วิธีดูแลไตที่เสื่อมไปแล้วให้กลับมา

คนที่เป็นเบาหวานเคยสงสัยกันไหมคะว่าทำไมคุณหมอต้องให้ตรวจปัสสาวะ ที่เรียกว่า เพื่อดูว่ามีไข่ขาวรั่วออกมาทางไตหรือเปล่า?

.

.

ใช่แล้วค่ะ ลักข์เองก็คุ้นชินกับการที่คุณหมอจะสั่งตรวจหาค่าไข่ขาวรั่วในปัสสาวะ หรือที่เรียกว่าค่า  Urine Micro Albumin เป็นระยะๆ เช่นกัน ก็เป็นเบาหวานมานานกว่า 30 ปีแล้ว ไม่รู้ไม่ได้ เอาปัสสาวะเราไปทั้งที เราต้องรู้ด้วยว่าหมอเอาไปดูอะไร ไปดูทำไม มีประโยชน์อะไรกับเราบ้าง … เนอะ

.

.

เมื่อก่อนลักข์ก็ไม่รู้หรอกว่าทำไมหมอต้องให้ตรวจ จนกระทั่งวันที่หมอบอกเมื่อราวๆ 20 ปีก่อนว่า มีไข่ขาวรั่วในปัสสาวะแล้ว แสดงว่าไตเริ่มมีปัญหาแล้ว คุณหมอจึงให้คำแนะนำว่า ให้ลดการกินโปรตีนประเภทสัตว์เนื้อแดง (เนื้อสัตว์ 4 เท้า) และ ให้กินยาลดความดัน ใช่!!! ไม่ได้มีภาวะความดันสูง แต่ใช้ผลประโยชน์ของยาลดความดันช่วยชะลอไตเสื่อมลงได้ ถูกต้อง!!!! ใครที่มีภาวะไตเสื่อม คุณหมอจะรีบให้คำแนะนำพร้อมกับการรักษาเพื่อรักษาไตของเราเอาไว้ แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของคุณหมอนะ เพราะผลข้างเคียงของยาก็มี เราเป็นเบาหวาน เราต้องดูแลตัวเองเป็นทีมเดียวกันกับบุคคลากรทางการแพทย์ คนที่ไม่อยากเห็นเรามีโรคแทรกซ้อนจากเบาหวานมากที่สุด!!!!!!!!

.

.

หลังจากทำตามคำแนะนำของคุณหมอมาได้ 10 กว่าปี เมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว ลักข์ดันเกิดเหตุ ติดเชื้อจากการกินอาหารที่ไปซื้อมาจากตลาดนัด จนเกิดภาวะที่คุณหมอเรียกว่า เซฟติดช้อค (Septic Shock) มีภาวะช้อคจากการติดเชื้อจนต้องเข้าห้องฉุกเฉินและนอนโรงพยาบาลไปหลายคืนเลย และผลพวงจากการติดเชื้อครั้งนั้น ลักข์เกิดอาการความดันต่ำบ่อยมาก มีภาวะมึน เซ และจะวูบหลายครั้ง จนรู้สึกว่าไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติ อย่างเช่น ลุกจากที่นั่งบนรถเมล์ก็มึนลงป้ายไม่ได้ต้องยืนเลยไปป้ายกว่าจะตั้งตัวติดแล้วเดินไหว ยิ่งถ้าลุกเปลี่ยนจากท่านั่งยองๆ แล้วยืนขึ้น มีอาการหน้ามืด ตัวเซไปติดกำแพงทุกครั้ง ไม่มีกำแพงให้ติด ก็ล้มลงกับพื้นแบบรู้ตัวยั้งตัวได้ จนต้องไปปรึกษากับคุณหมอเบาหวาน ใช่!!! คนเป็นเบาหวานเรามีหมอเบาหวานเป็นที่ปรึกษาการใช้ชีวิตให้เป็นปกติ อยากเปลี่ยนแปลงการกินยาต้องปรึกษาหมอทุกครั้ง หมอจะหาวิธีที่ปลอดภัยให้กับเราค่ะ

.

.

คุณหมอไม่อยากให้หยุด เพราะปริมาณที่กินเพื่อป้องกันไตเสื่อมคือ น้อยมาก ครึ่งเม็ดเท่านั้น แต่ก็ขอคุณหมอว่า ร่างกายไม่ไหวกับความมึนที่เกิดขึ้นจริงๆ คุณหมอบอกว่าถ้าอยากจะลอง ต้องมีเงื่อนไข จากที่นัดเจอกันทุก 3-4 เดือน จะต้องมาพบหมอทุก 2 เดือน และถ้ามีเหตุอะไรให้มาหาหมอก่อนเวลานัดทันที จากนั้นคุณหมอก็หยุดยาให้ การใช้ชีวิตหายมึน หายเซ แต่ค่าไตที่เคยอยู่ในเกณฑ์ปกติ Urine Micro Albumin ที่ไม่เคยเกิน 30 มาสิบกว่าปี เริ่มส่งสัญญาณเตือนเมื่อหยุดยาได้ 2 เดือนแรกมาแตะที่เลข 30  4 เดือนแรก ค่าก็ยังขึ้นอยู่อย่างต่อเนื่องมาแตะที่เลข 60 และเมื่อครบ 6 เดือน เลข 300 ก็มา พร้อมค่าการทำงานของไตที่ตรวจทางเลือด (eGFR) ก็ลดลงจาก 100 เหลือ 70 กว่า …… คุณหมอไม่ให้อนุญาตให้หยุดยาต่อแล้ว ลักข์เองก็ถึงกับขนหัวลุกเมื่อเห็นค่าการทำงานของไตลดลงอย่างรวดเร็วแบบนี้ …. ยอมกินยาอย่างไม่อิดออดทันที พร้อมกับใช้วิธีลดการกินสัตว์เนื้อแดงลงไปจากเดิมอีก 50% มาเน้นการกินไข่ กินเต้าหู้ มากขึ้นแทน

.

.

คุณหมอยังคงนัดให้มาติดตามผลกับคุณหมอทุก 2 เดือนต่อ แนวโน้มของการทำงานของไตใน 2 เดือนแรกคือ เห็นแนวโน้มที่ดีขึ้นแม้จะแค่นิดเดียว แต่ก็ถือว่าเป็นสัญญาณแห่งความหวังและกำลังใจสำหรับตัวเองในการที่จะดูแลตัวเอง ทั้งในเรื่องการเลือกคุณภาพอาหารที่จะกินลงไปในร่างกาย พร้อมกับการกินยาตามที่คุณหมอจ่ายให้ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเหมือนเดิม คุณหมอให้กำลังใจทุกครั้ง แต่คุณหมอก็ให้เผื่อใจไว้เสมอว่า อวัยวะที่เสื่อมไปแล้ว อาจจะกลับมาไม่ได้เท่าเดิมนะ

.

.

ลักข์ตอบกลับคุณหมอว่า ลักข์เข้าใจและยอมรับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ไม่ว่าไตลักข์จะฟื้นกลับคืนมาหรือไม่ ฟื้นกลับขึ้นมาได้แค่ไหน ลักข์ก็พร้อมจะยอมรับ แต่สิ่งที่ลักข์ขอทำคือ ขอพยายามอย่างเต็มที่ในการดูแลตัวเอง แค่คุณหมอนัดมาติดตามผลทุก 2 เดือนก็ดีใจจะแย่แล้ว คนไข้เบาหวานมากขึ้นทุกครั้งที่มา คนไข้ที่ดูแลตัวเองได้ในเกณฑ์ที่คุณหมอไม่กังวล ปกติคุณหมอจะนัดทุก 3-4 เดือนด้วยซ้ำเพื่อลดการแออัดของผู้ป่วยในการมาโรงพยาบาล นี่ลักข์เป็นคนหาเรื่องใส่ตัว ใส่คุณหมอด้วย แต่คุณหมอก็ยังห่วงและเต็มใจที่จะรักษาแถมยังให้กำลังใจอีก บทเรียนครั้งนี้ทำให้พร้อมที่จะเถียงกับพวกที่ชอบพูดว่า หมอเลี้ยงไข้ไม่อยากให้ผู้ป่วยหายจากโรคได้อย่างมั่นใจขึ้นอีกหลายล้านเปอร์เซนต์!!!

.

.

แน่นอนว่าการกลับมากินยา ความมึน งง เซ เวลาเปลี่ยนท่าทางก็กลับมา แต่ครั้งนี้ลักข์รับมือได้ดีกว่าเดิม เพราะบอกกับตัวเองว่า อายุจะ 50 แล้ว ทำอะไรช้าลงหน่อย เปลี่ยนท่าทางไม่ต้องรีบ สังขารไม่ให้ร่างกายไม่ไหวนะตัวเธอ พอมีสติในการเปลี่ยนท่า นั่ง นอน ลุกยืน เดิน ช้าลง อาการก็ลดลง กว่าจะรู้ว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ยา แต่อยู่ที่ความใจร้อน รีบเร่งของตัวเอง ก็ต้องแลกด้วยการทำงานของไตที่ลดลง … ใช้เวลาทำให้ไตเสื่อมลงภายใน 6 เดือน แต่กว่าจะฟื้นฟูไตกลับมาให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้คือ 1 ปี โดยที่ค่าการทำงานของไต (eGFR) ยังกลับมาไม่เท่าเดิมด้วย … ต้องพยายามดูแลตัวเองต่อไป  เผื่อค่าไตจะดีขึ้นกว่านี้ได้

.

.

ค่า Urine Micro Albumin ค่าโปรตีนรั่วในปัสสาวะ หรือ ที่ภาษาที่คนเป็นเบาหวานคุ้นชินคือ ไข่ขาวรั่วในปัสสาวะ เดือนกุมภาพันธ์ 2562 กับ เดือนกุมภาพันธ์ 2563

84604999_10219935168583868_8140721037638631424_o

จากประสบการณ์ครั้งนี้  ลักข์เรียนรู้ว่า

1′ วิธีทำให้ไตเสื่อมลง ภายใน 2 เดือน คือ หยุดกินยาที่คุณหมอจ่ายให้  (ใครที่เป็นโรคเบาหวาน ความดัน แล้วกลัวว่าการกินยาของหมอจะทำให้ไตเสื่อมนั้น ต้องคิดใหม่ ทำใหม่ มองอนาคตใหม่แล้วว่า ยาที่คุณหมอจ่ายให้มีผลพิสูจน์เป็นหลักฐานว่า กินเพื่อป้องกันและรักษา การไม่กินยาตามคำแนะนำของหมอต่างหากที่ทำให้ร่างกายยิ่งเสื่อม ยิ่งถูกทำลายด้วยความไม่รู้ ด้วยความเข้าใจผิด ด้วยความเชื่อแบบไม่มีหลักฐานของตัวเอง)

2. วิธีทำให้ไตที่เสื่อมลงไปแล้วดีขึ้น ทำได้ด้วยวิธี

2.1 กินยาตามที่คุณหมอให้ แล้วไปหาหมอติดตามผลเสมอ มีอะไรให้ปรึกษาหมอ บอกหมออย่างเปิดเผยไม่ปิดบัง อยากลองยาอะไร อยากหยุดยาอะไร บอกหมอไปตามตรง เพราะเป็นผลประโยชน์ของตัวเอง การโกหกหมอ ผลเสียที่เกิดก็ตกอยู่ที่ร่างกายของตัวเอง

.

.

โดยส่วนตัว ลักข์เลิกมองบุคคลากรว่าเป็นคนจับผิดผู้ป่วย อยากเลี้ยงไข้ผู้ป่วยมานานแล้ว เพราะเวลาไม่สบายหนักจะเป็นจะตายทุกครั้ง พวกขายของหายหัวไปหมด มีแต่บุคคลากรทางการแพทย์นี่แหละ ที่ช่วยชีวิตเราเอาไว้ทุกครั้ง

.

.

2.2 การเลือกคุณภาพอาหารที่กินลงไปในร่างกาย การควบคุมปริมาณคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีนคือหลักสำคัญ ในส่วนของการปรุงรสชาติอาหารนั้น แน่นอนว่า ลักข์ทำซอสหอยเป๋าฮื้อ เพื่อเป็นทางเลือกในการปรุงอาหารสำหรับตัวเองและคนในครอบครัว เป็นซอสสุขภาพที่มีรสชาติดี กลิ่นหอม ปรุงอาหารอะไรก็ทำให้อาหารนั้นอร่อย  ลักข์ใช้เพียงเครื่องปรุงชนิดเดียวนี่แหละ คุณภาพอาหารเป็นตัวชี้วัดคุณภาพร่างกาย เพราะลักข์ต้องการจำกัดปริมาณโซเดียมต่อวันไม่ให้เกิน 2,000 มิลลิกรัมด้วย

อาเบอลิเชียส บาย ลักข์

ซอสหอยเป๋าฮื้อ ตราอาเบอลิเชียส บาย ลักข์ Abalone Sauce Abalicious by Lucka

.

.
2.3 การออกกำลังกาย ลักข์ออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างน้อยที่สุดคือ 3 วันต่อเนื่องกันมา 3-4 ปีแล้ว

.

.

วิธีที่ลักข์เลือกทำ ไม่ง่าย ไม่ยาก แต่ต้องทำด้วยความสม่ำเสมอและใช้ระยะเวลา อยากให้สุขภาพร่างกายที่ไม่สมบูรณ์เป็นโรคเบาหวานมากว่า 30 ปีนี้แข็งแรง ต้องดูแลตัวเองทุกวันไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีวันหยุด ถ้าเราไม่รักตัวเอง ไม่ดูแลตัวเองทุกวัน เพราะเป็นคนเดียวที่อยู่กับตัวเองตลอด 24 ชม. ใครจะมารักและดูแลเราตลอดเวลาได้? มาดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองกัน

อาหารโรคไต ข้าวต้มปลา(1)

หลังจากพาคุณแม่ไปหาคุณหมอที่คลีนิก ด้วยอาการเจ็บคอมากมาย (ฤดูฝน อากาศจะชื้นมาก เชื้อไวรัสเจริญเติบโตได้ดี ควรจะต้องดูแลร่างกายให้มากเป็นพิเศษ หากมีอาการไอ วิธีที่ดีที่สุด คือ การจิบน้ำอุ่น เพื่อให้คอชุ่มชื้น การไอแบบไอจนหมดไส้หมดพุงนั้น นอกจากจะทำให้หลอดลมอักเสบ จนมีอาการเจ็บคออย่างรุนแรงแล้ว ร่างกายยังรู้สึกปวดระบมไปทั้งตัวด้วย เพราะได้รับการกระทบกระเทือนจากการสะเทือนของการไออย่างรุนแรง) การออกไปหาหมอก็เลยทำให้ได้แวะไปกินข้าวข้างนอกบ้านกัน

การออกจากบ้านในช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกับมื้ออาหาร ส่วนใหญ่แล้ว เรา 2 แม่ลูกก็จะถือโอกาสชวนกันกินข้าวนอกบ้านเพื่อเป็นการเปลี่ยนรสชาติ และ บรรยากาศ (จากการทำกับข้าวกินกันเองทุกวัน) วันนี้เมนูอาหารที่เราเลือก คือ ข้าวต้มปลา

วิธีสั่งข้าวต้มปลาสำหรับคนที่เป็นโรคไตระยะสุดท้าย (ที่กำลังเตรียมตัวดำเนินเรื่องการล้างไต หรือ ฟอกเลือด) คือ ข้าวต้มแห้งใส่เนื้อปลา ไม่ใส่ชูรส น้ำปลา ซีอิ๊ว เกลือ ตังไฉ่ และ น้ำข้าวเปล่าๆ 1 ชาม (พยายามตัดรสชาติเค็มให้มากที่สุด เพราะถ้ากินลงไปก็จะทำให้ไปสะสมในร่างกาย แล้วจะไปอมน้ำทำให้ตัวบวม จนมีผลต่อเนื่องถึงน้ำท่วมปอดได้)

การสั่งข้าวต้มแห้ง เราจะได้เฉพาะข้าวต้มแห้งๆ ที่ไม่มีการใส่น้ำให้เป็นข้าวต้ม เพราะถ้าใส่น้ำให้เป็นข้าวต้ม ตามร้านข้าวต้มปลาส่วนใหญ่ จะมีน้ำแกงไว้ใส่ต่างหาก โดยเป็นน้ำแกงที่มีการปรุงรสชาติ (อาจจะโดยการใส่เกลือ ซีอิ๊ว น้ำปลา ผงชูรส หรือซุปก้อนก็ตาม)  ไม่ใช่น้ำข้าวต้มแบบที่เราต้มกินเองที่บ้าน สีน้ำข้าวต้มตามร้านจึงไม่ใช่สีขาว แต่เป็นสีที่ดูก็รู้ว่าเค็ม ไม่เหมาะสำหรับคนที่เป็นโรคไตอย่างเด็ดขาด

เนื้อปลาลวก ในส่วนของเนื้อปลาก็จะมีรสชาติเค็มอยู่แล้ว เพราะการล้างปลาให้หายคาว เราก็จะล้างคาวปลาด้วยน้ำเกลือ แต่ร้านอาหารที่อาหารสดอยู่เสมอ เจ้าของร้านมักจะเน้นการใช้เกลือเพื่อล้างคาว มากกว่าเพื่อการถนอมอาหาร เพราะต้องการให้เราได้ลิ้มรสความสด และความหวานของเนื้อปลามากกว่า  (ร้านไหนของยิ่งไม่สด รสชาติของเนื้อปลาก็จะยิ่งเค็ม)

น้ำข้าว โดยปกติร้านข้าวต้มปลาจะหุงข้าวในแบบที่เรียกหุงแบบเช็ดน้ำ โดยการเทน้ำข้าวทิ้ง ในเมื่อคนเป็นโรคไตไม่เหมาะที่จะกินน้ำแกงที่มีการปรุงรส น้ำข้าวจึงเป็นอีกทางเลือก นอกไปจากน้ำเปล่าที่เป้นน้ำดื่มบนโต๊ะ (ฮ่าาา ยังไงก็ได้กินรสชาติที่เรียกว่าจืด)

ที่สำคัญเครื่องปรุงรสที่มีอยู่บนโต๊ะ ไม่ว่าจะเป็นเต้าเจี้ยว ซีอิ๊ว น้ำปลา ไม้จิ้มฟัน (เอ้อ .. อันหลังไม่เกี่ยว) ไม่ควรที่จะนำมาปรุงรสเพิ่ม ยิ่งปรุงเพิ่มรสที่เราทานก็จะยิ่งเค็มมากขึ้น ลิ้นของเราก็จะคุ้นเคยกับความเค็มมากขึ้นๆ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อไตของเราเลย

ในกรณีถ้าจะทำข้าวต้มปลากินเองที่บ้าน ต้มข้าวหอมมะลิ เนื้อปลาสดๆ (ทำเองไม่ต้องใช้เกลือด้วย เพราะเราซื้อปลามาสดๆ ลวกน้ำเดือดๆ ทิ้งซักทีก็หายคาวแล้ว) โรยคื่นไฉ่เสียหน่อย  ก็อร่อยไม่รู้ลืม  ถ้าจะให้ดีสำหรับสำหรับผู้ป่วยโรคไต อาหารที่ทำทาน ควรจะทำสดๆ ใหม่ๆ และเสริฟตอนร้อนๆ จะทำให้ผู้ป่วยทานได้ง่ายขึ้นนะคะ

ข้อดีของการกินอาหารรสชาติ “จืด” (เป็นเพื่อนคุณแม่) ทำให้ลักได้เรียนรู้ว่า รส “ธรรมชาติ” ของอาหารนั้นมีความหวาน ความสด อยู่ในตัวของมันเอง แต่การกินอาหารไม่ปรุงรสก็กลายเป็นข้อเสียเช่นเดียวกัน เพราะลิ้นจะไปรับรสชาติอาหารว่า มีรสของเครื่องปรุงรสชนิดต่างๆ หรือ รสชาิติความหอม หวาน อร่อยจากตัววัตถุดิบ

อาหารที่ทำจากวัตถุดิบที่มีคุณภาพดี สดและสะอาด ร้านอาหารก็จะไม่ค่อยปรุงรสจัดจ้านนัก แต่ถ้าร้านไหนมีการปรุงรสอย่างเข้มข้นโดยเน้นรสชาติเค็มปี๋  ทำให้เป็นข้อสังเกตได้ว่าวัตถุดิบที่นำมาปรุงอาหารอาจจะไม่สดเท่าไหร่นัก อืมม์ … ดูเหมือนว่าลักจะกลายเป็นคนเรื่องมากในการกินอาหารไปเสียแล้ว.. แต่ก็นะ รสชาติอาหาร คุณภาพอาหาร เรียกว่าอาหารทุกชนิดที่เรากินส่งผลต่อร่างกาย และไตของเราทั้งนั้น ไตของเรา ถ้าเราเองยังไม่รัก แล้วใครจะมารัก ถ้าเรายังไม่ดูแล แล้วใครจะมาดูแล จริงไหม?

เรื่องสำคัญที่คนเป็นโรคไตควรรู้ และระวัง
โรคไตมีหลายสาเหตุและหลายแบบ ทั้งสาเหตุจากโรคเบาหวาน สาเหตุจากโรค SLE ฯลฯ เป็นโรคไตแบบเรื้อรัง แบบเฉียบพลัน ………. ควรถามแพทย์ผู้รักษาให้รู้ว่า เราเป็นโรคไตแบบไหน สาเหตุจากอะไร

โรคไตวายเรื้อรังมี 5 ระยะ การดูแลแต่ละระยะแม้จะใช้หลักการเดียวกัน แต่รายละเอียดไม่เหมือนกัน ……ควรถามและปรึกษาแพทย์ผู้รักษาให้รู้และเข้าใจว่าเราควรดูแลตัวเองอย่างไร

การรักษาโรคไตมีหลายวิธีตามระยะของโรคที่เป็น ….แพทย์ผู้รักษาจะให้คำแนะนำได้ หรือถ้าสงสัยในการรักษา สงสัยว่าทำไมคนอื่นถึงได้รับการรักษาไม่เหมือนกับของเรา ทั้งยาที่ใช้รักษา ทั้งอาหารที่ถูกแนะนำ ไม่เหมือนกับของเราเลย ถามแพทย์ผู้รักษานะคะ ไม่ต้องกลัวว่าแพทย์จะกัด แม้แพทย์บางคนจะดุไปบ้างแต่รับรองได้ว่าไม่กัดจริงแน่นอน (อย่างมากก็แค่เหน็บ จิกเบาบ้างแรงบ้างตามนิสัย)

เรื่องสำคัญที่สุด  อย่าหลงเชื่ออะไรๆ ที่ใครต่อใคร ที่มาชักชวนให้ทดลองกิน หรือ ซื้อสินค้าที่บอกว่าโรคไตรักษาให้หายได้ เท่าที่ได้พบประสบเจอมาหายนะทั้งนั้นเลย

กินยาเบาหวานมากๆ แล้วไตเสื่อมจริงหรือ?

เคยได้ยินกันหรือเปล่า ที่บอกว่ากินยาเบาหวานเยอะไม่ดี ทำให้ไตเสื่อมได้?

ดังนั้น ทางออกของหลายๆ คนก็คือ กินยาบ้าง ไม่กินยาบ้าง แล้วแต่ความรู้สึก ที่รู้สึกว่าระดับน้ำตาลไม่สูง รวมถึงสาเหตุที่ไม่มีความรู้ คิดว่าผลเลือดที่ไปหาหมอคือระดับน้ำตาลทั้งวัน และคิดว่าีะดับน้ำตาลไม่สูงแล้ว ไม่ต้องกินยา

ผลจากการงดกินยาเอง ด้วยความไม่รู้เรื่องโรคเบาหวานอย่างถูกต้อง และความกลัวว่าทานยาเยอะแล้วไตเสื่อม ทำให้ปัจจุบันนี้คนเป็นโรคไตในประเทศไทยมีจำนวนมากขึ้นทุกปี และสาเหตุของการเป็นโรคไต อันดับหนึ่งคือ มาจากเบาหวาน! เพราะความไม่รู้และความเชื่อ ความรู้สึกอย่างผิดๆ นี่แหละ

วันนี้ลักได้ไปพบคุณหมอที่รักษาไตให้คุณแม่ว่า จริงหรือไม่ถ้ากินยาเบาหวานเป็นเวลานานหลายสิบปีแล้วทำให้ไตเสื่อม

คุณหมอบอกว่า ไม่จริงครับ

สาเหตุสำคัญของการเกิดโรคไตที่มีสาเหตุจากเบาหวาน คือ การที่ผู้ป่วยมีระดับน้ำตาลสูงอยู่ตลอดเวลา ทำให้น้ำตาลที่มีอยู่ในกระแสเลือดนั้น ไปทำร้ายและทำลายอวัยวะต่างๆ เช่น ตา ไต หัวใจ ปลายประสาท

เพราะฉะนั้น วิธีที่ดีที่สุด ที่จะรักษาไตของเราไว้ไม่ให้เกิดภาวะไตวายได้ ก็คือ รักษาระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ ระดับน้ำตาลก่อนอาหาร 70-130 หลังอาหารไม่เกิน 180 ระดับน้ำตาลสะสม HbA1C อยู่ในระดับ 6.5% ถ้าผู้ป่วยสามารถรักษาระดับน้ำตาลได้เช่นนี้ ไม่ว่าจะต้องทานยาเบาหวาน นาน 40 ปีก็ไม่มีทางเป็นโรคไตที่สาเหตุมาจากเบาหวานอย่างแน่นอน

แต่สำหรับผู้ป่วยที่มีระดับน้ำตาลสูงเกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โอกาสการเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ก็ย่อมมีมากขึ้น และไม่ใช่เฉพาะที่ไตเท่านั้น

สรุปได้ว่ากินยาเบาหวานมากๆ ไม่ได้ทำให้เป็นโรคไตนะคะ แต่การปล่อยให้ระดับน้ำตาลสูงต่างหาก ที่เป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยเบาหวานมีโรคแทรกซ้อนเกิดขึ้นที่ไต