เหตุผลสำคัญที่คนเป็นเบาหวานต้องดูแลตัวเอง (1)

อาจจะไม่ใช่เรื่องดีในชีวิตที่ต้องเป็็นโรคเบาหวาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ที่ต้องฉีดอินสุลินทุกวัน กว่าที่ลักข์จะเข้าใจโรคเบาหวาน จนสามารถยอมรับโรคเบาหวานว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และยังเป็นเรื่องสำคัญในชีวิตที่ลักข์ต้องให้ความสำคัญก็ใช้เวลากว่า 20 ปี นานจนแทบจะเรียกว่านานเกินไป แต่ก็ยังไม่สายเกินไป เพราะลักข์มีวันนี้แล้ว

หวังว่าหลายคนจะโชคดีในเรื่องของการใช้เวลาในการเรียนรู้ และ เข้าใจโรคเบาหวาน

คนเป็นเบาหวาน ไม่จำเป็นต้องกลายเป็นคนพิการ ถูกตัดขา

คนเป็นเบาหวาน ไม่จำเป็นต้องกลายเป็นคนพิการ ตาบอด

คนเป็นเบาหวาน ไม่จำเป็นต้องตัดอาหารที่ชอบไปจากชีวิต แต่ต้องรู้จักลดปริมาณที่กินในแต่ละครั้ง

คนเป็นเบาหวาน ที่ต้องฉีดอินสุลิน ไม่ใช่เพราะอยู่ในระยะสุดท้ายของชีวิต

โรคเบาหวานไม่ใช่โรคอันตรายที่รักษาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว หลังจากมีการค้นพบอินสุลิน และมีการใช้ในคนเมื่อ 90 ปีก่อน

ปัจจุบันโรคเบาหวานเป็นโรคที่ทำการรักษาไม่ให้เสียชีวิตได้ เพราะแพทย์และนักวิทยาศาสตร์รู้แล้วว่า โรคเบากวานเกิดจากตับอ่อนเสื่อมไปตามสภาพไม่สามารถทำหน้าที่ได้ดีดั่งเดิม (ถ้าเป็นเบาหวานชนิดที่ 1 ก็เสื่อมสภาพเร็วเกินไป)  ดังนั้นถึงแม้ว่าโรคเบาหวานจะรักษาได้ แต่ก็ไม่สามารถรักษาให้หายขาด การรักษาจึงต้องทำอย่างต่อเนื่องตลอดไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ (ภาษาหมอเรียกว่าโรคเรื้อรัง)

การรักษาโรคเบาหวานจึงไม่ใช่ขึ้นอยู่กับหมอที่จะให้ยาเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับคนที่เป็นเบาหวานที่อยู่กับโรคนี้ตลอด 24/7 (ยี่สิบสี่ชม. เจ็ดวันต่อสัปดาห์) ด้วยการรักษาสมดุลระหว่างการกินยา/ฉีดยาทุกวัน (ตามคำแนะนำของหมอ)  กินอาหารที่พอเหมาะพอดีกับที่ร่างกายต้องการ (ตามคำแนะนำของนักโภชนาการที่คำนวณให้)  ออกกำลังกาย/เคลื่อนไหวร่างกายเสมอ (ตามหลักการคือ 5 วันต่อสัปดาห์ ครั้งละ 30 นาทีต่อเนื่อง) และเราสามารถพิสูจน์การรักษาสมดุลระหว่างยา อาหาร และการออกกำลัง ได้ด้วยการเจาะเลือดตรวจวัดระดับน้ำตาลด้วยตัวเอง … ง่ายๆ แค่นี้แหละการดูแลตัวเองของคนเป็นเบาหวาน แต่ …..

การจะเข้าใจโรคเบาหวานที่ตัวเองเป็นได้จริงๆ  ก็ต้องใช้เวลาประมาณนึง

การจะเข้าใจโรคเบาหวานที่ตัวเองเป็นได้จริงๆ ก็ต้องมีความรู้

การจะดูแลโรคเบาหวานที่ตัวเองเป็นด้วยความรู้ ความเข้าใจได้นั้น ก็ต้องอาศัยความมุ่งมั่นและการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ตัวเองมีสุขภาพที่ดีขึ้น

อาจจะไม่สนุกที่การกินต้องถูกจำกัดปริมาณ

อาจจะไม่สนุึกที่ต้องเจาะเลือดก่อนกินอาหาร และหลังกินอาหาร

อาจจะไม่สนุกที่ต้องเจาะเลือดก่อนออกกำลัง และหลังออกกำลัง

การเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตเพื่ออยู่กับเบาหวานให้ได้ในช่วงแรกนั้น อาจจะไม่ใช่เรื่องสนุก และไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายดาย แต่ก็มีคนจำนวนมากที่ผ่านช่วงเวลายากลำบากในการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตตัวเองมาได้ โดยมีเหตุผลสำคัญที่จะทำก็คือ เพื่อให้ตัวเองมีสุขภาพที่สมบุรณ์แข็งแรงไปตลอด  และเพื่อให้เรามีชีวิตอยู่กับเบาหวานด้วยความสุขได้ตลอดไป

พรุ่งนี้ก็วันตรุษจีนแล้ว มาตั้งปณิธานดูแลตัวเอง เพื่อต้านภัยจากโรคเบาหวานกันเถอะ อย่าไปจมอยู่กับความเศร้าว่าเราเกิดมาแล้วเป็นโรคเบาหวานเลย

ปล. ที่เมืองนอกเค้ามีแคมเปญดูแลเบาหวานของตัวเองเพื่อช่วยเหลือคนอื่นต่อด้วย ชอบๆๆ

Advertisements

แก้กรรม รักษาเบาหวาน (1)

ไม่มีใครถามอะไรมา แต่อยากบอกเล่าเรื่องเบาหวานต่อ (เพราะมีคนขอมาว่าอยากอ่านตอนต่อไป ไม่รู้ว่าจะเขียนต่อตอนไปว่าอะไร เขียนตอนใหม่ให้อ่านกันเลยดีกว่า ฮ่าาา)

 

ต่อจากทำความรู้จักกันเบาๆ เรื่องเบาหวานแล้ว ทำให้พอรู้กันคร่าวๆ แล้วนะคะว่า การแก้กรรมคือวิธีที่จะรักษาเบาหวานให้ดีขึ้นได้หรืออาจจะทำให้หลายคนเลิกพึ่งพายารักษาเบาหวานได้เลย

 

เพราะฉะนั้นมาทำความรู้จักกับเบาหวานให้มากขึ้นกันอีกสักนิด เพราะถ้าหากว่ารู้จักเบาหวานไม่จริง ก็มีโอกาสที่จะถูกหลอกได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องยาวิเศษ ระดับนอกโลกยังยอมรับ เพราะเป็นยาครอบจักรวาล เป็นเบาหวานก็สามารถรักษาหาย (ไปอยู่นอกโลกใบนี้ได้ แฮ่)

 

เบาหวานเป็นโรคเก่าที่ไม่เคยแก่ ที่ว่าเก่าเพราะตำราแพทย์เล่มแรกของมนุษย์ที่เขียนไว้บนกระดาษปาปิรุส ก็มีบันทึกเกี่ยวกับอาการของโรคเบาวหวานไว้แล้ว กระดาษปาปิรุสที่ว่านี้อายุประมาณ 1500 ปีก่อนคริสตกาล คิดคร่าวๆ เบาหวานก็มีอายุอานามประมาณ 3500 ปีเห็นจะได้

 

ที่ว่าโรคเบาหวานนั้นเป็นโรคเก่าแต่ไม่แก่ ก็เพราะกว่าที่แพทย์และนักวิทยาศาสตร์จะค้นพบว่า โรคนี้ไม่ใช่โรคประหลาด ไม่ได้เกิดจากมนุษย์ต่างดาว ไม่ใช่เกิดจากเชื้อโรค เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรียต่างๆ (เชื้อไวรัสอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง แต่ยังไม่นับว่าแน่ชัดฟันธงได้ฉับฉับ)  แต่เกิดจากความเสื่อมของร่างกาย ที่เกิดขึ้นกับอวัยวะชิ้นเล็กๆ ที่อยู่ในตัวของเราเรียกว่า ตับอ่อน เมื่อไม่เกิน 100 ปีที่ผ่านมาแล้วนี่เอง

 

อวัยวะที่เรียกว่าตับอ่อนนี้ ถ้าจะให้เปรียบก็เหมือนกับเป็นโรงงานใหญ่ ที่มีพนักงานจำนวนมากอาศัยอยู่รวมกัน พนักงานที่อยู่รวมกันนี้เรียกว่า  cell (เซลล์) โดย cell แต่ละ cell ก็มีหน้าที่แตกต่างกันไป หนึ่งใน cell สำคัญที่เกี่ยวข้องกับเบาหวานก็็คือ  เบต้าเซลล์ (Beta Cell)

 

เพราะสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่เรียกว่าเบต้าเซลล์นี้มีความสำคัญต่อชีวิตของเรามาก เพราะมีหน้าที่ผลิตฮอร์โมนอินสุลิน ฮอร์โมนอินสุลินนี้มีความสำคัญสำหรับการมีชีวิตอยู่ของเรา เพราะมีหน้าที่นำพาน้ำตาลเข้าสู่ cell เพื่อใช้เป็นพลังงาน น้ำตาลนี้เกิดจากการแปลงร่างในขบวนการย่อยอาหาร ทำให้อาหารที่เรากินกลายเป็นน้ำตาลล่องอยู่ในกระแสเลือด รอคอยฮอร์โมนอินสุลินพาเข้าสู่เซลล์

 

หากไม่มีฮอร์โมนอินสุลินพาเข้าสู่เซลล์ ร่างกายก็จะเกิดปฏิกริยาคือ หิวบ่อย ทำให้กินจุ

 

หากไม่มีฮอร์โมนอินสุลินพาเข้าสู่เซลล์ ร่างกายก็จะเกิดปฏิกริยาคือ ผ่ายผอมลง

 

เพราะร่างกายไม่ได้รับพลังงานจากน้ำตาลที่ไม่มีฮอร์โมนอินสุลินพาเข้าไปให้ น้ำตาลเองก็จะล่องลอยอยู่ในกระแสเลือดมากขึ้นมากขึ้น เป็นภาวะที่ผิดปกติของกระบวนการทางธรรมชาติในร่างกาย

 

ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดที่สูงขึ้น ส่งผลให้เราเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูง

 

ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดที่สูงขึ้น ร่างกายจะพยายามขับออกมาทางปัสสาวะ ทำให้คนเป็นเบาหวานเกิดอาการหิวน้ำบ่อย และปัสสาวะบ่อย และปัสสาวะมีรสชาติหวาน

 

อาการเบาหวานที่สำคัญที่เห็นได้ชัด คือ กินจุ แต่น้ำหนักลด หิวน้ำบ่อย ปัสสาวะเยอะโดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนกลางคืนต้องลุกแทบทุกชั่วโมง  แต่กว่าอาการเเบาหวานจะปรากฏให้เห็นชัด ระดับน้ำตาลก็คงจะสูงเกินเกณฑ์ปกติมาเป็นระยะเวลานานแล้ว อ้อ! ยกเว้นเบาหวานชนิดที่ 1 ปุ๊บปั๊บทันทีเสมอ รางวัลที่ 1 มักไม่ธรรมดา ฮ่าาาา

 

แม้กระทั่งในกระดาษปาปิรุส ก็ได้บอกเล่าถึงอาการเบาหวานไว้ว่า ผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีปัสสาวะเยอะ ผ่ายผอมลงเรื่อยๆ ไม่ว่าจะรักษาด้วยยาขนานไหน พืช สมุนไพร กระดูกสัตว์ อวัยวะส่วนต่างๆ ก็ไม่สามารถรักษาอาการนี้ได้ ผู้ที่มีอาการดังกล่าวต้องลงเลยด้วยการเสียชีวิตสถานเดียว

 

ถ้าใครเกิดเมื่อ 3500 ปีที่แล้ว หรือ อย่างเร็วสักเเมื่อก่อน 100 ปีที่ผ่านมาแล้วเป็นเบาหวาน ชีวิตไม่มีทางให้เลือกเลย ต้องเสียชีวิตเท่านั้น

 

คงจะเป็นเรื่องน่าเสียดายหากคนที่เกิดมาในยุคปัจจุบันที่วิทยาการ เทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์เจริญก้าวหน้า ถึงขั้นค้นพบสาเหตุของโรคเบาหวาน ยาที่ใช้รักษาเบาหวาน เครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบเบาหวานได้ รู้วิธีป้องกันอันตรายจากเบาหวาน แต่กลับไม่รู้ว่าการแก้(ไขพฤติ)กรรมเท่านั้น ที่จะรักษาเบาหวานได้จริง ทำให้ึคนที่เป็นเบาหวานไม่เป็นอันตรายได้จริง

 

วันนี้ยังไปไม่ถึงวิธีแก้กรรม แต่อยากบอกเคล็ดลับสำคัญของการแก้กรรมเอาไว้ว่า การดูแลเบาหวาน และดูแลร่างกาย ไม่ว่าจะดูแลโรคอะไร ต้อง DIY (Do it by yourself) เท่านั้น เพราะไม่มีใครทำแทนได้ เรียกว่าเป็นกฏของกรรม กรรมของใคร ใครทำ คนนั้นย่อมได้รับผลของกรรมนั้นเอง

รักษาเบาหวานชนิดที่1ฟรี เฉลิมในหลวง84พรรษา | ไทยโพสต์

รักษาเบาหวานชนิดที่1ฟรี เฉลิมในหลวง84พรรษา | ไทยโพสต์.

มีโครงการน่าสนใจมาเผยแพร่สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 คือ มีโครงการจะให้ใช้ ยาฮอร์โมนอินซูลิน (ที่ในนสพ.เรียกสารอินซูลิน -_-“) ตัวใหม่ฟรีเป็นระยะเวลา 3 ปี หากใครสนใจเข้าร่วมโครงการอ่านรายละเอียดตามลิงค์ที่อยู่ด้านบนได้เลยค่ะ (ถึงภาษาข่าวหนังสือพิมพ์อ่านแล้วจะชวนมึนงงไปหน่อย แต่ก็พอจับใจความได้) แนะนำให้ติดต่อสอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมทางโทรศัพท์นะคะ เพราะเวปไซค์ที่ให้ไปดาว์นโหลดใบสมัคร ยังไม่มีรายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับโครงการนี้เลย (ฮา..ไม่ออก-_-;)

รู้จักโรคเบาหวาน แบบเบาๆ หวานๆ

โรคเบาหวาน มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Diabetes Mellitus มีลักษณะเด่นเป็นเอกลักษณ์คือ คนที่เป็นโรคนี้ปัสสาวะจะมีรสชาติหวาน (รู้ได้จากการที่ตั้งปัสสาวะทิ้งไว้แล้วจะมีมดมาตอม)

(ขอบคุณ khunaspix นะคะ สำหรับภาพประกอบบทความ)

Diabetes เป็นคำภาษากรีก แปลว่าน้ำพุ หรือทางน้ำผ่านที่หมอกรีกโบราณใช้เรียกอาการของผู้ป่วยที่มีปัสสาวะออกมามาก ส่วน Mellitus เป็นคำภาษาละติน มีความหมายว่า Honey แปลว่าน้ำผึ้ง  Diabetes Mellitus จึงแปลว่า โรคที่มีอาการผิดปกติโดยมีปัสสาวะออกมาในปริมาณมากและมีรสชาติหวานซึ่งตรงกับความหมายของภาษาไทยเราเลย (เชื่อว่าหมอสมัยโบราณเขาคงชิมรสชาติปัสสาวะจริงๆ ไม่งั้นคงตั้งชื่อโรคไม่ได้แบบนี้แน่ๆ)

โรคเบาหวานเป็นโรคไม่ติดเชื้อ ไม่ใช่โรคติดต่อ จับมือกัน กินข้าวด้วยกันได้ โรคไม่สามารถแพร่กระจายทางการสัมผัส เรียกว่าเป็นโรคประจำตัวของใครของมัน เป็นโรคเรื้อรังรักษาดูแลได้แต่ไม่หายขาด ซึ่งการดูแลตัวเองอย่างถูกต้องจะส่งผลให้คนที่เป็นโรคเบาหวานสามารถมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ แต่ถ้าไม่ดูแลให้ดีโรคแทรกซ้อนจะตามมามากมายจนถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิตนำความทุกข์ทรมานมาให้ทั้งทางกาย ทางจิตใจ และทางเศรษฐกิจอย่างมากมายมหาศาลเลย

แล้วโรคเบาหวานเกิดจากอะไร? ถามมาตอบไปได้ความว่าเกิดจากอวัยวะที่มีชื่อเรียกว่าตับอ่อนไม่สามารถทำหน้าที่ได้ดีดังเดิม ตับอ่อนนี้มีหน้าที่สำคัญคือผลิตฮอร์โมนอินสุลินออกมาเพื่อรักษาระดับน้ำตาลในร่างกายของเราให้สมดุล ฮอร์โมนอินสุลินจะทำหน้าที่พาน้ำตาลกลูโคสเข้าสู่เซลล์ (น้ำตาลกลูโคสได้จากอาหารที่กินเข้าไป แล้วเกิดกระบวนการย่อยสลายภายในร่างกายจนกลายเป็นน้ำตาลกลูโคส) เพื่อใช้เป็นพลังงาน

ในขณะที่เรายังกินอาหาร แล้วเกิดกระบวนการย่อยอาหารเป็นน้ำตาลกลูโคสเหมือนเดิม แต่ตับอ่อนไม่สามารถทำงานได้ดีเหมือนเดิมซึ่งส่งผลให้ร่างกายไม่มี(หรือมีน้อย)ฮอร์โมนอินสุลินพาน้ำตาลกลูโคสเข้าสู่เซลล์ น้ำตาลกลูโคสจึงล่องลอยอยู่ในกระแสเลือดจนเกิดภาวะระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูง (ระดับน้ำตาลในเลือดสูง) ซึ่งนับว่าเป็นอาการผิดปกติของร่างกาย เมื่อร่างกายทนไม่ไหวจึงต้องขับน้ำตาลออกมาทางปัสสาวะ (ไตต้องทำงานหนัก ต้องขับน้ำตาลออกมา ทำให้ส่งผลเสียต่อไต เพราะฉะนั้นสาเหตุของไตเสื่อมจึงเกิดจากน้ำตาลในเลือดสูง ไม่ใช่เพราะปัสสาวะเยอะ) ซึ่งทำให้รสชาติของปัสสาวะที่ควรจะจืด (คนปกติ มดจะไม่ตอมปัสสาวะเพราะไม่มีน้ำตาล) กลับมีรสชาติหวาน นี่คือที่มาของ “โรคเบาหวาน”

สรุปได้ว่าโรคเบาหวาน  คือ โรคของการมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินกว่าค่าปกติ ซึ่งเกิดจากภาวะผิดปกติของร่างกาย ที่ตับอ่อนผลิตฮอร์โมนอินสุลินได้ไม่มากพอที่จะใช้งาน หรือผลิตได้มากพอ แต่ไม่สามารถนำไปใช้ได้

ลักษณะอาการสำคัญของโรคเบาหวาน (การมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง) มีดังนี้ คือ

อ่านเพิ่มเติม

(2) รู้เขา รู้เรา รู้โรคเบาหวาน โดย นพ.ธวัชชัย ภาสุรกุล

219

ลักษณะสำคัญของโรคเบาหวาน

เบาหวาน ถ้าดูตามความหมายของคำ ก็บอกได้ชัดเจนว่า “เบาออกมาแล้วหวาน” ซึ่งหมายถึงปัสสาวะมีรสหวาน การที่มีรสหวานได้ก็ต้องมีน้ำตาลปนอยู่ด้วย  เบาหวานจึงแสดงถึงการที่มีน้ำตาลปนออกมาในปัสสาวะ ทำให้เกิดรสหวาน

ถ้าดูคำภาษาอังกฤษของเบาหวานคือ diabetes mellitus “Diabetes” เป็น คำมาจากภาษากรีก แปลว่า syphon หรือ pass through ซึ่งหมายถึงการที่มีปัสสาวะมาก  ส่วนคำว่า “Mellitus” เป็นคำมาจากภาษาละตินและกรีกหมายถึงน้ำผึ้ง  “Diabetes Mellitus” จึงหมายถึงความผิดปกติที่มีปัสสาวะออกมากและมีรสหวาน (เปรียบเหมือนน้ำผึ้ง) ซึ่งมีความหมายที่ใกล้เคียงกับคำว่า “เบาหวาน” ของไทยมาก

เบาหวานเป็นกลุ่มของโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติในการเผาผลาญอาหาร (metabolic disorders) ของคาร์โบฮัยเดรท โปรตีน และไขมัน ที่เป็นผลจากความบกพร่องในการหลั่งอินสุลิน (อินสุลินไม่เพียงพอ – insulin deficiency)  หรืออินสุลินออกฤทธิ์ได้ไม่ดี (ภาวะดื้อต่ออินสุลิน – insulin resistance) หรือทั้งสองภาวะร่วมกัน ทำให้มีน้ำตาลในเลือดสูงเกินปกติ (hyper-glycemia)

ใน ระยะยาวทำให้เกิดพยาธิสภาพที่หลอดเลือดแดง หลอดเลือดฝอย และประสาทส่วนปลาย นำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังของอวัยวะต่างๆ ที่สำคัญได้แก่ ตา ไต และปลายประสาท  โรคหรือความผิดปกติใดที่ทำให้เกิดการขาดอินสุลิน หรืออินสุลินออกฤทธิ์ได้ไม่ดี ก็ทำให้เกิดเบาหวานขึ้นได้

อ่านเพิ่มเติม