ลักข์ฟังมาเล่า : ไตกับเบาหวาน

จิบกาแฟยามสาย สไตล์ลักข์เล่า

วิทยากรบรรยายในงานเสวนาของชมรมฯ เดือนเมษายน 2562 รศ.ดร.พญ.ปวีณา  สุสัณฐิตพงษ์

เรื่อง     “ไตกับเบาหวาน”

โรคไตเป็นภัยเงียบ และในที่นี้ไม่มีใครอยากเจ็บป่วยเป็นโรคไตจนถึงขั้นต้องล้างไตกันแล้ว เรามาทำความรู้จักกับอวัยวะที่เรียกว่า “ไต” ให้มากขึ้นกัน

ไต (Kidney) มี 2 ข้าง รูปร่างคล้ายถั่วแดง มีขนาดประมาณ 10-11 ซม. (ขนาดขึ้นอยู่กับความสูงของร่างกาย) ไตจะอยู่ตำแหน่งที่บั้นเอวด้านหลังของร่างกาย น้ำหนักของไตไม่ถึง 2 ขีด นับว่ามีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับขนาดของร่างกาย ในผู้ที่บริจาคไต แผลผ่าตัดจึงเล็กมากสามารถผ่าตัดด้วยกล้องแล้วในปัจจุบันนี้

อาการปวดหลัง ใช่เป็นอาการของโรคไตหรือไม่?

คนส่วนใหญ่มีความเข้าใจผิดว่าการปวดหลังแถวบั้นเอวนั้นจะต้องเป็นโรคไตเพียงโรคเดียว ในผู้สูงอายุส่วนใหญ่ 80-90% ของการปวดหลัง ปวดเอวจะไม่ใช่โรคไต แต่เป็นอาการปวดของกล้ามเนื้อที่มีสาเหตุจากอายุที่เพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้กระดูกของเราบางลงและมีอาการทรุดตัวของกระดูก กล้ามเนื้อหลังจึงต้องทำหน้าที่พยุงไม่ให้กระดูกทรุดลงมา ซึ่งมีผลทำให้กล้ามเนื้อหลังมีอาการหดเกร็งอยู่ตลอดเวลาจึงทำให้เกิดอาการปวดหลังกัน

สำหรับคนที่เป็นโรคไต จนมีอาการปวดหลังแสดงออกมานั้น ส่วนใหญ่จะเกิดจากการติดเชื้อ อย่างเช่น กรวยไตอักเสบจากการติดเชื้อ หรือมีนิ่วไปอุดตันที่ท่อไต

การตรวจวัดขนาดของไต ทำได้ด้วยการใช้เครื่องมือตรวจที่เรียกว่า Ultrasound การตรวจวิธีนี้ช่วยหมอไตใหhสามารถพยากรณ์โรคที่เกี่ยวข้องกับไตได้

59616094_10217566346404794_2391713188010786816_n

ภาพของไตจากการทำ Ultrasound ของคนปกติจะมีภาพไตเป็นสีดำ แต่สำหรับคนที่เป็นโรคไตภาพเป็นสีขาว ที่แสดงให้เห็นถึงขนาดที่เล็กกว่าไตปกติ แสดงให้เห็นถึงความผิดปกติของไตว่าไตนั้นมีการฝ่อ เหี่ยว มีพังผืด ซึ่งเป็นสัญญาณที่ไม่ดี

ในคนไข้เบาหวานบางคน ขนาดของไตจากการ Ultrasound อาจจะไม่เล็กลงเนื่องจากมีแร่ธาตุอื่นไปเกาะ แต่ภาพที่ออกมาจะขาวซึ่งแสดงถึงความผิดปกติของไตอยู่ดี   แต่ถ้ามีขนาดเล็กและขาวด้วย แสดงว่าไตอยู่ในสภาพที่ไม่ดี

การตรวจไตด้วย Ultrasound ยังสามารถตรวจพบถุงน้ำในไตได้อีกด้วย หากเป็นถุงน้ำเล็กๆ รูปร่างปกติ ก็แสดงว่ามีพังผืดที่ไต แต่ไม่ต้องทำอะไรเพราะมีโอกาสเพียง 1% เท่านั้นที่จะกลายเป็นมะเร็งที่ไต แต่หากเป็นถุงน้ำขนาดใหญ่ หรือมีรูปร่างของถุงน้ำที่ผิดปกติ โอกาสของการกลายเป็นมะเร็งที่ไตจะสูงขึ้น

หน้าที่ของไต

  1. ขจัดของเสียจากอาหารและยาทุกชนิดที่เรากินเข้าไปที่ร่างกายไม่ต้องการ ไตก็จะขับของเสียเหล่านั้นออกมาในรูปของปัสสาวะ

ในคนที่ไตทำงานได้ปกติจะต้องไม่มีน้ำตาลปนเปื้อนออกในปัสสาวะโดยเด็ดขาด ถ้ามีน้ำตาลออกมา แปลว่า 1. คนๆ นั้นเป็นเบาหวาน และไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ จนมีระดับน้ำตาลในกระแสเลือดเกินกว่า 180 มก./ดล. ซึ่งน้ำตาลเป็นอาหารของเชื้อโรค การที่มีน้ำตาลล้นออกมาในปัสสาวะจึงทำให้ติดเชื้อได้ง่าย คนที่มีน้ำตาลล้นในปัสสาวะจะทำให้ปัสสาวะบ่อย หิวน้ำบ่อย 2. การกินยาบางชนิดจนทำให้ท่อไตไม่สามารถเก็บกักของดีเอาไว้ได้ (ไม่เป็นเบาหวานแต่มีน้ำตาลในปัสสาวะจากการกินยาบางชนิด)

คนไข้โรคไตที่ไตวายจนถึงระยะสุดท้าย ไตไม่สามารถทำหน้าที่ขับปัสสาวะต่อไปได้ คนไข้ไตวายจึงไม่มีปัสสาวะและต้องทำการบำบัดทดแทนไตด้วยการฟอกเลือดหรือล้างไตทางช่องท้อง

ไตจะกรองของเสียออกมาในท่อปัสสาวะแล้วมาอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ คนเราจะรู้สึกปวดปัสสาวะเมื่อมีน้ำค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ 2-300 ซีซี ปวดระดับทนไม่ไหวจนเล็ดออกมาคือ 500 ซีซี บางคนมีโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบก็จะมีการกระตุ้นให้กระเพาะปัสสาวะบีบตัวบ่อยกว่าปกติก่อน 200 ซีซีได้

เส้นเลือดที่มาเลี้ยงไตมีเพียง 2 เส้นคือ มีเส้นเลือดแดงและเส้นเลือดดำ เมื่อหัวใจปั๊ม 1 ทีก็มีเลือดมาเลี้ยงไต ไตทำหน้าที่กรองของเสียแล้วส่งกลับไปที่เส้นเลือดดำ ในการปลูกถ่ายอวัยวะไตนั้น จึงไม่ยุ่งยากเท่าไหร่เพราะเป็นเพียงการต่อเส้นเลือดเพียง 2 เส้น ใช้เวลาไม่กี่ชม. แต่เปลี่ยนตับใช้เวลานานกว่าเพราะเส้นเลือดเยอะกว่า

59723306_10217582231441910_2642938984933621760_n.jpg

แม้ไตจะมีเส้นเลือดมาเชื่อมต่อเพียง 2 เส้นและมีขนาดเล็กมาก แต่ไตก็เป็นอวัยวะสำคัญมากสำหรับร่างกายเพราะทำงานตลอด 24 ชม. ไตที่มีขนาดเล็กนี้มีหน่วยการทำงานในไตข้างละ 2 ล้านหน่วย เมื่อไตเราเสื่อมหน่วยทำงานเราจะถูกทำลายให้ตายลงและหน่วยการทำงานจะลดลงจาก หลักล้าน เป็นหลักแสน เป็นหลักหมื่น ลงไปเรื่อยๆ ไตของเราจะฝ่อเล็กลงเรื่อยๆ

คนไทยเป็นโรคไตวายเรื้อรัง คือ ไตที่เป็นพังผืดแล้ว ฝ่อเล็กลงไปแล้ว จะไม่มีทางรักษาให้หายกลับคืนมาได้เหมือนเดิมอีกแล้ว การรักษาของหมอโรคไตคือ หยุดหรือชะลอภาวะเสื่อมของไตไม่ให้แย่ลงไปกว่าเดิมจนถึงขั้นต้องล้างไตได้เท่านั้น โดยจะต้องร่วมมือกันกับคนไข้ ในการควบคุมอาหาร และปรับยาตามสภาพ

หน่วยการทำงานของไตที่มีอยู่ข้างละ 1 ล้านหน่วยตั้งแต่วันแรกที่เกิดมาและไตจะเริ่มทำงานตั้งแต่วันแรกจนถึงวันตาย เมื่อเราอายุ 30 ปี การทำงานของไตก็จะเริ่มทยอยเสื่อมลงตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น เมื่อเราอายุ 80 ค่าการทำงานของไตอาจจะเหลือเพียง 40-50% ซึ่งก็ยังสามารถใช้ชีวิตได้ปกติโดยไม่มีอาการอะไร คนที่เป็นโรคไตที่ต้องทำการบำบัดทดแทนการทำงานของไตนั้น เพราะไตทำงานได้ต่ำกว่า 10% แล้ว

ไตเสื่อมตามอายุเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ถ้าไม่ควบคุมอาหาร ไม่กินยาตามที่แพทย์สั่ง เท่ากับไปเร่งให้ไตเสื่อมก่อนเวลา การซื้อยา อาหารเสริม สมุนไพรกินเองก็ยิ่งไปเสริมเร่งให้ไตวายเร็วยิ่งขึ้นไปอีก

หมอโรคไต ไม่มียาบำรุงฟื้นฟูไต มีแต่ยาที่จะลดอาการแทรกซ้อนที่ผิดปกติของคนไข้เท่านั้น เช่น ยาบำรุงเลือด เมื่อคนไข้มีภาวะซีด ยาลดความผิดปกติของค่าเกลือแร่ การที่หมอไตไม่จ่ายยาอะไรให้เลยแต่ให้คนไข้กินยาควบคุมเบาหวานและความดันเหมือนเดิม ถือว่าเป็นเรื่องดีแสดงว่าร่างกายคนไข้ยังอยู่ในสภาพดี

ความน่ากลัวของอาหารเสริมที่คนไข้ชอบไปซื้อกินเองโดยเฉพาะคนไข้เบาหวานคือ การกินยาที่ซื้อเองแล้วตรวจพบว่าระดับน้ำตาลดีขึ้นอย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน เมื่อเจาะเลือดเพื่อดูค่าไตแล้ว คุณหมอพบว่าการทำงานของไตแย่ลงทุกราย

ทำไมไตทำงานแย่ลงแล้วคุมน้ำตาลได้ดีขึ้น? เพราะอาหารเสริมสมุนไพรที่ซื้อกินเองมีกลไกบางอย่างที่จะไปสะสมและค้างอยู่ที่ไตมากขึ้น เมื่อไตถูกทำลายระบบการทำงานของร่างกายแย่ลง คนไข้ที่ไม่มีการควบคุมการกินอาหาร แต่ระดับน้ำตาลดีขึ้น เป็นสัญญาณเตือนว่าไตกำลังแย่ลง แต่หากระดับน้ำตาลดีขึ้น จากการควบคุมพฤติกรรมการกิน ถึงจะเป็นการดูแลรักษาสภาพไตของตัวเองอย่างแท้จริง

เวลากินอาหารหมอไม่แนะนำให้กินน้ำซุปจนหมด เพราะในน้ำซุปส่วนใหญ่จะมีเกลือในปริมาณที่มากเกินไป การใช้วิธีเติมน้ำเพื่อเจือจางรสชาติโดยหลักการแล้วหมอไม่แนะนำ เนื่องจากปริมาณเกลือที่ได้ร่างกายได้รับยังเป็นปริมาณที่มากเกินไป ในคนที่เป็นเบาหวานก็เหมือนกันควรลดปริมาณการกินน้ำตาลให้น้อยลง ไม่ใช่ใช้วิธีเจือจางด้วยน้ำเพื่อให้รสชาติจืดลง แต่ร่างกายยังคงได้รับน้ำตาลในปริมาณที่มากเกินไป

อาหารที่ให้พลังงานต่อร่างกายโดยหลักมี 3 อย่างคือ แป้ง โปรตีน และไขมัน การขับของเสียจากแป้งที่เป็นคาร์บอนไดออกไซด์คือ ปอด ส่วนของเสียจากโปรตีนเป็นหน้าที่ของไต ไขมันไม่มีตัวขจัดเพราะเป็นรูปของการเก็บสะสมพลังงานไว้ในร่างกายเท่านั้น เพราะฉะนั้นการทำงานของไตจะขึ้นอยู่กับอาหารประเภทโปรตีน เมื่อไตเสื่อมจึงจำเป็นต้องจำกัดปริมาณอาหารประเภทโปรตีนนั่นเอง

  1. ขจัดน้ำส่วนเกินที่มีในร่างกายมากเกินไป โดยจะปรับปริมาณน้ำในร่างกายให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ให้มีน้ำในร่างกายมากไปหรือน้อยเกินไป

ในคนปกติเมื่อดื่มน้ำเข้าไปเยอะ ก็จะปัสสาวะออกมาเยอะ และจะไม่มีอาการบวมน้ำ แต่ในคนที่มีภาวะไตเสื่อม ไตจะไม่สามารถขับน้ำออกมาได้ตามปกติ ทำให้มีน้ำค้างในร่างกายจนเกิดภาวะบวมน้ำ หรือน้ำท่วมปอดได้

การที่เราหิวน้ำบ่อยและปัสสาวะบ่อยผิดปกติมาจาก 1. ร่างกายมีน้ำตาลมากเกินไป 2. เรากินเกลือเยอะเกินไป (เดี๋ยวนี้หมอจะไม่ใช้คำว่าเค็มแล้ว เพราะลิ้นแต่ละคนมีความชินและทนทานต่อรสเค็มไม่เท่ากัน) เกลือในที่นี้ หมายถึงเครื่องปรุงรสที่มีเกลือเป็นส่วนผสม เช่น ซีอิ๊ว น้ำปลา เต้าเจี้ยว กะปิ ซุปก้อน โชยุ ฯ เมื่อเรากินเกลือเยอะเกินไป ไตก็จะขับเกลือออกมาทางปัสสาวะ เกลือจะกระตุ้นให้เรารู้สึกหิวน้ำบ่อย ทำให้เราปัสสาวะบ่อย คนเป็นเบาหวานและเป็นโรคไตจึงต้องระวังเรื่องปริมาณน้ำตาลและเกลือที่กินเข้าไปไม่ให้มากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ

59747308_10217589402301177_7628657422948630528_o

ดื่มน้ำเท่าไหร่ดี? ปัสสาวะออกมาเท่าไหร่ ก็ดื่มน้ำเท่านั้น โดยใช้หลักปฏิบัติง่ายๆ คนเราจะปวดปัสสาวะเมื่อมีน้ำในกระเพาะปัสสาวะ 200-300 ซีซี เมื่อเราปัสสาวะเสร็จ เราก็ควรดื่มน้ำ 1 แก้ว หรือถ้าในหน้าร้อน ออกกำลังกายที่เหงื่อออกเยอะ ก็ควรดื่มน้ำเพิ่มเพราะร่างกายสูญเสียน้ำทางเหงื่อด้วย

คนที่ปัสสาวะสีเข้มตลอดเวลา เกิดจากการดื่มน้ำน้อยเกินไปซึ่งจะทำให้เกิด การติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะได้ง่าย และเกิดโรคนิ่วในปัสสาวะได้

  1. ไตมีหน้าที่ควบคุมความดันโลหิต คนที่เป็นโรคไต จะเริ่มมีความดันสูงเพราะมีเกลือค้างในร่างกาย ซึ่งมีผลทำให้การความคุมความดันทำได้ยากขึ้น ความดันที่คุมได้แย่มากๆ จะทำให้เกิดภาวะไตวายได้

โรคเบาหวานเป็นสาเหตุอันดับหนึ่ง (ราว 40-50%) ของคนฟอกไต และโรคความดันโลหิตสูงในคนที่คุมได้ไม่ดี คือ สาเหตุอันดับที่สองที่ทำให้คนต้องฟอกไต

หัวใจปั๊ม 1 ที เลือดจะถูกส่งมาเลี้ยงที่ไตมากที่สุด หากความดันสูงเกิน 140 ขึ้นไป เท่ากับทุกครั้งที่เลือดถูกปั้มมาอย่างแรงจะกระแทกมาที่ไต หน่วยการทำงานของไตก็จะเสียหายถูกทำลายไปเรื่อยๆ  เพราะฉะนั้นหากเป็นโรคความดันโลหิตสูง ต้องรักษาให้ความดันอยู่ในเกณฑ์ คือ ไม่เกิน 130/80 มม.ปรอท

ยิ่งกินเกลือมาก ยิ่งคุมความดันยาก ลดการกินเกลือ จะควบคุมความดันได้ง่ายขึ้น

พันธุกรรมของบางครอบครัวกินเค็มเพียงนิดเดียวก็ทำให้ความดันโลหิตสูงได้ บางครอบครัวอาจจะกินได้มากกว่า ความดันโลหิตสูงจึงเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรมด้วย

เมื่อกินเค็มแล้วมีอาการบวม คุณหมอจะช่วยแก้ปัญหาได้ด้วยการให้กินยาขับปัสสาวะ ที่มีฤทธิ์ในการช่วยขับทั้งเกลือและน้ำออกจากตัวให้คนไข้ได้ แต่การกินยาขับปัสสาวะในระยะยาว โดยที่คนไข้ไม่ยอมคุมอาหารเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะทำให้ไตต้องทำงานหนักตลอดเวลา

การกินยาขับปัสสาวะ ทำให้มีปัสสาวะเยอะขึ้นกว่าปกติ หากกินน้ำไม่พอ จะทำให้เกิดภาวะขาดน้ำจนไม่มีเลือดไปเลี้ยงไตได้ ทำให้ไตเสียหายได้ด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นหมอจึงอยากเน้นเรื่องการลดการกินเกลือในของคนไข้ มากกว่าการให้ยา แต่ถ้าคนไข้ไม่ควบคุมอาหาร ยาก็เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับชีวิตคนไข้

คนไข้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ควรมีเครื่องวัดความดันที่บ้าน ควรวัดความดันในตอนเช้าหลังตื่นนอนและก่อนเข้านอน จดบันทึกค่าที่ได้มาให้เหมอไตเพื่อที่หมอจะได้มีข้อมูลสำหรับการปรับยารักษาให้เหมาะสมกับความเป็นจริงของชีวิตคนไข้ การวัดค่าเดียวในขณะที่มาโรงพยาบาลเป็นข้อมูลที่น้อยเกินไปและไม่ใช่สภาพตามความเป็นจริงในชีวิตของคนไข้ด้วย

ในขณะนอนหลับ ร่างกายจะได้พัก ผ่อนคลายซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ความดันจะต่ำที่สุด หากความดันหลังตื่นนอนมีค่าสูง แสดงว่าร่างกายไม่ได้พักและผ่อนคลายเลย คนที่มีความดันหลังตื่นนอนสูงมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจ อัมพฤกษ์ อัมพาตมากกว่าคนที่ได้พักผ่อน

  1. ไตมีหน้าที่ผลิตเม็ดเลือดแดง เพราะฉะนั้นในคนที่เป็นโรคไตจึงมีภาวะเลือดจาง

เมื่อไตทำงานได้น้อยกว่า 30 %     จะเริ่มมีภาวะซีด แต่สำหรับคนที่เป็นโรคเบาหวานและเป็นโรคไตจะเกิดภาวะซีดได้เร็วกว่าคนที่เป็นโรคไตจากสาเหตุอื่น

  1. ไตช่วยทำให้กระดูกแข็งแรง วิตามินดีทำให้กระดูกแข็งแรง และไตเป็นอวัยวะที่ทำให้วิตามินดีทำงานได้

แม้จะไปตากแดดจนตัวดำแต่ถ้าหากไตทำงานไม่ได้ร่างกายก็จะขาดวิตามินดี คนที่เป็นโรคไตคุณหมอจึงให้กินวิตามินดีเสริมเพื่อป้องกันภาวะกระดูกบางและหักง่าย

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับไตของเรา

ทุกๆ 1 นาทีจะมีเลือด 1,200 ซีซี ถูกส่งไปที่ไตทั้ง 2 ข้าง จะเห็นได้ว่าไตทำงานหนักและเลือดต้องส่งไปเลี้ยงเยอะมากใน 1 นาที หากจู่ๆ มีคนความดันตกจนต้องส่งรพ. จะเกิดภาวะไตวายขึ้น เพราะเมื่อความดันตกก็จะไม่มีเลือดถูกปั๊มส่งไปเลี้ยงที่ไต ไตถูกปิดสวิทช์แบบฉับพลันทันที ภาวะนี้เรียกว่า ไตวายแบบฉับพลัน ต้องทำการล้างไต ไปจนกว่าไตจะฟื้นคืนตัวขึ้นมา

หัวใจปั๊ม 1 ที เลือดในร่างกาย 20% ซึ่งเป็นจำนวนมากที่สุดจะถูกส่งมาที่ไต เนื่องจากไตเป็นอวัยวะที่ต้องทำงานหลายหน้าที่ ที่เหลือก็ส่งไปตามอวัยวะต่างๆ

ใน 1 วันมีเลือด 1,700 ลิตรถูกส่งไปที่ไต ร่างกายคนเรามีเลือดอยู่ประมาณ 7-8 ลิตร เลือดในร่างกายจะไหลเวียนซ้ำไปซ้ำมาถึง 400 รอบต่อวัน จะเห็นได้ว่าไตเป็นอวัยวะที่ทำงานหนักมาก ทำงานตลอดเวลา เราจึงควรดูแลอวัยวะนี้ให้ดี เพื่อให้ไตจะได้อยู่กับเราในสภาพที่ดีไปได้ยาวนาน

วิธีการดูแลรักษาไตที่ดีที่สุดคือ การเลือกกินอาหารอย่างถูกต้องและเหมาะสมกับร่างกาย ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอาหารหลากหลายและอุดมสมบูรณ์มาก เพียงเรากินอาหารตามฤดูกาลตามธรรมชาติ กินให้ครบหมู่ กินให้หลากหลาย ร่างกายของเราก็ได้สารอาหารครบเพียงพอแล้ว ไม่ต้องไปกินวิตามินอาหารเสริมสมุนไพรทำลายไตใดๆ เพิ่มอีกแล้ว

หน่วยการทำงานของไต 2 ข้าง มีจำนวน 2 ล้านหน่วย หากเอามาเรียงต่อกันจะได้ความยาวถึง 16 กิโลเมตร ซึ่งหน่วยการทำงานของไตมีจำนวนมากขนาดนี้ เรายังมีคนไข้โรคไตจำนวนมาก ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก

ในประเทศไทยมีคนเป็นโรคไต 7-8 ล้านคน ต้องทำการบำบัดทดแทนไต จำนวน 100,000 คน เครื่องล้างไต, น้ำยาล้างไต เราต้องนำเข้าจากต่างประเทศทั้งหมด ค่าล้างไตโดยเฉลี่ย 2-3,000 บาท/ครั้ง ล้างไต 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ ไปตลอดชีวิต นี่เป็นค่าใช้จ่ายมหาศาลที่เกิดขึ้น ที่เงินภาษีของเราส่วนหนึ่ง รัฐบาลได้นำมาช่วยเหลือคนไข้โรคไตด้วย

เราทุกคนควรมาช่วยกันดูแลป้องกันไม่ให้ตัวเอง คนในครอบครัว และคนรู้จักเป็นโรคไตเพิ่มขึ้น เป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายทั้งของตัวเองและประเทศชาติ

เราอยู่ได้หรือไม่ถ้าหากเรามีไตเพียงข้างเดียว? อยู่ได้ โดยคนที่มีไตข้างเดียวจะต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ เพราะถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรคไตได้ในอนาคต การดูแลตัวเองทำได้โดยการควบคุมอาหาร กินยาตามที่แพทย์สั่ง ไม่ซื้อยากินเอง วัดความดันสม่ำเสมอ มาตรวจสุขภาพเป็นประจำ

โรคไตวายเรื้อรังจึงเป็นภัยเงียบ เป็นเหมือนภูเขาธารน้ำแข็ง คนเป็นโรคไตวายในระยะแรกๆ จะไม่มีอาการเจ็บป่วยใดๆ ปรากฏให้เห็นเลย การทำงานของไตลดลงไป 50% ก็ยังไม่ปรากฏอาการ การทำงานของไตต่ำกว่า 30% จะเริ่มมีอาการเพลียปรากฏให้เห็น เรียกได้ว่าคนเป็นโรคไตกว่าจะรู้ตัวก็แทบไม่เหลือเวลาให้หมอรักษามากแล้ว และเมื่อการทำงานของไตเหลือ 10% ต้องทำการบำบัดทดแทนไตด้วยการล้างไตเท่านั้นจึงจะมีชีวิตรอดต่อไปได้

จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคไต? รู้ได้จากการเจาะเลือดตรวจ และจากการตรวจปัสสาวะเท่านั้น

โรคไตมี 5 ระยะ เปรียบเหมือนการลงบันได ไม่มีใครอยากไปอยู่ในบันไดขั้นสุดท้าย ซึ่งในส่วนของหมอนั้นที่ทำได้คือ ช่วยคนไข้เบรกไม่ให้ไตเสื่อมลงไปกว่าเดิม

Save Kidney, Save Health เมื่อรักษาไต ก็จะรักษาสุขภาพของร่างกายได้ด้วย เมื่อไหร่ไตทำงานแย่ลง ของเสียอยู่ในเลือดมากขึ้น เลือดจะไปเลี้ยงอวัยวะทุกส่วนของร่างกายเลย เมื่อไตทำงานแย่ลง ของเสียในร่างกายสะสมมากขึ้น จะส่งผลให้มีอาการผิดปกติได้ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เกิดความผิดปกติได้กับทุกระบบของร่างกายเลย ไม่ว่าจะซึม ชักกระตุก สับสน หัวใจโต น้ำท่วมปอด คัน ผิวดำ เมื่อไตดี สุขภาพจะแข็งแรง

เมื่อไหร่ที่ไตทำงานน้อยกว่า 15% จะถูกจัดว่าเป็นโรคไตวายระยะสุดท้าย มีโอกาสต้องล้างไตแล้ว ปัจจุบันเราจะเริ่มล้างไตเมื่อไตเหลือการทำงาน 6% แต่ถ้ามีอาการก่อนก็ล้างก่อน ในระยะนี้ถ้าหากเริ่มล้างไตแล้ว เมื่อหยุดล้างไต ก็จะเสียชีวิตภายในอาทิตย์สองอาทิตย์

การบำบัดทดแทนไตมี 3 แบบคือ การล้างด้วยเครื่องไตเทียม ต้องทำที่สถานพยาบาล สัปดาห์ละ 1-2-3 ครั้งขึ้นอยู่กับสภาพของคนไข้, การล้างไตผ่านทางช่องท้อง ทำที่บ้านด้วยการเปลี่ยนถ่ายน้ำยาเข้าไปทางช่องท้องวันละ 4 ครั้ง มารพ.เพื่อพบแพทย์ 2-3 เดือนครั้ง, และการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ การผ่าตัดเปลี่ยนไต จะเอาไตใหม่ใส่ไว้ที่ช่องท้อง ส่วนไตเก่าก็จะปล่อยไว้อย่างนั้น

60386807_10217665849572311_7629111280732733440_n

วิธีทำให้ไตของเรามีสุขภาพที่ดี มีกฎสำคัญ 8 ข้อ คือ

  • Keep Fit & Active ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นคนอ้วน เพราะคนอ้วนมีโอกาสเป็นโรคไตมากกว่าคนผอม
  • Eat Healthy Food เลือกกินอาหารให้ถูกสุขลักษณะ มีคุณค่าทางโภชนาการ และควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์เสมอ ลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาล ลดโปรตีนและเกลือ
  • Monitor Blood Pressure วัดความดันเป็นประจำ เพราะความดันสูง ทำให้เส้นเลือดในสมองเราแตกและตีบ หัวใจโต จากขนาดของหัวใจปกติ เมื่อความดันสูง หัวใจมีแรงดันมากขึ้นๆ ก็ทำให้หัวใจมีขนาดโตขึ้นๆ เลือดไปเลี้ยงไม่พอ ความดันสูงขึ้นตา ทำให้ตาบอด เป็นโรคความดันนานๆ ทำให้หลอดเลือดที่ขามีปัญหา ปวดขา เมื่อยขาเมื่อเดินนานๆ เพราะเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อไม่พอ
  • Eat healthy and keep your weight in check กินอาหารถูกสุขลักษณะแล้วต้องหมั่นชั่งน้ำหนักด้วย
  • Maintain a healthy fluid intake ดื่มน้ำให้พอกับที่ร่างกายต้องการ น้ำในที่นี้คือ น้ำเปล่า น้ำสะอาด
  • Do not smoke ใครที่สูบบุหรี่ต้องหยุดสูบบุหรี่ เพราะบุหรี่ทำให้หลอดเลือดเสียหายเร็วกว่าปกติ
  • Do not take over-the-counter pills on a regular basic ไม่แนะนำให้ไปซื้อยาตามเคาน์เตอร์กินเอง ทั้งยา อาหารเสริม สมุนไพร ไม่แนะนำให้กินทั้งสิ้น และไม่ควรหาซื้อยาแก้ปวดชนิด NSAID มากินเองโดยเด็ดขาด
  • Move your feet for screening your health and kidney ตรวจสุขภาพเป็นประจำ ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเป็นโรคไต คนที่เป็นเบาหวาน, คนที่มีโรคความดันโลหิตสูง. คนอ้วนน้ำหนักเกิน, คนที่มีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคไตเพราะโรคไตเป็นพันธุกรรม ควรตรวจเช็คไตด้วยการตรวจเลือดและตรวจปัสสาวะอย่างสม่ำเสมอ

คนที่เป็นโรคเบาหวานที่ไม่มีไข่ขาวในปัสสาวะที่บ่งบอกถึงภาวะไตเสื่อม จะมีอัตราการรอดชีวิตและมีชีวิตยืนยาวกว่าคนที่มีภาวะไตเสื่อม

คนที่เป็นเบาหวานส่วนใหญ่ไม่ได้เสียชีวิตจากโรคเบาหวาน แต่จะเสียชีวิตจากโรคแทรกซ้อนของเบาหวานอย่างเส้นเลือดในสมอง, ตา, หัวใจ, ชาตามปลายมือปลายเท้า และโรคไตที่เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้คนเป็นเบาหวานเสียชีวิต อัตราการเสียชีวิตของคนที่เป็นเบาหวานจะมากขึ้นเมื่อมีโรคร่วม

เมื่อเราสามารถลดระดับ A1C ลง 1% สามารถลดความเสี่ยงที่จะโดนตัดขาได้ 43% ลดอัตราการเป็นโรคไตได้ 37% ลดอัตราการตายลง 21% ลดโรคหัวใจได้ 14% ลดโรคเกี่ยวกับสมองได้ 12% ระดับน้ำตาลที่ดี ทำให้ลดการเกิดโรคร่วมให้น้อยลงได้ โรคเบาหวานเป็นสาเหตุอันดับหนึ่ง ถึง 40% ของคนไข้ล้างไต

ระดับน้ำตาลมีผลต่ออันตราการตายของคนที่เป็นเบาหวาน คนที่ควบคุมระดับ A1C ต่ำกว่า 6% หรือมากกว่า 8% จะมีอัตราการเสียชีวิตมากขึ้น

คนที่ล้างไตแล้ว ก็ยังต้องควบคุมระดับน้ำตาลไม่ให้เกิน 8% เพราะยังมีโรคสมอง และโรคหัวใจอีก การควบคมระดับน้ำตาลไม่ว่าอย่างไรก็เป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นสำหรับคนที่เป็นเบาหวานเสมอ

เมื่อเกิดภาวะน้ำตาลตกหรือต่ำทำให้เกิดอันตรายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ เพราะเมื่อน้ำตาลตกจะทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะเป็นเหตุให้เสียชีวิตได้ เมื่อน้ำตาลตกการทำงานของสมองเราจะแย่ลง ความจำจะแย่ลง เมื่อน้ำตาลตกเราอาจเป็นลม ล้มกระดูกหักได้

ที่มา : จากบทความจิบกาแฟยามสาย สไตล์ลักข์เล่า ที่พิมพ์ลงในจดหมายข่าวของชมรมเบาหวาน รพ.จุฬาลงกรณ์ ฉบับที่ 175 เดือนพฤษภาคม 2562

 

เป็นโรคไตกินอะไรดี? เครื่องปรุงสำหรับคนที่มีภาวะของโรคไต

ซอสหอยเป๋าฮื้อ ตราอาเบอลิเชียส บาย ลักข์
Abalone Sauce Abalicious by Lucka

ยังจำความรู้สึก ช้อคและตกใจ เมื่อครั้งที่คุณหมอที่รักษาโรคเบาหวานของคุณแม่บอกว่า ไตของคุณแม่อยู่ในระยะที่ 4 แล้ว จำเป็นต้องหาคุณหมอโรคไต เพื่อให้คุณหมอโรคไตช่วยดูแลคุณแม่อีกคน

คุณหมอแนะนำคุณแม่ให้ลดอาหารเค็มลง กินโซเดียมให้ลดลง เมื่อ 10 กว่า 20 ปีก่อน ตอนที่หมอบอกไม่มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับอาหารโรคไตเลย รู้แต่ว่าลดเค็ม ไม่รู้เรื่องโซเดียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส การกินอาหารตามผลเลือดเลย

การพบกับคุณหมอในครั้งที่ 2 ได้นำเครื่องปรุงรสที่ซื้อมาไปให้คุณหมอเพื่อสอบถามว่า ใช้เครื่องปรุงรสโลโซเดียมเหล่านี้ในการปรุงอาหารแทนเครื่องปรุงรสเดิมได้ไหม? คุณหมอบอกว่าไม่ได้ ไม่ควรใช้ เพราะเครื่องปรุงรสโลโซเดียมเหล่านี้ ได้เติมโพแทสเซียมเพื่อเพิ่มความเค็มลงไปแทน ซึ่งจะส่งผลกับหัวใจ ในคนที่เป็นโรคไตอยู่แล้ว หัวใจก็จะมีความไม่ปกติเกิดขึ้น เป็นความสงสัย เป็นคำถามในใจว่าทำไมถึงไม่มีเครื่องปรุงรสที่โซเดียมน้อยและไม่เติมโพแทสเซียม สำหรับคนที่เป็นโรคไตบ้าง?

คำแนะนำของคุณหมอในวันนั้นคือ ให้ลดปริมาณการใช้เครื่องปรุงลง  รับรู้ในเรื่องที่คุณหมอบอกแต่ในทางปฏิบัติก็ทำได้ยากมาก เพราะความไม่เข้าใจในเรื่องโซเดียมข และความไม่คุ้นชินกับรสชาติสำหรับคุณแม่ในเวลานั้น

ประสบการณ์การดูแลคุณแม่ในฐานะผู้ดูแล ที่ต้องเรียนรู้เกี่ยวกับโรคไต ซึ่งไม่ยาก ไม่ง่าย เพราะถือว่าตัวเองมีความรู้เรื่องโรคเบาหวานที่ตัวเองเป็น เป็นพื้นฐานอยู่ การทำความรู้จักยาที่คุณแม่ต้องกิน ยาที่คุณแม่จำเป็นต้องฉีด ทำไมต้องวัดความดันเป็นประจำ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลเลือดแล้วปรับอาหารตามผลเลือด เรียนรู้เรื่องอาหารว่าในอาหารแต่ละประเภทจะส่งผลต่อผลเลือดได้อย่างไรบ้าง เรียนรู้การล้างไตทางหน้าท้อง ต้องดูแลอย่างไรเพื่อป้องกันการติดเชื้อให้ได้มากที่สุด ฯลฯ เป็นประสบการณ์ชีวิตที่ได้เรียนรู้ ที่สามารถบอกเล่าได้ไม่รู้จบ สำหรับการดูแลชีวิตของจนที่เรารัก การได้ดูแลคุณแม่อย่างสุดความสามารถจนถึงวาระสุดท้าย เป็นสิ่งที่่ทำให้ตัวเองรู้สึกว่า ชีวิตนี้ไม่มีเรื่องที่น่าเสียดาย หรือ เสียใจอะไรที่ยังไม่ได้ทำอีกแล้ว

จากประสบการณ์และการเรียนรู้ในฐานะผู้ดูแล และเป็นเบาหวานมานานกว่า 30 ปี เรื่องสำคัญที่สุดที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพนอกจากประเภทอาหารที่ใครๆ ก็รู้ แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความสำคัญ แต่มีความสำคัญมาก คือ เรื่องปริมาณของประเภทอาหารที่แต่ละคนควรกินในแต่ละมื้อ ในแต่ละวัน

การที่ใครก็ตามจะใส่น้ำตาล น้ำผึ้ง น้ำตาลมะพร้าว น้ำตาลโตนด ไซรัป ในอาหารคาว อาหารหวาน หรือ เครื่องดื่ม “ปริมาณ” คือ เรื่องสำคัญ

ชนิดของน้ำตาล แหล่งที่มาของน้ำตาล กลายเป็นสิ่งที่คนอ้างว่า “สุขภาพ” เพราะมีค่า GI น้อยกว่าน้ำตาลทราย แต่สำหรับคนเป็นเบาหวาน การใส่น้ำตาลในปริมาณที่เท่ากัน ระดับน้ำตาลในเลือดก็ยังคงจะสูง แต่จะสูงไม่เร็วและไม่แรงเท่ากับน้ำตาลทรายเท่านั้น

ถ้าเรารู้และเข้าใจว่า “ปริมาณ” ที่ใส่หรือมีอยู่ในอาหารมีอยู่แค่ไหน  เราจะรู้ได้ทันทีว่า คำว่า “เพื่อสุขภาพ” ที่มีการอ้างถึงนั้น ปลอดภัยมากพอสำหรับสุขภาพของเราหรือไม่

ในการใช้เครื่องปรุงรสประเภทที่ให้ความเค็ม ที่มีโซเดียมก็ใช้หลักการเดียวกัน รสเค็ม ไม่ว่าจะมาจากการปรุงด้วยเกลือ ซีอิ๊ว น้ำปลา กะปิ เต้าเจี้ยว ซอสต่างๆ ฯลฯ “ปริมาณ” คือ เรื่องที่เราต้องทำความเข้าใจและเรียนรู้ว่า แค่ไหนถึงจะพอดีสำหรับสุขภาพและร่างกายของเรา

โดยทั่วไปแล้ว  ใน 1 วัน เราควรกินโซเดียม ไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน

การกินโซเดียมในปริมาณที่มากกว่า 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นระยะเวลาหนึ่ง จะเป็นสาเหตุให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง และนำไปสู่โรคไต โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง ตีบ ตัน แตก และตายได้

เราจะรู้ได้อย่างไรว่า 2,000 มิลลิกรัมคือแค่ไหน?

การอ่านฉลากโภชนาการ การหาข้อมูลโภชนาการ เป็นการเริ่มต้นที่ดีในการเรียนรู้ ทำความเข้าใจ และจดจำ

การชั่ง ตวง วัด ปริมาณ เครื่องปรุงรส ในการปรุงอาหารจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้เรารู้ว่า ในแต่ละมื้ออาหารนั้น เรากินโซเดียมไปมากน้อยแค่ไหนแล้ว

การชั่ง ตวง วัด ปริมาณ การใช้เครื่องปรุงรสในช่วงแรกก็จะยากหน่อย เพราะเราไม่คุ้นชิน แต่ถ้าเราได้เริ่มต้น และชั่ง ตวง วัด ทุกมื้อ ใช้เวลาไม่นานเราก็จะคุ้นชินกับพฤติกรรมใหม่ ในการดูแลสุขภาพของตัวเอง

……………………………………………………………………………………………………………………………………….

หากใครยังไม่คุ้นชินกับรสชาติของการลดปริมาณเครื่องปรุงแบบเดิม ในวันนี้ลักข์มีเครื่องปรุงใหม่มานำเสนอ เป็นเครื่องปรุงรสที่ลักข์สามารถตอบคำถามเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วได้แล้วว่า มีเครื่องปรุงรสอาหารที่โซเดียมและไม่เติมโพแทสเซียมแล้ว โดยมีลักข์เป็นเจ้าของแบรนด์เอง

เครื่องปรุงรสที่ตั้งใจทำจากหัวใจ ให้เป็นเครื่องปรุงรสที่มีความหอมและอร่อย และปลอดภัยสำหรับชีวิตของคนที่เรารัก ที่มีข้อจำกัดในการกินอาหารอยู่มากมาย

เครื่องปรุงรสที่ตั้งใจทำด้วยความรัก ที่ต้องการให้คนที่มีโรครู้ว่ามีคนที่ปรารถนาอยากให้เขามีชีวิตอยู่อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความสุขกับการมีชีวิต แม้จะเป็นโรค แม้จะมีโรค แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นคนป่วย

เครื่องปรุงรสนี้ทำมาจากหอยเป๋าฮื้อ ที่สามารถมาช่วยเติมเต็มรสชาติให้อร่อย เป็นเครื่องปรุงรสที่มีปริมาณโซเดียมน้อย โดยใช้วัตถุดิบหลักคือ #หอยเป๋าฮื้อ มาผ่านกระบวนการหมักตามธรรมชาติ จนกระทั่งได้ #สีน้ำตาลทอง และ #กลิ่นหอม จึงนำมาสกัดออกมาเป็นเครื่องปรุงรสที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว  เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้เครื่องปรุงรสที่มีรสชาติอร่อยกลมกล่อม มีกลิ่นหอมมาก แต่มีปริมาณน้ำตาล และโซเดียมน้อย และปราศจากไขมัน
.
เพราะ ซอสหอยเป๋าฮื้อ ตรา อาเบอลิเชียส บาย ลักข์ ทำจากวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ที่ถูกคัดสรรมาอย่างดีที่สุด
.
หอยเป๋าฮื้อ 40%
ไม่ใช้ MSG (โมโนโซเดียมกลูตาเมท)
ไม่ใส่สีและกลิ่นสังเคราะห์
โซเดียม 210 มิลลิกรัม/1 ช้อนโต๊ะ
ไม่เติมโพแทสเซียม
มีน้ำตาลน้อยกว่า 1 กรัม/1 ช้อนโต๊ะ
ไขมัน 0%

Abalone Sauce Abalicious by Lucka

ซอสหอยเป๋าฮื้อ ตรา อาเบอลิเชียส บาย ลักข์
Abalone Sauce Abalicious by Lucka

สนใจสอบถามรายละเอียดและสั่งซื้อได้ที่
Line : @abaliciousbyluck

 

สมุนไพรรักษาโรคไต ได้?

หลังจากที่คุณหมอแปลผลเลือดแล้วบอกกับเราว่า “คุณเป็นโรคไต” แล้ว อะไรที่หมอพูดตามมาอีก ไม่ว่าจะเป็นการอธิบายเกี่ยวกับโรค ระยะของโรค วิธีการดูแลตัวเอง และหรือรวมทั้งคำขู่จากคุณหมอ

หลายคนอาจจะมีความรู้สึกเดียวกันคือ ไม่ได้ยิน หรือได้ยินก็ไม่เข้าใจแล้ว เพราะยังรู้สึกช้อคไม่หายกับคำว่าเป็นโรคไต  คุณหมอไม่ต้องขู่อะไร จิตใจเราก็ห่อเหี่ยวแห้งฝ่อไม่เหลือกความหวังอะไรอีกแล้ว

อย่าเพิ่งตื่นตระหนกกลัวจนเกินไป โรคไตวายมีหลายแบบ รวมทั้งหลายระยะอีกด้วย ฟังหมอวินิจฉัยครั้งแรกไม่เข้าใจ กลับบ้านมาหาข้อมูล กลับบ้านมาตั้งสติก่อน แล้วกลับไปถามคุณหมออีกครั้งให้เข้าใจให้ได้ว่า เราเป็นโรคไตแบบไหน เราเป็นโรคไตระยะไหน เราจะดูแลโรคไตของเราได้อย่างไร เราจะชะลอความเสื่อมของไตเราไปได้อย่างไร ไม่ต้องกลัวหมอนะคะ หมอบางคนอาจจะดุ หมอบางคนอาจจะมีนิสัยชอบขู่ หมอบางคนอาจจะใจดี ไม่ว่าหมอมีลักษณะนิสัยส่วนตัวอย่างไรก็ตามเราจะชอบหรือไม่ก็ตาม แต่สิ่งที่หมออยากจะทำและแนะนำผู้ป่วยทุกครั้งคือ ให้เราเข้าใจโรคเพื่อที่เราจะได้ดูแลตัวเองให้แข็งแรง … เพื่อที่จะไม่ให้เราต้องเดินทางไปถึงระยะของการฟอกไต หรือยืดระยะเวลาการฟอกไตไปให้นานที่สุด หรือถ้าจะต้องฟอกหมอก็จะให้คำแนะนำที่ดีที่สุดเพื่อให้เรามีชีวิตอยู่ต่อไป

ความจริงที่หมอพูดอธิบายไม่น่าฟังเสมอ เพราะไม่มีความหวัง หรือปาฎิหารย์อะไรที่จะทำให้เราหายจากโรคไตได้ แต่ถ้าเราฟังเป็น ฟังแล้วทำความเข้าใจ ฟังแล้วทำตาม หลายคนมีประสบการณ์ชะลอไตเสื่อมได้จริงๆ นะคะ!!!!!

ผู้ป่วยโรคไตหลายคนจะรู้สึกว่าความจริงจากปากคุณหมอเป็นความจริงที่โหดร้ายเพราะ “เป็นโรคไตแล้วไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้”  แถมหมอยังไม่เคยให้ความหวังเลยว่าชีวิตเราจะมีปาฎิหารย์หายจากโรคนี้ได้อย่างเด็ดขาด …. หลายคนเลยสรุปว่าหมอไม่เก่ง!?!? หมอไม่รู้จริง!?!? หมอเชื่อแต่ตำรา!?!?

(เคยอ่านประวัติโรคเบาหวาน บันทึกที่เก่าแก่ที่สุดของโรคเบาหวานเมื่อหลายพันปี ชาติตะวันตะเขาบันทึกการรักษา เขาบันทึกทุกอย่างที่เขาทดลองกินทดลองใช้ทดลองรักษา และบันทึกด้วยว่าใช้แล้วได้ผลหรือไม่ได้ผล เรียกได้ว่ามีการทดลองจริง ทำวิจัยจริง ส่งผลให้มีวิวัฒนาการทางการแพทย์อย่างมากมาย ผิดกับตำรายาผีบอกยา คนหลอกในบ้านเราอย่างสิ้นเชิงที่ไม่มีการบันทึกข้อมูลว่าใช้แล้วได้ผล หรือไม่ได้ผล ใช้แล้วหาย หรือใช้แล้วตาย หรือแพทย์บางท่านมีประสบการณ์ตรงจากการดูแลผู้ป่วยแล้วบอก แล้วเตือนก็ไม่เชื่อกันอีก)

การที่แพทย์แผนปัจจุบันหรือคุณหมอที่เราไปหาที่รพ.บอกว่าเราเป็นโรคไต รักษาได้แต่ไม่มีทางหายนั้น ทำให้เป็นช่องทางทำมาหากินของคนขายความหวัง (ขายความหวังเท่านั้นไม่ได้ขายความจริงนะคะ) รวมทั้งเป็นช่องทางสำหรับคนอยากทำความดีง่ายๆ แต่ไม่มีความรู้ ด้วยการมักง่ายเผยแพร่ข้อมูลที่ส่งต่อกันมาโดยไม่เคยศึกษาค้นคว้าก่อนส่งต่อให้ใคร ต้องตั้งสติกันให้ดีๆ นะคะ คนขายความหวังบนความเจ็บป่วยของคนที่เจ็บป่วยเป็นโรคเรื้อรังมีเยอะมาก คนมักง่ายแต่อยากเป็นคนดีแบบมักง่ายไม่ต้องรับผิดชอบอะไรจากการกระทำของตัวเองก็มีไม่น้อยเหมือนกัน

ความหวังที่เขาขายคือ สามารถหายจากโรคไตได้ด้วยสมุนไพร (หืมมมม์??? แต่ก็มีคนเชื่อนะ) คนที่หายจากโลกใบนี้ไปแล้วไม่สามารถกลับมาบอกเล่าอะไรได้อีก ส่วนคนที่ได้รับความหายนะจากสมุนไพรและยังมีชีวิตอยู่ได้เปิดเผยประสบการณ์จริงจากการทดลองสมุนไพรชนิดต่างๆ เอาไว้ในเพจไตวายเรื้อรัง ลักข์เลยขอเอามาแบ่งปันกันอ่านนะคะ หรือจะเข้าไปอ่านฉบับเต็มได้ที่ https://www.facebook.com/groups/333067633401671/permalink/1110334322341661/?comment_id=1110987905609636&notif_t=group_comment_reply&notif_id=1459944925361405

น้ำมันซีออย หรือ น้ำมันสี่สหาย กินแล้วไตเสื่อมลงอย่างพรวดพราด

ซีออยรักษาโรคไตไม่ได้นะ

ซีออยรักษาโรคไตไม่ได้นะ

สมุนไพรป้าเช็ง กินแล้วซุปเปอร์เซ็ง ที่ไตทรุดลงทันที

สมุนไพรป้าเช็งรักษาโรคไตไม่ได้จ้ะ

สมุนไพรป้าเช็งรักษาโรคไตไม่ได้จ้ะ

มีคนพิสูจน์แล้วว่า เห็ดหลินจือ สปอร์เห็ด ส้มแขก กินแล้วได้แต่ทำใจโทษใครไม่ได้

สมุนไพรเห็ดหลินจือรักษาโรคไตไม่ได้จริงๆ นะ

สมุนไพรเห็ดหลินจือรักษาโรคไตไม่ได้จริงๆ นะ

แปะตำปึงที่ช่วยกันแชร์ อย่าคิดว่าดี มีคนถูกทำร้ายให้ไตวายทรุดลงอย่างรวดเร็วเป็นจำนวนมาก

แปะตำปึงรักษาโรคไตไม่ได้เลยจ้ะ

แปะตำปึงรักษาโรคไตไม่ได้เลยจ้ะ

คอร์สยาเก้าเม็ดของหมอเขียว หามเข้าโรงพยาบาลแบบฉุกเฉินกันเลยทีเดียวสำหรับคนเป็นโรคไต

ยาเก้าเม็ดของหมอเขียวรักษาโรคไตวายไม่ได้เด็ดขาด ฟอกไตฉุกเฉินกันมาแล้วนะ

ยาเก้าเม็ดของหมอเขียวรักษาโรคไตวายไม่ได้เด็ดขาด ฟอกไตฉุกเฉินกันมาแล้วจริงๆ

คนหวังดีที่ไม่เคยมีความรู้ว่า ให้สมุนไพร แนะนำยาหม้อ คือ การทำร้ายและทำลายไตดีๆ นี่เอง

สมุนไพรรากไม้รักษาโรคไตไม่ได้จริงๆ นะ

สมุนไพรรากไม้รักษาโรคไตไม่ได้จริงๆ นะ

สมุนไพร ราคาแพงแค่ไหน ก็รักษาโรคไตไม่ได้ค่ะ

สมุนไพร ราคาแพงแค่ไหน ก็รักษาโรคไตไม่ได้ค่ะ

สมุนไพรไทยจีนฝรั่งไม่ว่าราคาถูกแพงแค่ไหนก็รักษาโรคไตไม่ได้นะ

สมุนไพรไทยจีนฝรั่งไม่ว่าราคาถูกแพงแค่ไหนก็รักษาโรคไตไม่ได้นะ

ส่งต่อกันแบบไม่ยั้งคิด และไม่คิดว่าคนกินแล้วมีอันตรายมากขนาดไหน เตือนแล้วเตือนอีก ลิ้นจี่ เซี่ยงจี๊คนเป็นโรคไตกินไตวายเข้าขั้นต้องฟอกเลือดทันที

เมล็ดลิ้นจี่ กับ ไตหมู (เซี่ยงจี๊) รักษาโรคไตไม่ได้ร้อยเปอร์เซนต์

เมล็ดลิ้นจี่ กับ ไตหมู (เซี่ยงจี๊) รักษาโรคไตไม่ได้ร้อยเปอร์เซนต์

หญ้าไผ่น้ำตัวดี กินแล้วคนเป็นโรคไตไม่รอดสักรายต้องเข้าเครื่องฟอกไตกันทุกคน

หญ้าไผ่น้ำรักษาโรคไตไม่ได้ และทำให้ไตวายเร็วยิ่งขึ้น

หญ้าไผ่น้ำรักษาโรคไตไม่ได้ และทำให้ไตวายเร็วยิ่งขึ้น

หญ้าไผ่น้ำรักษาโรคไตไม่ได้ ซ้ำร้ายทำให้ไตวายเร็วยิ่งขึ้น

หญ้าไผ่น้ำรักษาโรคไตไม่ได้ ซ้ำร้ายทำให้ไตวายเร็วยิ่งขึ้น

หญ้าไผ่น้ำรักษาไตวายไม่ได้ และทำให้ไตทรุดลงอย่างรวดเร็วอีกด้วย

หญ้าไผ่น้ำรักษาไตวายไม่ได้ และทำให้ไตทรุดลงอย่างรวดเร็วอีกด้วย

หมอแมะ แนะนำยามากิน ตายคาบันได้ก็มีมาแล้ว

หมอแมะ สมุนไพรจีน นอกจากไม่รักษาโรคไตแล้ว ยังทำให้ตายคาที่ได้อีกด้วย

หมอแมะ สมุนไพรจีน นอกจากไม่รักษาโรคไตแล้ว ยังทำให้ตายคาที่ได้อีกด้วย

สมุนไพรจีน กินแล้วไตเรียบร้อยเลย

สมุนไพรจีนเป็นเรื่องหลอกลวง รักษาโรคไตให้หายไม่ได้นะ

สมุนไพรจีนเป็นเรื่องหลอกลวง รักษาโรคไตให้หายไม่ได้นะ

หลังจากได้อ่านประสบการณ์จริงของเพื่อนสมาชิกในเพจไตวายเรื้อรัง ที่ได้เปิดประเด็นให้แสดงความคิดเห็นและเล่าประสบการณ์กันแล้ว ทำให้รู้และเข้าใจเลยว่า ที่คุณหมอพยายามบอก พยายามเตือน พยายามห้าม ไม่ได้มาจากคิดมโนเอาเอง หรือหมอจะเสียผลประโยชน์จากที่คนไข้ของหมอหายจากโรค (หมอคงดีใจไชโยโห่ฮิ้วมากกว่าจะได้มีเวลาไปอยู่กับครอบครัวของตัวเองบ้าง) คุณหมอที่ดูแลเรื่องโรคไตเตือนเราจากประสบการณ์ที่คนไข้ของหมอสูญเสียไตไปเพราะสมุนไพรจริงๆ

อีกคำบอกเล่าเกี่ยวกับยาไตของหมอต้น ในเพจไตวายเรื้อรัง
https://www.facebook.com/groups/333067633401671/

คำถามยาไตของหมอต้นมาดูคำตอบนานาที่น่าสนใจกัน

ผลลัพธ์ของการกินยาไตหมอต้น

ผลลัพธ์ของการกินยาไตหมอต้น

Screenshot_20160712-110117 Screenshot_20160712-110240 Screenshot_20160712-110403 Screenshot_20160712-110442 Screenshot_20160712-110541

ถ้าบังเอิญเดินผ่านมาอ่านบทความนี้ แล้วยังเดินทางไม่ถึงจุดที่ต้องล้างไต … รักษาไตจากธรรมชาติที่พ่อแม่ให้มาให้ดีที่สุด คำแนะนำของบุคคลากรทางการแพทย์เชื่อถือได้ อย่าไปหลงเชื่อสิ่งที่ใครก็ไม่รู้กุเรื่องบอกต่อกันมา หรือเจตนาหลอกลวงขายของเลยนะ อย่าต้องเดินทางมาถึงจุดที่ต้องล้างไตแล้วได้แต่ร้องเสียดาย แต่เราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว…นะคะ

เป็นโรคไตผิวแห้งและคัน ทำยังไงดี?

คนที่เป็นโรคไตส่วนใหญ่จะต้องเจอกับปัญหาเรื่องคันผิวมากๆ จนรู้สึกทรมานเลย ยิ่งเกายิ่งคัน เกาแล้วเป็นแผลเสี่ยงติดเชื้ออีก ควรแก้ไขปัญหายังไงดี?
Things Mama do while PD

ง่ายๆ เลยค่ะ ไปหาหมอโรคผิวหนังค่ะ

หลายคนอาจจะร้องว่า หาหมออีกแล้ว

ไหนๆ ก็เป็นโรคไตแล้วทั้งที หนีก็ไม่หาย เพราะฉะนั้น แนะนำให้เรียนรู้โรค อยู่กับโรคอย่างมีความสุขให้ได้ หากตัดสินใจได้ดังนี้แล้ว เราต้องสร้างทีมด้วยตัวเราเอง เราต้องมองหาลูกทีมมาช่วยเราค่ะ นอกจากเราจะมีหมอโรคไต พยาบาลโรคไต นักโภชนาการโรคไตแล้ว (ของคุณแม่ยังมีหมอโรคเบาหวาน หมอดูแลเท้าเบาหวาน หมอโรคหัวใจ หมอผ่าตัด หมอกระดูกอีกด้วย ทีมเราแกร่งมาก) อีกลูกทีมสำคัญ หมอโรคผิวหนังค่ะ

คือ คุณแม่คันมาก คันจนทรมาน ผู้ป่วยรู้สึกไม่สบายตัวแบบนี้ ผู้ดูแลเครียดค่ะ หาผู้ช่วยที่มีความรู้ ความชำนาญ เป็นผู้เชี่ยวชาญดีที่สุด (เพราะลองซื้อสารพัดโลชั่น ลองหาทางแก้ไขแล้ว ไม่ดีขึ้นเลย)

เพราะ คุณหมอโรคไตบอกว่า ก่อนฟอกไต หากค่าของเสียยังสูง จะมีผลทำให้ผิวคันได้  แต่ถ้าฟอกไตแล้วค่าฟอสฟอรัสสูง ก็ยังทำให้ผิวคันมากอยู่ การฟอกไต การให้ยากินเพื่อลดค่าฟอสเฟต เป็นวิธีที่คุณหมอโรคไตรักษาเราอย่างเต็มที่

นัก โภชนาการโรคไต จะแนะนำให้เรารู้จักกับอาหารที่มีค่าฟอสเฟตที่เราควรหลีกเลี่ยง เช่น ไข่แดง นม อาหารประเภทเบเกอรี่ ที่มีส่วนผสมของไข่ นม เนย เบกกิ้งโซดา เบกกิ้งพาวเดอร์เป็นส่วนผสม รวมทั้งอาหารประเภทธัญพืชเช่น ถั่วเหลือง ถั่วแดง ถั่วลิสง ถั่วอัลมอนด์ งา ลูกเดือย คำแนะนำเรื่องอาหารเป็นเรื่องที่เราทำเพื่อช่วยตัวเราเองได้ทุกวัน

ปฎิ บัติตามคำแนะนำของลูกทีมสำคัญทั้ง 2 แล้ว แต่ก็ยังคันอยู่ เหตุผลในการไปหาลูกทีมที่มีความเชี่ยวชาญเพิ่ม เป็นเรื่องที่ดีงาม ถูกต้อง และเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง

คุณหมอโรคผิวหนังจะถามโรค และ ถามการใช้ชีวิตประจำวัน

เนื่อง จากคุณแม่อยู่ในวัย 80 งานที่ทำมีเพียงทำงานบ้านเบาๆ เพียง ปัด กวาด เช็ด ถู และทำอาหารให้ลูก หลานกินเท่านั้น เวลาที่เหลือก็ออกกำลังกายเบาๆ แกว่งแขน ปั่นจักรยาน ยกน้ำหนักด้วยการอุ้มหลาน เดินไป เดินมา

คุณหมอซักถามรายละเอียดถีงวิธีการทำความสะอาดร่างกาย

การ เป็นเบาหวานมานานกว่า 30 ปี ระบบการเผาผลาญและการขับเหงื่อจึงไม่ค่อยดี ในแต่ละวันจึงไม่มีเหงือ และกิจกรรมเบาๆ ของสาววัย 80 ก็ไม่ได้ทำให้มีเหงือ…. คุณหมอจึงขอให้งดการฟอกสบู่ เพราะผิวหนังและชั้นใต้ผิวหนังจะเปลี่ยนแปลงเป็น ความแห้ง ความเหี่ยวย่น ไม่มีความยืดหยุ่น แบบที่สาววัยอื่นไม่มี จึงจำเป็นต้องรักษาความชุ่มชื่นที่เหลืออยู่ไม่มากนั้นเอาไว้ด้วยการไม่ฟอก สบู่ เพราะการฟอกสบู่คือ การชะล้างไขมันที่อยู่บนผิวออกไป ยิ่งมีโรคไตเป็นปัจจัยเสริมนอกเหนือไปจากโรคเบาหวาน และอายุ  คุณหมอจึงขอให้ทำความสะอาดร่างกายด้วยการอาบน้ำ เช็ดตัวด้วยน้ำเปล่าเท่านั้น

เรื่อง ที่สองที่คุณหมอให้คำแนะนำคือ หมั่นทาโลชั่นเสมอ คุณแม่โอดโอยทันที ถูกงดฟอกสบู่ แล้วยังต้องทาโลชั่นอีก เพราะคุณแม่เป็นผู้หญิงรักความสะอากที่ไม่ชอบความเหนอะหนะของครีมทุกชนิดมา แต่ไหนแต่ไร คุณหมอบอกว่าคุณหมอให้คำแนะนำ และบอกวิธีการรักษาให้หายได้ มีคนมารักษากับหมอแล้วทำตามอาการดีขึ้นทุกราย คนที่ไม่ทำตาม ก็ยังคงทรมานกับความคันต่อไป คุณหมอรักษาได้ แต่คนดูแลต้องเป็นตัวผู้ป่วยเอง หากเราจะเป็นทีมเดียวกัน เราต่างต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ได้ ให้ดี

และก่อนจากกันคุณหมอได้ ให้ครีมสำหรับทาเพื่อลดอาการคันมาด้วย คุณหมอบอกว่าเป็นครีมสเตียรอยด์ให้ใช้เฉพาะยามที่คันมากๆ เท่านั้น เพราะยามีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือช่วยลดอาการคันได้ แต่ก็มีข้อเสียหากใช้ในปริมาณที่มากเกินไป มากเกินความจำเป็น จะทำให้ผิวมีปัญหาตามมาได้

ได้ใช้ครีมยาสเตียรอยด์ที่คุณหมอให้ใน ช่วงแรกเพื่อลดอาการคันเท่านั้น นอกนั้นก็ปฎิบัติตามคำแนะนำของลูกทีมอย่างครบครัน ล้างไตทุกวันเพื่อให้ของเสียออก หลีกเลี่ยงอาหารที่มีฟอสฟอรัส กินยาลดฟอสเฟตที่คุณหมอให้มาเป็นการแก้ปัญหาอาการคันจากภายใน ส่วนภายนอกนั้นก็งดการฟอกสบู่ ทาครีมทุกเช้าเย็น ทายาแก้คันเมื่อรู้สึกคน และออกกำลังกาย(แม้จะทำการล้างไตอยู่ก็ทำได้)ทุกวันเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

ปล.เขียนเล่ารู้สึกว่าเป็นเรื่องง่ายใช่ไหมคะ?  แต่กว่าจะผ่านเหตุการณ์มาเล่ายอมรับว่าไม่ง่ายเลย ไม่ใช่เราคนเดียวที่อยู่กับโรคนี้ด้วยความยากลำบาก ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ ต้องเดินมาบนเส้นทางนี้แล้ว อยู่กันให้ดี อยู่กันให้สนุกให้ได้ เพราะเครียดเกินไป กังวลเกินไป ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นได้เลย เรียนรู้ไปกับโรค มีชีวิตอยู่กับโรคด้วยรอยยิ้มนะคะ

แบ่งปันประสบการณ์ : โรคไตกับการกินยาสมุนไพร

ตั้งแต่คุณแม่ของลักข์ล้างไตมา 3 ปีกว่า ลักข์ยังไม่เคยลองให้กินยาสมุนไพรเลย เพราะในช่วงระยะเวลาก่อนล้างไตได้หาข้อมูลเกี่ยวกับโรคไต ทำให้รู้ว่าพืชผักสมุนไพรใบสีเขียวทั้งหลาย มีวิตามินเกลือแร่อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งสำหรับคนที่เป็นโรคไตวายเรื้อรังแล้วต้องระวังปริมาณในการกิน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การถูกนำมาแปรรูปให้กลายเป็นน้ำผักสมุนไพร …รับรองว่าส่งผลร้ายต่อคนที่เป็นโรคไตแน่นอน

ลักข์ขอขอบคุณ คุณ RungWa ที่ได้เขียนบอกเล่าประสบการณ์ในการรักษาโรคไตระยะสุดท้ายด้วยการกินยาสมุนไพรไว้ในบอร์ดสนทนาของเวปไซต์ชมรมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทยไว้ด้วยนะคะ อ่านแล้วเข้าใจความรู้สึกเลยค่ะ เพราะถึงแม้ลักข์จะยังไม่เคยให้คุณแม่ลองทานน้ำสมุนไพรที่หลอกขาย แต่ลักข์ก็เคยถูกหลอก ให้คุณแม่ทดลองอาหารเสริมด้วยความรักและปรารถนาดี แต่กลับเป็นการทำร้ายคุณแม่ทางอ้อม เพราะคุณแม่เกิดผื่นขึ้นเต็มหน้าเลย ( https://luckareerat.wordpress.com/2013/10/15/what-ive-learnt-about-capd/)

บทเรียนจากการกินยาสมุนไพร

น้องเป็นไตวายเรื้อรังได้3-4เดือนแล้ว ด้วยความที่แพทย์แผนปัจจุบันไม่มีทางรักษาหาย
เราจึงหาวิธีทุกทางที่เขาว่าดี โรคไตรักษาหายมาแล้ว จากญาติบ้าง จากเพื่อนบ้าง
จนกระทั่งล่าสุดพาน้องไปหาหมอสมุนไพรไทย(มีความน่าเชื่อถือสูง ออกทีวีชื่อดัง ได้เคยรางวัลระดับนานาชาติ)
กินยาไปได้สัปดาห์กว่าๆ ปรากฏว่า ตอนนี้น้องตัวดำปากดำ เลือดข้นมากจนไม่สามารถเจาะเลือดออกมาตรวจได้
ตัวบวมมากขึ้น ผลเลือดออกมาแย่กว่าก่อนกินยาสมุนไพรซักอีก รู้สึกสำนึกผิดมากๆ ความหวังดีของเราทำร้ายคนที่เรารัก
มันเจ็บปวดจริงๆ จึงอยากจะเล่าเรื่องนี้ให้เป็นบทเรียนกับเพื่อนๆที่เป็นโรคไตเหมือนกัน จะได้ไม่เป็นเหมือนกับน้องเรา

ปล. น้องมีฟอสฟอรัสสูงขึ้นอย่างเห็นไดัชัด ตอนนี้ให้น้องเลิกกินยาสมุนไพรแล้ว ถ้าฟอกไตไปเรื่อยๆ
น้องจะมีอาการดีขึ้นไหมคะ แล้วจะผิวขาวขึ้นไหมคะ ตอนนี้น้องผิวดำจนน่าตกใจเลยค่ะ
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ผิวขาว ปากแดง หน้าตาสดชื่น รู้สึกเป็นห่วงน้องมากเลยค่ะ

Admin ตอบ ก็อาจกลับมาขาวได้ครับ ฟอกไปเรื่อย ๆ ฉีดยาเพิ่มเลือดทานยาธาตุเหล็กจนความเข้มข้นเลือดขึ้น ผิวก็จะขาวขึ้น ฉีดวิตามิซีช่วยด้วยก็จะขาวขึ้นได้ครับ

คัดลอกมาจาก http://www.thaikidneyclub.org/home/index.php?option=com_kunena&Itemid=27&func=view&catid=4&id=5539

เชื่อเถอะนะคะว่า ถึงแม้คุณหมอที่รักษาเราจะบอกความจริงที่ฟังดูโหดร้ายว่าโรคไตวายระยะสุดท้ายไม่มีทางรักษาให้หายขาด แต่คุณหมอก็มีวิธีรักษาที่ปลอดภัยกับชีวิตเราได้นะคะ

อย่าไปทดลองอาหารเสริมหรือสมุนไพรใดๆ เลย เพราะคนที่ได้รับผลเสียและต้องทนทุกข์ทรมานมากขึ้น ก็ตัวเราเองหรือคนที่เรารักและห่วงใยที่สุดนะคะ คนหลอกขายของเขาไม่รู้สึกไปกับเรา ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้นด้วย อย่าเสียเงินไปเพื่อซื้อความหวังที่สร้างความทุกข์ทรมานให้กับร่างกายเลยนะคะ เอาเวลาและเงินทองมาดูแลซื้ออาหารสด ปรุงใหม่ เพื่อบำรุงร่างกายตัวผู้ป่วยกันดีกว่า รับรองว่าคุ้มค่าทุกนาทีและทุกสตางค์ที่ใช้ไปเลยล่ะคะ

เป็นกำลังใจให้ทุกคนเสมอ เพราะรู้ดีว่าการเดินอยู่บนเส้นทางของการมีโรคเรื้อรังประจำตัวไม่ใช่เรื่องสนุกนัก แต่ก็ไม่ควรที่จะจมอยู่กับความทุกข์ให้มากเกินไปนะคะ

โลกที่เราอยู่เป็นโลกที่สวยงาม มองให้เห็นและมีชีวิตให้เป็นให้ได้นะคะ  🙂

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการล้างไตทางช่องท้องให้แม่

ครบ 3 ปีเต็มแล้วที่ลักข์ล้างไตทางช่องท้องให้คุณแม่เองที่บ้าน อยากบอกว่าดีใจมากมายที่ตัดสินใจเลือกวิธีนี้ รวมทั้งภูมิใจในตัวเองอย่างมากมายที่ได้ดูแลคุณแม่อย่างเต็มที่ตามที่ตั้งใจไว้

เหนื่อยมั้ย เหนื่อยมากกกกกกกกกเลยค่ะ แต่ก็คุ้มค่ามากกับการใช้เวลาทุกนาทีในการดูแลคุณแม่ … เราจะมีเวลาที่ได้อยู่ร่วมกันอีกนานแค่ไหนก็ไม่รู้  เนาะ

เอ .. แต่จะว่าไป ช่วงเวลาเกือบสองเดือนที่ต้องดูแลคุณแม่หลังจากที่คุณแม่หกล้มกระดูกสันหลังยุบต้องนอนพักอยู่บนเตียงซึ่งคุณแม่ช่วยเหลือตัวเองได้ไม่สะดวกนัก เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วการดูแลคุณแม่ที่ต้องล้างไตทางช่องท้องนั้น กลายเป็นเรื่องง่ายไปเลยทีเดียว 🙂

สิ่งมีค่าที่สุดอีกอย่างนอกเหนือไปจากเวลาที่ลักข์ได้ร่วมกับคุณแม่แล้ว ก็คือความรู้ 🙂 สิ่งที่ลักข์ได้เรียนรู้แม้จุดประสงค์หลักจะเป็นไปเพื่อดูแลรักษาคุณแม่ แต่สิ่งที่ลักข์ได้ตามมาก็คือ ลักข์ค้นพบวิธีที่ลักข์เคยวาดฝันเอาไว้ว่าอยากที่จะมีชีวิตและได้ใช้ชีวิตอยู่กับโรคเบาหวานอย่างมีความสุข อย่างคนที่มีสุขภาพที่ดี และห่างไกลจากโรคแทรกซ้อนของเบาหวานให้ไกลที่สุด ใช่แล้วค่ะ ความรู้ที่ได้ลักข์สามารถนำมาใช้เพื่อดูแลและป้องกันโรคให้กับตัวเองได้ 🙂

สิ่งที่ลักข์ได้เรียนรู้ตลอดช่วงระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมานี้คือ

1. อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาที่คุยโวแล้วเราต้องเสียเงินซื้อ อย่าหลงเชื่อความหวังดีที่ถูกส่งต่อกันมา อย่าหลงเชื่อความปรารถนาดีที่บอกต่อกันมา เพียงเพราะคำว่ามันเป็นพืช ผักสมุนไพร ธรรมชาติไม่มีอันตราย

เพราะนอกจากจะเคยลองสารพัดอาหารและสารพิษที่ใครต่อใครมาขายความหวังให้หายจากโรคเบาหวาน ซึ่งก็ไม่เห็นได้ผลสักอย่าง ตอนที่คุณแม่ล้างไตในช่วงแรก ก็ใช่ว่าจะไม่เคยลอง ผลที่ได้นอกจากจะบวมบ้าง ความดันสูงบ้าง แล้วโรคไตก็ยังไม่หาย การลองครั้งสุดท้ายของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจากธรรมชาติ แลกมาด้วยผื่นแพ้ขึ้นเต็มหน้า ต้องวิ่งพากันไปหาหมอที่รพ.ให้ช่วยรักษา เสียทั้งเงินทั้งเวลา แถมอาจจะเป็นการนำชีวิตไปเสี่ยงกับความตายอีกด้วย

ไม่ว่าใครหน้าไหนมาเรียกให้ทดลองอีก ก็จะตอบด้วยความมั่นใจว่า ขอให้คุณแม่ของลักข์ตายตามธรรมชาติของอายุขัย หรือของโรคเถิด อย่าหาวิธีเร่งให้คุณแม่ลักข์ตายด้วยวิธีอื่นเลย 🙂

Mama allergy face2. การดูแลรักษาโรคเรื้อรัง (เบาหวาน ความดัน ไต)  รวมทั้งการป้องกันโรคแทรกซ้อนที่มีสาเหตุจากโรคเรื้อรัง ตัวเราคือหมอที่ดีที่สุด

ลักข์ไม่รู้ว่าที่รพ.เอกชนรักษายังไง แต่ที่ลักข์เจอ(แต่ก็ใช้เวลากว่าจะเข้าใจ) อาจารย์หมอ (หมอที่รักษาด้วยและยังเป็นครูสอนหมออีกด้วย) บอกกับลักข์ว่า “ผมเป็นได้แค่โค้ช แนะนำได้ บอกวิธีได้ แต่คนที่จะเป็นหมอที่รักษาคนไข้ได้ดีที่สุดก็คือตัวคนไข้เอง เพราะเป็นคนเดียวที่ได้อยู่กับตัวเองตลอด 24 ชม.ต่อวัน 7 วันต่อสัปดาห์ ผมแนะนำได้ว่าควรจะกินยาอะไร ต้องควบคุมคู่ไปกับการออกกำลังกายและการกินอาหาร แต่ถ้าตัวคนไข้ซึ่งเป็นหมอดูแลตัวเองไม่ทำ การรักษาจะได้ผลดีได้อย่างไร”

Dr.Sompongse and Mama

เท่าที่ลักข์มีโอกาสได้รักษากับคุณหมอมาหลายท่าน คุณหมอจะไม่ได้รักษาแบบ one man show แต่มากันแบบยกทีมเลย  มีทั้งพยาบาล ทั้งนักโภชนาการการ เภสัชกร ให้ความรู้และคำแนะนำ รวมทั้งตอบคำถามที่เราสงสัยได้เสมอ และโดยส่วนตัวลักข์เอง หลังจากที่ผ่านอะไรมาเยอะบอกได้เลยว่า ทีมผู้ดูแลมีความจำเป็นกว่าหมอเสียอีกเพราะเราสามารถติดต่อสอบถามขอความรู้ได้สะดวก และติดต่อเจอง่ายกว่าหมอเสียอีก

ลักข์ยอมรับว่ากว่าลักข์จะตั้งตัวติด คิดได้ ก็ใช้เวลาพอสมควร 🙂

3. การจดบันทึกมีประโยชน์ต่อการรักษาของคุณหมอมาก และคนที่ได้รับผลประโยชน์สูงสุดจากการจดบันทึก คือตัวเราเอง

ตอนลักข์ดูแลตัวเองลักข์ใช้สมุดบันทึกอาหาร ค่าน้ำตาล และปริมาณอินสุลิน คุณหมอดูสมุดบันทึกแล้ว สามารถให้คำแนะนำเรื่องการเพิ่มลดอินสุลิน ช่วงเวลาที่ออกกำลังกายให้กับลักข์ได้ เมื่อเราสามารถเป็นหมอที่รักษาตัวเองได้ดี โค้ชก็สามารถให้คำแนะนำที่ส่งเสริมให้เรามีสุขภาพที่แข็งแรงยิ่งขึ้นได้

แต่สำหรับการดูแลคุณแม่ ลักข์จดบันทึกทุกอย่างเลย เพราะการบันทึกค่าน้ำตาลมีประโยชน์สำหรับการรักษาของคุณหมอที่รักษาเบาหวาน การบันทึกค่าความดันมีประโยชน์สำหรับการรักษาของคุณหมอที่รักษาโรคหัวใจและโรคไต การบันทึกการไปหาหมอ การรักษาของคุณหมอ มีประโยชน์เวลาไปหาหมอตามนัดครั้งต่อไป

จดตามความจริงที่ทำ และที่เกิดขึ้น ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องอายนะคะ การซื่อสัตย์กับตัวเองเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณหมอหาวิธีดูแลรักษาเราให้ดีขึ้นได้จริงๆ ข้อมูลผิด การรักษาพลาดนะคะ ชีวิตเราวิบัติด้วยตัวเราเองเลยนะคะ

mama b/p record 4. การล้างไตทางหน้าท้องไม่ให้ติดเชื้อ (ตลอด 3 ปีเต็มไม่เคยติดเชื้อเลย) คือ การรักษาความสะอาด ตามที่ทีมพยาบาลแนะนำ

หลังจากที่ลักข์ตัดสินใจเลือกวิธีการล้างไตทางช่องให้คุณแม่ ญาติสนิทมิตรสหายล้วนเตือนด้วยความปรารถนาดีว่า การล้างไตทางช่องท้องโอกาสติดเชื้อสูงทำให้โอกาสตายสูงตามไปด้วย ลักข์เข้าใจความหวังดี แต่ลักข์มีเป้าหมายไว้ในใจแล้วว่า คุณแม่ต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดี และต้องมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข ช่วยเหลือตัวเองได้ แม้จะต้องล้างไต การล้างไตทางช่องท้องคือคำตอบ

ส่วนความห่วงใย ความปรารถนาดีของคนทั้งหลายนั้น ลักข์เอาไปตั้งเป็นคำถามกับทีมพยาบาลว่า เป็นไปได้หรือเปล่าที่จะไม่ให้เกิดการติดเชื้อ เป็นไปได้แต่.. มีเงื่อนไขคือ ทั้งคนไข้และคนดูแลต้องดูแลรักษาความสะอาดตามที่พยาบาลแนะนำ เพราะวิธีที่พยาบาลแนะนำเป็นวิธีที่ผ่านการทดลอง ผ่านการทดสอบ ค้นคว้า และปฏิบัติมาแล้วว่าเป็นวิธีที่ได้ผลจริง  จึงเอามาสอน ไม่ใช่นั่งเทียนคิดเอา มโนเอาเอง

Dr.Nalinee and Mama5. หลักสำคัญในการกินอาหาร กินให้ครบทุกหมวดหมู่ตามหลักโภชนาการ + เลือกกินอาหารอายุสั้นเสมอ เพราะจะทำให้เราอายุยาวและผิวสวยสดใสอ่อนกว่าวัยตลอดทุกช่วงอายุ (อาหารอายุสั้นคือ อาหารสด อาหารอายุยาว คือ อาหารที่ผ่านการถนอมอาหารด้วยกระบวนการต่างๆ ทำให้เก็บไว้ได้นาน)

Food Pyramid
6. สุขภาพดี ไม่มีขายสำเร็จรูป และไม่มีทางที่ร่างกายจะดีขึ้นได้ภายในไม่กี่วัน ทั้งดีท็อกซ์ น้ำด่าง ล้างพิษตับ คุณหมอล้วนออกมายืนยันแล้วว่าหลอกลวงทั้งนั้น

เคล็ดไม่ลับของคนสุขภาพดีคือ ตนเป็นที่พึ่งของตนเท่านั้น การที่รู้จักเลือกกินอาหารที่ดี มีประโยชน์ต่อสุขภาพ การพักผ่อนอย่างเพียงพอ และการออกกำลังกายล้วนเป็นสิ่งสำคัญจำเป็นที่ต้องทำด้วยตัวเองเพื่อให้ตัวเองมีสุขภาพที่ดี

Mama at Lumpini Park
ผลลัพธ์ที่ลักข์ได้ตัดสินใจพาคุณแม่ออกมาจากห้องไอซียูเมื่อเมื่อเกือบ 4 ปีที่แล้ว และดูแลการล้างไตทางช่องท้องให้คุณแม่เองที่บ้านมาได้ 3 ปีเต็ม ลักข์ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่มีค่าและเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดเสมอ ที่ได้ทำหน้าที่ของลูก .. ที่รักแม่ 🙂

เป็นกำลังใจให้กับทุกๆ คนที่ต้องเดินทางมาถึงจุดของการล้างไตนะคะ อาจจะต้องผ่านช่วงเวลาของความโศกเศร้าเสียใจ และปัญหามากมายกันบ้าง แต่ทุกอย่างจะผ่านไปได้ค่ะ รักษาใจตัวเองให้ดีและท่องคาถาไว้เสมอว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะของคนไข้หรือผู้ดูแลนะคะ 😉

ถามมา ตอบไป คุยกันเรื่องโรคไตวาย (1)

ได้รับจดหมายไฟฟ้ามาสอบถามเกี่ยวกับเรื่องโรคไต เขียนตอบกันไปมาหลายวัน เมื่อได้รับจดหมายฉบับสุดท้ายที่เขียนมาขอบคุณ แสดงว่าที่ตอบไปน่าจะมีประโยชน์อยู่บ้าง อย่ากระนั้นเลย เอามาลงบล็อคดีกว่า เผื่อใครมีคำถามเดียวกัน จะได้ไม่ต้องเขียนตอบคำถามที่ซ้ำกันอีก ฮี่ ฮี่

คำถาม : วันนี้ตัดสินใจวางท่อเพื่อล้างไตทางหน้าท้องแล้ว อยากจะรู้ว่าควรเริ่มดูแลคุณพ่ออย่างไร อาหารที่จะทำไม่ให้ท่านเบื่อ เพราะเห็นคุณหมอบอกว่าผักใบเขียวห้าม ผลไม้ห้าม

ลักข์ตอบ : เรื่องสำคัญคือ ต้องดูว่าผลเลือดเป็นอย่างไร (เมื่อก่อนก็ไม่รู้ค่ะ ใช้วิธีถามหมอเอาดื้อๆ เลยว่าคุณหมอรู้ได้อย่างไร หมอดูค่าตัวไหน) การที่รู้ค่าและเข้าใจความหมายจะช่วยได้มากในการปรับเรื่องโภชนาการ

อย่างเช่น ค่า K หรือค่าโปแตสเซียม ถ้าค่าเกิน  ก็จะต้องงดกินผักใบเขียวอย่างจริงจัง เพราะค่าตัวนี้มีผลกับหัวใจ แต่เมื่อล้างไตทางหน้าท้องไปแล้ว ค่าตัวนี้ดีขึ้นก็ทานผักได้มากขึ้นค่ะ

ส่วนผลไม้ ก็มีผลเกี่ยวกับค่าโปแตสเซียมด้วยเช่นกัน และมีผลต่อน้ำตาลด้วย ต้องดูคู่กัน

ทั้งผักและผลไม้กินได้บ้าง ต้องเลือกที่มีค่าโปแตสเซียมน้อยๆ ไว้ก่อนค่ะ ส่วนใหญ่จะเป็นผักสีอ่อนค่ะ

การเลือกทานผักผลไม้ จะอิงกับผลเลือดค่ะ ถ้าหมอห้ามตอนนี้ อาจจะเพราะค่า K สูงจนหมอไม่อยากให้เกิดอันตราย แต่ถ้าล้างไตแล้วค่าดีขึ้นก็ทานได้บ้างค่ะ

ส่วนเรื่องเบื่ออาหารนั้น ต้องอยู่ที่กำลังใจเป็นสำคัญค่ะ เพราะว่าอาหารสำหรับคนเป็นโรคไต คือ จืดค่ะ แล้วโดยเฉพาะที่ล้างทางหน้าท้อง เมนูหลักคือไข่เลยค่ะ เพราะการล้างทางหน้าท้องจะสูญเสียโปรตีนเยอะ ต้องกินให้พอ ซึ่งโปรตีนที่ดีที่สุด มีของเสียตกค้างน้อยที่สุด ก็คือ ไข่ ค่ะ ถ้าไขมันไม่สูง ค่าฟอสฟอรัสไม่สูง ก็ยังพอกินไข่แดงได้บ้าง ถ้าไม่เช่นนั้นก็ไข่ขาวล้วนๆ เลยค่ะ การทำอาหารสดๆ ปรุงร้อนๆ ช่วยได้มากค่ะ

อย่างตอนนี้ค่าทุกตัวของคุณแม่ลักข์อยู่ในเกณฑ์ปกติหมด ยกเว้น albumin ซึ่งคือ ค่าโปรตีน ขนาดให้กินไข่วันละ 10 ฟองก็ยังน้อยเกินไปเลยค่ะ แต่จะให้ทานมากกว่านี้ก็ได้เป็นบางมื้อบางวันเท่านั้นค่ะ (ไม่งั้นอาเจียนแน่ๆ แม่บอกค่ะ)

เรื่องเบื่อ ต้องถามใจคุณพ่อ และคุณเป็นสำคัญ ถ้าทำใจยอมรับกับวิถีชีวิตใหม่ที่นับต่อจากนี้จะต้องเปลี่ยนไปได้ ชีวิตก็ไม่มีอะไรน่าเบื่อ เพราะจะมีเรื่องใหม่ๆ เกี่ยวกับโรคไตให้เรียนรู้เสมอๆ ค่ะ ค่อยๆ ปรับตัวปรับใจ เมื่อยอมรับได้ ทุกอย่างก็จะดีขึ้นค่ะ

คำถาม : อยากจะถามว่าถ้ากลับบ้าน ห้องที่ใช้ สำหรับล้างไต ต้องมีลักษณะอย่างไร และคำแนะนำเบื้องต้น

ลักข์ตอบ : ทางรพ.แนะนำเรื่องห้องอย่างไร หลักการใหญ่ตามที่ได้รับการแนะนำค่ะ
สำหรับลักข์เองก็ไม่ได้สร้างห้องใหม่ ใช้ห้องที่มีอยู่ แต่จัดระเบียบใหม่ ให้สะอาดและให้ง่ายต่อการทำความสะอาดทุกวันค่ะ

สำหรับการล้างไตทางหน้าท้อง เรื่องที่สำคัญตั้งแต่วันแรกและทุกๆ วัน คือ ความสะอาด สถานที่สะอาด คนสะอาด อุปกรณ์สะอาด ค่ะ

ส่วนเรื่องความคล่องแคล่วในการต่อสายนั้น ต้องใช้เวลาสักพักค่ะ

คำถาม : ช่วงนี้กำลังปรับห้องใหม่อยู่ค่ะ  แต่ยังเป็นห่วงเรี่อง อาหาร การกินน่ะค่ะ เพราะหมอบอกว่า กินอะไรไม่ได้นอกจากข้าว กับ ปลา เท่านั้น แล้วแบบนี้ พ่อจะมีแรงทำอะไรไหวคะ ของคุณแม่คุณลักข์ไม่เห็นเหมือนกันเลย

และต้องล้างไปตลอดชีวิต ต่อจากนี้ไปจะอย่างไร ท่านจะอยู่กับเราไปได้อีกนานเท่าไร ตอนนี้ รู้สึกท้อมากเลยค่ะ

ลักข์ตอบ : อย่าคิดกังวลเกินไป

อย่าบั่นทอนตัวเองว่าทำไมชีวิตไม่เหมือนคนอื่น เพราะไม่มีใครในโลกนี้ที่มีชีวิตเหมือนกันเลย ไม่มีประโยชน์ที่จะคิด และจะเปรียบเทียบ

วิธีเรียนลัดเรื่องอาหารที่เคยทำคือ หมอให้แม่กินอะไร ลักข์กินด้วย ในช่วงแรก ยากมากกับรสชาติจืดสนิท แต่ผ่านมาปีแล้ว ชินกับรสธรรมชาติแล้ว และลักข์เองก็มีพัฒนาการในการทำอาหารเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมด้วย

ยอมรับว่าชีวิตช่วงแรก ลำบากในการปรับตัวมากๆ มากจริงๆ เพราะต้องเผชิญกับความไม่รู้ทุกๆ เรื่อง พร้อมๆ กัน ในขณะที่ยังต้องดำเนินชีวิตทุกอย่างต่อไปตามปกติ  แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็จะดีขึ้นค่ะ

ชีวิตในช่วงแรกต้องเคร่งครัดมาก เพราะเมื่อเดินทางมาถึงการฟอกไต หมายความว่า เลือด มีของเสียเยอะเพราะไตหมดสภาพที่จะขับออกแล้ว การล้างไตช่วยได้ แต่ต้องช่วยตัวเองด้วยการไม่เอาของเสียเข้าไปด้วย

เรื่องไม่มีแรง ก็คงต้องใช้เวลา ตอนนี้ต้องมีกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ก่อน เมื่อปรับตัวได้ชีวิตเข้าที่ ก็จะดีขึ้น

ออกกำลังกายเบาๆ ทุกวัน เป็นสิ่งจำเป็น

การมีชีวิตอยู่กับการล้างไตทุกวัน เป็นเรื่องที่ต้องทำใจ เพราะเป็นทางเลือกสำหรับการมีชีวิต

การฝืนนิสัยเดิมของตัวเอง ฝึกนิสัยการกินใหม่ เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน
ส่วนเรื่องการมีชีวิตอยู่ได้ยืนยาวแค่ไหน ลักข์เองก็ไม่รู้ว่าแม่จะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน ลักข์รู้แต่ว่าวันนี้เขายังมีชีวิตอยู่ ลักข์ก็ดูแลให้ดีที่สุด วันที่แม่ไม่อยู่ ลักข์ไม่อยากร้องไห้ว่าถ้ารู้อย่างนี้จะดูแลเขาให้ดีกว่านี้ ถ้าแม่จะมีชีวิตอยู่แค่วันนี้ วันนี้ก็ทำเต็มที่ ถ้าแม่จะมีชีวิตอยู่ไปอีก 20 ปี ลักข์ก็เต็มที่ทุกวันไปอีก 20 ปี ถึงเเวลาวันไหนก็วันนั้น

ในเเมื่อไม่รู้วันตายของแม่จนกว่าวันนั้นจะมาถึง ลักข์จึงทำวันนี้ให้ดีที่สุด เพราะเมื่อวันตายของแม่ ลักข์ต้องการตอบตัวเองให้ได้ว่า ลักข์ทำดีที่สุดและสุดกำลังแล้ว จะเสียใจต่อการจากไปเพราะรักและคิดถึง แต่ไม่ต้องการที่จะเสียใจเพราะความรู้สึกผิดว่ายังดูแลแม่ไม่เต็มที่ค่ะ

อย่าคิดเรื่องที่ทำให้ท้อเลยนะคะ การเรียนรู้เรื่องใหม่ คือ โรคไต มันยากจนแทบจะท้ออยู่แล้ว หากฟุ้งซ่านอีก กำลังใจของคุณจะหมดเอานะคะ

จดหมายไฟฟ้าฉบับสุดท้าย ถูกส่งมาแบบไม่มีคำถามแล้ว แต่มีคำขอบคุณ ดีใจจัง ^^

อ้อ! การดูแลผู้ป่วยโรคไต ต้องดูแลกันเป็นทีมนะคะ หมอรักษาโรคได้ จ่ายยาให้เราได้ แต่เรื่องอาหาร อยากแนะนำให้ติดต่อนักโภชนาการนะคะ แม่นเป๊ะ แม่นเป๊ะ คำนวณให้เราได้ว่าควรจะกินอาหารต่อวันเท่าไหร่ อะไรบ้าง ถ้าคำนวณมาเป็นกิโลแคลอรี่ ให้นักโภชนาการแปลงมาเป็นไข่กี่ฟอง เนื่อปลากี่ช้อนได้เลย (นักโภชนาการแปลงค่าเป็น แต่มักจะไม่สื่อสารออกมาเป็นภาษาการใช้งานเพราะเคยชินกับภาษาวิชาการ เราต้องถาม ไม่เช่นนั้นเราก็ไม่สามารถปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง) อย่างทำความสะอาดแผล ต้องพยาบาล เทคนิควิธีการเยอะและเริ่ดกว่าหมออีก ไหนๆ จะเรียนรู้แล้วเอาให้สุดๆ กันไปเลยนะคะ ^^ (แต่จะใ้ห้ดี เอาที่พอดี พอเหมาะกับจังหวะชีวิตตัวเองนะคะ จังหวะชีวิตลักข์เกินคนปกติไปมากอยู่เหมือนกัน ^^”)