรมา แต่อยากบอกเล่าเรื่องเบาหวานต่อ (เพราะมีคนขอมาว่าอยากอ่านตอนต่อไป ไม่รู้ว่าจะเขียนต่อตอนไปว่าอะไร เขียนตอนใหม่ให้อ่านกันเลยดีกว่า ฮ่าาา)

 

ต่อจากทำความรู้จักกันเบาๆ เรื่องเบาหวานแล้ว ทำให้พอรู้กันคร่าวๆ แล้วนะคะว่า การแก้กรรมคือวิธีที่จะรักษาเบาหวานให้ดีขึ้นได้หรืออาจจะทำให้หลายคนเลิกพึ่งพายารักษาเบาหวานได้เลย

 

เพราะฉะนั้นมาทำความรู้จักกับเบาหวานให้มากขึ้นกันอีกสักนิด เพราะถ้าหากว่ารู้จักเบาหวานไม่จริง ก็มีโอกาสที่จะถูกหลอกได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องยาวิเศษ ระดับนอกโลกยังยอมรับ เพราะเป็นยาครอบจักรวาล เป็นเบาหวานก็สามารถรักษาหาย (ไปอยู่นอกโลกใบนี้ได้ แฮ่)

 

เบาหวานเป็นโรคเก่าที่ไม่เคยแก่ ที่ว่าเก่าเพราะตำราแพทย์เล่มแรกของมนุษย์ที่เขียนไว้บนกระดาษปาปิรุส ก็มีบันทึกเกี่ยวกับอาการของโรคเบาวหวานไว้แล้ว กระดาษปาปิรุสที่ว่านี้อายุประมาณ 1500 ปีก่อนคริสตกาล คิดคร่าวๆ เบาหวานก็มีอายุอานามประมาณ 3500 ปีเห็นจะได้

 

ที่ว่าโรคเบาหวานนั้นเป็นโรคเก่าแต่ไม่แก่ ก็เพราะกว่าที่แพทย์และนักวิทยาศาสตร์จะค้นพบว่า โรคนี้ไม่ใช่โรคประหลาด ไม่ได้เกิดจากมนุษย์ต่างดาว ไม่ใช่เกิดจากเชื้อโรค เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรียต่างๆ (เชื้อไวรัสอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง แต่ยังไม่นับว่าแน่ชัดฟันธงได้ฉับฉับ)  แต่เกิดจากความเสื่อมของร่างกาย ที่เกิดขึ้นกับอวัยวะชิ้นเล็กๆ ที่อยู่ในตัวของเราเรียกว่า ตับอ่อน เมื่อไม่เกิน 100 ปีที่ผ่านมาแล้วนี่เอง

 

อวัยวะที่เรียกว่าตับอ่อนนี้ ถ้าจะให้เปรียบก็เหมือนกับเป็นโรงงานใหญ่ ที่มีพนักงานจำนวนมากอาศัยอยู่รวมกัน พนักงานที่อยู่รวมกันนี้เรียกว่า  cell (เซลล์) โดย cell แต่ละ cell ก็มีหน้าที่แตกต่างกันไป หนึ่งใน cell สำคัญที่เกี่ยวข้องกับเบาหวานก็็คือ  เบต้าเซลล์ (Beta Cell)

 

เพราะสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่เรียกว่าเบต้าเซลล์นี้มีความสำคัญต่อชีวิตของเรามาก เพราะมีหน้าที่ผลิตฮอร์โมนอินสุลิน ฮอร์โมนอินสุลินนี้มีความสำคัญสำหรับการมีชีวิตอยู่ของเรา เพราะมีหน้าที่นำพาน้ำตาลเข้าสู่ cell เพื่อใช้เป็นพลังงาน น้ำตาลนี้เกิดจากการแปลงร่างในขบวนการย่อยอาหาร ทำให้อาหารที่เรากินกลายเป็นน้ำตาลล่องอยู่ในกระแสเลือด รอคอยฮอร์โมนอินสุลินพาเข้าสู่เซลล์

 

หากไม่มีฮอร์โมนอินสุลินพาเข้าสู่เซลล์ ร่างกายก็จะเกิดปฏิกริยาคือ หิวบ่อย ทำให้กินจุ

 

หากไม่มีฮอร์โมนอินสุลินพาเข้าสู่เซลล์ ร่างกายก็จะเกิดปฏิกริยาคือ ผ่ายผอมลง

 

เพราะร่างกายไม่ได้รับพลังงานจากน้ำตาลที่ไม่มีฮอร์โมนอินสุลินพาเข้าไปให้ น้ำตาลเองก็จะล่องลอยอยู่ในกระแสเลือดมากขึ้นมากขึ้น เป็นภาวะที่ผิดปกติของกระบวนการทางธรรมชาติในร่างกาย

 

ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดที่สูงขึ้น ส่งผลให้เราเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูง

 

ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดที่สูงขึ้น ร่างกายจะพยายามขับออกมาทางปัสสาวะ ทำให้คนเป็นเบาหวานเกิดอาการหิวน้ำบ่อย และปัสสาวะบ่อย และปัสสาวะมีรสชาติหวาน

 

อาการเบาหวานที่สำคัญที่เห็นได้ชัด คือ กินจุ แต่น้ำหนักลด หิวน้ำบ่อย ปัสสาวะเยอะโดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนกลางคืนต้องลุกแทบทุกชั่วโมง  แต่กว่าอาการเเบาหวานจะปรากฏให้เห็นชัด ระดับน้ำตาลก็คงจะสูงเกินเกณฑ์ปกติมาเป็นระยะเวลานานแล้ว อ้อ! ยกเว้นเบาหวานชนิดที่ 1 ปุ๊บปั๊บทันทีเสมอ รางวัลที่ 1 มักไม่ธรรมดา ฮ่าาาา

 

แม้กระทั่งในกระดาษปาปิรุส ก็ได้บอกเล่าถึงอาการเบาหวานไว้ว่า ผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีปัสสาวะเยอะ ผ่ายผอมลงเรื่อยๆ ไม่ว่าจะรักษาด้วยยาขนานไหน พืช สมุนไพร กระดูกสัตว์ อวัยวะส่วนต่างๆ ก็ไม่สามารถรักษาอาการนี้ได้ ผู้ที่มีอาการดังกล่าวต้องลงเลยด้วยการเสียชีวิตสถานเดียว

 

ถ้าใครเกิดเมื่อ 3500 ปีที่แล้ว หรือ อย่างเร็วสักเเมื่อก่อน 100 ปีที่ผ่านมาแล้วเป็นเบาหวาน ชีวิตไม่มีทางให้เลือกเลย ต้องเสียชีวิตเท่านั้น

 

คงจะเป็นเรื่องน่าเสียดายหากคนที่เกิดมาในยุคปัจจุบันที่วิทยาการ เทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์เจริญก้าวหน้า ถึงขั้นค้นพบสาเหตุของโรคเบาหวาน ยาที่ใช้รักษาเบาหวาน เครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบเบาหวานได้ รู้วิธีป้องกันอันตรายจากเบาหวาน แต่กลับไม่รู้ว่าการแก้(ไขพฤติ)กรรมเท่านั้น ที่จะรักษาเบาหวานได้จริง ทำให้ึคนที่เป็นเบาหวานไม่เป็นอันตรายได้จริง

 

วันนี้ยังไปไม่ถึงวิธีแก้กรรม แต่อยากบอกเคล็ดลับสำคัญของการแก้กรรมเอาไว้ว่า การดูแลเบาหวาน และดูแลร่างกาย ไม่ว่าจะดูแลโรคอะไร ต้อง DIY (Do it by yourself) เท่านั้น เพราะไม่มีใครทำแทนได้ เรียกว่าเป็นกฏของกรรม กรรมของใคร ใครทำ คนนั้นย่อมได้รับผลของกรรมนั้นเอง