ลักข์ฟังมาเล่า อ้วนแล้ว หวานแล้ว ลดได้แน่ด้วยอาหารดัชนีน้ำตาลต่ำ (2)

กิจกรรม จิบกาแฟยามสาย สไคล์เบาหวาน เสวนาในหัวข้อเรื่อง อ้วนแล้วหวานแล้ว ลดได้แน่ด้วยอาหารดัชนีน้ำตาลต่ำ

กิจกรรม จิบกาแฟยามสาย สไคล์เบาหวาน เสวนาในหัวข้อเรื่อง อ้วนแล้วหวานแล้ว ลดได้แน่ด้วยอาหารดัชนีน้ำตาลต่ำ

เรื่อง “อ้วนแล้วหวานแล้ว ลดได้แน่ด้วยอาหารดัชนีน้ำตาลต่ำ” ครั้งที่ 2

ทางชมรมเบาหวานฯ ได้รับความเอื้อเฟื้อจาก อาจารย์ปรียา เป็นอย่างสูงในการจัดกิจกรรมและการเสวนาอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2

ในครั้งนี้สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการกับอาจารย์ในครั้งที่แล้ว ต้องเดินทางมาถึงรพ.ตั้งแต่เวลา 0700 น. เช่นเดิมเพื่อเจาะเลือดที่ปลายนิ้ว วัดเปอร์เซ็นต์ไขมัน และวัดความดัน แบบเดือนที่ผ่านมา เพื่อเป็นการติดตามผลหลังจากที่อาจารย์ได้ให้เทคนิค วิธีการลดความอ้วน และลดระดับน้ำตาลที่สามารถทำได้ด้วยตนเองไปแล้ว โดยมีสมาชิกได้รับรางวัลการดูแลตัวเองได้ดีที่สามารถลดเปอร์เซนต์เนื้อเยื่อไขมัน และ ลดระดับน้ำตาลได้ จำนวน 5 ท่าน

ในการบรรยายครั้งนี้ อาจารย์ปรียาได้เสริมเรื่องแนวทางการป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน เนื่องจากสมาชิกของชมรมฯ ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัย แนวทางการป้องกันไม่ให้เกิดภาวะกระดูกพรุนทั้ง 4 แนวทางนี้จึงเป็นอีกเรื่องที่สำคัญ

• ให้กินอาหารที่มีแคลเซียมสูง
อาหารแคลเซียมสูงที่แนะนำให้กินคือ นมสด โยเกิร์ตรสธรรมชาติ เนยแข็ง เต้าหู้ขาวแข็ง เต้าหู้ขาวอ่อน ไม่แนะนำให้กินแคลเซียมเม็ด เนื่องจากอาหารที่แนะนำเหล่านี้มีเกลือแร่อื่นๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายด้วย เช่น ฟอสฟอรัส (แต่สำหรับผู้ที่เป็นโรคไต จำเป็นต้องจำกัดอาหารที่มีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง)

การกินอาหารแคลเซียมสูงสำหรับคนที่อายุยังไม่ถึง 18 ปี คือกินเพื่อเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง แต่สำหรับผู้ที่อายุเกิน 18 ปีแล้ว การกินอาหารที่มีแคลเซียมสูง คือ การกินเพื่อให้ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้อย่างเพียงพอ ไม่ไปดึงแคลเซียมจากร่างกายมาใช้

การดื่มนมเพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมแคลเซียมได้นั้น ต้องดื่มครั้งละน้อยๆ (ไม่เกิน 250 ซีซี) การดื่มครั้งละเยอะๆ (มากกว่า 250 ซีซี) ร่างกายดูดซึมแคลเซียมไม่ทัน ไขมันในร่างกายจะไปจับแคลเซียมแล้วขับออกมาทางอุจจาระแทน

• ให้ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
การออกกำลังกาเป็นประจำในผู้สูงอายุนั้น จะเป็นการเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง

• ให้ถูกแสงแดดในช่วงเช้าหรือเย็น
ในแสงแดดมีรังสีอุลตร้าไวโอเลต (หรือที่เรียกว่ารังสี UV) ซึ่งเป็นรังสีที่เป็นตัวกระตุ้นให้ไขมัน Cholesterol ที่เป็นส่วนประกอบของผิวหนังนั้น สร้างวิตามินดีได้โดยธรรมชาติ ซึ่งวิตามินดีนี้มีประโยชน์กับกระดูกของเรา
เพราะฉะนั้นคนที่ไม่โดนแดดเลย ร่างกายจะไม่สามารถผลิตวิตามินดีได้เลย

• ได้รับฮอร์โมนทดแทน
สำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะกระดูกพรุนเพราะมีการสลายแคลเซียมในปริมาณมาก แพทย์อาจจะเสริมด้วยฮอร์โมนทดแทนให้ได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ ไม่ควรซื้อหามากินเอง

นอกจากเรื่องภาวะกระดูกพรุนแล้ว สิ่งที่อาจารย์ได้เน้นกับสมาชิกคือเรื่อง ไขมันคอเรสเตอรอล (Cholesterol)

ไขมันคอเรสเตอรอลนั้นมาจากร่างกายผลิตได้ตามธรรมชาติเอง และ การกินอาหารจากสัตว์เท่านั้น

อาหารจากพืชไม่มีไขมันคอเรสเตอรอล มีแต่กรดไขมันอิ่มตัว เช่น มะพร้าวไม่มีไขมันโคเรสเตอรอล มีแต่กรดไขมันอิ่มตัวสูง เมื่อกินเข้าไปในปริมาณมากจะส่งผลให้ไปขัดขวางการทำงานของตับ ไขมันคอเรสเตอรอลผ่านเข้าไปไม่ได้ทำให้เกิดภาวะไขมันคอเรสเตอรอลในเลือดสูง และเกิดเป็นภาวะไขมันพอกตับ

อาหารที่มีปริมาณคอเรสเตอรอลสูงที่สุดเมื่อเทียบในปริมาณ 100 กรัมที่เท่ากันคือ สมองหมู รวมทั้งอาหารประเภทเครื่องในสัตว์ทุกชนิดจะมีปริมาณไขมันคอเรสเตอรอลสูงมาก

อีกรวมทั้งในเครื่องในยังมีสารที่เรียกว่าพิวรีนสูง ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้กรดยูริกในเลือดสูง ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคเก๊าท์

นอกจากนั้นแล้วเครื่องในสัตว์ยังเป็นตัวกรองสารพิษ ซึ่งในปัจจุบันการเลี้ยงสัตว์ทุกชนิดมีการใช้สารเร่งการเจริญเติบโต ยาฆ่าเชื้อเพื่อป้องกันโรคระบาดในสัตว์ และอีกสารพัดสารเคมีซึ่งแตกต่างจากการเลี้ยงสัตว์ในอดีตที่ปล่อยให้สัตว์เจริญเติบโตตามธรรมชาติ

ด้วยสาเหตุของการใช้สารเคมีในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ในปัจจุบัน อีกทั้งในเครื่องในยังมีสารที่ก่อให้เกิดโรคเก๊าท์ และในเครื่องในมีไขมันคอเรสเตอรอลในปริมาณสูง ทั้ง 3 เหตุผลนี้น่าจะเพียงพอให้เราเลิกกินเครื่องในสัตว์ได้นะคะ

ที่มา : จากบทความที่พิมพ์ลงในจดหมายข่าวของชมรมเบาหวาน รพ.จุฬาลงกรณ์ ฉบับที่ 147 เดือนมกราคม 2560

โฆษณา