รักษาเบาหวานชนิดที่1ฟรี เฉลิมในหลวง84พรรษา | ไทยโพสต์

รักษาเบาหวานชนิดที่1ฟรี เฉลิมในหลวง84พรรษา | ไทยโพสต์.

มีโครงการน่าสนใจมาเผยแพร่สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 คือ มีโครงการจะให้ใช้ ยาฮอร์โมนอินซูลิน (ที่ในนสพ.เรียกสารอินซูลิน -_-“) ตัวใหม่ฟรีเป็นระยะเวลา 3 ปี หากใครสนใจเข้าร่วมโครงการอ่านรายละเอียดตามลิงค์ที่อยู่ด้านบนได้เลยค่ะ (ถึงภาษาข่าวหนังสือพิมพ์อ่านแล้วจะชวนมึนงงไปหน่อย แต่ก็พอจับใจความได้) แนะนำให้ติดต่อสอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมทางโทรศัพท์นะคะ เพราะเวปไซค์ที่ให้ไปดาว์นโหลดใบสมัคร ยังไม่มีรายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับโครงการนี้เลย (ฮา..ไม่ออก-_-;)

Advertisements

รู้ไว้ใช่ว่า เกี่ยวกับโรคเบาหวาน

5 ข้อเกี่ยวกับโรคเบาหวาน ที่น่ารู้

1.คนที่เป็นโรคเบาหวาน ถ้าไม่บอก ก็ดูไม่ออก

เพราะโรคเบาหวานเป็นภาวะเสื่อมของอวัยวะภายใน (ที่เรียกว่าตับอ่อน) ทำให้ไม่มีลักษณะอาการภายนอกที่ดูผิดปกติ

โรคเบาหวาน คือ โรคที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินกว่าเกณฑ์ (Hyperglycemia) ซึ่งถ้าสูงไม่มากก็ไม่มีอาการผิดปกติอะไร ทำให้คนจำนวนมากเป็นเบาหวานแล้วไม่รู้ตัว จนกระทั่งเส้นเลือดถูกทำลายลงไปเรื่อยๆ เป็นระยะเวลาหลายปี จนเกิดอาการตาพร่ามัวบ้าง อ่อนเพลียบ้าง ไปหาหมอแล้วจึงจะรู้ว่าเป็นโรคเบาหวานที่มีโรคอย่างอื่นตามมาเป็นขบวนแล้ว

อาการของโรคเบาหวานจะชัดเจนก็ต่อเมื่อ

– ระดับน้ำตาลสูงเป็นระยะเวลานาน จนอวัยวะภายในถูกทำลายไปมากแล้ว จึงเริ่มมีอาการที่ชัดเจนมากขึ้น (แต่ถ้าเป็นคนช่างสังเกต ระดับน้ำตาล 2-300 จะทำให้รู้สึกง่วงหงาวหาวนอนแล้วแต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าเป็นอาการของคนเป็นโรคเบาหวาน นึกว่าง่วงนอนธรรมดาจึงทิ้งไว้ไม่ได้ไปหาหมอ)

– ระดับน้ำตาลสูงมากๆ (500 ขึ้นไป) ลมหายใจจะมีกลิ่น เลือดเป็นกรด หอบ อาเจียน หมดสติได้ เกิดขึ้นปุ๊บปั๊บทันที

การที่เป็นโรคเบหวานแล้วไม่มีอาการป่วยเป็นทั้งข้อดี ข้อเสีย ข้อดีคือไม่มีใครรู้ว่าเรามีโรคประจำตัว ข้อเสียคือ ทำให้เราใช้ชีิวิตด้วยความประมาทขึ้นเพราะไม่รู้สึกว่าตัวเองป่วย คนเป็นโรคเบาหวานจึงควรดูแลตัวเองทุกวันแม้ไม่มีอาการอะไรก็ตาม

2. การบ่น การห้าม การขู่ ไม่ได้ทำให้คนเป็นโรคเบาหวานดูแลตัวเองดีขึ้น

การพูดให้คนอื่นทำเป็นเรื่องง่าย การขู่ให้คนอื่นกลัวเป็นเรื่องง่าย แต่มักเป็นวิธีการที่ไม่ได้ผล หรือให้ผลไม่ดีมากพอ โดยเฉพาะเมื่อนำมาใช้กับคนที่เป็นโรคเบาหวาน

วิธีที่จะให้คนที่เป็นโรคเบาหวานดูแลตัวเองได้ดี คือ การยอมรับ มีความเข้าใจ และมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ กับคนเป็นโรคเบาหวานด้วย

การชวนกันไปออกกำลังกาย จะดีกว่าการบอกให้ไปออกกำลังกายไหม?

3. อาหารเบาหวานไม่มีในโลก

คนเป็นเบาหวานสามารถกินอาหารทุกอย่างที่คนทั่วไปกินได้!

อาหารที่เหมาะสำหรับคนเป็นเบาหวาน คือ อาหาร 5 หมู่ที่มีปริมาณที่พอเหมาะกับกิจกรรมของแต่ละคน

ความจริงที่หลายคนอาจไม่รู้

อาหารที่เขียนว่า sugar free ใส่น้ำตาลที่ทำจากวัตถุดิบอย่างอื่น ซึ่งมีหลายผลิตภัณฑ์ที่ส่งผลให้ระดับน้ำตาลสูงได้เหมือนกับน้ำตาลทรายทั่วไป

อาหาร low carb ที่เน้นโปรตีน และ ลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตมากที่สุด (ที่เป็นที่นิยมในการลดความอ้วน) กาลเวลาพิสูจน์แล้วว่า อาหาร low carb ทำให้เกิดโรคหัวใจ เพราะอาหาร low carb ทำให้เส้นเลือดตีบ จากการกินอาหารประเภทไขมันและโปรตีนมากเกินไป

กินให้ครบ 5 หมู่ตามหลักโภชนาการ ให้เหมาะสมกับกิจกรรมของตัวเองคือ อาหารเบาหวานที่ดีที่สุดค่ะ

4 โรคเบาหวานไม่ได้เป็นกันง่ายๆ

สำหรับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ที่จู่ๆ ตับอ่อนก็เสื่อมโดยไม่มีสาเหตุ (ประมาณว่าแพ้ภูมิตัวเองแบบป้องกันไม่ได้) ต้องพึ่งพาฮอร์โมนอินซูลินไปตลอดชีวิต มีเพียง 5-10% ของคนที่เป็นเบาหวาน ซึ่งเป็นเบาหวานชนิดที่ป้องกันไม่ได้

สำหรับโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งร้อยละ 90-95 ของคนที่เป็นเบาหวานเป็นแบบชนิดที่ 2 นี้ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการใช้ชีวิตที่ไม่ค่อยขยับร่างกาย กินจนเกิดโรคอ้วน ซึ่งโรคเบาหวานชนิดนี้ป้องกันได้ ขอเพียงยอมขยับร่างกายและกินน้อยลง

5 เบาหวานเป็นโรคต้องดูแล ไม่ดูแลไม่ได้

โรคเบาหวานถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในโรคฆาตกรเงียบ เพราะโรคนี้ไม่มีอาการ ไม่มีลักษณะภานนอกที่ทำให้รู้ว่าเป็นโรคนี้ คนส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยดูแลตัวเองเพราะคิดว่าไม่ได้เป็นอะไร ไม่ได้ดูป่วย ไม่รู้สึกอะไร จนกระมทั่งถึงวันที่รู้สึกไม่ไหว ก็มักจะสายเกินไป ต้องสูญเสียอวัยวะบางส่วนไปอย่างไม่มีวันได้กลับมาเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

หากรู้แล้วว่าโรคเบาหวานเป็นอันตรายก็ต่อเมื่อเราไม่ใส่ใจ เพราะฉะนั้นเรามาเริ่มต้นดูแลรักษาเบาหวานกันเถอะ ถึงแม้ว่ามันจะสายที่จะเริ่มต้นใหม่ แต่ก็ไม่เคยสายที่จะเริ่มต้นอีกครั้ง เป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ

มาเรียนรู้ดูแลเบาหวานของตัวเองกันเถอะ

หลังจากมีประสบการณ์ในการเป็นเบาหวานด้วยตัวเอง และจากการต้องดูแลสมาชิกในครอบครัวที่เป็นเบาหวาน ทำให้ตอบได้ว่า การควบคุมดูแลโรคเบาหวานนั้น จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก

ถ้าจะเทียบให้เห็นภาพก็เหมือนกับการปรุงบะหมี่สำเร็จรูปที่สามารถปรุงเสร็จได้ภายใน 3 นาที แต่ในความเป็นจริงเราก็ต้องใช้เวลาในการต้มน้ำให้เดือดก่อน ทุกเรื่องล้วนต้องใช้เวลา การเรียนรู้ การฝึกฝน จะืทำให้เป็นเรื่องง่ายในที่สุด

การจะดูแลเบาหวานให้ได้ดีนั้น สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องความรู้ และ การลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง

มาดูกันว่า คุณสมบัติของคนที่จะเป็นโรคเบาหวานได้ มีอะไรบ้าง (เป็นโรคเบาหวานไม่ได้เป็นกันง่ายๆ นะคะ ต้องมีคุณสมบัติด้วย)

1. กินให้มากเกินความต้องการใช้พลังงานของร่างกาย, มีข้ออ้างเสมอว่าไม่มีเวลาไปออกกำลังกาย, ไม่มีความยับยั้งชั่งใจในการกินอาหาร โดยเฉพาะอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต (ข้าว แป้ง) และอาหารที่อุดมไปด้วยน้ำตาล โซเดียมและไขมัน  กินจนกระทั่งอวัยวะที่เรียกว่า ตับอ่อนต้องทำงานหนัก จนไม่สามารถผลิตอินสุลินได้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หรือ ร่างกายเกิดภาวะดื้อต่ออินสุลิน (ผลิตได้แต่นำไปใช้ไม่ได้) ซึ่งเมื่อถึงเวลาที่เราไปตรวจร่างกาย (หรือร่างกายเกิดภาวะผิดปกติจนเราต้องไปพบหมอ) ก็จะพบว่า ระดับน้ำตาลในเลือดมีมากเกินกว่าเกณฑ์ปกติ จนคุณหมอต้องแจ้งว่า คุณมีคุณสมบัิติครบที่จะเป็นสมาชิกของโรคเบาหวานแล้ว

(ถ้าเพียงเรารู้จักยับยั้งชั่งใจ รู้จักกินอาหารในปริมาณที่พอเหมาะกับความต้องการของร่างกาย รู้จักชวนตัวเองเคลื่อนไหว ขยับออกกำลัง โรคเบาหวานก็ไม่สามารถมาทำให้ใครเป็นสมาชิกได้)

2. เป็นโรคเบาหวานเองโดยไม่ต้องทำอะไร เพราะอวัยวะที่เรียกว่าตับอ่อนนั้น เกิดอาการผิดปกติไม่สามารถผลิตอินสุลินได้เลย (เรียกว่าเกิดมาแล้วแก่เลย ไม่สามารถทำหน้าที่ได้เลย)  ซึ่งเป็นเรื่องของธรรมชาติของร่างกายเราจัดสรร ทำให้เราต้องเป็นโรคเบาหวาน ชนิดที่ 1 คือ เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ต้องพึ่งอินสุลินจากภายนอก (ต้องฉีดอินสุลินทุกวัน) ซึ่งเบาหวานชนิดที่ 1 นี้ ส่วนใหญ่แล้วจะเกิดขึ้นกับเด็กหรือคนที่มีอายุน้อย จึงมักจะเรียกว่าเบาหวานในเด็ก

ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องยากสำหรับตัวเด็กและคุณพ่อคุณแม่ ทั้งในแง่จิตใจและการปฏิบัติตัวในการดูแลโรคเบาหวาน แต่ถ้ามองตามความเป็นจริงก็ต้องยอมรับว่าเราโชคดีที่ได้เกิดมาในยุคที่มีการค้นพบอินสุลินแล้ว และวิวัฒนาการของอินสุลินในปัจจุบัน มีการเลียนแบบการทำงานได้ใกล้เคียงกับที่ร่างกายผลิตแล้วด้วย (อินสุลินปั๊ม)

สังเกตไหมคะว่า เบาหวานประเภทที่ 1 หลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะเป็นเรื่องความผิดปกติของตับอ่อนของเราเอง แต่เบาหวานประเภทที่ 2 เป็นเรื่องของพฤติกรรม หลีกเลี่ยงและป้องกันได้

ลักเชื่อว่า คงไม่มีใครอยากจะเป็นโรคเบาหวานหรอก (โรคอะไรก็ไม่อยากเป็น) แต่ในเมื่อไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ก็อย่าท้อถอนหรือยอมแพ้โรค เราต้องเปิดใจหาความรู้ และเรียนรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน ความรู้ีที่ได้มาจะช่วยทำให้ทุกคนที่เป็นโรคเบาหวาน (ทุกเพศ ทุกวัย ทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา ทุกชนชั้น ทุกอาชีพ) สามารถที่จะใช้ชีวิตอยู่กับโรคเบาหวานได้อย่างมีความสุข มีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง และสามารถมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพได้ โดยไม่มีโรคแทรกซ้อน

เหตุผลสำคัญที่อยากชักชวนให้ทุกคนหันมาใส่ใจดูแลโรคเบาหวาน ก็เพราะว่าไม่อยากเห็นใครต้องทุกข์ทรมานจากโรคแทรกซ้อนของเบาหวาน การเป็นโรคเบาหวานแล้วควบคุมดูแลได้ เราก็จะเป็นแค่โรคเบาหวานเท่านั้น แต่ถ้าไม่ดูแลก็จะเกิดโรคแทรกซ้อนทางตา ไต หัวใจ ปลายประสาทขึ้น ซึ่งโรคแทรกซ้อนเหล่านี้ จะนำความทุกข์ ทรมานทั้งทางกาย และใจมาให้อย่างแน่นอน อีกทั้งยังทำให้สิ้นเปลืองเงินเป็นจำนวนมากมายมหาศาลอีกด้วย

ถ้ามีใครไม่เชื่อว่าโรคแทรกซ้อนจะเกิดขึ้นกับตา ไต หัวใจ และปลายประสาทได้จริง และต้องการพิสูจน์ด้วยการเอาชีวิตของตัวเองเป็นเครื่องทดลอง มีคำเตือนอยู่เรื่องเดียวที่อยากบอกไว้ก็คือ  หากเกิดการเสื่อม หรือ ความสูญเสียใดๆ ต่ออวัยวะของเราแล้ว เราจะสูญเสียอวัยวะนั้นไปตลอดกาล!!! อ่านเพิ่มเติม

เบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากอะไร

โรคเบาหวาน คือ โรคที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ ซึ่งเกิดจากร่างกายไม่สามารถสร้างอินสุลินได้เพียงพอ หรือ ร่างกายเกิดภาวะดื้อต่ออินสุลิน

 

ส่วนใหญ่โรคเบาหวานมักจะเกิดในผู้สูงอายุ ที่ร่างกายเริ่มเสื่อมถอยลงตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้หลายคนไม่รู้ว่าเด็กก็เป็นเบาหวานได้เช่นกัน ทั้งที่ความจริงนั้นโรคเบาหวานสามารถเกิดขึ้นได้กับ ทั้งเพศชายและหญิง ทั้งเด็กและคนชรา ไม่ว่าจะเป็นคนรวยหรือคนจน หรือว่าชนชาติไหนๆ ก็ตาม

 

โดยเบาหวานที่เกิดขึ้นในวัยเด็กนั้น ส่วนใหญ่แล้วเกิดจากภูมิคุ้มกันทำลายเนื้อเยื่อตัวเอง (Autoimmune Disease) จึงทำให้เรียกโรคเบาหวานชนิดนี้ว่า โรคเบาหวานชนิดที่ 1 การทำลายเนื้อเยื่อตัวเอง เกิดจากการที่ร่างกายของตัวเองเกิดอาการเข้าใจผิด คิดว่า เซลล์ที่มีหน้าที่ผลิตอินสุลินในตับอ่อนเป็นสิ่งแปลกปลอม ร่างกายจึงสร้างสารแอนตี้บอดี้มาต่อต้านและทำลายเซลล์เหล่านั้น จนทำให้เซลล์นั้นลดการผลิตอินสุลินลงทีละน้อย จนกระทั่งไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินสุลินได้อีกเลย การที่ไม่มีฮอร์โมนอินสุลินพาน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดส่งผลทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น กลายเป็นโรคเบาหวาน

 

แต่ก็มีอีกเช่นกันที่เด็กเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ที่เกิดจากการมีวิถีชีวิตที่ไม่ถูกต้อง ไม่ออกกำลังกาย และปล่อยให้เป็นโรคอ้วน ซึ่งโรคอ้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้เป็นเบาหวานได้

 

หลายครั้งที่ลักข์ได้พูดคุยกับคุณพ่อ คุณแม่ที่มีลูกเป็นเบาหวานชนิดที่ 1  คุณพ่อ คุณแม่ของน้องๆ หลายคนมักจะโทษว่าเป็นเพราะตัวเองไม่ดี ทำให้ลูกต้องเป็นเบาหวาน รวมทั้งคุณแม่ของลักข์เองก็รู้สึกผิดอยู่เสมอ เพราะใครๆ ก็มักจะโทษว่าเพราะคุณแม่เป็นเบาหวานและถ่ายทอดกรรมพันธุ์นี้มาให้

 

กว่าลักข์จะเติบโต แล้วพบความจริงว่า การเป็นเบาหวานชนิดที่ 1 ไม่ใช่ความผิดของคุณพ่อ หรือ คุณแม่เลย กว่าที่ลักข์จะอธิบายให้คุณแม่เข้าใจได้ว่า ตับอ่อนของลักข์ไม่สามารถทำงานได้ดั่งเช่นคนทั่วไปเป็นเพราะภูมิคุ้มกันทำลายเนื้อเยื่อตัวเอง

 

การที่คนไม่รู้พูดว่าเด็กที่เป็นเบาหวาน เป็นเพราะกรรมพันธุ์ กินอาหารหวานมากเกินไป กินจนอ้วนเกิดไปนั้น สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สาเหตุของการเป็นเบาหวานชนิดที่ 1 เลย

 

คุณพ่อคุณแม่ที่มีน้องเป็นเบาหวานชนิดที่ 1 ต้องเข้าใจและยอมรับความจริงนี้ให้ได้นะคะ มิเช่นนั้นแล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็จะเกิดอาการหวั่นไหว ไปหาหนทางรักษาที่ผิดๆ ด้วยความหวังว่าจะรักษาเบาหวานให้หายได้ ตามคำโฆษณาหรือความปรารถนาดีจากคนรอบข้าง ซึ่งอันตรายมากๆ นะคะ เพราะอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างกายทรุดลงและไตของลูกพังได้ค่ะ

 

วิธีเดียวที่จะดูแลรักษาเด็กที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ให้มีชีวิตอยู่อย่างยืนยาวได้ คือ การฉีดอินสุลินทุกวันเท่านั้นค่ะ

 

ส่วนน้องๆ ที่เป็นเบาหวานตั้งแต่เล็กๆ หรือจะเป็นเมื่อตอนโตแล้วก็ตาม ไม่ต้องเสียใจและอย่าจมกับความทุกข์ และอยู่กับคำถามว่า “ทำไมถึงต้องเป็นเราที่เป็นเบาหวาน” นานเกินไปนะคะ

 

โรคเบาหวานให้อะไรกับพี่ลักข์มากมาย ทุกวันนี้พี่ลักข์มักจะชอบตั้งคำถามกับตัวเองเสมอว่า “ทำยังไงจึงจะอยูกับเบาหวานได้อย่างมีความสุข และไม่ปล่อยให้เบาหวานนำพาโรคแทรกซ้อนอื่นๆ มาอยู่ในร่างกาย” แล้วทำวันนี้ของทุกๆ วันให้ดีที่สุดค่ะ

 

เราอาจจะไม่มีทางเลือก เพราะเป็นเบาหวานชนิดที่ 1 แล้ว แต่เรามีทางเลือกที่จะไม่ยอมให้โรคแทรกซ้อนต่างๆ มาเกิดขึ้นกับเราได้นะคะ ดูแลรักษาระดับน้ำตาลของเราในทุกๆ วันให้ดีที่สุดเพื่ออนาคตที่ไม่เป็นโรคแทรกซ้อนจากเบาหวานกันนะคะ