เป็นโรคไตกินอะไรดี? เครื่องปรุงรส

ซอสหอยเป๋าฮื้อ ตราอาเบอลิเชียส บาย ลักข์
Abalone Sauce Abalicious by Lucka

ยังจำความรู้สึก ช้อคและตกใจ เมื่อครั้งที่คุณหมอที่รักษาโรคเบาหวานของคุณแม่บอกว่า ไตของคุณแม่อยู่ในระยะที่ 4 แล้ว จำเป็นต้องหาคุณหมอโรคไต เพื่อให้คุณหมอโรคไตช่วยดูแลคุณแม่อีกคน

คุณหมอแนะนำคุณแม่ให้ลดอาหารเค็มลง กินโซเดียมให้ลดลง เมื่อ 10 กว่า 20 ปีก่อน ตอนที่หมอบอกไม่มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับอาหารโรคไตเลย รู้แต่ว่าลดเค็ม ไม่รู้เรื่องโซเดียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส การกินอาหารตามผลเลือดเลย

การพบกับคุณหมอในครั้งที่ 2 ได้นำเครื่องปรุงรสที่ซื้อมาไปให้คุณหมอเพื่อสอบถามว่า ใช้เครื่องปรุงรสโลโซเดียมเหล่านี้ในการปรุงอาหารแทนเครื่องปรุงรสเดิมได้ไหม? คุณหมอบอกว่าไม่ได้ ไม่ควรใช้ เพราะเครื่องปรุงรสโลโซเดียมเหล่านี้ ได้เติมโพแทสเซียมเพื่อเพิ่มความเค็มลงไปแทน ซึ่งจะส่งผลกับหัวใจ ในคนที่เป็นโรคไตอยู่แล้ว หัวใจก็จะมีความไม่ปกติเกิดขึ้น เป็นความสงสัย เป็นคำถามในใจว่าทำไมถึงไม่มีเครื่องปรุงรสที่โซเดียมน้อยและไม่เติมโพแทสเซียม สำหรับคนที่เป็นโรคไตบ้าง?

คำแนะนำของคุณหมอในวันนั้นคือ ให้ลดปริมาณการใช้เครื่องปรุงลง  รับรู้ในเรื่องที่คุณหมอบอกแต่ในทางปฏิบัติก็ทำได้ยากมาก เพราะความไม่เข้าใจในเรื่องโซเดียมข และความไม่คุ้นชินกับรสชาติสำหรับคุณแม่ในเวลานั้น

ประสบการณ์การดูแลคุณแม่ในฐานะผู้ดูแล ที่ต้องเรียนรู้เกี่ยวกับโรคไต ซึ่งไม่ยาก ไม่ง่าย เพราะถือว่าตัวเองมีความรู้เรื่องโรคเบาหวานที่ตัวเองเป็น เป็นพื้นฐานอยู่ การทำความรู้จักยาที่คุณแม่ต้องกิน ยาที่คุณแม่จำเป็นต้องฉีด ทำไมต้องวัดความดันเป็นประจำ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลเลือดแล้วปรับอาหารตามผลเลือด เรียนรู้เรื่องอาหารว่าในอาหารแต่ละประเภทจะส่งผลต่อผลเลือดได้อย่างไรบ้าง เรียนรู้การล้างไตทางหน้าท้อง ต้องดูแลอย่างไรเพื่อป้องกันการติดเชื้อให้ได้มากที่สุด ฯลฯ เป็นประสบการณ์ชีวิตที่ได้เรียนรู้ ที่สามารถบอกเล่าได้ไม่รู้จบ สำหรับการดูแลชีวิตของจนที่เรารัก การได้ดูแลคุณแม่อย่างสุดความสามารถจนถึงวาระสุดท้าย เป็นสิ่งที่่ทำให้ตัวเองรู้สึกว่า ชีวิตนี้ไม่มีเรื่องที่น่าเสียดาย หรือ เสียใจอะไรที่ยังไม่ได้ทำอีกแล้ว

จากประสบการณ์และการเรียนรู้ในฐานะผู้ดูแล และเป็นเบาหวานมานานกว่า 30 ปี เรื่องสำคัญที่สุดที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพนอกจากประเภทอาหารที่ใครๆ ก็รู้ แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความสำคัญ แต่มีความสำคัญมาก คือ เรื่องปริมาณของประเภทอาหารที่แต่ละคนควรกินในแต่ละมื้อ ในแต่ละวัน

การที่ใครก็ตามจะใส่น้ำตาล น้ำผึ้ง น้ำตาลมะพร้าว น้ำตาลโตนด ไซรัป ในอาหารคาว อาหารหวาน หรือ เครื่องดื่ม “ปริมาณ” คือ เรื่องสำคัญ

ชนิดของน้ำตาล แหล่งที่มาของน้ำตาล กลายเป็นสิ่งที่คนอ้างว่า “สุขภาพ” เพราะมีค่า GI น้อยกว่าน้ำตาลทราย แต่สำหรับคนเป็นเบาหวาน การใส่น้ำตาลในปริมาณที่เท่ากัน ระดับน้ำตาลในเลือดก็ยังคงจะสูง แต่จะสูงไม่เร็วและไม่แรงเท่ากับน้ำตาลทรายเท่านั้น

ถ้าเรารู้และเข้าใจว่า “ปริมาณ” ที่ใส่หรือมีอยู่ในอาหารมีอยู่แค่ไหน  เราจะรู้ได้ทันทีว่า คำว่า “เพื่อสุขภาพ” ที่มีการอ้างถึงนั้น ปลอดภัยมากพอสำหรับสุขภาพของเราหรือไม่

ในการใช้เครื่องปรุงรสประเภทที่ให้ความเค็ม ที่มีโซเดียมก็ใช้หลักการเดียวกัน รสเค็ม ไม่ว่าจะมาจากการปรุงด้วยเกลือ ซีอิ๊ว น้ำปลา กะปิ เต้าเจี้ยว ซอสต่างๆ ฯลฯ “ปริมาณ” คือ เรื่องที่เราต้องทำความเข้าใจและเรียนรู้ว่า แค่ไหนถึงจะพอดีสำหรับสุขภาพและร่างกายของเรา

โดยทั่วไปแล้ว  ใน 1 วัน เราควรกินโซเดียม ไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน

การกินโซเดียมในปริมาณที่มากกว่า 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นระยะเวลาหนึ่ง จะเป็นสาเหตุให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง และนำไปสู่โรคไต โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง ตีบ ตัน แตก และตายได้

เราจะรู้ได้อย่างไรว่า 2,000 มิลลิกรัมคือแค่ไหน?

การอ่านฉลากโภชนาการ การหาข้อมูลโภชนาการ เป็นการเริ่มต้นที่ดีในการเรียนรู้ ทำความเข้าใจ และจดจำ

การชั่ง ตวง วัด ปริมาณ เครื่องปรุงรส ในการปรุงอาหารจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้เรารู้ว่า ในแต่ละมื้ออาหารนั้น เรากินโซเดียมไปมากน้อยแค่ไหนแล้ว

การชั่ง ตวง วัด ปริมาณ การใช้เครื่องปรุงรสในช่วงแรกก็จะยากหน่อย เพราะเราไม่คุ้นชิน แต่ถ้าเราได้เริ่มต้น และชั่ง ตวง วัด ทุกมื้อ ใช้เวลาไม่นานเราก็จะคุ้นชินกับพฤติกรรมใหม่ ในการดูแลสุขภาพของตัวเอง

……………………………………………………………………………………………………………………………………….

หากใครยังไม่คุ้นชินกับรสชาติของการลดปริมาณเครื่องปรุงแบบเดิม ในวันนี้ลักข์มีเครื่องปรุงใหม่มานำเสนอ เป็นเครื่องปรุงรสที่ลักข์สามารถตอบคำถามเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วได้แล้วว่า มีเครื่องปรุงรสอาหารที่โซเดียมและไม่เติมโพแทสเซียมแล้ว โดยมีลักข์เป็นเจ้าของแบรนด์เอง

เครื่องปรุงรสที่ตั้งใจทำจากหัวใจ ให้เป็นเครื่องปรุงรสที่มีความหอมและอร่อย และปลอดภัยสำหรับชีวิตของคนที่เรารัก ที่มีข้อจำกัดในการกินอาหารอยู่มากมาย

เครื่องปรุงรสที่ตั้งใจทำด้วยความรัก ที่ต้องการให้คนที่มีโรครู้ว่ามีคนที่ปรารถนาอยากให้เขามีชีวิตอยู่อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความสุขกับการมีชีวิต แม้จะเป็นโรค แม้จะมีโรค แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นคนป่วย

เครื่องปรุงรสนี้ทำมาจากหอยเป๋าฮื้อ ที่สามารถมาช่วยเติมเต็มรสชาติให้อร่อย เป็นเครื่องปรุงรสที่มีปริมาณโซเดียมน้อย โดยใช้วัตถุดิบหลักคือ #หอยเป๋าฮื้อ มาผ่านกระบวนการหมักตามธรรมชาติ จนกระทั่งได้ #สีน้ำตาลทอง และ #กลิ่นหอม จึงนำมาสกัดออกมาเป็นเครื่องปรุงรสที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว  เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้เครื่องปรุงรสที่มีรสชาติอร่อยกลมกล่อม มีกลิ่นหอมมาก แต่มีปริมาณน้ำตาล และโซเดียมน้อย และปราศจากไขมัน
.
เพราะ ซอสหอยเป๋าฮื้อ ตรา อาเบอลิเชียส บาย ลักข์ ทำจากวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ที่ถูกคัดสรรมาอย่างดีที่สุด
.
หอยเป๋าฮื้อ 40%
ไม่ใช้ MSG (โมโนโซเดียมกลูตาเมท)
ไม่ใส่สีและกลิ่นสังเคราะห์
โซเดียม 210 มิลลิกรัม/1 ช้อนโต๊ะ
ไม่เติมโพแทสเซียม
มีน้ำตาลน้อยกว่า 1 กรัม/1 ช้อนโต๊ะ
ไขมัน 0%

Abalone Sauce Abalicious by Lucka

ซอสหอยเป๋าฮื้อ ตรา อาเบอลิเชียส บาย ลักข์
Abalone Sauce Abalicious by Lucka

สนใจสอบถามรายละเอียดและสั่งซื้อได้ที่
Line : @abaliciousbyluck

 

โฆษณา

สมุนไพรรักษาโรคไต ได้?

หลังจากที่คุณหมอแปลผลเลือดแล้วบอกกับเราว่า “คุณเป็นโรคไต” แล้ว อะไรที่หมอพูดตามมาอีก ไม่ว่าจะเป็นการอธิบายเกี่ยวกับโรค ระยะของโรค วิธีการดูแลตัวเอง และหรือรวมทั้งคำขู่จากคุณหมอ

หลายคนอาจจะมีความรู้สึกเดียวกันคือ ไม่ได้ยิน หรือได้ยินก็ไม่เข้าใจแล้ว เพราะยังรู้สึกช้อคไม่หายกับคำว่าเป็นโรคไต  คุณหมอไม่ต้องขู่อะไร จิตใจเราก็ห่อเหี่ยวแห้งฝ่อไม่เหลือกความหวังอะไรอีกแล้ว

อย่าเพิ่งตื่นตระหนกกลัวจนเกินไป โรคไตวายมีหลายแบบ รวมทั้งหลายระยะอีกด้วย ฟังหมอวินิจฉัยครั้งแรกไม่เข้าใจ กลับบ้านมาหาข้อมูล กลับบ้านมาตั้งสติก่อน แล้วกลับไปถามคุณหมออีกครั้งให้เข้าใจให้ได้ว่า เราเป็นโรคไตแบบไหน เราเป็นโรคไตระยะไหน เราจะดูแลโรคไตของเราได้อย่างไร เราจะชะลอความเสื่อมของไตเราไปได้อย่างไร ไม่ต้องกลัวหมอนะคะ หมอบางคนอาจจะดุ หมอบางคนอาจจะมีนิสัยชอบขู่ หมอบางคนอาจจะใจดี ไม่ว่าหมอมีลักษณะนิสัยส่วนตัวอย่างไรก็ตามเราจะชอบหรือไม่ก็ตาม แต่สิ่งที่หมออยากจะทำและแนะนำผู้ป่วยทุกครั้งคือ ให้เราเข้าใจโรคเพื่อที่เราจะได้ดูแลตัวเองให้แข็งแรง … เพื่อที่จะไม่ให้เราต้องเดินทางไปถึงระยะของการฟอกไต หรือยืดระยะเวลาการฟอกไตไปให้นานที่สุด หรือถ้าจะต้องฟอกหมอก็จะให้คำแนะนำที่ดีที่สุดเพื่อให้เรามีชีวิตอยู่ต่อไป

ความจริงที่หมอพูดอธิบายไม่น่าฟังเสมอ เพราะไม่มีความหวัง หรือปาฎิหารย์อะไรที่จะทำให้เราหายจากโรคไตได้ แต่ถ้าเราฟังเป็น ฟังแล้วทำความเข้าใจ ฟังแล้วทำตาม หลายคนมีประสบการณ์ชะลอไตเสื่อมได้จริงๆ นะคะ!!!!!

ผู้ป่วยโรคไตหลายคนจะรู้สึกว่าความจริงจากปากคุณหมอเป็นความจริงที่โหดร้ายเพราะ “เป็นโรคไตแล้วไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้”  แถมหมอยังไม่เคยให้ความหวังเลยว่าชีวิตเราจะมีปาฎิหารย์หายจากโรคนี้ได้อย่างเด็ดขาด …. หลายคนเลยสรุปว่าหมอไม่เก่ง!?!? หมอไม่รู้จริง!?!? หมอเชื่อแต่ตำรา!?!?

(เคยอ่านประวัติโรคเบาหวาน บันทึกที่เก่าแก่ที่สุดของโรคเบาหวานเมื่อหลายพันปี ชาติตะวันตะเขาบันทึกการรักษา เขาบันทึกทุกอย่างที่เขาทดลองกินทดลองใช้ทดลองรักษา และบันทึกด้วยว่าใช้แล้วได้ผลหรือไม่ได้ผล เรียกได้ว่ามีการทดลองจริง ทำวิจัยจริง ส่งผลให้มีวิวัฒนาการทางการแพทย์อย่างมากมาย ผิดกับตำรายาผีบอกยา คนหลอกในบ้านเราอย่างสิ้นเชิงที่ไม่มีการบันทึกข้อมูลว่าใช้แล้วได้ผล หรือไม่ได้ผล ใช้แล้วหาย หรือใช้แล้วตาย หรือแพทย์บางท่านมีประสบการณ์ตรงจากการดูแลผู้ป่วยแล้วบอก แล้วเตือนก็ไม่เชื่อกันอีก)

การที่แพทย์แผนปัจจุบันหรือคุณหมอที่เราไปหาที่รพ.บอกว่าเราเป็นโรคไต รักษาได้แต่ไม่มีทางหายนั้น ทำให้เป็นช่องทางทำมาหากินของคนขายความหวัง (ขายความหวังเท่านั้นไม่ได้ขายความจริงนะคะ) รวมทั้งเป็นช่องทางสำหรับคนอยากทำความดีง่ายๆ แต่ไม่มีความรู้ ด้วยการมักง่ายเผยแพร่ข้อมูลที่ส่งต่อกันมาโดยไม่เคยศึกษาค้นคว้าก่อนส่งต่อให้ใคร ต้องตั้งสติกันให้ดีๆ นะคะ คนขายความหวังบนความเจ็บป่วยของคนที่เจ็บป่วยเป็นโรคเรื้อรังมีเยอะมาก คนมักง่ายแต่อยากเป็นคนดีแบบมักง่ายไม่ต้องรับผิดชอบอะไรจากการกระทำของตัวเองก็มีไม่น้อยเหมือนกัน

ความหวังที่เขาขายคือ สามารถหายจากโรคไตได้ด้วยสมุนไพร (หืมมมม์??? แต่ก็มีคนเชื่อนะ) คนที่หายจากโลกใบนี้ไปแล้วไม่สามารถกลับมาบอกเล่าอะไรได้อีก ส่วนคนที่ได้รับความหายนะจากสมุนไพรและยังมีชีวิตอยู่ได้เปิดเผยประสบการณ์จริงจากการทดลองสมุนไพรชนิดต่างๆ เอาไว้ในเพจไตวายเรื้อรัง ลักข์เลยขอเอามาแบ่งปันกันอ่านนะคะ หรือจะเข้าไปอ่านฉบับเต็มได้ที่ https://www.facebook.com/groups/333067633401671/permalink/1110334322341661/?comment_id=1110987905609636&notif_t=group_comment_reply&notif_id=1459944925361405

น้ำมันซีออย หรือ น้ำมันสี่สหาย กินแล้วไตเสื่อมลงอย่างพรวดพราด

ซีออยรักษาโรคไตไม่ได้นะ

ซีออยรักษาโรคไตไม่ได้นะ

สมุนไพรป้าเช็ง กินแล้วซุปเปอร์เซ็ง ที่ไตทรุดลงทันที

สมุนไพรป้าเช็งรักษาโรคไตไม่ได้จ้ะ

สมุนไพรป้าเช็งรักษาโรคไตไม่ได้จ้ะ

มีคนพิสูจน์แล้วว่า เห็ดหลินจือ สปอร์เห็ด ส้มแขก กินแล้วได้แต่ทำใจโทษใครไม่ได้

สมุนไพรเห็ดหลินจือรักษาโรคไตไม่ได้จริงๆ นะ

สมุนไพรเห็ดหลินจือรักษาโรคไตไม่ได้จริงๆ นะ

แปะตำปึงที่ช่วยกันแชร์ อย่าคิดว่าดี มีคนถูกทำร้ายให้ไตวายทรุดลงอย่างรวดเร็วเป็นจำนวนมาก

แปะตำปึงรักษาโรคไตไม่ได้เลยจ้ะ

แปะตำปึงรักษาโรคไตไม่ได้เลยจ้ะ

คอร์สยาเก้าเม็ดของหมอเขียว หามเข้าโรงพยาบาลแบบฉุกเฉินกันเลยทีเดียวสำหรับคนเป็นโรคไต

ยาเก้าเม็ดของหมอเขียวรักษาโรคไตวายไม่ได้เด็ดขาด ฟอกไตฉุกเฉินกันมาแล้วนะ

ยาเก้าเม็ดของหมอเขียวรักษาโรคไตวายไม่ได้เด็ดขาด ฟอกไตฉุกเฉินกันมาแล้วจริงๆ

คนหวังดีที่ไม่เคยมีความรู้ว่า ให้สมุนไพร แนะนำยาหม้อ คือ การทำร้ายและทำลายไตดีๆ นี่เอง

สมุนไพรรากไม้รักษาโรคไตไม่ได้จริงๆ นะ

สมุนไพรรากไม้รักษาโรคไตไม่ได้จริงๆ นะ

สมุนไพร ราคาแพงแค่ไหน ก็รักษาโรคไตไม่ได้ค่ะ

สมุนไพร ราคาแพงแค่ไหน ก็รักษาโรคไตไม่ได้ค่ะ

สมุนไพรไทยจีนฝรั่งไม่ว่าราคาถูกแพงแค่ไหนก็รักษาโรคไตไม่ได้นะ

สมุนไพรไทยจีนฝรั่งไม่ว่าราคาถูกแพงแค่ไหนก็รักษาโรคไตไม่ได้นะ

ส่งต่อกันแบบไม่ยั้งคิด และไม่คิดว่าคนกินแล้วมีอันตรายมากขนาดไหน เตือนแล้วเตือนอีก ลิ้นจี่ เซี่ยงจี๊คนเป็นโรคไตกินไตวายเข้าขั้นต้องฟอกเลือดทันที

เมล็ดลิ้นจี่ กับ ไตหมู (เซี่ยงจี๊) รักษาโรคไตไม่ได้ร้อยเปอร์เซนต์

เมล็ดลิ้นจี่ กับ ไตหมู (เซี่ยงจี๊) รักษาโรคไตไม่ได้ร้อยเปอร์เซนต์

หญ้าไผ่น้ำตัวดี กินแล้วคนเป็นโรคไตไม่รอดสักรายต้องเข้าเครื่องฟอกไตกันทุกคน

หญ้าไผ่น้ำรักษาโรคไตไม่ได้ และทำให้ไตวายเร็วยิ่งขึ้น

หญ้าไผ่น้ำรักษาโรคไตไม่ได้ และทำให้ไตวายเร็วยิ่งขึ้น

หญ้าไผ่น้ำรักษาโรคไตไม่ได้ ซ้ำร้ายทำให้ไตวายเร็วยิ่งขึ้น

หญ้าไผ่น้ำรักษาโรคไตไม่ได้ ซ้ำร้ายทำให้ไตวายเร็วยิ่งขึ้น

หญ้าไผ่น้ำรักษาไตวายไม่ได้ และทำให้ไตทรุดลงอย่างรวดเร็วอีกด้วย

หญ้าไผ่น้ำรักษาไตวายไม่ได้ และทำให้ไตทรุดลงอย่างรวดเร็วอีกด้วย

หมอแมะ แนะนำยามากิน ตายคาบันได้ก็มีมาแล้ว

หมอแมะ สมุนไพรจีน นอกจากไม่รักษาโรคไตแล้ว ยังทำให้ตายคาที่ได้อีกด้วย

หมอแมะ สมุนไพรจีน นอกจากไม่รักษาโรคไตแล้ว ยังทำให้ตายคาที่ได้อีกด้วย

สมุนไพรจีน กินแล้วไตเรียบร้อยเลย

สมุนไพรจีนเป็นเรื่องหลอกลวง รักษาโรคไตให้หายไม่ได้นะ

สมุนไพรจีนเป็นเรื่องหลอกลวง รักษาโรคไตให้หายไม่ได้นะ

หลังจากได้อ่านประสบการณ์จริงของเพื่อนสมาชิกในเพจไตวายเรื้อรัง ที่ได้เปิดประเด็นให้แสดงความคิดเห็นและเล่าประสบการณ์กันแล้ว ทำให้รู้และเข้าใจเลยว่า ที่คุณหมอพยายามบอก พยายามเตือน พยายามห้าม ไม่ได้มาจากคิดมโนเอาเอง หรือหมอจะเสียผลประโยชน์จากที่คนไข้ของหมอหายจากโรค (หมอคงดีใจไชโยโห่ฮิ้วมากกว่าจะได้มีเวลาไปอยู่กับครอบครัวของตัวเองบ้าง) คุณหมอที่ดูแลเรื่องโรคไตเตือนเราจากประสบการณ์ที่คนไข้ของหมอสูญเสียไตไปเพราะสมุนไพรจริงๆ

อีกคำบอกเล่าเกี่ยวกับยาไตของหมอต้น ในเพจไตวายเรื้อรัง
https://www.facebook.com/groups/333067633401671/

คำถามยาไตของหมอต้นมาดูคำตอบนานาที่น่าสนใจกัน

ผลลัพธ์ของการกินยาไตหมอต้น

ผลลัพธ์ของการกินยาไตหมอต้น

Screenshot_20160712-110117 Screenshot_20160712-110240 Screenshot_20160712-110403 Screenshot_20160712-110442 Screenshot_20160712-110541

ถ้าบังเอิญเดินผ่านมาอ่านบทความนี้ แล้วยังเดินทางไม่ถึงจุดที่ต้องล้างไต … รักษาไตจากธรรมชาติที่พ่อแม่ให้มาให้ดีที่สุด คำแนะนำของบุคคลากรทางการแพทย์เชื่อถือได้ อย่าไปหลงเชื่อสิ่งที่ใครก็ไม่รู้กุเรื่องบอกต่อกันมา หรือเจตนาหลอกลวงขายของเลยนะ อย่าต้องเดินทางมาถึงจุดที่ต้องล้างไตแล้วได้แต่ร้องเสียดาย แต่เราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว…นะคะ

เป็นโรคไตผิวแห้งและคัน ทำยังไงดี?

คนที่เป็นโรคไตส่วนใหญ่จะต้องเจอกับปัญหาเรื่องคันผิวมากๆ จนรู้สึกทรมานเลย ยิ่งเกายิ่งคัน เกาแล้วเป็นแผลเสี่ยงติดเชื้ออีก ควรแก้ไขปัญหายังไงดี?
Things Mama do while PD

ง่ายๆ เลยค่ะ ไปหาหมอโรคผิวหนังค่ะ

หลายคนอาจจะร้องว่า หาหมออีกแล้ว

ไหนๆ ก็เป็นโรคไตแล้วทั้งที หนีก็ไม่หาย เพราะฉะนั้น แนะนำให้เรียนรู้โรค อยู่กับโรคอย่างมีความสุขให้ได้ หากตัดสินใจได้ดังนี้แล้ว เราต้องสร้างทีมด้วยตัวเราเอง เราต้องมองหาลูกทีมมาช่วยเราค่ะ นอกจากเราจะมีหมอโรคไต พยาบาลโรคไต นักโภชนาการโรคไตแล้ว (ของคุณแม่ยังมีหมอโรคเบาหวาน หมอดูแลเท้าเบาหวาน หมอโรคหัวใจ หมอผ่าตัด หมอกระดูกอีกด้วย ทีมเราแกร่งมาก) อีกลูกทีมสำคัญ หมอโรคผิวหนังค่ะ

คือ คุณแม่คันมาก คันจนทรมาน ผู้ป่วยรู้สึกไม่สบายตัวแบบนี้ ผู้ดูแลเครียดค่ะ หาผู้ช่วยที่มีความรู้ ความชำนาญ เป็นผู้เชี่ยวชาญดีที่สุด (เพราะลองซื้อสารพัดโลชั่น ลองหาทางแก้ไขแล้ว ไม่ดีขึ้นเลย)

เพราะ คุณหมอโรคไตบอกว่า ก่อนฟอกไต หากค่าของเสียยังสูง จะมีผลทำให้ผิวคันได้  แต่ถ้าฟอกไตแล้วค่าฟอสฟอรัสสูง ก็ยังทำให้ผิวคันมากอยู่ การฟอกไต การให้ยากินเพื่อลดค่าฟอสเฟต เป็นวิธีที่คุณหมอโรคไตรักษาเราอย่างเต็มที่

นัก โภชนาการโรคไต จะแนะนำให้เรารู้จักกับอาหารที่มีค่าฟอสเฟตที่เราควรหลีกเลี่ยง เช่น ไข่แดง นม อาหารประเภทเบเกอรี่ ที่มีส่วนผสมของไข่ นม เนย เบกกิ้งโซดา เบกกิ้งพาวเดอร์เป็นส่วนผสม รวมทั้งอาหารประเภทธัญพืชเช่น ถั่วเหลือง ถั่วแดง ถั่วลิสง ถั่วอัลมอนด์ งา ลูกเดือย คำแนะนำเรื่องอาหารเป็นเรื่องที่เราทำเพื่อช่วยตัวเราเองได้ทุกวัน

ปฎิ บัติตามคำแนะนำของลูกทีมสำคัญทั้ง 2 แล้ว แต่ก็ยังคันอยู่ เหตุผลในการไปหาลูกทีมที่มีความเชี่ยวชาญเพิ่ม เป็นเรื่องที่ดีงาม ถูกต้อง และเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง

คุณหมอโรคผิวหนังจะถามโรค และ ถามการใช้ชีวิตประจำวัน

เนื่อง จากคุณแม่อยู่ในวัย 80 งานที่ทำมีเพียงทำงานบ้านเบาๆ เพียง ปัด กวาด เช็ด ถู และทำอาหารให้ลูก หลานกินเท่านั้น เวลาที่เหลือก็ออกกำลังกายเบาๆ แกว่งแขน ปั่นจักรยาน ยกน้ำหนักด้วยการอุ้มหลาน เดินไป เดินมา

คุณหมอซักถามรายละเอียดถีงวิธีการทำความสะอาดร่างกาย

การ เป็นเบาหวานมานานกว่า 30 ปี ระบบการเผาผลาญและการขับเหงื่อจึงไม่ค่อยดี ในแต่ละวันจึงไม่มีเหงือ และกิจกรรมเบาๆ ของสาววัย 80 ก็ไม่ได้ทำให้มีเหงือ…. คุณหมอจึงขอให้งดการฟอกสบู่ เพราะผิวหนังและชั้นใต้ผิวหนังจะเปลี่ยนแปลงเป็น ความแห้ง ความเหี่ยวย่น ไม่มีความยืดหยุ่น แบบที่สาววัยอื่นไม่มี จึงจำเป็นต้องรักษาความชุ่มชื่นที่เหลืออยู่ไม่มากนั้นเอาไว้ด้วยการไม่ฟอก สบู่ เพราะการฟอกสบู่คือ การชะล้างไขมันที่อยู่บนผิวออกไป ยิ่งมีโรคไตเป็นปัจจัยเสริมนอกเหนือไปจากโรคเบาหวาน และอายุ  คุณหมอจึงขอให้ทำความสะอาดร่างกายด้วยการอาบน้ำ เช็ดตัวด้วยน้ำเปล่าเท่านั้น

เรื่อง ที่สองที่คุณหมอให้คำแนะนำคือ หมั่นทาโลชั่นเสมอ คุณแม่โอดโอยทันที ถูกงดฟอกสบู่ แล้วยังต้องทาโลชั่นอีก เพราะคุณแม่เป็นผู้หญิงรักความสะอากที่ไม่ชอบความเหนอะหนะของครีมทุกชนิดมา แต่ไหนแต่ไร คุณหมอบอกว่าคุณหมอให้คำแนะนำ และบอกวิธีการรักษาให้หายได้ มีคนมารักษากับหมอแล้วทำตามอาการดีขึ้นทุกราย คนที่ไม่ทำตาม ก็ยังคงทรมานกับความคันต่อไป คุณหมอรักษาได้ แต่คนดูแลต้องเป็นตัวผู้ป่วยเอง หากเราจะเป็นทีมเดียวกัน เราต่างต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ได้ ให้ดี

และก่อนจากกันคุณหมอได้ ให้ครีมสำหรับทาเพื่อลดอาการคันมาด้วย คุณหมอบอกว่าเป็นครีมสเตียรอยด์ให้ใช้เฉพาะยามที่คันมากๆ เท่านั้น เพราะยามีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือช่วยลดอาการคันได้ แต่ก็มีข้อเสียหากใช้ในปริมาณที่มากเกินไป มากเกินความจำเป็น จะทำให้ผิวมีปัญหาตามมาได้

ได้ใช้ครีมยาสเตียรอยด์ที่คุณหมอให้ใน ช่วงแรกเพื่อลดอาการคันเท่านั้น นอกนั้นก็ปฎิบัติตามคำแนะนำของลูกทีมอย่างครบครัน ล้างไตทุกวันเพื่อให้ของเสียออก หลีกเลี่ยงอาหารที่มีฟอสฟอรัส กินยาลดฟอสเฟตที่คุณหมอให้มาเป็นการแก้ปัญหาอาการคันจากภายใน ส่วนภายนอกนั้นก็งดการฟอกสบู่ ทาครีมทุกเช้าเย็น ทายาแก้คันเมื่อรู้สึกคน และออกกำลังกาย(แม้จะทำการล้างไตอยู่ก็ทำได้)ทุกวันเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

ปล.เขียนเล่ารู้สึกว่าเป็นเรื่องง่ายใช่ไหมคะ?  แต่กว่าจะผ่านเหตุการณ์มาเล่ายอมรับว่าไม่ง่ายเลย ไม่ใช่เราคนเดียวที่อยู่กับโรคนี้ด้วยความยากลำบาก ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ ต้องเดินมาบนเส้นทางนี้แล้ว อยู่กันให้ดี อยู่กันให้สนุกให้ได้ เพราะเครียดเกินไป กังวลเกินไป ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นได้เลย เรียนรู้ไปกับโรค มีชีวิตอยู่กับโรคด้วยรอยยิ้มนะคะ

แบ่งปันประสบการณ์ : โรคไตกับการกินยาสมุนไพร

ตั้งแต่คุณแม่ของลักข์ล้างไตมา 3 ปีกว่า ลักข์ยังไม่เคยลองให้กินยาสมุนไพรเลย เพราะในช่วงระยะเวลาก่อนล้างไตได้หาข้อมูลเกี่ยวกับโรคไต ทำให้รู้ว่าพืชผักสมุนไพรใบสีเขียวทั้งหลาย มีวิตามินเกลือแร่อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งสำหรับคนที่เป็นโรคไตวายเรื้อรังแล้วต้องระวังปริมาณในการกิน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การถูกนำมาแปรรูปให้กลายเป็นน้ำผักสมุนไพร …รับรองว่าส่งผลร้ายต่อคนที่เป็นโรคไตแน่นอน

ลักข์ขอขอบคุณ คุณ RungWa ที่ได้เขียนบอกเล่าประสบการณ์ในการรักษาโรคไตระยะสุดท้ายด้วยการกินยาสมุนไพรไว้ในบอร์ดสนทนาของเวปไซต์ชมรมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทยไว้ด้วยนะคะ อ่านแล้วเข้าใจความรู้สึกเลยค่ะ เพราะถึงแม้ลักข์จะยังไม่เคยให้คุณแม่ลองทานน้ำสมุนไพรที่หลอกขาย แต่ลักข์ก็เคยถูกหลอก ให้คุณแม่ทดลองอาหารเสริมด้วยความรักและปรารถนาดี แต่กลับเป็นการทำร้ายคุณแม่ทางอ้อม เพราะคุณแม่เกิดผื่นขึ้นเต็มหน้าเลย ( https://luckareerat.wordpress.com/2013/10/15/what-ive-learnt-about-capd/)

บทเรียนจากการกินยาสมุนไพร

น้องเป็นไตวายเรื้อรังได้3-4เดือนแล้ว ด้วยความที่แพทย์แผนปัจจุบันไม่มีทางรักษาหาย
เราจึงหาวิธีทุกทางที่เขาว่าดี โรคไตรักษาหายมาแล้ว จากญาติบ้าง จากเพื่อนบ้าง
จนกระทั่งล่าสุดพาน้องไปหาหมอสมุนไพรไทย(มีความน่าเชื่อถือสูง ออกทีวีชื่อดัง ได้เคยรางวัลระดับนานาชาติ)
กินยาไปได้สัปดาห์กว่าๆ ปรากฏว่า ตอนนี้น้องตัวดำปากดำ เลือดข้นมากจนไม่สามารถเจาะเลือดออกมาตรวจได้
ตัวบวมมากขึ้น ผลเลือดออกมาแย่กว่าก่อนกินยาสมุนไพรซักอีก รู้สึกสำนึกผิดมากๆ ความหวังดีของเราทำร้ายคนที่เรารัก
มันเจ็บปวดจริงๆ จึงอยากจะเล่าเรื่องนี้ให้เป็นบทเรียนกับเพื่อนๆที่เป็นโรคไตเหมือนกัน จะได้ไม่เป็นเหมือนกับน้องเรา

ปล. น้องมีฟอสฟอรัสสูงขึ้นอย่างเห็นไดัชัด ตอนนี้ให้น้องเลิกกินยาสมุนไพรแล้ว ถ้าฟอกไตไปเรื่อยๆ
น้องจะมีอาการดีขึ้นไหมคะ แล้วจะผิวขาวขึ้นไหมคะ ตอนนี้น้องผิวดำจนน่าตกใจเลยค่ะ
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ผิวขาว ปากแดง หน้าตาสดชื่น รู้สึกเป็นห่วงน้องมากเลยค่ะ

Admin ตอบ ก็อาจกลับมาขาวได้ครับ ฟอกไปเรื่อย ๆ ฉีดยาเพิ่มเลือดทานยาธาตุเหล็กจนความเข้มข้นเลือดขึ้น ผิวก็จะขาวขึ้น ฉีดวิตามิซีช่วยด้วยก็จะขาวขึ้นได้ครับ

คัดลอกมาจาก http://www.thaikidneyclub.org/home/index.php?option=com_kunena&Itemid=27&func=view&catid=4&id=5539

เชื่อเถอะนะคะว่า ถึงแม้คุณหมอที่รักษาเราจะบอกความจริงที่ฟังดูโหดร้ายว่าโรคไตวายระยะสุดท้ายไม่มีทางรักษาให้หายขาด แต่คุณหมอก็มีวิธีรักษาที่ปลอดภัยกับชีวิตเราได้นะคะ

อย่าไปทดลองอาหารเสริมหรือสมุนไพรใดๆ เลย เพราะคนที่ได้รับผลเสียและต้องทนทุกข์ทรมานมากขึ้น ก็ตัวเราเองหรือคนที่เรารักและห่วงใยที่สุดนะคะ คนหลอกขายของเขาไม่รู้สึกไปกับเรา ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้นด้วย อย่าเสียเงินไปเพื่อซื้อความหวังที่สร้างความทุกข์ทรมานให้กับร่างกายเลยนะคะ เอาเวลาและเงินทองมาดูแลซื้ออาหารสด ปรุงใหม่ เพื่อบำรุงร่างกายตัวผู้ป่วยกันดีกว่า รับรองว่าคุ้มค่าทุกนาทีและทุกสตางค์ที่ใช้ไปเลยล่ะคะ

เป็นกำลังใจให้ทุกคนเสมอ เพราะรู้ดีว่าการเดินอยู่บนเส้นทางของการมีโรคเรื้อรังประจำตัวไม่ใช่เรื่องสนุกนัก แต่ก็ไม่ควรที่จะจมอยู่กับความทุกข์ให้มากเกินไปนะคะ

โลกที่เราอยู่เป็นโลกที่สวยงาม มองให้เห็นและมีชีวิตให้เป็นให้ได้นะคะ  🙂

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการล้างไตทางช่องท้องให้แม่

ครบ 3 ปีเต็มแล้วที่ลักข์ล้างไตทางช่องท้องให้คุณแม่เองที่บ้าน อยากบอกว่าดีใจมากมายที่ตัดสินใจเลือกวิธีนี้ รวมทั้งภูมิใจในตัวเองอย่างมากมายที่ได้ดูแลคุณแม่อย่างเต็มที่ตามที่ตั้งใจไว้

เหนื่อยมั้ย เหนื่อยมากกกกกกกกกเลยค่ะ แต่ก็คุ้มค่ามากกับการใช้เวลาทุกนาทีในการดูแลคุณแม่ … เราจะมีเวลาที่ได้อยู่ร่วมกันอีกนานแค่ไหนก็ไม่รู้  เนาะ

เอ .. แต่จะว่าไป ช่วงเวลาเกือบสองเดือนที่ต้องดูแลคุณแม่หลังจากที่คุณแม่หกล้มกระดูกสันหลังยุบต้องนอนพักอยู่บนเตียงซึ่งคุณแม่ช่วยเหลือตัวเองได้ไม่สะดวกนัก เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วการดูแลคุณแม่ที่ต้องล้างไตทางช่องท้องนั้น กลายเป็นเรื่องง่ายไปเลยทีเดียว 🙂

สิ่งมีค่าที่สุดอีกอย่างนอกเหนือไปจากเวลาที่ลักข์ได้ร่วมกับคุณแม่แล้ว ก็คือความรู้ 🙂 สิ่งที่ลักข์ได้เรียนรู้แม้จุดประสงค์หลักจะเป็นไปเพื่อดูแลรักษาคุณแม่ แต่สิ่งที่ลักข์ได้ตามมาก็คือ ลักข์ค้นพบวิธีที่ลักข์เคยวาดฝันเอาไว้ว่าอยากที่จะมีชีวิตและได้ใช้ชีวิตอยู่กับโรคเบาหวานอย่างมีความสุข อย่างคนที่มีสุขภาพที่ดี และห่างไกลจากโรคแทรกซ้อนของเบาหวานให้ไกลที่สุด ใช่แล้วค่ะ ความรู้ที่ได้ลักข์สามารถนำมาใช้เพื่อดูแลและป้องกันโรคให้กับตัวเองได้ 🙂

สิ่งที่ลักข์ได้เรียนรู้ตลอดช่วงระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมานี้คือ

1. อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาที่คุยโวแล้วเราต้องเสียเงินซื้อ อย่าหลงเชื่อความหวังดีที่ถูกส่งต่อกันมา อย่าหลงเชื่อความปรารถนาดีที่บอกต่อกันมา เพียงเพราะคำว่ามันเป็นพืช ผักสมุนไพร ธรรมชาติไม่มีอันตราย

เพราะนอกจากจะเคยลองสารพัดอาหารและสารพิษที่ใครต่อใครมาขายความหวังให้หายจากโรคเบาหวาน ซึ่งก็ไม่เห็นได้ผลสักอย่าง ตอนที่คุณแม่ล้างไตในช่วงแรก ก็ใช่ว่าจะไม่เคยลอง ผลที่ได้นอกจากจะบวมบ้าง ความดันสูงบ้าง แล้วโรคไตก็ยังไม่หาย การลองครั้งสุดท้ายของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจากธรรมชาติ แลกมาด้วยผื่นแพ้ขึ้นเต็มหน้า ต้องวิ่งพากันไปหาหมอที่รพ.ให้ช่วยรักษา เสียทั้งเงินทั้งเวลา แถมอาจจะเป็นการนำชีวิตไปเสี่ยงกับความตายอีกด้วย

ไม่ว่าใครหน้าไหนมาเรียกให้ทดลองอีก ก็จะตอบด้วยความมั่นใจว่า ขอให้คุณแม่ของลักข์ตายตามธรรมชาติของอายุขัย หรือของโรคเถิด อย่าหาวิธีเร่งให้คุณแม่ลักข์ตายด้วยวิธีอื่นเลย 🙂

Mama allergy face2. การดูแลรักษาโรคเรื้อรัง (เบาหวาน ความดัน ไต)  รวมทั้งการป้องกันโรคแทรกซ้อนที่มีสาเหตุจากโรคเรื้อรัง ตัวเราคือหมอที่ดีที่สุด

ลักข์ไม่รู้ว่าที่รพ.เอกชนรักษายังไง แต่ที่ลักข์เจอ(แต่ก็ใช้เวลากว่าจะเข้าใจ) อาจารย์หมอ (หมอที่รักษาด้วยและยังเป็นครูสอนหมออีกด้วย) บอกกับลักข์ว่า “ผมเป็นได้แค่โค้ช แนะนำได้ บอกวิธีได้ แต่คนที่จะเป็นหมอที่รักษาคนไข้ได้ดีที่สุดก็คือตัวคนไข้เอง เพราะเป็นคนเดียวที่ได้อยู่กับตัวเองตลอด 24 ชม.ต่อวัน 7 วันต่อสัปดาห์ ผมแนะนำได้ว่าควรจะกินยาอะไร ต้องควบคุมคู่ไปกับการออกกำลังกายและการกินอาหาร แต่ถ้าตัวคนไข้ซึ่งเป็นหมอดูแลตัวเองไม่ทำ การรักษาจะได้ผลดีได้อย่างไร”

Dr.Sompongse and Mama

เท่าที่ลักข์มีโอกาสได้รักษากับคุณหมอมาหลายท่าน คุณหมอจะไม่ได้รักษาแบบ one man show แต่มากันแบบยกทีมเลย  มีทั้งพยาบาล ทั้งนักโภชนาการการ เภสัชกร ให้ความรู้และคำแนะนำ รวมทั้งตอบคำถามที่เราสงสัยได้เสมอ และโดยส่วนตัวลักข์เอง หลังจากที่ผ่านอะไรมาเยอะบอกได้เลยว่า ทีมผู้ดูแลมีความจำเป็นกว่าหมอเสียอีกเพราะเราสามารถติดต่อสอบถามขอความรู้ได้สะดวก และติดต่อเจอง่ายกว่าหมอเสียอีก

ลักข์ยอมรับว่ากว่าลักข์จะตั้งตัวติด คิดได้ ก็ใช้เวลาพอสมควร 🙂

3. การจดบันทึกมีประโยชน์ต่อการรักษาของคุณหมอมาก และคนที่ได้รับผลประโยชน์สูงสุดจากการจดบันทึก คือตัวเราเอง

ตอนลักข์ดูแลตัวเองลักข์ใช้สมุดบันทึกอาหาร ค่าน้ำตาล และปริมาณอินสุลิน คุณหมอดูสมุดบันทึกแล้ว สามารถให้คำแนะนำเรื่องการเพิ่มลดอินสุลิน ช่วงเวลาที่ออกกำลังกายให้กับลักข์ได้ เมื่อเราสามารถเป็นหมอที่รักษาตัวเองได้ดี โค้ชก็สามารถให้คำแนะนำที่ส่งเสริมให้เรามีสุขภาพที่แข็งแรงยิ่งขึ้นได้

แต่สำหรับการดูแลคุณแม่ ลักข์จดบันทึกทุกอย่างเลย เพราะการบันทึกค่าน้ำตาลมีประโยชน์สำหรับการรักษาของคุณหมอที่รักษาเบาหวาน การบันทึกค่าความดันมีประโยชน์สำหรับการรักษาของคุณหมอที่รักษาโรคหัวใจและโรคไต การบันทึกการไปหาหมอ การรักษาของคุณหมอ มีประโยชน์เวลาไปหาหมอตามนัดครั้งต่อไป

จดตามความจริงที่ทำ และที่เกิดขึ้น ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องอายนะคะ การซื่อสัตย์กับตัวเองเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณหมอหาวิธีดูแลรักษาเราให้ดีขึ้นได้จริงๆ ข้อมูลผิด การรักษาพลาดนะคะ ชีวิตเราวิบัติด้วยตัวเราเองเลยนะคะ

mama b/p record 4. การล้างไตทางหน้าท้องไม่ให้ติดเชื้อ (ตลอด 3 ปีเต็มไม่เคยติดเชื้อเลย) คือ การรักษาความสะอาด ตามที่ทีมพยาบาลแนะนำ

หลังจากที่ลักข์ตัดสินใจเลือกวิธีการล้างไตทางช่องให้คุณแม่ ญาติสนิทมิตรสหายล้วนเตือนด้วยความปรารถนาดีว่า การล้างไตทางช่องท้องโอกาสติดเชื้อสูงทำให้โอกาสตายสูงตามไปด้วย ลักข์เข้าใจความหวังดี แต่ลักข์มีเป้าหมายไว้ในใจแล้วว่า คุณแม่ต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดี และต้องมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข ช่วยเหลือตัวเองได้ แม้จะต้องล้างไต การล้างไตทางช่องท้องคือคำตอบ

ส่วนความห่วงใย ความปรารถนาดีของคนทั้งหลายนั้น ลักข์เอาไปตั้งเป็นคำถามกับทีมพยาบาลว่า เป็นไปได้หรือเปล่าที่จะไม่ให้เกิดการติดเชื้อ เป็นไปได้แต่.. มีเงื่อนไขคือ ทั้งคนไข้และคนดูแลต้องดูแลรักษาความสะอาดตามที่พยาบาลแนะนำ เพราะวิธีที่พยาบาลแนะนำเป็นวิธีที่ผ่านการทดลอง ผ่านการทดสอบ ค้นคว้า และปฏิบัติมาแล้วว่าเป็นวิธีที่ได้ผลจริง  จึงเอามาสอน ไม่ใช่นั่งเทียนคิดเอา มโนเอาเอง

Dr.Nalinee and Mama5. หลักสำคัญในการกินอาหาร กินให้ครบทุกหมวดหมู่ตามหลักโภชนาการ + เลือกกินอาหารอายุสั้นเสมอ เพราะจะทำให้เราอายุยาวและผิวสวยสดใสอ่อนกว่าวัยตลอดทุกช่วงอายุ (อาหารอายุสั้นคือ อาหารสด อาหารอายุยาว คือ อาหารที่ผ่านการถนอมอาหารด้วยกระบวนการต่างๆ ทำให้เก็บไว้ได้นาน)

Food Pyramid
6. สุขภาพดี ไม่มีขายสำเร็จรูป และไม่มีทางที่ร่างกายจะดีขึ้นได้ภายในไม่กี่วัน ทั้งดีท็อกซ์ น้ำด่าง ล้างพิษตับ คุณหมอล้วนออกมายืนยันแล้วว่าหลอกลวงทั้งนั้น

เคล็ดไม่ลับของคนสุขภาพดีคือ ตนเป็นที่พึ่งของตนเท่านั้น การที่รู้จักเลือกกินอาหารที่ดี มีประโยชน์ต่อสุขภาพ การพักผ่อนอย่างเพียงพอ และการออกกำลังกายล้วนเป็นสิ่งสำคัญจำเป็นที่ต้องทำด้วยตัวเองเพื่อให้ตัวเองมีสุขภาพที่ดี

Mama at Lumpini Park
ผลลัพธ์ที่ลักข์ได้ตัดสินใจพาคุณแม่ออกมาจากห้องไอซียูเมื่อเมื่อเกือบ 4 ปีที่แล้ว และดูแลการล้างไตทางช่องท้องให้คุณแม่เองที่บ้านมาได้ 3 ปีเต็ม ลักข์ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่มีค่าและเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดเสมอ ที่ได้ทำหน้าที่ของลูก .. ที่รักแม่ 🙂

เป็นกำลังใจให้กับทุกๆ คนที่ต้องเดินทางมาถึงจุดของการล้างไตนะคะ อาจจะต้องผ่านช่วงเวลาของความโศกเศร้าเสียใจ และปัญหามากมายกันบ้าง แต่ทุกอย่างจะผ่านไปได้ค่ะ รักษาใจตัวเองให้ดีและท่องคาถาไว้เสมอว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะของคนไข้หรือผู้ดูแลนะคะ 😉

ถามมา ตอบไป คุยกันเรื่องโรคไตวาย (1)

ได้รับจดหมายไฟฟ้ามาสอบถามเกี่ยวกับเรื่องโรคไต เขียนตอบกันไปมาหลายวัน เมื่อได้รับจดหมายฉบับสุดท้ายที่เขียนมาขอบคุณ แสดงว่าที่ตอบไปน่าจะมีประโยชน์อยู่บ้าง อย่ากระนั้นเลย เอามาลงบล็อคดีกว่า เผื่อใครมีคำถามเดียวกัน จะได้ไม่ต้องเขียนตอบคำถามที่ซ้ำกันอีก ฮี่ ฮี่

คำถาม : วันนี้ตัดสินใจวางท่อเพื่อล้างไตทางหน้าท้องแล้ว อยากจะรู้ว่าควรเริ่มดูแลคุณพ่ออย่างไร อาหารที่จะทำไม่ให้ท่านเบื่อ เพราะเห็นคุณหมอบอกว่าผักใบเขียวห้าม ผลไม้ห้าม

ลักข์ตอบ : เรื่องสำคัญคือ ต้องดูว่าผลเลือดเป็นอย่างไร (เมื่อก่อนก็ไม่รู้ค่ะ ใช้วิธีถามหมอเอาดื้อๆ เลยว่าคุณหมอรู้ได้อย่างไร หมอดูค่าตัวไหน) การที่รู้ค่าและเข้าใจความหมายจะช่วยได้มากในการปรับเรื่องโภชนาการ

อย่างเช่น ค่า K หรือค่าโปแตสเซียม ถ้าค่าเกิน  ก็จะต้องงดกินผักใบเขียวอย่างจริงจัง เพราะค่าตัวนี้มีผลกับหัวใจ แต่เมื่อล้างไตทางหน้าท้องไปแล้ว ค่าตัวนี้ดีขึ้นก็ทานผักได้มากขึ้นค่ะ

ส่วนผลไม้ ก็มีผลเกี่ยวกับค่าโปแตสเซียมด้วยเช่นกัน และมีผลต่อน้ำตาลด้วย ต้องดูคู่กัน

ทั้งผักและผลไม้กินได้บ้าง ต้องเลือกที่มีค่าโปแตสเซียมน้อยๆ ไว้ก่อนค่ะ ส่วนใหญ่จะเป็นผักสีอ่อนค่ะ

การเลือกทานผักผลไม้ จะอิงกับผลเลือดค่ะ ถ้าหมอห้ามตอนนี้ อาจจะเพราะค่า K สูงจนหมอไม่อยากให้เกิดอันตราย แต่ถ้าล้างไตแล้วค่าดีขึ้นก็ทานได้บ้างค่ะ

ส่วนเรื่องเบื่ออาหารนั้น ต้องอยู่ที่กำลังใจเป็นสำคัญค่ะ เพราะว่าอาหารสำหรับคนเป็นโรคไต คือ จืดค่ะ แล้วโดยเฉพาะที่ล้างทางหน้าท้อง เมนูหลักคือไข่เลยค่ะ เพราะการล้างทางหน้าท้องจะสูญเสียโปรตีนเยอะ ต้องกินให้พอ ซึ่งโปรตีนที่ดีที่สุด มีของเสียตกค้างน้อยที่สุด ก็คือ ไข่ ค่ะ ถ้าไขมันไม่สูง ค่าฟอสฟอรัสไม่สูง ก็ยังพอกินไข่แดงได้บ้าง ถ้าไม่เช่นนั้นก็ไข่ขาวล้วนๆ เลยค่ะ การทำอาหารสดๆ ปรุงร้อนๆ ช่วยได้มากค่ะ

อย่างตอนนี้ค่าทุกตัวของคุณแม่ลักข์อยู่ในเกณฑ์ปกติหมด ยกเว้น albumin ซึ่งคือ ค่าโปรตีน ขนาดให้กินไข่วันละ 10 ฟองก็ยังน้อยเกินไปเลยค่ะ แต่จะให้ทานมากกว่านี้ก็ได้เป็นบางมื้อบางวันเท่านั้นค่ะ (ไม่งั้นอาเจียนแน่ๆ แม่บอกค่ะ)

เรื่องเบื่อ ต้องถามใจคุณพ่อ และคุณเป็นสำคัญ ถ้าทำใจยอมรับกับวิถีชีวิตใหม่ที่นับต่อจากนี้จะต้องเปลี่ยนไปได้ ชีวิตก็ไม่มีอะไรน่าเบื่อ เพราะจะมีเรื่องใหม่ๆ เกี่ยวกับโรคไตให้เรียนรู้เสมอๆ ค่ะ ค่อยๆ ปรับตัวปรับใจ เมื่อยอมรับได้ ทุกอย่างก็จะดีขึ้นค่ะ

คำถาม : อยากจะถามว่าถ้ากลับบ้าน ห้องที่ใช้ สำหรับล้างไต ต้องมีลักษณะอย่างไร และคำแนะนำเบื้องต้น

ลักข์ตอบ : ทางรพ.แนะนำเรื่องห้องอย่างไร หลักการใหญ่ตามที่ได้รับการแนะนำค่ะ
สำหรับลักข์เองก็ไม่ได้สร้างห้องใหม่ ใช้ห้องที่มีอยู่ แต่จัดระเบียบใหม่ ให้สะอาดและให้ง่ายต่อการทำความสะอาดทุกวันค่ะ

สำหรับการล้างไตทางหน้าท้อง เรื่องที่สำคัญตั้งแต่วันแรกและทุกๆ วัน คือ ความสะอาด สถานที่สะอาด คนสะอาด อุปกรณ์สะอาด ค่ะ

ส่วนเรื่องความคล่องแคล่วในการต่อสายนั้น ต้องใช้เวลาสักพักค่ะ

คำถาม : ช่วงนี้กำลังปรับห้องใหม่อยู่ค่ะ  แต่ยังเป็นห่วงเรี่อง อาหาร การกินน่ะค่ะ เพราะหมอบอกว่า กินอะไรไม่ได้นอกจากข้าว กับ ปลา เท่านั้น แล้วแบบนี้ พ่อจะมีแรงทำอะไรไหวคะ ของคุณแม่คุณลักข์ไม่เห็นเหมือนกันเลย

และต้องล้างไปตลอดชีวิต ต่อจากนี้ไปจะอย่างไร ท่านจะอยู่กับเราไปได้อีกนานเท่าไร ตอนนี้ รู้สึกท้อมากเลยค่ะ

ลักข์ตอบ : อย่าคิดกังวลเกินไป

อย่าบั่นทอนตัวเองว่าทำไมชีวิตไม่เหมือนคนอื่น เพราะไม่มีใครในโลกนี้ที่มีชีวิตเหมือนกันเลย ไม่มีประโยชน์ที่จะคิด และจะเปรียบเทียบ

วิธีเรียนลัดเรื่องอาหารที่เคยทำคือ หมอให้แม่กินอะไร ลักข์กินด้วย ในช่วงแรก ยากมากกับรสชาติจืดสนิท แต่ผ่านมาปีแล้ว ชินกับรสธรรมชาติแล้ว และลักข์เองก็มีพัฒนาการในการทำอาหารเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมด้วย

ยอมรับว่าชีวิตช่วงแรก ลำบากในการปรับตัวมากๆ มากจริงๆ เพราะต้องเผชิญกับความไม่รู้ทุกๆ เรื่อง พร้อมๆ กัน ในขณะที่ยังต้องดำเนินชีวิตทุกอย่างต่อไปตามปกติ  แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็จะดีขึ้นค่ะ

ชีวิตในช่วงแรกต้องเคร่งครัดมาก เพราะเมื่อเดินทางมาถึงการฟอกไต หมายความว่า เลือด มีของเสียเยอะเพราะไตหมดสภาพที่จะขับออกแล้ว การล้างไตช่วยได้ แต่ต้องช่วยตัวเองด้วยการไม่เอาของเสียเข้าไปด้วย

เรื่องไม่มีแรง ก็คงต้องใช้เวลา ตอนนี้ต้องมีกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ก่อน เมื่อปรับตัวได้ชีวิตเข้าที่ ก็จะดีขึ้น

ออกกำลังกายเบาๆ ทุกวัน เป็นสิ่งจำเป็น

การมีชีวิตอยู่กับการล้างไตทุกวัน เป็นเรื่องที่ต้องทำใจ เพราะเป็นทางเลือกสำหรับการมีชีวิต

การฝืนนิสัยเดิมของตัวเอง ฝึกนิสัยการกินใหม่ เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน
ส่วนเรื่องการมีชีวิตอยู่ได้ยืนยาวแค่ไหน ลักข์เองก็ไม่รู้ว่าแม่จะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน ลักข์รู้แต่ว่าวันนี้เขายังมีชีวิตอยู่ ลักข์ก็ดูแลให้ดีที่สุด วันที่แม่ไม่อยู่ ลักข์ไม่อยากร้องไห้ว่าถ้ารู้อย่างนี้จะดูแลเขาให้ดีกว่านี้ ถ้าแม่จะมีชีวิตอยู่แค่วันนี้ วันนี้ก็ทำเต็มที่ ถ้าแม่จะมีชีวิตอยู่ไปอีก 20 ปี ลักข์ก็เต็มที่ทุกวันไปอีก 20 ปี ถึงเเวลาวันไหนก็วันนั้น

ในเเมื่อไม่รู้วันตายของแม่จนกว่าวันนั้นจะมาถึง ลักข์จึงทำวันนี้ให้ดีที่สุด เพราะเมื่อวันตายของแม่ ลักข์ต้องการตอบตัวเองให้ได้ว่า ลักข์ทำดีที่สุดและสุดกำลังแล้ว จะเสียใจต่อการจากไปเพราะรักและคิดถึง แต่ไม่ต้องการที่จะเสียใจเพราะความรู้สึกผิดว่ายังดูแลแม่ไม่เต็มที่ค่ะ

อย่าคิดเรื่องที่ทำให้ท้อเลยนะคะ การเรียนรู้เรื่องใหม่ คือ โรคไต มันยากจนแทบจะท้ออยู่แล้ว หากฟุ้งซ่านอีก กำลังใจของคุณจะหมดเอานะคะ

จดหมายไฟฟ้าฉบับสุดท้าย ถูกส่งมาแบบไม่มีคำถามแล้ว แต่มีคำขอบคุณ ดีใจจัง ^^

อ้อ! การดูแลผู้ป่วยโรคไต ต้องดูแลกันเป็นทีมนะคะ หมอรักษาโรคได้ จ่ายยาให้เราได้ แต่เรื่องอาหาร อยากแนะนำให้ติดต่อนักโภชนาการนะคะ แม่นเป๊ะ แม่นเป๊ะ คำนวณให้เราได้ว่าควรจะกินอาหารต่อวันเท่าไหร่ อะไรบ้าง ถ้าคำนวณมาเป็นกิโลแคลอรี่ ให้นักโภชนาการแปลงมาเป็นไข่กี่ฟอง เนื่อปลากี่ช้อนได้เลย (นักโภชนาการแปลงค่าเป็น แต่มักจะไม่สื่อสารออกมาเป็นภาษาการใช้งานเพราะเคยชินกับภาษาวิชาการ เราต้องถาม ไม่เช่นนั้นเราก็ไม่สามารถปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง) อย่างทำความสะอาดแผล ต้องพยาบาล เทคนิควิธีการเยอะและเริ่ดกว่าหมออีก ไหนๆ จะเรียนรู้แล้วเอาให้สุดๆ กันไปเลยนะคะ ^^ (แต่จะใ้ห้ดี เอาที่พอดี พอเหมาะกับจังหวะชีวิตตัวเองนะคะ จังหวะชีวิตลักข์เกินคนปกติไปมากอยู่เหมือนกัน ^^”)

การเตรียมตัว เตรียมใจสำหรับการล้างไต

สำหรับผู้ป่วยโรคไต และญาติเมื่อได้ยินคุณหมอบอกว่า”ต้องล้างไต” คำๆ นี้เป็นคำที่น่ากลัวมากทีเดียว เพราะนอกจากความตกใจแล้ว ความกลัวในเรื่องต่างๆ ก็พร้อมใจกันวิ่งเข้ามาสู่ในห้วงความคิด เช่น กลัวที่จะต้องเผชิญเกี่ยวกับสิ่งที่ได้ยินมาในเรื่องการล้างไตทั้งการติดเชื้อ ทั้งความทุกข์ทรมานที่จะได้รับ ทั้งโอกาสที่จะมีชีวิตรอด ที่สำคัญกลัวความจริงที่ว่า เมื่อล้างไตแล้วต้องล้างไปตลอดชีวิต ฯลฯ

ถ้าหากชีวิตใคร ยังไม่ได้เดินมาถึงการเป็นโรคไตระยะสุดท้าย ขอให้ดูแลรักษาสุขภาพให้ดี หากเป็นเบาหวานต้องดูแลระดับน้ำตาล อย่าให้เส้นเลือดฝอยถูกทำลายเพราะควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ หากเป็นโรคความดันสูงต้องกินยาตามหมอสั่งสม่ำเสมอ หากมีภาวะไตเสื่อมอะไรที่หมอเตือนหมอห้ามต้องทำตามอย่างเคร่งครัด มิฉะนั้นเมื่อถึงวันที่ไตไม่สามารถทำงานได้ ก็ย้อนเวลากลับไปไม่ได้อีกแล้ว

ถ้าหากชีวิตใคร เดินทางมาถึงการเป็นโรคไตระยะสุดท้าย และต้องทำการล้างไตแล้ว ถ้าเป็นไปได้ อยากแนะนำให้ตัดสินใจให้เร็วที่สุด ในขณะที่ไตยังเหลือการทำงานได้อยู่

ลักข์ให้คูณแม่ล้างไตเมื่อไตยังเหลืออยู่ 10% และยังไม่เกิดอาการรุนแรงอะไร ทันทีที่ได้รับฟังเหตุผลของคุณหมอว่าการล้างไตทางหน้าท้องสามารถรักษาสภาพไตที่ยังเหลืออยู่ไว้ได้ ไตที่ยังทำหน้าที่ได้จะทำให้ผู้ป่วยมีปัสสาวะอยู่ ซึ่งปัสสาวะคือการขับของเสียตามธรรมชาติ ซึ่งไม่มีวิธีการบำบัดทดแทนไตวิธีไหนทำหน้าที่นี้ได้ การที่ยังสามารถรักษาไตไว้ได้บางส่วนเพื่อให้ปัสสาวะเองจึงมีค่ามาก  (แต่ก็เข้าใจว่าการตัดสินใจในเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ทำให้คนส่วนใหญ่จะรอจนถึงนาทีสุดท้าย ที่ชีวิตอยู่ในขั้นวิกฤตแล้ว ซึ่งการทำงานของไตอาจจะเหลือไม่ถึง 1%)

หลักการเตรียมตัวเตรียมใจเพื่อทำการล้างไตสำหรับลักข์เอง คือ

1. ต้องคิดบวกให้เป็น หยุดโทษตัวเองให้ได้

การโทษตัวเองว่าถ้าีรู้อย่างนี้จะดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้ ถ้ารู้อย่างนี้จะใส่ใจคนที่ตัวเองรักมากกว่านี้ ไม่มีประโยชน์อะไรจริงๆ และยังเป็นเรื่องคอยบั่นทอนกำลังใจตัวเองในยามเครียดด้วย ซึ่งผลสุดท้ายก็ไม่สามารถช่วยทำอะไรให้ดีขึ้นได้แม้แต่นิดเดียว

สิ่งที่ทำได้ คือ นำประสบการณ์ความผิดพลาดในอดีต ที่ไม่ได้ใส่ใจดูแลตัวเอง ไม่ได้ใส่ใจคนที่เรารัก ไม่เคยทำความรู้จักเรียนรู้เกี่ยวกับโรคที่เป็น มาเป็นบทเรียนเพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเอง ซึ่งเมื่อเปลี่ยนตัวเองได้แล้วทุกๆ วันของการมีชีวิตอยู่กับการล้างไตก็จะมีความสุขได้ เพราะเราได้ตัดสินใจทำให้ดีที่สุด ณ วันที่มีโอกาสอีกครั้ง

2. หาความรู้ และ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไตให้มากที่สุด

อย่าหยุดแค่การดูแลการล้างไต เพราะเมื่อเราเข้าใจสิ่งมีชีวิตในร่างกายของเราที่เรียกว่าไตแล้ว เราก็จะดูแลไตและร่างกายได้ดีกว่าอดีต และเข้าใจถึงสิ่งที่คุณหมอพูดมากขึ้นถึงวิธีการรักษา เข้าใจเหตุผลของนักโภชนาการมากขึ้น ถึงอาหารที่ถูกห้ามและรสธรรมชาติที่ต้องกิน เข้าใจในสิ่งที่พยาบาลย้ำสอนเรื่องความสะอาดว่าทั้งหมดที่สอน เตือน ย้ำ ก็เพื่อให้ผู้ป่วยที่ต้องมีชีวิตอยู่กับการล้างไต มีคุณภาพดีที่สุดเท่าที่จะมีได้

กว่าที่จะเป็นโรคไตมาจนถึงระยะสุดท้าย ไม่ใช่เรื่องง่ายต้องใช้ระยะเวลาหลายปี อาจจะหลายสิบปี เพราะความไม่รู้ของเรา ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่ไตต้องการให้เราดูแลด้วยความรู้ ก็ทำให้ดีที่สุด เพื่ออวัยวะที่เรียกว่าไต ที่อยู่ภายในร่างกายของเราเองหรือของคนที่เเรารัก

3. เรื่องอาหารเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับคนที่เป็นโรคไต ถ้าไม่แน่ใจว่าอาหารอะไรกินได้บ้าง หรือไม่ได้บ้าง ให้ยึดหลัก  “อาหารอายุยาว กินแล้วอายุสั้น อาหารอายุสั้น กินแล้วอายุยาว”

การถนอมอาหารตามธรรมชาติ ด้วยวิธีทำให้หวานจัด เค็มจัด ส่งผลให้ตับอ่อนและไตทำงานหนัก

การถนอมอาหารทางวิทยาศาสตร์ คือ การใช้สารเคมี ตับและไตของเรารับไปเต็มๆ

ผลิตภัณฑ์อาหารที่ระบุว่า 100% ที่เชื่อกันว่าเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพเพื่อคนที่คุณรักและห่วงใย ไม่ว่าจะเป็นน้ำผัก ผลไม้ สารสกัดสมุนไพร เม็ดผัก เม็ดธัญพืช รังนก หรือซุปไก่นั้น มีกระบวนการถนอมอาหารทางวิทยาศาตร์ ใส่สารเคมี สารสังเคราะห์ ที่กินเข้าไปแล้วไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ยังจะเป็นอันตรายสำหรับคนเป็นโรคไตได้ โดยสามารถทำให้เกิดผลข้างเคียงในระดับรุนแรงต่อร่างกายได้ เพราะโฆษณาไม่เคยบอกความจริงว่า สารเคมีที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ ทำร้ายคนที่คุณรัก และตัวคุณเองที่เป็นโรคไตอย่างรุนแรงและอันตรายได้

อาหารเค็มยังเป็นสิ่งต้องห้ามเสมอ ถึงแม้ว่าจะล้างไตแล้วก็ตาม หากกินเค็มจนเกินที่การล้างไตจะขับออกมาได้ อาการบวมน้ำ จนถึงขั้นน้ำท่วมปอดก็จะตามมา

เน้นอาหารสด ปรุงสุก สะอาดเสมอ และไข่คือเมนูหลักของทุกวัน (แต่ไม่จำเเป็นต้องทุกมื้อ) ขึ้นอยู่กับผลเลือดที่ได้ว่าต้องกินในปริมาณมากขนาดไหน นักโภชนาการให้คำแนะนำได้

4.  โรคไตเป็นหนึ่งในโรคเรื้อรัง การดูแลใส่ใจต้องทำทุกวัน

อย่าดูแลโรคไตวันนี้เป็นอย่างดีที่สุด เพราะความตกใจกลัว เพราะเมื่อหายตกใจกลัวเมื่อไหร่ อาจจะเกิดความเบื่อหน่าย หมดแรง ที่จะดูแลตัวเองและคนที่เรารักอย่างดีที่สุดอีกต่อไป การดูแลโรคไต ต้องใช้ความเข้าใจเพราะเรายังมีวันพรุ่งนี้ และอนาคตอีกยาวไกลของชีวิตที่ต้องดูแล

สำหรับตัวลักข์เองใช้วิธีคิดว่า ทุกวันเป็นวันแรกของการได้ทำหน้าที่ดูแลคุณแม่ เพราะฉะนั้นทุกวันจึงดูแลคุณแม่ด้วยความสุข ความดีใจ ที่ได้ดูแลคนที่เรารักอย่างเต็มที่และดีที่สุด เพื่อวันพรุ่งนี้คุณแม่จะได้มีร่างกายที่แข็งแรง และจิตใจที่สดใสเบิกบาน ทำให้ดูแลคุณแม่ได้ทุกวันโดยที่ไม่รู้สึกเบื่อ และไม่ได้รู้สึกว่าเป็นภาระที่หนักเกินไป

อาจจะเพราะลักข์เองก็เป็นเบาหวาน ทำให้รู้ว่าระดับน้ำตาลไม่ใช่ดูแลตัวเองอย่างเต็มที่แค่ช่วงวันที่เพิ่งเป็นเบาหวานใหม่ๆ เท่านั้น เพราะเบาหวานอยู่กับเราทุกวันไปตลอดชีวิต โรคไตก็เหมือนกันจะอยู่กับแม่ไปตลอดชีวิต เราต้องหาลิมิตที่จะลิขิตชีวิตเราให้ดูแลโรคไตของแม่อย่างมีความสุขทุกวันด้วย

5. จดบันทึกทุกอย่างที่เกิดขึ้น

6. และเตรียมพร้อมที่จะเผชิญทุกเรื่องอย่างมีสติเสมอ