อาหารโรคไต ราดหน้า(5)

การกินอาหารไม่ปรุงรสชาติเค็ม ต้องยอมรับว่าเป็นอาหารที่กินได้ค่อนข้างยาก และจะยากมากขึ้นถ้าไม่ได้ปรุงร้อนๆ แล้วกินทันที

การกินข้าวที่บ้านทุกวันทุกมื้อ บางทีก็อดที่จะรู้สึกเบื่อไม่ได้ ซึ่งสำหรับคนเป็นโรคไต ถ้ากินไม่ลงเยสภาพร่างกายก็จะไม่ไหว การได้เปลี่ยนรสชาติและฝีมือของคนอื่นบ้าง ก็จะทำให้เจริญอาหารขึ้นได้ง่ายๆ เลย

วันนี้ลักข์มีเมนูราดหน้าเส้นใหญ่ สั่งพิเศษใส่ไข่ขาว 3 ฟองไข่แดง 1 ฟองมานำเสนอ

วิธีการทำ หรือ ขั้นตอนจริงจัง ลักข์ไม่รู้ค่ะ เพราะลักข์ใช้วิธีพกตังค์ไปซื้อจากร้านอาหารตามสั่งแถวบ้าน พกชามมีฝาปิดไปพร้อมด้วยเลย  ถือกลับมาถึงบ้านยังร้อนควันฉุย กินร้อนๆ รับรองว่าอร่อยได้จริงๆ

วันแรกที่ลักข์ไปซื้อ สั่งแบบพิเศษเส้นใหญ่ คือใส่ไข่เยอะเป็นพิเศษ (เพราะการล้างไตทางหน้าท้องต้องกินโปรตีนให้มากพอ ไม่เช่นนั้นค่า albumin จะต่ำกว่าเกณฑ์) ขอให้ผัดเส้นเกรียมๆ จะได้หอมๆ และน้ำราดหน้าขอให้ปรุงพิเศษด้วย คือ ไม่เอารสชาติเค็ม สั่งเสร็จไม่ได้อยู่เฝ้ามอง เพราะเดินไปซื้อของอย่างอื่น กลับมาอีกทีชามราดหน้าก็พร้อมให้ถือกลับบ้านได้ทันที ผลลัพธ์ของราดหน้าวันแรก คุณแม่กินจนหมดเรียกว่าเกลี้ยงชามกันเลย ขอชิมก็แอบติดใจ เพราะรู้สึกว่ามันแปร่งๆ เพราะเค็ม ยังไงก็เค็ม

วันที่สอง คราวนี้นอกจากพกตังค์แล้ว ยังพกความตั้งใจไปเต็มกระเป๋า ไปยืนเฝ้าวิธีการทำราดหน้าของเจ๊เปาที่หน้าเตาเลยทีเดียว ทำให้รู้ว่าไม่ใส่ซีอิ๊ว ไม่ใส่น้ำปลา ไม่ได้หมายความว่าไม่ใส่เต้าเจี้ยว ไม่ใส่น้ำมันหอย ไม่ใส่แม็กกี้! โอ้ มายก๊อด ไม่ยืนเฝ้าจริงจัง คุณแม่คงมีความหวังว่าจะได้กินราดหน้าทุกวันแน่ๆ เลย แบบนี้ต้องดับฝัน!

ราดหน้าในครั้งที่สอง และครั้งต่อๆ มา จึงไม่มีการปรุงรสชาติใดๆ นอกจากน้ำตาลเพียงเล็กน้อย เหยาะพริกไทยหน่อยเท่านั้น

อร่อยไหม? ก็ต้องบอกว่าไม่อร่อยปากเท่าไหร่นัก แต่ก็พอไหวเมื่อได้กินตอนร้อนๆ ส่วนความอร่อยจริงๆ จะไปอยู่ที่อวัยวะต่างๆภายในร่างกายแทน กินแล้วไม่บวม กินแล้วผลเลือดไม่มีปัญหา นี่คือเรื่องที่ดีที่สุดแล้วสำหรับการกินอาหารของคนเป็นโรคไต

กินยากไหม? การกินอาหารรสธรรมชาติ ต้องกินตอนร้อนๆ ทำใหม่ๆ สดๆ จะช่วยให้กินได้ง่ายขึ้น และความเคยชินกับการกินอาหารรสธรรมชาติก็ทำให้กินได้ไม่ยากจนเกินไป

การเป็นโรคไตไม่ใช่เรื่องสนุก แต่ชีวิตก็ใช่แต่จะมีความทุกข์ให้สัมผัสแต่เพียงด้านเดียว
การมีชีวิตอยู่กับโรคไตไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ได้ยากลำบากเกินไปที่จะอยู่ให้ได้อย่างมีความสุขด้วยการปรับตัว

อาหารสำหรับคนเป็นโรคไตไม่มีสูตรสำเร็จ ก็เหมือนกันอาหารเบาหวานที่ไม่ได้มีกฎตายตัว ขึ้นอยู่กับตัวเราเองต่างหากว่าจะเรียนรู้เกี่ยวกับโรคที่เราเป็นได้มากน้อยแค่ไหน เพราะยิ่งมีความรู้ ชีวิตเราก็ยิ่งมีทางเลือกในการกินอาหารมากขึ้น ยิ่งมีความรู้ เรายิ่งดูแลชีวิตเราได้ดีมากขึ้นจริงๆ

เรื่องสำคัญที่คนเป็นโรคไตควรรู้ และระวัง
โรคไตมีหลายสาเหตุและหลายแบบ ทั้งสาเหตุจากโรคเบาหวาน สาเหตุจากโรค SLE ฯลฯ เป็นโรคไตแบบเรื้อรัง แบบเฉียบพลัน ………. ควรถามแพทย์ผู้รักษาให้รู้ว่า เราเป็นโรคไตแบบไหน สาเหตุจากอะไร

โรค ไตวายเรื้อรังมี 5 ระยะ การดูแลแต่ละระยะแม้จะใช้หลักการเดียวกัน แต่รายละเอียดไม่เหมือนกัน ……ควรถามและปรึกษาแพทย์ผู้รักษาให้รู้และเข้าใจว่าเราควรดูแลตัว เองอย่างไร

การรักษาโรคไตมีหลายวิธีตามระยะของโรคที่เป็น ….แพทย์ผู้รักษาจะให้คำแนะนำได้ หรือถ้าสงสัยในการรักษา สงสัยว่าทำไมคนอื่นถึงได้รับการรักษาไม่เหมือนกับของเรา ทั้งยาที่ใช้รักษา ทั้งอาหารที่ถูกแนะนำ ไม่เหมือนกับของเราเลย ถามแพทย์ผู้รักษานะคะ ไม่ต้องกลัวว่าแพทย์จะกัด แม้แพทย์บางคนจะดุไปบ้างแต่รับรองได้ว่าไม่กัดจริงแน่นอน (อย่างมากก็แค่เหน็บ จิกเบาบ้างแรงบ้างตามนิสัย)

เรื่องสำคัญที่สุด  อย่าหลงเชื่ออะไรๆ ที่ใครต่อใคร ที่มาชักชวนให้ทดลองกิน หรือ ซื้อสินค้าที่บอกว่าโรคไตรักษาให้หายได้ เท่าที่ได้พบประสบเจอมาหายนะทั้งนั้นเลย

Advertisements

เมนูอาหารสำหรับคนเป็นโรคไต รายการอาหาร(4)

เมนูอาหารสำหรับคนที่มีภาวะไตเสื่อม ไม่ว่าจะอยู่ในระดับไหนก็ตาม สิ่งที่ต้องยึดเป็นหลักไว้เสมอๆ คือ

“อาหารอายุสั้น กินแล้วอายุยาว อาหารอายุยาว กินแล้วอายุสั้น”  หมายความว่า ควรทานอาหารใหม่ และสดเสมอ อาหารที่เก็บไว้นาน ผ่านกรรมวิธีหรือผ่านกระบวนการจนทำให้อาหารเก็บไว้ได้นานไม่ควรทาน เพราะถ้าไม่หวานจัด ก็เค็มจัด หรือไม่ก็มีสารเคมีเป็นส่วนประกอบที่อันตรายต่อไตไปผสมอยู่ไม่มากก็น้อย

และ “อาหารสด ปรุงใหม่ ทำสะอาด รสธรรมชาติ” หมายความว่าให้กินอาหารที่สดใหม่ ไม่ใช่ของเหลือตกค้างหลายมื้อ ยิ่งถ้าทำได้มื้อต่อมื้อจะดีที่สุด ทำร้อนๆ จะช่วยให้ทานได้ง่ายขึ้น เพราะคนที่เป็นโรคไตควรกินอาหารที่ปรุงผ่านการปรุงรสให้น้อยที่สุดเป็นรสธรรมชาติให้มากที่สุด ซึ่งเป็นรสชาติที่ไม่คุ้นลิ้นของคนที่เป็นโรคไตเลย

หลายคนอาจจะนึกไม่ออกว่า มีเมนูอาหารอะไรบ้าง กินกันได้อย่างไรกับอาหารที่ไม่มีการปรุงรสโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การลดปริมาณในการใส่เครื่องปรุงประเภทกะปิ, น้ำมันหอย, เต้าเจี้ยว, ผงปรุงรสทุกชนิด. ซอสสำเร็จรูปทุกอย่าง  น้ำปลา ซีอิ๊ว ให้เหลือน้อยที่สุด(ลักข์ปรุงด้วยการเลือกใช้ซีอิ๊ว หรือน้ำมันหอย โดยการใช้ช้อนตวง 1 ช้อนชาเท่านั้น)

เป็นเรื่องยากมากในช่วงแรกเลยค่ะ แต่ก็ไม่อยากเกินไปที่จะปรับตัวกัน ขอให้มีกำลังใจและมีความตั้งใจจริงที่จะดูแลตัวเอง และดูแลบุคคลอันเป็นที่รักจริงๆ แล้วความยากลำบากก็จะผ่านไป เมื่อเวลาล่วงเลยไป ความเคยชินกับอาหารรสธรรมชาติจะมากขึ้นตามลำดับค่ะ

วัตถุดิบสำหรับการปรุงอาหารสำหรับคนเป็นโรคไตที่สำคัญคือ โปรตีนชั้นดี นั่นคือ ไข่ และ ปลาค่ะ เลี่ยงและลดสัตว์เนื้อแดงนะคะ ส่วนโปรตีนจากถั่ว และธัญพืช อาจจะเป็นโปรตีนชั้นดีสำหรับคนปกติ เพราะไม่มีไขมัน แต่สำหรับคนเป็นโรคไตระยะสุดท้าย โปรตีนที่ทำจากถั่วจะส่งผลให้ค่าเกลือแร่ในร่างกายเสียสมดุลได้ คือ ทำให้ค่าฟอสเฟตสูงเกินเกณฑ์ ดังนั้นสำหรับคนเป็นโรคไตต้องระวังผลิตภัณฑ์จากถั่ว ถั่วเหลือง เต้าหู้นะคะ

เคล็ดไม่ลับในการปรุงอาหารสำหรับคนเป็นโรคไต เนื่องจากอาหารไม่ปรุงรสทานได้ยากมากค่ะ เพราะฉะนั้นการปรุงอาหารร้อนๆ ทำสดใหม่เสมอ จะช่วยชูความอร่อยของรสธรรมชาติได้ค่ะ แล้วกำลังใจจากสมาชิกในครอบครัวก็สำคัญมาก ควรจะร่วมทานอาหารรสธรรมชาตินี้ด้วย เพราะจะทำให้อาหารมีรสชาติของความสุข ของกำลังใจ ทำให้ปริมาณความอร่อยเพิ่มขึ้นได้ค่ะ

อาจจะยากในช่วงแรก แต่ถ้าตั้งใจจริง อดทนได้ รับรองได้ว่าอวัยวะที่เรียกว่าไต ก็จะอยู่ทำงานให้กับร่างกายเราไปได้อีกค่ะ

ขอแนะนำเมนูที่ทำทานกันที่บ้านนะคะ

1. ผัดไทย (เขียนเล่าใน เมนูอาหารสำหรับคนเป็นโรคไต ผัดไทย(2)) https://luckareerat.wordpress.com/2010/08/10/renal-food-stir-fried-rice-noodle/

2. ข้าวต้มปลา (เขียนเล่าใน เมนูอาหารสำหรับคนเป็นโรคไต ข้าวต้มปลา(1)) https://luckareerat.wordpress.com/2010/08/07/renal-food-rice-soup-with-fish-2/

3. ไข่ต้ม กินแต่ไข่ขาว กินได้ 3-4 ฟองทุกเช้า เบื่อรสไข่ ก็ใส่พริกไทย หรือ มะนาวช่วยชูรสได้ ทำยำไข่ขาวที่มีมีรสเค็มปรุงก็ได้ ใส่หอมแดง หอมใหญ๋ ไข่ขาวต้มก็อร่อยขึ้นแบบไม่ซ้ำจำเจได้

4. ไข่เจียว ไข่ขาว 3 ไข่แดง 1 บีบมะนาวเพิ่มความฟู และความหอม เมนูนี้ึควรเสริฟร้อนๆ ยกจากเตา มาเสริฟถึงโต๊ะอาหาร อร่อยเหลือหลายเลยค่ะ

5. ไข่ดาว ทอดเสริฟร้อนๆ ก็อร่อยมากเหมือนกัน

สารพัดเมนูไข่ ไข่ต้ม ข้าวผัดไข่ ไข่เจียวปรุงรสปรุงกลิ่นด้วยมะเขือเทศและใบโหระพา

6. ผัดผักรวมมิตร ให้หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วล้าง จะได้เอาโปแตสเซียมและยาฆ่าแมลงออกได้เยอะ ผัดใส่เห็ดด้วยก็ได้ หอมดีค่ะ เวียนผักไปเรื่อยๆ ตามฤดูกาล ผัดใส่กระเทียมร้อน ไม่ต้องปรุงรสอะไรเลย

มะเขือยาวผีดใส่กระเทียม ใบโหระพา พริกแดง, ผัดผักกาดขาว ใส่ข้าวโพด เห็ดหูหนู กุ้ง และวุ้นเส้น

7. ปลานึ่ง ใส่ขิง บีบมะนาว

8. ไก่ผัดขิง ใส่เห็ดหูหนู ใส่หอมใหญ่ และพริกแดงเพื่อความสวยงาม

9. ปลาทอด โรยกระเทียมเจียวเองหอมๆ น้ำปลาไม่ต้องใช้เลย

ปลาทอด ผัดใส่กระเทียม พริกไทย และคื่นไฉ่, ปลาอินทรีย์ทอด

10.  ไข่ตุ๋นใส่เห็ด ใส่ปลา ใส่ผัก

11. เนื้อปลาลวกร้อนๆ เหยาะพริกไทยหอมๆ

12. ทำเกี๊ยวน้ำกินเอง น้ำซุปทำจากการต้มเห็ดหอม ไม่ปรุงรสแต่ปรุงร้อนๆ ก็ได้รสชาติอร่อยค่ะ

13. เมนูอาหารสำหรับคนเป็นโรคไต ทำอะไรดี (3)  https://luckareerat.wordpress.com/2010/03/15/renal-food-what-to-do/

14. ราดหน้า (เขียนเล่าไว้ใน เมนูอาหารสำหรับคนเป็นโรคไต ราดหน้า (5)) https://luckareerat.wordpress.com/2012/03/20/renal-food-fried-noodle-in-gravy/

15. ขนมเค้ก (เขียนเล่าไว้ใน เมนูอาหารสำหรับคนเป็นโรคไต เค้กไข่ขาว (6)) https://luckareerat.wordpress.com/2013/03/20/renal-food-angel-food-cake/

เท่าที่นึกออกตอนนี้ … ถ้านึกออก หรือ มีใครมีเมนูอร่อย แนะนำเพิ่มเติมได้ค่ะ

เรื่องสำคัญที่คนเป็นโรคไตควรรู้ และระวัง
โรคไตมีหลายสาเหตุและหลายแบบ ทั้งสาเหตุจากโรคเบาหวาน สาเหตุจากโรค SLE ฯลฯ เป็นโรคไตแบบเรื้อรัง แบบเฉียบพลัน ………. ควรถามแพทย์ผู้รักษาให้รู้ว่า เราเป็นโรคไตแบบไหน สาเหตุจากอะไร

โรค ไตวายเรื้อรังมี 5 ระยะ การดูแลแต่ละระยะแม้จะใช้หลักการเดียวกัน แต่รายละเอียดไม่เหมือนกัน ……ควรถามและปรึกษาแพทย์ผู้รักษาให้รู้และเข้าใจว่าเราควรดูแลตัว เองอย่างไร

การรักษาโรคไตมีหลายวิธีตามระยะของโรคที่เป็น ….แพทย์ผู้รักษาจะให้คำแนะนำได้ หรือถ้าสงสัยในการรักษา สงสัยว่าทำไมคนอื่นถึงได้รับการรักษาไม่เหมือนกับของเรา ทั้งยาที่ใช้รักษา ทั้งอาหารที่ถูกแนะนำ ไม่เหมือนกับของเราเลย ถามแพทย์ผู้รักษานะคะ ไม่ต้องกลัวว่าแพทย์จะกัด แม้แพทย์บางคนจะดุไปบ้างแต่รับรองได้ว่าไม่กัดจริงแน่นอน (อย่างมากก็แค่เหน็บ จิกเบาบ้างแรงบ้างตามนิสัย)

เรื่องสำคัญที่สุด  อย่าหลงเชื่ออะไรๆ ที่ใครต่อใคร ที่มาชักชวนให้ทดลองกิน หรือ ซื้อสินค้าที่บอกว่าโรคไตรักษาให้หายได้ เท่าที่ได้พบประสบเจอมาหายนะทั้งนั้นเลย

อาหารโรคไต ข้าวต้มปลา(1)

หลังจากพาคุณแม่ไปหาคุณหมอที่คลีนิก ด้วยอาการเจ็บคอมากมาย (ฤดูฝน อากาศจะชื้นมาก เชื้อไวรัสเจริญเติบโตได้ดี ควรจะต้องดูแลร่างกายให้มากเป็นพิเศษ หากมีอาการไอ วิธีที่ดีที่สุด คือ การจิบน้ำอุ่น เพื่อให้คอชุ่มชื้น การไอแบบไอจนหมดไส้หมดพุงนั้น นอกจากจะทำให้หลอดลมอักเสบ จนมีอาการเจ็บคออย่างรุนแรงแล้ว ร่างกายยังรู้สึกปวดระบมไปทั้งตัวด้วย เพราะได้รับการกระทบกระเทือนจากการสะเทือนของการไออย่างรุนแรง) การออกไปหาหมอก็เลยทำให้ได้แวะไปกินข้าวข้างนอกบ้านกัน

การออกจากบ้านในช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกับมื้ออาหาร ส่วนใหญ่แล้ว เรา 2 แม่ลูกก็จะถือโอกาสชวนกันกินข้าวนอกบ้านเพื่อเป็นการเปลี่ยนรสชาติ และ บรรยากาศ (จากการทำกับข้าวกินกันเองทุกวัน) วันนี้เมนูอาหารที่เราเลือก คือ ข้าวต้มปลา

วิธีสั่งข้าวต้มปลาสำหรับคนที่เป็นโรคไตระยะสุดท้าย (ที่กำลังเตรียมตัวดำเนินเรื่องการล้างไต หรือ ฟอกเลือด) คือ ข้าวต้มแห้งใส่เนื้อปลา ไม่ใส่ชูรส น้ำปลา ซีอิ๊ว เกลือ ตังไฉ่ และ น้ำข้าวเปล่าๆ 1 ชาม (พยายามตัดรสชาติเค็มให้มากที่สุด เพราะถ้ากินลงไปก็จะทำให้ไปสะสมในร่างกาย แล้วจะไปอมน้ำทำให้ตัวบวม จนมีผลต่อเนื่องถึงน้ำท่วมปอดได้)

การสั่งข้าวต้มแห้ง เราจะได้เฉพาะข้าวต้มแห้งๆ ที่ไม่มีการใส่น้ำให้เป็นข้าวต้ม เพราะถ้าใส่น้ำให้เป็นข้าวต้ม ตามร้านข้าวต้มปลาส่วนใหญ่ จะมีน้ำแกงไว้ใส่ต่างหาก โดยเป็นน้ำแกงที่มีการปรุงรสชาติ (อาจจะโดยการใส่เกลือ ซีอิ๊ว น้ำปลา ผงชูรส หรือซุปก้อนก็ตาม)  ไม่ใช่น้ำข้าวต้มแบบที่เราต้มกินเองที่บ้าน สีน้ำข้าวต้มตามร้านจึงไม่ใช่สีขาว แต่เป็นสีที่ดูก็รู้ว่าเค็ม ไม่เหมาะสำหรับคนที่เป็นโรคไตอย่างเด็ดขาด

เนื้อปลาลวก ในส่วนของเนื้อปลาก็จะมีรสชาติเค็มอยู่แล้ว เพราะการล้างปลาให้หายคาว เราก็จะล้างคาวปลาด้วยน้ำเกลือ แต่ร้านอาหารที่อาหารสดอยู่เสมอ เจ้าของร้านมักจะเน้นการใช้เกลือเพื่อล้างคาว มากกว่าเพื่อการถนอมอาหาร เพราะต้องการให้เราได้ลิ้มรสความสด และความหวานของเนื้อปลามากกว่า  (ร้านไหนของยิ่งไม่สด รสชาติของเนื้อปลาก็จะยิ่งเค็ม)

น้ำข้าว โดยปกติร้านข้าวต้มปลาจะหุงข้าวในแบบที่เรียกหุงแบบเช็ดน้ำ โดยการเทน้ำข้าวทิ้ง ในเมื่อคนเป็นโรคไตไม่เหมาะที่จะกินน้ำแกงที่มีการปรุงรส น้ำข้าวจึงเป็นอีกทางเลือก นอกไปจากน้ำเปล่าที่เป้นน้ำดื่มบนโต๊ะ (ฮ่าาา ยังไงก็ได้กินรสชาติที่เรียกว่าจืด)

ที่สำคัญเครื่องปรุงรสที่มีอยู่บนโต๊ะ ไม่ว่าจะเป็นเต้าเจี้ยว ซีอิ๊ว น้ำปลา ไม้จิ้มฟัน (เอ้อ .. อันหลังไม่เกี่ยว) ไม่ควรที่จะนำมาปรุงรสเพิ่ม ยิ่งปรุงเพิ่มรสที่เราทานก็จะยิ่งเค็มมากขึ้น ลิ้นของเราก็จะคุ้นเคยกับความเค็มมากขึ้นๆ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อไตของเราเลย

ในกรณีถ้าจะทำข้าวต้มปลากินเองที่บ้าน ต้มข้าวหอมมะลิ เนื้อปลาสดๆ (ทำเองไม่ต้องใช้เกลือด้วย เพราะเราซื้อปลามาสดๆ ลวกน้ำเดือดๆ ทิ้งซักทีก็หายคาวแล้ว) โรยคื่นไฉ่เสียหน่อย  ก็อร่อยไม่รู้ลืม  ถ้าจะให้ดีสำหรับสำหรับผู้ป่วยโรคไต อาหารที่ทำทาน ควรจะทำสดๆ ใหม่ๆ และเสริฟตอนร้อนๆ จะทำให้ผู้ป่วยทานได้ง่ายขึ้นนะคะ

ข้อดีของการกินอาหารรสชาติ “จืด” (เป็นเพื่อนคุณแม่) ทำให้ลักได้เรียนรู้ว่า รส “ธรรมชาติ” ของอาหารนั้นมีความหวาน ความสด อยู่ในตัวของมันเอง แต่การกินอาหารไม่ปรุงรสก็กลายเป็นข้อเสียเช่นเดียวกัน เพราะลิ้นจะไปรับรสชาติอาหารว่า มีรสของเครื่องปรุงรสชนิดต่างๆ หรือ รสชาิติความหอม หวาน อร่อยจากตัววัตถุดิบ

อาหารที่ทำจากวัตถุดิบที่มีคุณภาพดี สดและสะอาด ร้านอาหารก็จะไม่ค่อยปรุงรสจัดจ้านนัก แต่ถ้าร้านไหนมีการปรุงรสอย่างเข้มข้นโดยเน้นรสชาติเค็มปี๋  ทำให้เป็นข้อสังเกตได้ว่าวัตถุดิบที่นำมาปรุงอาหารอาจจะไม่สดเท่าไหร่นัก อืมม์ … ดูเหมือนว่าลักจะกลายเป็นคนเรื่องมากในการกินอาหารไปเสียแล้ว.. แต่ก็นะ รสชาติอาหาร คุณภาพอาหาร เรียกว่าอาหารทุกชนิดที่เรากินส่งผลต่อร่างกาย และไตของเราทั้งนั้น ไตของเรา ถ้าเราเองยังไม่รัก แล้วใครจะมารัก ถ้าเรายังไม่ดูแล แล้วใครจะมาดูแล จริงไหม?

เรื่องสำคัญที่คนเป็นโรคไตควรรู้ และระวัง
โรคไตมีหลายสาเหตุและหลายแบบ ทั้งสาเหตุจากโรคเบาหวาน สาเหตุจากโรค SLE ฯลฯ เป็นโรคไตแบบเรื้อรัง แบบเฉียบพลัน ………. ควรถามแพทย์ผู้รักษาให้รู้ว่า เราเป็นโรคไตแบบไหน สาเหตุจากอะไร

โรคไตวายเรื้อรังมี 5 ระยะ การดูแลแต่ละระยะแม้จะใช้หลักการเดียวกัน แต่รายละเอียดไม่เหมือนกัน ……ควรถามและปรึกษาแพทย์ผู้รักษาให้รู้และเข้าใจว่าเราควรดูแลตัวเองอย่างไร

การรักษาโรคไตมีหลายวิธีตามระยะของโรคที่เป็น ….แพทย์ผู้รักษาจะให้คำแนะนำได้ หรือถ้าสงสัยในการรักษา สงสัยว่าทำไมคนอื่นถึงได้รับการรักษาไม่เหมือนกับของเรา ทั้งยาที่ใช้รักษา ทั้งอาหารที่ถูกแนะนำ ไม่เหมือนกับของเราเลย ถามแพทย์ผู้รักษานะคะ ไม่ต้องกลัวว่าแพทย์จะกัด แม้แพทย์บางคนจะดุไปบ้างแต่รับรองได้ว่าไม่กัดจริงแน่นอน (อย่างมากก็แค่เหน็บ จิกเบาบ้างแรงบ้างตามนิสัย)

เรื่องสำคัญที่สุด  อย่าหลงเชื่ออะไรๆ ที่ใครต่อใคร ที่มาชักชวนให้ทดลองกิน หรือ ซื้อสินค้าที่บอกว่าโรคไตรักษาให้หายได้ เท่าที่ได้พบประสบเจอมาหายนะทั้งนั้นเลย

อาหารโรคไต ทำอะไรดี (3)

วันที่ 4 ธันวาคม 2552 เป็นวันที่ขอพาคุณแม่ออกจากโรงพยาบาล ด้วยการขอโอกาสครั้งสุดท้้ายจากหมอ เพราะสภาพจิตใจคุณแม่ไม่พร้อมที่จะฟอกไตจริงๆ

ค่าของเสียในร่างกาย  (BUN) ของคุณแม่ในเช้าวันนั้น คือ 106.7 (ค่าปกติ 8-20)

ค่าของไต (Creatinine) 4.65 (ค่าปกติ .50-1.50)

รู้ว่าคุณหมอปรารถนาดี เพราะค่าของเสียในร่างกายเกิน 100 แล้ว แต่ก็อยากจะขอโอกาส โดยรับปากว่า ถ้าคุณแม่มีอาการผิดปกติ จะพากลับมาหาหมอที่โรงพยาบาลทันที

ระหว่างการต้องฟอกไต VS การเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร คุณแม่บอกว่ายอมเปลี่ยนพฤติกรรมดีกว่า

คุณหมอให้เลี่ยงเนื้อสัตว์ แต่ให้กินอาหารประเภทโปรตีนจากไข่ข่าว  (มื้อละ 3-4 ฟอง) และปลา

รวมทั้งไม่ให้ปรุงรสเค็ม ด้วยซีอี๊ว น้ำปลา เกลือ ซอสปรุงรสทุกชนิด กะปิ ซุปก้อนต่างๆอย่างเด็ดขาด

กินยากมากกกกกกกกกกกก เพราะรสชาติไม่ถูกปากเลย แต่อาศัยที่ปรุงร้อนๆ ก็ช่วยทำให้รสชาติน่าทานมากขึ้นทีเดียว

คุณแม่เกือบจะหมดกำลังใจยอมแพ้หลายหน เพราะว่ารสชาติอาหารที่ไม่ได้ปรุงรสเค็ม (แม้จะปรุงรสหวาน เปรี้ยว เผ็ด ก็ไม่กลมกล่อม) แต่ผลเลือดทีค่าดีขึ้นๆ จนคุณหมอบอกว่าไม่คุยเรื่องฟอกไตแล้ว ก็ทำให้คุณแม่มีกำลังใจมากขึ้นทุกครั้งที่พบหมอ

ผลเลือดล่าสุด หลังจากที่ออกจาก รพ. ครบ 3 เดือน (2 มี.ค.53)

ค่า BUN ของคุณแม่มาอยู่ที่ 76

ค่า Creatinine มาอยู่ที่ 2.72

คุณหมอถามว่า คุณแม่ทานอะไรบ้างในวันหนึ่งๆ ?

หลักๆ เลยก็คือ ข้าวสวย (คุณแม่ชอบทานข้าวสวยมากกว่าข้าวต้ม)   ผัดผักร้อนๆ ชนิดต่างๆ (หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วล้างเพื่อล้างยาฆ่าแมลง และล้างโปแตสเซียมออกจากผัก) แล้วก็ไข่ต้มมื้อละ 3-4 ฟอง ถ้าคุณแม่เบื่อบางมื้อก็จะสลับเป็นไข่ขาวทอด หรือ ปลาทอดค่ะ กับข้าวทุกจานไม่เหยาะซอส หรือปรุงรสชาิติเค็มใดๆ เลย

คุณหมอชื่นชมคุณแม่ว่าเก่งมาก และขอให้มีความอดทน ถ้าไม่อยากฟอกไตก็ต้องช่วยรักษาไตไม่ให้เสื่อมลง การไม่กินเค็มเป็นตัวช่วยมากๆ

เมื่อคุณหมอมั่นใจว่าคุณแม่ไม่ทานเค็มแน่ๆ คุณหมอก็แนะนำให้คุณแม่ทานน้ำให้เยอะขึ้น เพราะอยากให้ค่าของเสียลดลงไปมากกว่านี้

ตอนนี้คุณแม่ดื่มน้ำเยอะขึ้นแล้ว รอดูผลว่าจะดีขึ้นไหม?

ปล. การปรับตัวเรื่องอาหารช่วยชะลอการฟอกไตไปได้หลายเดือน ซึ่งทำให้มีเวลาหาข้อมูลเกี่ยวกับโรคไต และทำให้เข้าใจว่าเมื่อโรคไตดำเนินมาถึงระยะสุดท้าย วิธีการฟอกไตจะช่วยรักษาชีวิตของคุณแม่ไว้ได้

เพราะถึงแม้ว่าผลเลือดจะดีขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่เดินหน้าคือวันเวลา อายุที่เพิ่มขึ้น กับสภาพไตที่คุณหมอบอกว่าอยู่ในระยะสุดท้ายแล้ว ทำให้ตัดสินใจล้างไตก่อนที่ไตจะไม่เหลือการทำงานเลย เพราะไม่มั่นใจว่าถ้าปล่อยจนไตไม่สามารถทำงานได้ คุณแม่จะมีโอกาสมีชีวิตอยู่หรือเปล่า

การศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการล้างไตโดยละเอียด ทำให้รู้ว่ายิ่งไตเหลือการทำงานน้อยลง คุณแม่จะยิ่งเกิดภาวะทรมานมากขึ้น จากของเสียที่เพิ่มขึ้น ระบบการทำงานภายในร่างกาย สมอง ซึ่งไม่อยากให้คุณแม่เดินไปถึงจุดนั้น การหาข้อมูลเกี่ยวกับการล้างไตทำให้สามารถเลือกวิธีการล้างไตที่เหมาะสมกับวิถีการดำเนินชีวิตของสมาชิกในครอบครัวและสภาพทางเศรษฐกิจของครอบครัวด้วย

เรื่องสำคัญที่คนเป็นโรคไตควรรู้ และระวัง
โรคไตมีหลายสาเหตุและหลายแบบ ทั้งสาเหตุจากโรคเบาหวาน สาเหตุจากโรค SLE ฯลฯ เป็นโรคไตแบบเรื้อรัง แบบเฉียบพลัน ………. ควรถามแพทย์ผู้รักษาให้รู้ว่า เราเป็นโรคไตแบบไหน สาเหตุจากอะไร

โรค ไตวายเรื้อรังมี 5 ระยะ การดูแลแต่ละระยะแม้จะใช้หลักการเดียวกัน แต่รายละเอียดไม่เหมือนกัน ……ควรถามและปรึกษาแพทย์ผู้รักษาให้รู้และเข้าใจว่าเราควรดูแลตัว เองอย่างไร

การรักษาโรคไตมีหลายวิธีตามระยะของโรคที่เป็น ….แพทย์ผู้รักษาจะให้คำแนะนำได้ หรือถ้าสงสัยในการรักษา สงสัยว่าทำไมคนอื่นถึงได้รับการรักษาไม่เหมือนกับของเรา ทั้งยาที่ใช้รักษา ทั้งอาหารที่ถูกแนะนำ ไม่เหมือนกับของเราเลย ถามแพทย์ผู้รักษานะคะ ไม่ต้องกลัวว่าแพทย์จะกัด แม้แพทย์บางคนจะดุไปบ้างแต่รับรองได้ว่าไม่กัดจริงแน่นอน (อย่างมากก็แค่เหน็บ จิกเบาบ้างแรงบ้างตามนิสัย)

เรื่องสำคัญที่สุด  อย่าหลงเชื่ออะไรๆ ที่ใครต่อใคร ที่มาชักชวนให้ทดลองกิน หรือ ซื้อสินค้าที่บอกว่าโรคไตรักษาให้หายได้ เท่าที่ได้พบประสบเจอมาหายนะทั้งนั้นเลย

อาหารเบาหวาน น้ำสลัด

ทุกมื้อบนโต๊ะอาหาร ที่บ้านจะต้องมีผัก 1 จานเสมอ ซึ่งน้ำสลัดที่มีขายสำเร็จรูปอยู่ทั่วไป มักจะหอม หวาน เค็ม มัน อร่อยมากเลยทีเดียว แต่ว่าแค่สลัดจานเดียวนี่แหละ สามารถทำให้ระดับน้ำตาลสูงได้จากการที่เราคลุกน้ำสลัดลงไป และทำให้ไขมันคอเลสเตอรอลของเราก็สูงด้วย ทั้งๆ ที่เรากินสลัดผักนี่แหละ

น้ำสลัดที่เราเห็นวางขายอยู่ทั่วไป จะมีส่วนผสมหลักๆ คือ

1. ไข่ไก่ ที่ใช้เฉพาะไข่เแดง

2. เกลือป่น

3. น้ำมันพืช

4. นมข้น

5. น้ำตาลทราย

6. น้ำส้มสายชูผสมกับมะนาว

เห็นส่วนผสมของน้ำสลัดแล้ว รู้หรือยังคะว่าทำไมถึงอร่อย? อร่อยแบบนี้ไม่ดีต่อร่างกายของเราที่มีโรคประจำตัว คือ เบาหวาน และการมีภาวะไตเรื้อรัง ขอแนะนำให้มาทำน้ำสลัดกินกันเองดีกว่านะคะ อ่านเพิ่มเติม

อาหารสำหรับโรคเบาหวาน vs อาหารสำหรับโรคไต


หลังจากที่คุณแม่ไปนอนอยู่ในห้อง ICU เป็นเวลา 11 วัน สภาพไตของคุณแม่ก็ได้เสื่อมและทรุดลงไปกว่าเดิมมาก จนกระทั่งคุณหมอบอกว่า อาจจะต้องฟอกไต หากมีภาวะไตวายเฉียบพลัน

เมื่ออาการน้ำท่วมปอดหายดี เหลือแต่การดูแลเรื่องระดับน้ำตาล และ ค่าของไต (BUN และ Creatinine) จึงทำให้ตัดสินใจขอคุณหมอกลับบ้าน เพื่อมาดูแลเรื่องโภชนาการของคุณแม่เอง

เรื่องอาหารสำหรับคนที่เป็นเบาหวาน ที่ได้เรียนรู้ก่อนหน้านี้ว่ายากแล้ว เพราะจะต้องคอยคำนวณว่า ได้รับปริมาณคาร์โบไฮเดรต “พอดี” แล้วหรือยัง (มีสูตรคำนวณจากน้ำหนัก อายุ และกิจกรรม) อะไรคือคาร์โบไฮเดรตบ้าง(ข้าวแป้ง, ผลไม้, นม, น้ำตาล) แล้วทำไมคาร์โบไฮเดรตทำให้น้ำตาลสูงต่างกัน ก็ต้องเรียนรู้เรื่องค่า GI ด้วย (ข้าวเหนียว จะมีค่า GI สูงกว่าข้าวกล้อง ซึ่งทะให้ระดับน้ำตาลขึ้นสุงและเร็ว มีตารางที่นักโภชนาการแจ้งไว้)

ถ้าจับหลักเบาหวานได้ แล้วกินในปริมาณที่เหมาะสมสำหรับตัวเอง เรื่องไฮโป ไฮเปอ ก็แทบจะไม่เกิดขึ้นเลย (แต่อาจจะเกิดขึ้นได้บ้าง ในกรณีเราออกกำลังกายเยอะกว่าปกติ ชิมอาหารมากกว่าปกติ)

ถ้าเรียนรู้หลักในการแก้ไขไฮโป (เพิ่มน้ำตาลในระดับที่เหมาะสม) และแก้ไฮเปอ (เพิ่มยา หรือดื่มน้ำในกรณีที่สูงไปไม่มาก) ก็เรียกว่าสามารถจัดการระดับน้ำตาลของเราได้แล้ว

อ่านเพิ่มเติม