ผักชีมีโพแทสเซียมสูง อันตรายต่อคนเป็นโรคไต

หลังจากที่คุณแม่ป่วยเป็นโรคไต ลักข์ก็ได้รับข้อมูลและคำแนะนำมากมายเกี่ยวกับวิธีการรักษาสารพัดรูปแบบที่ใครต่อใครส่งมาให้ มาบอกต่อ ที่”ใครก็ไม่รู้”บอกมาว่าดี รวมทั้งมีที่บอกว่าลองแล้วไม่ได้ผลก็ไม่เสียหายอะไร … เสียสิ ยิ่งเป็นโรคไตวายระยะสุดท้ายแบบคุณแม่แล้ว ขืนลองซี้ซั้วได้เสียชีวิตแน่นอน!

จะว่าไปในความโชคร้ายที่ลักข์เป็นเบาหวาน ก็พูดได้ว่ามันเป็นความโชคดีด้วยที่ลักข์ได้เป็นเบาหวาน ยิ่งเป็นมานาน ก็ยิ่งได้เรียนรู้ ทั้งประสบการณ์ตรงจากตัว และจากการเป็นผู้ดูแลคุณแม่ว่า อิทธิปาฎิหารย์จากหมอเทวดา หรือยาสมุนไพร 108 รักษาได้ทุกโรคจากหมอวิเศษที่มาจากสารพัดชนชาติ ก็ยังไม่มีชาติไหนบนโลกกลมๆ ใบนี้ที่ประกาศว่าชนชาติของตนปลอดจากโรคเบาหวานหรือโรคไตทั้งประเทศเลย

เมื่อไม่นานมานี้ลักข์เห็นการแชร์ (share แบ่งปัน) ข้อมูลกันกระจายมากมายเรื่องกินน้ำผักชีล้างไต เห็นแล้วอยากจะบ้าตายเพราะรู้ว่าผักสีเขียวจัดสำหรับคนเป็นโรคไตต้องระวังในเรื่องปริมาณในการกินมากๆ เพราะว่าจะส่งผลทำให้ค่าโปแตสเซียมในเลือดสูง แถมให้กินเป็นน้ำเต็มแก้วอีก กรี๊ดดดด สูตรนี้นี่เป็นวิธีเร่งให้คนที่เป็นโรคไตตายไวขึ้น เร่งอาการให้รุนแรงขึ้นชัดๆ เลย

ลักข์ว่าสำหรับคนที่เป็นโรคไตที่หาความรู้เกี่ยวกับโรคไตจริงๆ หรือคนที่ต้องมีชีวิตอยู่กับการล้างไตแล้ว จะไม่หลงเชื่อข้อมูลหลอกลวงกันง่ายๆ อีกแล้ว (เพราะถูกหลอกซ้ำซากแล้วก็ไม่เห็นเป็นจริงสักเรื่อง) แต่คนที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ คนที่เพิ่งรู้ตัวว่าเป็นโรคไตแล้วยังตั้งหลักไม่ได้ว่าข้อมูลอะไรที่เชื่อถือได้ หรือข้อมูลอะไรที่เชื่อถือไม่ได้ ก็จะถูกหลอกให้เสียเงิน เสียเวลา และอาจจะถึงขั้นเสียชีวิตก็ได้

วันนี้ลักข์ได้เห็นคุณหมอโพสบทความเกี่ยวกับผักชีที่รักษาโรคไตไม่ได้ (คัดลอกมาจากhttps://www.facebook.com/photo.php?fbid=289200191211653&set=a.277788842352788.1073741828.277711765693829&type=1&theater) เห็นแล้วต้องรีบเอามาเผยแพร่ต่อ เผื่อใครไม่ได้เล่น FB จะได้มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือเอาไว้ปฎิเสธวิธีรักษาแบบนี้ได้อย่างมั่นใจ

renal harmful herb#### ผักชีล้างไต จริงหรือไม่ อันตรายแค่ไหน ?? ####

กระแสการแชร์เรื่องนำผักชีมาล้างไตไม่ได้เริ่มที่ไทยแต่มีมาจากเมืองนอก ลิงค์ที่ส่งกันมา

http://ac127.wordpress.com/2012/02/23/ผักชี-ช่วยล้างไต-clean-your-kidneys-in-rs-1-00-or-even-less/

>> มาทำความเข้าใจกับโรคไตวายก่อนจะไปล้างมันกัน

โรคไตวายเกิดจากการทำงานที่เสื่อมถอยลง ในหน้าที่หลักของไตได้แก่
– การควมคุมของเสียไนโตรเจนในร่างกาย ( Blood urea nitrogen)
– การควบคุมสมดุลกรดเบสในร่างกาย (Acid base regulation )
– การควบคุมสมดุลน้ำในร่างกายไม่ให้เกิดน้ำเกินหรือขาด (volume regulation)
– การควบคุมความสมดุลเกลือแร่ฟอสเฟต แคลเซียม แมกนีเซียม
– การกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง ( คนไข้ไตวายเรื้อรังจึงซีดด้วย) ( Erythropoeitin )

>> โดยไตมักมีสาเหตุเสื่อมการทำงานลงจากโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน หรือโรคไตโดยตรง

>> การรักษาโรคไตจึงแบ่งคร่าวๆ ให้เข้าใจง่ายๆสามช่วง
– ช่วงที่ 1 : ช่วงก่อนไตจะวายแต่มีความเสี่ยงที่จะวาย
เช่น คนเป็นโรคความดัน โรคเบาหวาน : ช่วงนี้แพทย์มีหน้าที่ป้องกันไม่ให้ไตเสื่อมลง โดยคุมระดับความดันและเบาหวานให้ปกติที่สุด

– ช่วงที่ 2 : ช่วงไตวายระยะแรกๆ
ผู้ป่วยจะยังพอสามารถขับของเสียได้ แต่ต้องมีการให้ยา เข้าไปช่วยเพื่อคุมภาวะเกลือแร่ต่างๆให้สมดุล และอาจจะให้ยาขับปัสสาวะด้วย หากมีความไม่สมดุลของปริมาณน้ำมีน้ำเกินหรือบวม หรือเกลือแร่ที่ผิดปกติคั่งมากเกินเช่นโพแทสเซียมสูง

– ช่วงที่ 3 : ช่วงไตวายระยะท้าย
ไตจะไม่สามารถทำงานได้เพียงพอ หากปล่อยไว้จะเสียชีวิตจากน้ำเกิน , เลือดเป็นกรด ,ของเสียคั่งในเลือด ในขั้นนี้ยาต่างๆที่กินจะไม่เพียงพอกับการคงสมดุลไว้ ต้องใช้สิ่งที่จะมาทำหน้าที่แทนไตเดิมที่เสียไปแล้ว ได้แก่ ล้างไตทางเส้นเลือด ( เหมือนให้ตัวกรองและเครื่องยนต์ทำหน้าที่แทนไต) ล้างไตทางหน้าท้อง ( ให้ผนังและน้ำในช่องท้องทำหน้าที่กรองของเสียแทน ) หรือสุดท้ายปลูกถ่ายไตใหม่ที่ยังทำงานดีมาแทน

### ทำไมถึงคิดว่าผักชีล้างไตได้ ? ###
เพราะมีคนสังเกตเรื่องผักชีมีฤทธิ์เป็นยาขับปัสสาวะมาตั้งแต่อดีต และมีการศึกษาพบว่าสารในผักชีที่ออกฤทธิ์นี้คือ apiol and myristicin การทดลองในหนูทดลองพบว่ามีการเพิ่มขึ้นของปัสสาวะจริงในหนูที่ได้สารสกัดจากผักชี แต่ไม่เห็นการทดลองในมนุษย์นะ

การทดลอง : http://www.ncbi.nlm.nih.gov/m/pubmed/11849841/

>> คนที่เข้าใจว่าไตเหมือนท่อระบายน้ำเสีย ก็คิดว่าถ้ายิ่งขับปัสสาวะออกได้มากๆ ก็เหมือนเร่งล้างของเสียออกจากร่างกาย หรือเหมือนได้กระตุ้นการทำงานไตให้ทำงานดีขึ้น จึงมีการนำผักชีมารักษาโรคไตวาย และ โรคนิ่วในไตตั้งแต่อดีต

>>> แต่ความเป็นจริงไม่ใช่ !!! ไตทำหน้าที่ที่ซับซ้อนหลายอย่างมากกว่านั้นตามที่กล่าวมาข้างต้น แพทย์แผนปัจจุบันเน้นการทดแทนหน้าที่ที่เสียไปนี้ และรักษาความสมดุลต่างๆที่ไตทำไว้ ไม่ใช่ว่าจะใช้ยาขับปัสสาวะอย่างเดียว หรือแม้แต่ไตวายระยะหลังๆยาขับปัสสาวะก็ไม่ได้ช่วยในการกรองของเสีย หรือเพิ่มปัสสาวะได้อีกเลย

### อันตรายจากผักชี !!!! ###
หนึ่งในสาเหตุการตายที่สำคัญของคนไข้ไตวายเรื้อรังคือ ไตขับโพแทสเซียมออกจากร่างกายไม่ทัน เกิดโพแทสเซียมในเลือดสูง สิ่งนี้ไปกระตุ้นให้หัวใจเต้นผิดจังหวะและหยุดเต้นได้
แพทย์จึงระวังเรื่องการตรวจดูค่าโพแทสเซียมในเลือดผู้ป่วยเสมอ และแนะนำการหลีกเลี่ยงอาหารบางอย่างที่มีโพแทสเซียมสู งโดยมีการแนะนำจากสมาคมโรคไตดังนี้

การรับประทานผักและผลไม้ในโรคไต
http://www.siamkidney.org/index.php?option=com_content&view=article&id=36%3A2011-05-12-11-09-25&catid=17%3A2011-09-06-03-40-02&Itemid=41

>> ผักชีติด”อันดับหนึ่ง” ของผักที่มีโพแทสเซียมสูง นับว่าอันตรายมากๆๆๆๆๆ แพทย์โรคไตแทบจะลมจับเมื่อเห็นกระแสการแชร์กินผักชีล้างไต ยิ่งวิธีการนำผักชี 1 กำมาทำให้เป็นน้ำเข้มข้น 1 แก้วนี่อีก

อย่างเคยนะครับจากการ search ด้วยคำของผักชี Parsley (ภาษาอังกฤษ) และ Petroselinum crispum ( ชื่อวิทยาศาสตร์ ) ในเวบ pubmed.com ยังไม่พบการศึกษาในมนุษย์ที่รับรองการใช้รักษาล้างไต หรือคนไข้ไต

>>> สรุปคำแนะนำจากอายุรแพทย์โรคไตนะครับ การกินน้ำผักชียังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะชะลอ หรือรักษาล้างไตในคนไข้ที่เป็นไตวายเรื้อรังได้ ฤทธิ์ของผักชีที่เป็นการขับปัสสาวะไม่อาจทดแทนการรักษาแผนปัจจุบันที่ใช้ยาและการล้างไตหรือปลูกถ่ายไตในการปรับสมดุลของเสีย เกลือแร่ และน้ำให้กับผู้ป่วย และการกินผักชีปริมาณมากอาจมีอันตรายถึงชีวิตจากค่าโพแทสเซียมที่สูงขึ้นครับ <<<<

อันนี้จากสมาคมโรคไตตัวเต็มสำหรับอ่านแนวทางการปฏิบัติตัวและการเลือกอาหารให้ผู้ป่วยโรคไตครับ
http://www.nephrothai.org/nephrothai_boffice/images_upload/news/186/files/อาหารระยะก่อนล้างไต-อ%20ชวลิต%20-%2053%20หน้า.pdf

สนับสนุนข้อมูลโดย Dr. Oatega Spartan ( นามสมมติ ) อายุรแพทย์โรคไต

ถามมา ตอบไป คุยกันเรื่องโรคไตวาย (1)

ได้รับจดหมายไฟฟ้ามาสอบถามเกี่ยวกับเรื่องโรคไต เขียนตอบกันไปมาหลายวัน เมื่อได้รับจดหมายฉบับสุดท้ายที่เขียนมาขอบคุณ แสดงว่าที่ตอบไปน่าจะมีประโยชน์อยู่บ้าง อย่ากระนั้นเลย เอามาลงบล็อคดีกว่า เผื่อใครมีคำถามเดียวกัน จะได้ไม่ต้องเขียนตอบคำถามที่ซ้ำกันอีก ฮี่ ฮี่

คำถาม : วันนี้ตัดสินใจวางท่อเพื่อล้างไตทางหน้าท้องแล้ว อยากจะรู้ว่าควรเริ่มดูแลคุณพ่ออย่างไร อาหารที่จะทำไม่ให้ท่านเบื่อ เพราะเห็นคุณหมอบอกว่าผักใบเขียวห้าม ผลไม้ห้าม

ลักข์ตอบ : เรื่องสำคัญคือ ต้องดูว่าผลเลือดเป็นอย่างไร (เมื่อก่อนก็ไม่รู้ค่ะ ใช้วิธีถามหมอเอาดื้อๆ เลยว่าคุณหมอรู้ได้อย่างไร หมอดูค่าตัวไหน) การที่รู้ค่าและเข้าใจความหมายจะช่วยได้มากในการปรับเรื่องโภชนาการ

อย่างเช่น ค่า K หรือค่าโปแตสเซียม ถ้าค่าเกิน  ก็จะต้องงดกินผักใบเขียวอย่างจริงจัง เพราะค่าตัวนี้มีผลกับหัวใจ แต่เมื่อล้างไตทางหน้าท้องไปแล้ว ค่าตัวนี้ดีขึ้นก็ทานผักได้มากขึ้นค่ะ

ส่วนผลไม้ ก็มีผลเกี่ยวกับค่าโปแตสเซียมด้วยเช่นกัน และมีผลต่อน้ำตาลด้วย ต้องดูคู่กัน

ทั้งผักและผลไม้กินได้บ้าง ต้องเลือกที่มีค่าโปแตสเซียมน้อยๆ ไว้ก่อนค่ะ ส่วนใหญ่จะเป็นผักสีอ่อนค่ะ

การเลือกทานผักผลไม้ จะอิงกับผลเลือดค่ะ ถ้าหมอห้ามตอนนี้ อาจจะเพราะค่า K สูงจนหมอไม่อยากให้เกิดอันตราย แต่ถ้าล้างไตแล้วค่าดีขึ้นก็ทานได้บ้างค่ะ

ส่วนเรื่องเบื่ออาหารนั้น ต้องอยู่ที่กำลังใจเป็นสำคัญค่ะ เพราะว่าอาหารสำหรับคนเป็นโรคไต คือ จืดค่ะ แล้วโดยเฉพาะที่ล้างทางหน้าท้อง เมนูหลักคือไข่เลยค่ะ เพราะการล้างทางหน้าท้องจะสูญเสียโปรตีนเยอะ ต้องกินให้พอ ซึ่งโปรตีนที่ดีที่สุด มีของเสียตกค้างน้อยที่สุด ก็คือ ไข่ ค่ะ ถ้าไขมันไม่สูง ค่าฟอสฟอรัสไม่สูง ก็ยังพอกินไข่แดงได้บ้าง ถ้าไม่เช่นนั้นก็ไข่ขาวล้วนๆ เลยค่ะ การทำอาหารสดๆ ปรุงร้อนๆ ช่วยได้มากค่ะ

อย่างตอนนี้ค่าทุกตัวของคุณแม่ลักข์อยู่ในเกณฑ์ปกติหมด ยกเว้น albumin ซึ่งคือ ค่าโปรตีน ขนาดให้กินไข่วันละ 10 ฟองก็ยังน้อยเกินไปเลยค่ะ แต่จะให้ทานมากกว่านี้ก็ได้เป็นบางมื้อบางวันเท่านั้นค่ะ (ไม่งั้นอาเจียนแน่ๆ แม่บอกค่ะ)

เรื่องเบื่อ ต้องถามใจคุณพ่อ และคุณเป็นสำคัญ ถ้าทำใจยอมรับกับวิถีชีวิตใหม่ที่นับต่อจากนี้จะต้องเปลี่ยนไปได้ ชีวิตก็ไม่มีอะไรน่าเบื่อ เพราะจะมีเรื่องใหม่ๆ เกี่ยวกับโรคไตให้เรียนรู้เสมอๆ ค่ะ ค่อยๆ ปรับตัวปรับใจ เมื่อยอมรับได้ ทุกอย่างก็จะดีขึ้นค่ะ

คำถาม : อยากจะถามว่าถ้ากลับบ้าน ห้องที่ใช้ สำหรับล้างไต ต้องมีลักษณะอย่างไร และคำแนะนำเบื้องต้น

ลักข์ตอบ : ทางรพ.แนะนำเรื่องห้องอย่างไร หลักการใหญ่ตามที่ได้รับการแนะนำค่ะ
สำหรับลักข์เองก็ไม่ได้สร้างห้องใหม่ ใช้ห้องที่มีอยู่ แต่จัดระเบียบใหม่ ให้สะอาดและให้ง่ายต่อการทำความสะอาดทุกวันค่ะ

สำหรับการล้างไตทางหน้าท้อง เรื่องที่สำคัญตั้งแต่วันแรกและทุกๆ วัน คือ ความสะอาด สถานที่สะอาด คนสะอาด อุปกรณ์สะอาด ค่ะ

ส่วนเรื่องความคล่องแคล่วในการต่อสายนั้น ต้องใช้เวลาสักพักค่ะ

คำถาม : ช่วงนี้กำลังปรับห้องใหม่อยู่ค่ะ  แต่ยังเป็นห่วงเรี่อง อาหาร การกินน่ะค่ะ เพราะหมอบอกว่า กินอะไรไม่ได้นอกจากข้าว กับ ปลา เท่านั้น แล้วแบบนี้ พ่อจะมีแรงทำอะไรไหวคะ ของคุณแม่คุณลักข์ไม่เห็นเหมือนกันเลย

และต้องล้างไปตลอดชีวิต ต่อจากนี้ไปจะอย่างไร ท่านจะอยู่กับเราไปได้อีกนานเท่าไร ตอนนี้ รู้สึกท้อมากเลยค่ะ

ลักข์ตอบ : อย่าคิดกังวลเกินไป

อย่าบั่นทอนตัวเองว่าทำไมชีวิตไม่เหมือนคนอื่น เพราะไม่มีใครในโลกนี้ที่มีชีวิตเหมือนกันเลย ไม่มีประโยชน์ที่จะคิด และจะเปรียบเทียบ

วิธีเรียนลัดเรื่องอาหารที่เคยทำคือ หมอให้แม่กินอะไร ลักข์กินด้วย ในช่วงแรก ยากมากกับรสชาติจืดสนิท แต่ผ่านมาปีแล้ว ชินกับรสธรรมชาติแล้ว และลักข์เองก็มีพัฒนาการในการทำอาหารเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมด้วย

ยอมรับว่าชีวิตช่วงแรก ลำบากในการปรับตัวมากๆ มากจริงๆ เพราะต้องเผชิญกับความไม่รู้ทุกๆ เรื่อง พร้อมๆ กัน ในขณะที่ยังต้องดำเนินชีวิตทุกอย่างต่อไปตามปกติ  แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็จะดีขึ้นค่ะ

ชีวิตในช่วงแรกต้องเคร่งครัดมาก เพราะเมื่อเดินทางมาถึงการฟอกไต หมายความว่า เลือด มีของเสียเยอะเพราะไตหมดสภาพที่จะขับออกแล้ว การล้างไตช่วยได้ แต่ต้องช่วยตัวเองด้วยการไม่เอาของเสียเข้าไปด้วย

เรื่องไม่มีแรง ก็คงต้องใช้เวลา ตอนนี้ต้องมีกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ก่อน เมื่อปรับตัวได้ชีวิตเข้าที่ ก็จะดีขึ้น

ออกกำลังกายเบาๆ ทุกวัน เป็นสิ่งจำเป็น

การมีชีวิตอยู่กับการล้างไตทุกวัน เป็นเรื่องที่ต้องทำใจ เพราะเป็นทางเลือกสำหรับการมีชีวิต

การฝืนนิสัยเดิมของตัวเอง ฝึกนิสัยการกินใหม่ เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน
ส่วนเรื่องการมีชีวิตอยู่ได้ยืนยาวแค่ไหน ลักข์เองก็ไม่รู้ว่าแม่จะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน ลักข์รู้แต่ว่าวันนี้เขายังมีชีวิตอยู่ ลักข์ก็ดูแลให้ดีที่สุด วันที่แม่ไม่อยู่ ลักข์ไม่อยากร้องไห้ว่าถ้ารู้อย่างนี้จะดูแลเขาให้ดีกว่านี้ ถ้าแม่จะมีชีวิตอยู่แค่วันนี้ วันนี้ก็ทำเต็มที่ ถ้าแม่จะมีชีวิตอยู่ไปอีก 20 ปี ลักข์ก็เต็มที่ทุกวันไปอีก 20 ปี ถึงเเวลาวันไหนก็วันนั้น

ในเเมื่อไม่รู้วันตายของแม่จนกว่าวันนั้นจะมาถึง ลักข์จึงทำวันนี้ให้ดีที่สุด เพราะเมื่อวันตายของแม่ ลักข์ต้องการตอบตัวเองให้ได้ว่า ลักข์ทำดีที่สุดและสุดกำลังแล้ว จะเสียใจต่อการจากไปเพราะรักและคิดถึง แต่ไม่ต้องการที่จะเสียใจเพราะความรู้สึกผิดว่ายังดูแลแม่ไม่เต็มที่ค่ะ

อย่าคิดเรื่องที่ทำให้ท้อเลยนะคะ การเรียนรู้เรื่องใหม่ คือ โรคไต มันยากจนแทบจะท้ออยู่แล้ว หากฟุ้งซ่านอีก กำลังใจของคุณจะหมดเอานะคะ

จดหมายไฟฟ้าฉบับสุดท้าย ถูกส่งมาแบบไม่มีคำถามแล้ว แต่มีคำขอบคุณ ดีใจจัง ^^

อ้อ! การดูแลผู้ป่วยโรคไต ต้องดูแลกันเป็นทีมนะคะ หมอรักษาโรคได้ จ่ายยาให้เราได้ แต่เรื่องอาหาร อยากแนะนำให้ติดต่อนักโภชนาการนะคะ แม่นเป๊ะ แม่นเป๊ะ คำนวณให้เราได้ว่าควรจะกินอาหารต่อวันเท่าไหร่ อะไรบ้าง ถ้าคำนวณมาเป็นกิโลแคลอรี่ ให้นักโภชนาการแปลงมาเป็นไข่กี่ฟอง เนื่อปลากี่ช้อนได้เลย (นักโภชนาการแปลงค่าเป็น แต่มักจะไม่สื่อสารออกมาเป็นภาษาการใช้งานเพราะเคยชินกับภาษาวิชาการ เราต้องถาม ไม่เช่นนั้นเราก็ไม่สามารถปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง) อย่างทำความสะอาดแผล ต้องพยาบาล เทคนิควิธีการเยอะและเริ่ดกว่าหมออีก ไหนๆ จะเรียนรู้แล้วเอาให้สุดๆ กันไปเลยนะคะ ^^ (แต่จะใ้ห้ดี เอาที่พอดี พอเหมาะกับจังหวะชีวิตตัวเองนะคะ จังหวะชีวิตลักข์เกินคนปกติไปมากอยู่เหมือนกัน ^^”)