ยา อาหารเสริม เบาหวานและไตของเรา

เมื่อก่อนตอนเป็นเด็กๆ มีความรู้สึกว่า การหาหมอหลายๆ ที่ ตามความเก่งของหมอน่าจะเป็นเรืองดี หาหมอเบาหวานที่โรงพยาบาล ไปหาหมอกระดูกที่คลีนิก หาหมอผิวหนังที่คลีนิก หาหมอจีน กินยาสมุนไพรจากหมอแมะ รวมทั้งยาสมุนไพรไทย แถมสารพัดอาหารเสริมอีก เรียกว่าครบเครื่องเลยทีเดียว แทบจะยังไม่มีอะไรที่ไม่เคยลองมาก่อน -_-”

เคยคิดว่าการหาหมอหลายหมอเป็นเรื่องดี และยิ่งบอกมาว่าดีว่าเก่งไม่ว่าหมออะไรก็ลองมาหมด (หมอดู หมอเข้าทรงยังไปเลย เผื่อโรคที่มีอยู่จะหาย เพราะเขาบอกต่อกันมาว่างั้น -__-‘) แต่โรคเบาหวานก็ยังอยู่เสมอ และยิ่งตอนนี้ได้ดูแลคุณแม่ที่มีภาวะโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย ….. ทำให้รู้ซึ้งว่าที่ไตเสื่อมเพราะสาเหตุจากการกินยา สมุนไพร และอาหารเสริมที่เรากินลงไป ทุกอย่างมีผลทำลายไตของเราโดยเราไม่รู้!

การหาหมอ โดยที่หมอไม่รู้ว่าเราเป็นเบาหวาน เพราะเราปกปิด ไม่ยอมบอกความจริง …. ยาบางชนิดที่เหมาะสมสำหรับคนทั่วไป แต่อาจจะมีผลข้างเคียงต่อเบาหวานได้ หากเราไม่สามารถไปหาหมอที่รพ. หรือ คลีนิคเดียวกัน เราควรแจ้ง และเอายาที่เรากินอยู่ปัจจุบันให้คุณหมอดูด้วย คุณหมอจะได้เลือกกลุ่มยาที่เหมาะสมให้กับร่างกายและโรคของเรา

การไปหาหมอที่ไม่ใช่แผนปัจจุบัน ลองกินสมุนไพรต่างๆ ทั้งไทย จีน และฝรั่ง ที่เขาว่ากินแล้วเบาหวานจะหาย  …. หมอที่ไหนดี ที่ไหนเก่ง ลักลองไปมาหมดแล้ว กินเป็น 1,000 หม้อ เพราะทดลองทุกครั้งก็ลองเป็นเดือนๆ สรุปว่า เบาหวานยังอยู่ แถมตอนไปตรวจกับหมอแผนปัจจุบันพบว่ามีภาวะแทรกซ้อน คือ ไตเริ่มเสื่อมอีกต่างหาก   >_<

ส่วนอาหารเสริม…. ที่คุยนักคุยหนาว่าได้รับตรา อย. กว่าจะรู้ว่าตราอย.ที่บอกว่าได้มานั้นมีความหมายว่าอาหารเสริมที่ซื้อมากินนั้น จัดเป็นอาหารที่ปลอดภัยมากพอที่จะ กินได้ตามปริมาณที่กำหนดอยู่ในฉลาก แต่ไม่มีสรรพคุณในการรักษา ถ้าไม่เช่นนั้นต้องขึ้นทะเบียนว่าเป็น ยา ….  ซึ่งกว่าจะรู้ความหมายที่แท้จริง ก็หมดเงินไปหลาย เฮ้ออ หมดเงินและไม่ได้ประโยชน์อะไรกลับคืนมาเลย นอกจากภาวะไตเริ่มเสื่อมจนหมอต้องให้ลดปริมาณเนื้อสัตว์ที่กิน และต้องระมัดระวังเรื่องความเค็มในอาหาร มิฉะนั้นโรคไตมาแน่ในอนาคต

จะว่าไปเรื่องอาหารเสริมสำหรับคนที่เป็นเบาหวานและไม่เป็นเบาหวาน เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเงินในกระเป๋าของแต่ละคน ส่วนลักที่เคยกินอาหารเสริมมาตั้งแต่ปี 1990 เพราะเชื่อคำเขาบอกว่าได้ อย. กินแล้วดี โดยไม่รู้ความหมายว่าเป็นอาหารธรรมดาไม่มีคุณค่าพิเศษอะไร พบว่าบริษัทอาหารเสริมรวยเอาๆ มีผลิตภัณฑ์เยอะเอาๆ แปลกๆ ทั้งนั้น กินแล้วแทบจะกลายเป็นคนเกินธรรมดาทั้งนั้น แต่ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นคือ กระเป๋าตังค์เราแบนลงๆ เพราะหมดเงินไปซื้ออาหารที่ไม่มีคุณค่าอะไร เพราะเราก็ยังเป็นคนธรรมดา ที่เบาหวานก็ยังอยู่เหมือนเดิม รู้งี้เอาเงินไปซื้อสตริปเจาะเลือดยังมีประโยชน์ต่อชีวิตมากกว่า

เคยคุยกับคุณหมอผู้ใจดี มีเมตตา และความอารี หมอบอกว่า คนไข้จะไปทดลองกินอะไรก็ได้ แต่ถ้าบอกหมอด้วยก็จะเป็นเรื่องดี เพราะจะได้ช่วยกันดูว่ามีผลเสียต่อร่างกายหรือไม่ หมอจะได้ให้ตรวจเลือดดูค่าไต ค่าตับเสมอๆ (ถ้าไม่กินก็ตรวจเป็นระยะๆ ก้เพียงพอแล้ว ไม่ต้องเจ็บตัวเจ็บตังค์)  เพราะสิ่งสำคัญที่หมอห่วงคือ ร่างกายของคนที่เป็นเบาหวานนั้น (หรือโรคอื่นๆ ก็ตาม) มีค่ามากเกินกว่าที่จะเอาชีวิตและสุขภาพไปทดลอง แต่หมอก็ห้ามเรื่องความเชื่อ เรื่องความหวังไม่ได้ ก็ได้แต่ทำหน้าที่ของหมอให้ดีที่สุด ทั้งๆ ที่หมอรู้อยู่เต็มหัวใจว่าชีวิตของผู้ป่วยทุกคนไม่ได้มีไว้ให้เป็นหนูทดลองยาของใคร และไม่ได้มีไว้ให้ทดลองบ่อยๆ ที่สำคัญผู้ป่วยอาจจะไม่โชคดีมากพอที่จะมีชีวิตรอดก็ได้ ซึ่งหมอไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ว่า กว่าจะรู้ก็สายเสียแล้ว

ลักคงไม่ห้ามหากใครอยากทดลองสารพัดยา สมุนไพร และอาหารเสริมต่างๆ แต่จากประสบการณ์ตรงที่ได้พบเจอมาทั้งจากตัวเอง สมาชิกในครอบครัว เพื่อนร่วมโรคเบาหวานทั้งที่มีชีวิตอยู่ และที่จากโลกนี้ไปแล้ว ขอบอกว่าอย่าไปทดลองเลย ชีวิตและเงินทองของเรามีค่าเกินกว่าจะไปทดลองของพวกนี้

Advertisements

เมื่อคลำพบก้อนที่เต้านม

มีเรื่องโรคภัยไข้เจ็บมาเล่าอีกแล้ว ไม่เป็นไม่รู้ มาเล่าไม่ได้นะเออ

แต่ละโรคที่เป็น มาเองทั้งน้านนนนน  ไม่เคยถามหามันเล้ยยยย ให้ตายสิ คราวนี้เจอเข้ากับตัวเองจังๆ เพราะคลำเจอก้อนที่หน้าอก (เอิ้ก)

ปลายธันวาต้นเดือนมกรา คลำเจอก้อนอะไรไม่รู้ แข็งๆ ไม่กระดุกกระดิก ที่หน้าอก …ว่าแล้วไม่ต้องถามใคร ไปหาหมอที่รพ.ดีก่าาาา ก็ เลยเข้าสู่กระบวนการเริ่มต้นไปนัดหมายเพื่อพบคุณหมอ คุณหมอบอกว่าเป็นก้อนจริงๆ ด้วย ไม่ได้รู้สึกไปเองหรอก!

แล้วคุณหมอก็ส่งให้ไปทำ Mammogram & Ultrasound  ใบรายงานผลบอกว่า seen as an ill-defined hypoechoic mass on US, about 17.6×10.9 mm in size, suspected abnormality, tissue diagnosis is advised.

เอาล่ะสิ คุณหมอเริ่มตั้งขอสงสัยว่าอาจจะเป็นเนื้อร้ายหรือเปล่า … เพราะฉะนั้นต้องผ่านกระบวนการพิสูจน์ขั้นต่อไปที่เรียกว่า  การตรวจชิ้นเนื้อ หรือที่เรียกว่า Biopsy ซึ่งผลที่ได้คุณหมอบอกว่าไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ

รู้สึกหายใจโล่งขึ้นมากทีเดียว เพราะว่าช่วงเวลาที่รู้ว่า มีโอกาสจะได้เป็นสมาชิกคนเป็นมะเร็งนั้น หาข้อมูลแล้วก็รู้ว่าอาจจะต้องใช้กำลังใจทั้งจากตัวเอง คนในครอบครัว และเพื่อนที่รักอีกมากมายมหาศาลกันเลย ….. อย่างน้อย คำตอบวันนี้คือไม่ใช่ แต่สิ่งที่ต้องทำต่อไป คือ การดูแล ป้องกัน ให้ดีที่สุด

อ้อ … การมีโอกาสจะได้เป็นอีกโรคฮิตของคนปัจจุบัน  ทำให้ได้รับโทรศัพท์จากผู้หวังดี แนะ อ่านเพิ่มเติม