เมนูอาหารโรคไต เครื่องปรุงรสที่เหมาะสำหรับคนเป็นโรคไต : ไข่ตุ๋น

 

มนูอาหารโรคไต by ซอสสุขภาพ : ไข่ตุ๋น กับซอสหอยเป๋าฮื้อ

เมนูนี้เหมาะสำหรับ/ ผู้ที่เป็นโรคไตวายเรื้อรัง /ผู้ที่เป็นเบาหวาน

วัตถุดิบ

– ไข่ไก่ทั้งหมด 1 ฟอง

– เฉพาะไข่ขาว 2 ฟอง

– เห็ดหอม 1 ดอก

– ซอสหอยเป๋าฮื้อ 1 ช้อนโต๊ะ

– น้ำ/น้ำซุป

คุณค่าทางโภชนาการ
พลังงานทั้งหมด 132 กิโลแคลอรี่
โปรตีน 15.5 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 3.5กรัม
ไขมัน 5 กรัม
คอเรสเตอรอล 200 มิลลิกรัม
โซเดียม 305 มิลลิกรัม
โปแตสเซียม 292 มิลลิกรัม
ฟอสฟอรัส 79 มิลลิกรัม
แคลเซียม 24.5 มิลลิกรัม
เส้นใยอาหาร .5 กรัม
.

ขั้นตอนการทำ
1. ตีไข่ทั้งหมดให้เข้ากัน
2. เติมน้ำในอัตราส่วน 1:1 (เพิ่มลดได้ตามความชอบของเนื้อสัมผัส และ ข้อจำกัดในปริมาณน้ำ)
3. ปรุงรสด้วยซอสหอยเป๋าฮื้อ 1 ช้อนโต๊ะ แล้วคนให้เข้ากัน
4. สามารถใช้ตระแกรงกรองเพื่อความเนียนได้ หรือไม่กรองก็ได้
4. นึ่งในหม้อนึ่งโดยใช้ไฟเบา นาน 15-20 นาที
.

เคล็ดลับที่เป็นประโยชน์
1. ไข่เป็นอาหารที่มีคุณค่าโภชนาการสูง และย่อยง่าย รวมถึงมีราคาที่ย่อมเยา
2. เห็ดเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เป็นแหล่งโปรตีนที่ดี มีใยอาหารและโพแตสเซียมสูง โซเดียมและน้ำตาลต่ำ และยังอุดมไปด้วยวิตามินแบะแร่ธาตุสำคัญ ทำหน้าที่ต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด
___________________
สนใจสอบถามรายละเอียด และสั่งซื้อ ได้ที่
Line ID : @abaliciousbyluck
หรือคลิ๊ก http://line.me/ti/p/~@abaliciousbyluck

เครื่องปรุงรสที่เหมาะสำหรับคนเป็นโรคไต : ซอสหอยเป๋าฮื้อ ตรา อาเบอลิเชียส

เพราะจุดเจ็บปวด (pain point) ของตัวเองในฐานะที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 มากว่า 30 ปี และเป็นผู้ดูแลสมาชิกในครอบครัวหลายคนที่ป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย

ความปรารถนาที่ต้องการจะใช้เครื่องปรุงรสที่มีความเหมาะสม มีความปลอดภัย รวมถึงต้องมีรสชาติที่อร่อยถูกปากสำหรับผู้ป่วยโรคไต และมีกลิ่นหอมจนสามารถชวนให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารได้

จากจุดเจ็บปวดของตัวเองที่ปรารถนาให้ผู้ป่วยโรคไตในครอบครัว มีชิวตอยู่กับโรคไตอย่างมีความสุขที่ยังสามารถกินอาหารที่มีรสชาติความอร่อย ซอสหอยเป๋าฮื้อ ตรา AbaliciouS by Lucka จึงถูกสร้างขึ้นมาด้วยความหวังที่จะได้เห็น คนที่เป็นโรคไตกินอาหารด้วยความอร่อย ด้วยความปลอดภัย อย่างมีความสุข รวมทั้งหวังว่าคนปกติที่ได้กิน จะปลอดจากโรคความดันโลหิตสูงและโรคไต เพราะลดการกินเค็มลงได้มากกว่าครึ่ง! จากเครื่องปรุงรสไลท์โซเดียม ไม่เติมโพแตสเซียมนี้

สนใจสอบถามรายละเอียด และสั่งซื้อ ได้ที่
Line ID : @abaliciousbyluck

วิธีคำนวณค่าการทำงานของไต

จำได้ว่าถูกถามหลายครั้งแล้วเรื่อง รู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคไตระยะที่เท่าไหร่?

เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วจะรู้ได้ว่าเป็นโรคไตระยะที่เท่าไหร่ ก็เมื่อคุณหมอเป็นคนบอก โดยคุณหมอจะวิเคราะห์จากผลเลือดและผลปัสสาวะของเรา และ อาการภายนอกที่สังเกตเห็นได้ชัดเจนเช่น อาการบวม และ การที่ปัสสาวะมีฟอง

โรคไตเรื้อรัง จะถูกแบ่งออกเป็น 5 ระยะ

โดยสูตรการคำนวณค่าการทำงานของไต  สิ่งที่จะต้องรู้ คือ

1. อายุ หน่วยเป็นปี

2. น้ำหนัก หน่วยเป็นกิโลกรัม

3. เพศ หญิงหรือชาย

และ 4. ค่า Creatinine หน่วยเป็น mg/dl (มิลลิกรัม ต่อ เดซิลิตร) ที่ได้จากผลเลือดของเรา

สูตรการคำนวณมีดังนี้ คือ

(140-อายุ) x น้ำหนักตัว  /  72 x ค่า Creatinine

และ ถ้าเป็นผู้หญิงให้คูณด้วย 0.85

ตัวอย่างวิธีคำนวณค่าไตของคุณแม่ลักข์   (140-78) x 50 / 72 x 3.44  = 12.52 x 0.85 = 10.64 เพราะฉะนั้นค่าการทำงานของคุณแม่ ณ ปัจจุบัน ที่ได้ คือ  10.64%

ไตระยะที่ 1 ไตทำหน้าที่ได้มากกว่าหรือเท่ากับ 90%

ไตระยะที่ 2 ไตทำหน้าที่ได้ 60-89%

ไตระนะที่ 3 ไตทำหน้าที่ได้ 30-59%

ไตระยะที่ 4 ไตทำหน้าที่ได้ 15-29%

ไตระยะที่ 5 ไตทำหน้าที่ได้ต่ำกว่า 15% ซึ่งเป็นระยะที่ต้องล้างไตแล้ว

จากการหาข้อมูลพบว่าเมื่อไตวายถึงระยะที่ 5 การตัดสินใจล้างไตทางหน้าท้องยิ่งเร็วเท่าไหร่ คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยจะดีกว่าการรอจนไตไม่สามารถทำหน้าที่ได้เลย ซึ่งก็เห็นด้วยว่าเป็นจริงเพราะก่อนที่คุณแม่จะทำการล้างไต เมื่อค่า BUN และ Creatinine เริ่มสูงขึ้นคุณแม่มีอาการคลื่นไส้ บวมตามร่างกาย ซึ่งคุณแม่บอกว่ารู้สึกทรมานมาก

คุณหมอบอกว่าหากมีอาการกระตุก, ซึม, หอบ, ปัสสาวะไม่มี เป็นสัญญาณเตือนว่าไตไม่สามารถทำงานได้แล้ว เนื่องจากเคยเจอภาวะที่คุณแม่ปัสสาวะไม่ออก จนน้ำท่วมปอดมาแล้ว ทำให้รู้ว่าหากรอจนเกิดอาการที่รุนแรง ร่างกายก็จะทรุดโทรม ซึ่งกว่าที่คนสูงอายุจะฟื้นตัวกลับมาดังเดิมก็ใช้เวลามาก หรืออาจจะไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิมได้อีก ซึ่งก็จะเป็นภาระสำหรับผู้ดูแลมาก โดยเฉพาะภาระทางใจ เพราะไม่รู้ว่าในนาทีไหนที่ร่างกายของผู้ป่วยจะทรุดลง

การป้องกัน คือ การรักษาที่ดีที่สุด

หากความดันเพิ่งสูง คุณหมอแนะนำให้ทานยา ก็ทานยาให้เป็นประจำสม่ำเสมอ อย่าหยุดยาเอง ระวังเรื่องอาหารเค็มให้มาก เพราะความดันสูงทำให้เกิดเป็นโรคไตในอนาคต

แต่หากเป็นโรคไตแล้ว ไม่ว่าระยะไหนก็ตาม เมื่อคุณหมอแนะนำให้ควบคุมเรื่องความเค็มของอาหาร และความดัน ก็ควรที่จะดูแลตัวเองตามคำแนะนำที่ได้รับมา

เพราะเมื่อไตเสื่อมมาจนระยะสุดท้ายแล้ว การล้างไตเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ซึ่งทุกคนที่มาถึงตรงจุดที่ต้องล้างไต ล้วนแต่บอกว่าหากย้อนเวลากลับไปได้ สิ่งที่อยากทำมากที่สุดคือดูแลตัวเองตามคำแนะนำของหมอ แต่ความจริงในชีวิตคือไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้แล้ว แต่สิ่งที่สามารถทำได้ในวันนี้คือ ดูแลตัวเองให้ดีที่สุด ให้ทุกข์ทรมานจากการล้างไตให้น้อยที่สุด

ลองคำนวณดูการทำงานของไตกันนะคะ แล้วมาเริ่มต้นดูแลสุขภาพไตของตัวเองกันนะคะ