หมอดู(แล)ไม่ใช่หมอเดา หมอคนเดียวรักษาไม่ได้ทุกโรค

รูปภาพ

เรื่องน่าเบื่อที่สุดอย่างหนึ่งของคนที่เป็นโรคเบาหวาน ก็คือการไปหาหมอตามนัด ซึ่งถ้่านับจริงๆ แล้วก็คือ ทุกๆ 3 เดือนบ้าง 4 เดือนบ้าง ขึ้นอยู่กับการดูแลเบาหวานของคนๆ นั้น และจำนวนคนไข้ที่รอพบคุณหมอ ซึ่งนับวันมีแต่จำนวนเพิ่มขึ้นมาโดยตลอดและที่น่าสังเกตก็คือ อายุของคนที่มาหาหมอน้อยลงทุกที

แต่เมื่อเทียบกับการที่คุณแม่เป็นโรคไตจากเบาหวานแล้ว การหาหมอจะถี่ขึ้นมากมายมหาศาล และถ้าเป็นเบาหวานจนมีโรคแทรกซ้อนที่ไตแล้ว หัวใจก็ใช่ว่าจะปลอดภัย เพราะฉะนั้นการไปหาหมอทุกเดือนนับว่าเป็นเรื่องปกติ และถ้าหากเกิดความผิดปกติกับร่างกาย การไปหาหมอทุกอาทิตย์ หรืออาทิตย์ละหลายวันก็เกิดขึ้นได้ นับว่าเป็นเรื่องธรรมดา

การไปหาหมอบ่อยๆ เป็นเรื่องที่ไม่สนุก ยิ่งตอนที่คุณแม่เจ็บไข้ได้ป่วยยิ่งเต็มไปด้วยความทุกข์ซ้ำหนักเข้าไปอีกว่าครั้งนี้จะผ่านไปได้ไหม ร่างกายจะสู้ไหวหรือเปล่า

หลายครั้งที่มีคนติดต่อมาหาด้วยความปรารถนาดีว่าเขาได้ยินมาว่า รับรู้มาว่า มีสมุนไำพรดี มีน้ำดี มีหมอเก่ง เชี่ยวชาญรักษาให้คนหายจากโรคต่างๆ ได้ ที่รู้สึกเซ็งมากคือ การได้เจอคนขายอาหารเสริม ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่ได้รับอย. และขายไปทั่วโลก ไม่มีผลข้างเคียง เงินไม่กี่พัน แลกกับการหายจากโรคเบาหวานมันคุ้มค่ามาก  และที่รู้สึกเซ็งที่สุดคือ มีคนเชื่อและซื้อมากินด้วยนี่สิ

โรคเบาหวาน เป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของร่างกาย ก็เหมือนกับการที่เราสายตาสั้นที่เกิดจากสายตาเสื่อมลงนั่นแหละ เพียงแต่โรคเบาหวานต้องรักษาด้วยการกินยาไปตลอดเท่านั้น และยิ่งลักข์มาดูแลคุณแม่ ต้องพาไปหาคุณหมอเพื่อรักษาสารพัดโรค ยังไม่มีหมอคนไหนกล้ารับรักษาทุกโรคเลย คุณหมอรักษาเบาหวานผ่าตัดไม่ได้ การดูแลแผลและการติดตามผลก็ต้องให้หมอผ่าตัดดูแล หมอโรคไตรักษาหัวใจไม่ได้ ยังต้องส่งตัวต่อไปให้คุณหมอรักษาหัวใจคอยดูแลให้เลย การไปหาหมอที่โรงพยาบาล ยาที่คุณหมอจ่ายให้มีผลข้างเคียงได้ทุกอย่าง รวมทั้งอาหารและน้ำที่กินทุกวันก็ส่งผลให้ร่างกายเสียสมดุลได้ คุณหมอจึงให้คุณแม่ตรวจด้วยการเจาะเลือดเพื่อดูค่าต่างๆ ว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่สมดุลหรือเปล่า  หากไม่สมดุลจะใช้ยารักษาหรือปรับด้วยอาหารก็ว่ากันไปขึ้นอยู่กับเหตุและปัจจัยของโรค

ใครที่เป็นโรคเบาหวาน และถ้ามีภาวะของอาการไตเสื่อมแล้ว ระวังเรื่องการไปหมอเดาที่ไม่รู้วิธีการดูแลเราอย่างถูกต้อง ยิ่งการเชื่อเรื่องยาชนิดเดียวป้องกันรักษาได้ทุกโรคด้วย เงินไม่กี่พัน แลกกับตับ ไตที่จะต้องเสียไปยังไงก็ไม่มีทางคุ้มค่า และสำหรับคนขายของถ้าหากทำเพื่อกำไรและเงินในกระเป๋าก็เข้าใจ แต่ถ้าจะบอกว่าเพื่อประโยชน์สุขของร่างกาย ก็ต้องบอกว่าข้อมูลที่นำมาอ้างอิงเชื่อถืออะไรไม่ได้เลย นะคะ

Advertisements

เราต้องการอาหารเสริมจริงหรือ?

หลายเดือนมานี้ลักได้รับการติดต่อจากเพื่อนที่คุ้นเคย และอีเมล์จากคนที่ไม่รู้จักชักชวนให้ทดลองกินอาหารเสริมสุขภาพ ซึ่งนอกจากจะทำให้มีสุขภาพดีแล้ว สามารถที่จะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย

เพื่อนๆ บอกว่า พูดถึงเรื่องสุขภาพก็นึกถึงลัก เพราะรู้ว่าลักมีโรคเบาหวานเป็นโรคประจำตัว น่าจะเป็นเรื่องดีถ้าลักสามารถมีสุขภาพที่ดี รวมทั้งมีรายได้เพิ่มขึ้น ลักจึงเป็นคนลำดับแรกๆ ที่เพื่อนติดต่อมาหา ทันทีที่เพื่อนได้รู้จักกับอาหารเสริมต่างๆ อยากให้ลักได้ทดลองกินและมาเป็นสมาชิกด้วยจะได้สามารถซื้อได้ในราคาสมาชิก

อืมม์ …. ถ้าดูภายนอกแล้ว ลักดูเหมือนคนมีโรคประจำตัวไหม? ทุกคนก็ตอบตรงกันหมดว่าไม่ แล้วเท่าที่รู้จักกันลักเป็นคนแข็งแรง มีสุขภาพดีไหม? ทุกคนก็ตอบตรงกันอีกว่าใช่ ถ้าอย่างงั้นช่วยหาเหตุผลให้ทีว่าทำไมลักยังจะต้องกินอาหารเสริมอีก ในเมื่อลักสามารถกินอาหารได้ครบ 5 หมู่ และสามารถดูแลตัวเองได้จนมีสุขภาพดี

หลายคนพยายามบอกเล่าเรื่องราวของอาหารเสริม ว่าผลิตจากพื้นที่ที่เป็นธรรมชาติ ได้รับการดูแลอย่างดี เป็นแหล่งอาหารธรรมชาติที่มีคุณภาพมาก และเพราะทำจากธรรมชาติ กินแล้วจึงไม่เป็นอันตราย คุณประโยชน์ของมันก็มากมายมหาศาล พร้อมกับราคาที่แสนแพง (แพงมากมายมหาศาลสำหรับลัก เพราะปริมาณกะจิ๊ดริ๊ด กินแล้วไม่อิ่ม คุณประโยชน์ที่ได้ก็ไม่มากไปกว่าอาหาร 5 หมู่อีกต่างหาก)

ไม่มีเงินซื้ออาหารเสริมราคาแพงแต่อยากมีสุขภาพดี สำหรับลักวิธีที่ทำได้คือ “ต้องหาความรู้” เพราะความรู้จะ ทำให้ได้คำตอบว่า การกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ในแต่ละวัน, หมั่นออกกำลังกายบ้าง อย่างน้อยก็ให้มีอาทิตย์ละ 3 วัน, ทำจิตใจให้เบิกบานแจ่มใสเสมอ เป็นวิธีที่ได้ผลวที่จะทำให้สุขภาพดีและ ที่สำคัญตังค์อยู่ครบ

ถึงแม้ว่าลักจะไม่ได้กินอาหารเสริมใดๆ แต่ก็มีคำถามที่อยู่ในใจตลอดเวลาเกี่ยวกับเรื่องอาหารเสริม มีใครคิดเหมือนกันบ้าง หรือมีใครคิดแตกต่างจากลักหรือเปล่า หรือมีใครตอบคำถามข้อไหนได้บ้าง วานช่วยแบ่งปันมุมมองมาให้อ่านที

-เราจะรู้ได้อย่างไรว่า ตัวเราจำเป็นต้องกินอาหารเสริม ในเมื่อลักเป็นแค่โรคเบาหวาน ระดับน้ำตาลก็ควบคุมได้ สุขภาพลักก็ดี ลักสามารถมีชีวิตเหมือนคนปกติทุกอย่าง หวัดก็ไม่ได้เป็นมา  3 ปีแล้ว ที่ต้องไปนอนรพ.ก็เพราะหกล้มขาหัก … หรือมีิอาหารเสริม เพื่อซ่อมความซุ่มซ่าม น่าจะเป็นสิ่งที่เหมาะกันลักดี

-กินข้าว (ต่อให้เป็นข้าวกล้องด้วย) ถ้ากินในปริมาณที่เยอะเกินความต้องการใช้ ยังมีผลทำให้อ้วนได้เลย แล้วจะแน่ใจได้อย่างไรว่าอาหารเสริมที่กินจะไม่มากเกินไป หรือมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการจนเป็นอันตราย อาหารปกติอย่างข้าว ยังกลายร่างเป็นไขมันไปได้เลย แล้วอาหารเสริม ถ้าเรากินมากเกินไปจะกลายร่างเป็นอะไรในร่างกายของเรา? ใครรู้ วานเฉลย

-อาหารเสริมที่โฆษณาบอกว่าทำจากธรรมชาติ แต่หน้าตาสังเคราะห์อย่างชัดเจน แล้วจะเชื่อได้อย่างไรว่ามาจากธรรมชาติจริง ไม่ได้สังเคราะห์ขึ้น

-ขนาดวิตามินที่เรารู้จัก A B C D E K บางตัวยังละลายน้ำได้ ถ้ามีในร่างกายเยอะเกินไป ร่างกายสามารถขับออกมาทางปัสสาวะได้ แต่บางตัวไม่สามารถละลายในน้ำ สามารถตกตะกอนในร่างกายออกฤทธิ์ทำให้เป็นโรคเกาต์ เป็นโรคนิ่วในไตได้ แล้วอาหารเสริมต่างๆ เป็นประเภทไหน ร่างกายสามารถขับออกได้หรือเปล่า ขับออกทางไหนได้บ้าง คนขายอาหารเสริมรู้จักร่างกายมนุษย์ และการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายมนุษย์ดีมากพอ ที่เราจะเอาชีวิตเราไปเสี่ยง เงินเราไปเสียได้หรือเปล่า?

-คนบางคนแพ้อาหารทะเล ทั้งๆ ที่เป็นอาหารจากธรรมชาติ แล้วอาหารเสริมที่มีการสังเคราะห์ กินแล้วจะเกิดผลข้างเคียงอะไรไหม จะทำให้เกิดอาการแพ้ได้หรือเปล่า อย่างอาการแพ้อาหารทะเลในระดับไม่รุนแรง คือ ขึ้นผื่นคัน แต่ถ้าแพ้ระดับรุนแรง อาจมีผลต่อระบบการหายใจ ระบบการทำงานของตับ ของไต แล้วจะแน่ใจได้อย่างไรว่าเราสามารถกินอาหารเสริมกันได้ทุกคน แน่ใจได้อย่างไรว่าจะไม่เกิดอาหารแพ้ แล้วถ้าเกิดอาการแพ้อาหารเสริมขึ้นมาใครจะเป็นคนรับผิดชอบ

-อาหารเสริมต้องกินไปตลอดชีวิตเลยหรือเปล่าถึงจะมีสุขภาพที่ดี แล้วถ้าหยุดกินจะเกิดอะไรขึ้น เราจะมีเงินซื้ออาหารเสริมกินไปตลอดชีวิตหรือเปล่า

ยิ่งคิด  คำถามยิ่งเยอะขึ้นเรื่อยๆ ก็เป็นโรคเบาหวานนี่นะ ต้องคิดให้เยอะๆ เพราะอาหารทุกอย่างที่กิน มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด ต่อตับ ต่อไตของเราทั้งนั้น มีเพื่อนจำนวนมากหวังดีต่อเรา แต่เขาไม่มีความรู้เกี่ยวกับโรคของเราอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นเราจึงมีหน้าที่ที่จะต้องรู้จักโรคของเราให้ดีที่สุด ถึงแม้ว่าโรคเบาหวนจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดแต่ก็ดูแลได้โดยไม่ต้องใช้ยาและอาหารเสริมใดๆ เลย

ในเมื่อลักสามารถบอกตัวเองได้จากหัวใจว่า ขนาดตัวเองยังไม่เชื่อและไม่คิดจะซื้อมากิน แบบนี้แล้วลักจะไปบอกหลอกขายอาหารเสริมให้กับคนอื่นเพื่อให้ตัวเองมีรายได้เพิ่มขึ้นได้อย่างไร

อย. สั่งฟันโฆษณา “หมอมวลชน” อ้างเว่อร์ผลิตภัณฑ์รักษาได้สารพัดโรค ทั้งเบาหวาน หวัด2009 ไมเกรน !!

ที่มา : มติชนอนไลน์

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1274852081&grpid=&catid=04

อย. สั่งฟันโฆษณา “หมอมวลชน” ผิดกฎหมาย แสดงสารพัดข้อความของผลิตภัณฑ์อาหารอ้างรักษาสารพัดโรคทางสื่อสิ่งพิมพ์  โอ้อวดเกินจริงว่าสามารถรักษาโรคได้สารพัด ไม่มีผลการศึกษาวิจัยที่เชื่อถือได้ยืนยัน สั่งห้ามไม่ให้โฆษณาและไม่ได้รับรองประโยชน์

นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากเจ้าหน้าที่อย. ได้ตรวจสอบโฆษณาของ “หมอมวลชน” ทางสื่อสิ่งพิมพ์ โดยเฉพาะทางหนังสือพิมพ์ ที่แสดงข้อความโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพของผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ ในทางรักษาโรค อย่างเช่น น้ำมันมะพร้าว คุณค่าอันหลากหลาย! …..ช่วยลดการอักเสบสะเก็ดเงินได้เพียงไร? … เป็นอาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวานดื้ออินซูลิน… มีกลไกป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009.. หลายคนที่ดื่มน้ำแมกนีเซียมแล้ว หายจากไมเกรน..ครั้นหยุดดื่มกลับเป็นอีก…เป็นต้น.

อย. ขอชี้แจงว่า การโฆษณาในลักษณะดังกล่าวเป็นการโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง และ อย.ไม่เคยอนุญาตหรือรับรองว่าผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ มีสรรพคุณหรือคุณประโยชน์ในทางรักษาโรค ในลักษณะที่ผู้จำหน่ายหรือผู้ขายนิยมไปโฆษณาทางสื่อต่างๆ เนื่องจากไม่มีข้อมูลการศึกษาวิจัยที่เป็นกลางน่าเชื่อถือว่ามีประโยชน์ตาม ที่มักอวดอ้างสรรพคุณ จึงขอให้ผู้บริโภคอย่าได้หลงเชื่อ ถือเป็นการโฆษณาที่ผิดกฎหมาย โดยไม่ได้รับอนุญาต และเมื่อเร็วๆ นี้ เจ้าหน้าที่ อย. ได้ตรวจสอบร้านศูนย์บริการผลิตภัณฑ์หมอมวลชน ในห้างเดอะมอลล์บางกะปิ พบการจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ ซึ่งฉลากระบุจัดจำหน่ายโดยบริษัท หมอมวลชน 2000 จำกัด รวมทั้งพบเอกสารโฆษณาสรรพคุณผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในลักษณะผิดกฎหมาย ไม่ได้ขออนุญาตและอาจมีลักษณะหลอกลวงผู้บริโภค

ตัวอย่างเช่น คุณประโยชน์ของ CoQ10 ในแง่การรักษาโรค โรคหัวใจ
โรค ความดันโลหิตสูง…(ผลิตภัณฑ์โคเอ็นไซม์คิวเทน) ; ช่วยลดไขมันไตรกลีเซอไรด์ ช่วยขัดขวางการเกิดชีสต์ช่วยลดอาการริดสีดวงทวาร เป็นสารต้านมะเร็ง…(เพอเฟกฮอทไล น้ำมันปลาชนิดแคปซูล) ; ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ ช่วยให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง ต้านการอักเสบ ลดอาการภูมิแพ้ ป้องกันสมองเสื่อม ป้องกันมะเร็ง…(ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โอพีซี) เป็นต้น

อ่านเพิ่มเติม

ยา อาหารเสริม เบาหวานและไตของเรา

เมื่อก่อนตอนเป็นเด็กๆ มีความรู้สึกว่า การหาหมอหลายๆ ที่ ตามความเก่งของหมอน่าจะเป็นเรืองดี หาหมอเบาหวานที่โรงพยาบาล ไปหาหมอกระดูกที่คลีนิก หาหมอผิวหนังที่คลีนิก หาหมอจีน กินยาสมุนไพรจากหมอแมะ รวมทั้งยาสมุนไพรไทย แถมสารพัดอาหารเสริมอีก เรียกว่าครบเครื่องเลยทีเดียว แทบจะยังไม่มีอะไรที่ไม่เคยลองมาก่อน -_-”

เคยคิดว่าการหาหมอหลายหมอเป็นเรื่องดี และยิ่งบอกมาว่าดีว่าเก่งไม่ว่าหมออะไรก็ลองมาหมด (หมอดู หมอเข้าทรงยังไปเลย เผื่อโรคที่มีอยู่จะหาย เพราะเขาบอกต่อกันมาว่างั้น -__-‘) แต่โรคเบาหวานก็ยังอยู่เสมอ และยิ่งตอนนี้ได้ดูแลคุณแม่ที่มีภาวะโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย ….. ทำให้รู้ซึ้งว่าที่ไตเสื่อมเพราะสาเหตุจากการกินยา สมุนไพร และอาหารเสริมที่เรากินลงไป ทุกอย่างมีผลทำลายไตของเราโดยเราไม่รู้!

การหาหมอ โดยที่หมอไม่รู้ว่าเราเป็นเบาหวาน เพราะเราปกปิด ไม่ยอมบอกความจริง …. ยาบางชนิดที่เหมาะสมสำหรับคนทั่วไป แต่อาจจะมีผลข้างเคียงต่อเบาหวานได้ หากเราไม่สามารถไปหาหมอที่รพ. หรือ คลีนิคเดียวกัน เราควรแจ้ง และเอายาที่เรากินอยู่ปัจจุบันให้คุณหมอดูด้วย คุณหมอจะได้เลือกกลุ่มยาที่เหมาะสมให้กับร่างกายและโรคของเรา

การไปหาหมอที่ไม่ใช่แผนปัจจุบัน ลองกินสมุนไพรต่างๆ ทั้งไทย จีน และฝรั่ง ที่เขาว่ากินแล้วเบาหวานจะหาย  …. หมอที่ไหนดี ที่ไหนเก่ง ลักลองไปมาหมดแล้ว กินเป็น 1,000 หม้อ เพราะทดลองทุกครั้งก็ลองเป็นเดือนๆ สรุปว่า เบาหวานยังอยู่ แถมตอนไปตรวจกับหมอแผนปัจจุบันพบว่ามีภาวะแทรกซ้อน คือ ไตเริ่มเสื่อมอีกต่างหาก   >_<

ส่วนอาหารเสริม…. ที่คุยนักคุยหนาว่าได้รับตรา อย. กว่าจะรู้ว่าตราอย.ที่บอกว่าได้มานั้นมีความหมายว่าอาหารเสริมที่ซื้อมากินนั้น จัดเป็นอาหารที่ปลอดภัยมากพอที่จะ กินได้ตามปริมาณที่กำหนดอยู่ในฉลาก แต่ไม่มีสรรพคุณในการรักษา ถ้าไม่เช่นนั้นต้องขึ้นทะเบียนว่าเป็น ยา ….  ซึ่งกว่าจะรู้ความหมายที่แท้จริง ก็หมดเงินไปหลาย เฮ้ออ หมดเงินและไม่ได้ประโยชน์อะไรกลับคืนมาเลย นอกจากภาวะไตเริ่มเสื่อมจนหมอต้องให้ลดปริมาณเนื้อสัตว์ที่กิน และต้องระมัดระวังเรื่องความเค็มในอาหาร มิฉะนั้นโรคไตมาแน่ในอนาคต

จะว่าไปเรื่องอาหารเสริมสำหรับคนที่เป็นเบาหวานและไม่เป็นเบาหวาน เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเงินในกระเป๋าของแต่ละคน ส่วนลักที่เคยกินอาหารเสริมมาตั้งแต่ปี 1990 เพราะเชื่อคำเขาบอกว่าได้ อย. กินแล้วดี โดยไม่รู้ความหมายว่าเป็นอาหารธรรมดาไม่มีคุณค่าพิเศษอะไร พบว่าบริษัทอาหารเสริมรวยเอาๆ มีผลิตภัณฑ์เยอะเอาๆ แปลกๆ ทั้งนั้น กินแล้วแทบจะกลายเป็นคนเกินธรรมดาทั้งนั้น แต่ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นคือ กระเป๋าตังค์เราแบนลงๆ เพราะหมดเงินไปซื้ออาหารที่ไม่มีคุณค่าอะไร เพราะเราก็ยังเป็นคนธรรมดา ที่เบาหวานก็ยังอยู่เหมือนเดิม รู้งี้เอาเงินไปซื้อสตริปเจาะเลือดยังมีประโยชน์ต่อชีวิตมากกว่า

เคยคุยกับคุณหมอผู้ใจดี มีเมตตา และความอารี หมอบอกว่า คนไข้จะไปทดลองกินอะไรก็ได้ แต่ถ้าบอกหมอด้วยก็จะเป็นเรื่องดี เพราะจะได้ช่วยกันดูว่ามีผลเสียต่อร่างกายหรือไม่ หมอจะได้ให้ตรวจเลือดดูค่าไต ค่าตับเสมอๆ (ถ้าไม่กินก็ตรวจเป็นระยะๆ ก้เพียงพอแล้ว ไม่ต้องเจ็บตัวเจ็บตังค์)  เพราะสิ่งสำคัญที่หมอห่วงคือ ร่างกายของคนที่เป็นเบาหวานนั้น (หรือโรคอื่นๆ ก็ตาม) มีค่ามากเกินกว่าที่จะเอาชีวิตและสุขภาพไปทดลอง แต่หมอก็ห้ามเรื่องความเชื่อ เรื่องความหวังไม่ได้ ก็ได้แต่ทำหน้าที่ของหมอให้ดีที่สุด ทั้งๆ ที่หมอรู้อยู่เต็มหัวใจว่าชีวิตของผู้ป่วยทุกคนไม่ได้มีไว้ให้เป็นหนูทดลองยาของใคร และไม่ได้มีไว้ให้ทดลองบ่อยๆ ที่สำคัญผู้ป่วยอาจจะไม่โชคดีมากพอที่จะมีชีวิตรอดก็ได้ ซึ่งหมอไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ว่า กว่าจะรู้ก็สายเสียแล้ว

ลักคงไม่ห้ามหากใครอยากทดลองสารพัดยา สมุนไพร และอาหารเสริมต่างๆ แต่จากประสบการณ์ตรงที่ได้พบเจอมาทั้งจากตัวเอง สมาชิกในครอบครัว เพื่อนร่วมโรคเบาหวานทั้งที่มีชีวิตอยู่ และที่จากโลกนี้ไปแล้ว ขอบอกว่าอย่าไปทดลองเลย ชีวิตและเงินทองของเรามีค่าเกินกว่าจะไปทดลองของพวกนี้