ลักข์ฟังมาเล่า “NCD 4.0 โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง”

วิทยากรบรรยายในงานเสวนาของชมรมฯ เดือนเมษายน ผศ.นพ.สมเกียรติ  แสงวัฒนาโรจน์

กิจกรรม “จิบกาแฟยามสาย สไตล์เบาหวาน” โดย ผศ.นพ.สมเกียรติ แสงวัฒนาโรจน์

เรื่อง     “NCD 4.0 โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง”

โรคติดต่อคือ โรคที่มีสาเหตุจากเชื้อโรคและสามารถติดต่อสู่กันได้อย่างรวดเร็ว แต่โรคไม่ติดต่อคือ โรคตัวใครตัวมัน ต่างคนต่างเป็น และเป็นยาวนานจึงเรียกว่าเรื้อรัง NCD มาจากคำว่า Non แปลว่า ไม่ Communicable แปลว่าติดต่อ  Diseaseแปลว่าโรค NCD จึงหมายถึงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

NCD โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ได้แก่ เบาหวาน, ความดัน, ไขมัน, ติดบุหรี่, ภาวะอ้วนพีมีพุง, อัมพาต, หลอดเลือดหัวใจ, มะเร็ง, โรคปอดเรื้อรัง ซึ่งโดยส่วนใหญ่ของผู้ที่เป็น NCD แล้วมักจะไม่เป็นเพียงโรคเดียว ยิ่งดูแลตัวเองไม่ดีก็ยิ่งเพิ่มจำนวนโรค และเป็นเพิ่มมากขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้อวัยวะหลายอวัยวะเสื่อม แล้วจะส่งผลให้อายุสั้น

ทางสถิติจำนวนคนไทยเป็นโรค NCD เพิ่มขึ้นและ NCD เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วย ทำให้พิการและเสียชีวิตเป็นอันดับหนึ่งในคนไทย วัยหลังเกษียณพบว่าคนไทยเป็นเบาหวานมากในช่วงอายุ 60-70 ปี โรคหัวใจ (ที่พบอาการเจ็บแน่นหน้าอก มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย หัวใจขาดเลือด)อายุ 62-68 ปี โรคอัมพาต อายุ 62.2 ปี โรคมะเร็งอายุ 50-70 ปี

สำหรับคนที่เป็นโรคเบาหวาน ถ้าไม่ดูแลรักษา NCD ก็จะเพิ่มขึ้น เป็นโรคความดันสูง ไขมันสูง หากสูบบุหรี่ด้วย ก็จะเร่งให้อวัยวะทั้ง 5 คือ สมอง (หัว)ใจ ไต ตา ตีน เสื่อมเร็วขึ้น ส่งผลให้อายุสั้นลง

โรคเบาหวานเกิดจากอะไร? สาเหตุอะไรบ้างที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง?

  1. เรากินอาหารประเภทแป้ง หรือของหวานมากเกินไปหรือเปล่า?
  2. ในทุกมื้ออาหารเราได้กินผักใบเขียว ที่จะเป็นใยอาหารช่วยลการดูดซึมน้ำตาลบ้างไหม?
  3. เราได้ออกกำลังกายใช้กล้ามเนื้อของเราหลังจากที่เรากินอาหารหรือไม่?

ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นสาเหตุทำให้เลือดข้น เมื่อเลือดข้นก็ทำให้เลือดเกิดเป็นก้อนลิ่มเลือดได้ง่าย เมื่อลิ่มเลือดไปอุดตันตามหลอดเลือดก็ทำให้เกิด NCD ต่างๆ และอวัยวะต่างๆ เสื่อมตามมา

เป็นเบาหวานแล้วทำไมถึงเป็นอัมพาต? เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูง เลือดจะข้นเกิดเป็นลิ่มเลือดไปอุดหลอดเลือดที่สมอง ร่วมกับการมีภาวะไขมันสูง ไม่ชอบออกกำลังกาย ทำให้หลอดเลือดตีบตัน และการมีโรคความดันสูงทำให้หลอดเลือดถูกกระแทกบ่อยๆ ทำให้หลอดเลือดสมองแตกเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตได้

ภาพอธิบาย คาร์โบไฮเดรต & น้ำตาลเมื่อเข้าสู่ร่างกาย

การกินอิ่มแล้วใช้ชีวิตโดยการนั่ง นอนเป็นส่วนใหญ่ อินซูลินจะนำน้ำตาลที่ได้จากการกินอาหารไปสะสมเป็นไขมัน ไว้ที่พุง  (เพราะพุงเป็นอวัยวะที่ขยับน้อยที่สุดในร่างกาย) และที่ตับ ทำให้เป็นโรคตับคั่งไขมัน นานเข้าตับก็จะเสื่อมและอักเสบ กลายเป็นโรคตับแข็งตามมา (ปัจจุบันพบว่าผู้หญิงไทยเป็นโรคตับแข็งเพิ่มมากขึ้นทั้งที่ไม่ได้กินเหล้า)

รู้ไหมว่า ชูชกไม่ได้กินจนท้องแตกตายและไม่มีใครบนโลกใบนี้ที่กินแล้วท้องแตกตาย? ชูชกตายเพราะเกิดภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ กล้ามเนื้อหัวใจตาย แล้วหัวใจวาย ตายทันที จากการกินอิ่มมากเกินไป

เมื่อเรากินอิ่ม เลือดจะถูกส่งไปเลี้ยงที่กระเพาะอาหารมากขึ้น ในขณะที่ส่งไปเลี้ยงหัวใจส่วนต่างๆ น้อยลง การกินอิ่มมากเกินไปจะทำให้ระดับน้ำตาล ไขมันสูง และความดันสูง ซึ่งเป็นผลให้เลือดเป็นลิ่ม หลอดเลือดหัวใจปริแตกเป็นแผลเกิดการอุดตันได้ง่าย การกินอิ่มมากเกินไปจึงเป็นตัวกระตุ้นหรือจุดชนวนทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ กล้ามเนื้อหัวใจตายทันทีได้ คนเป็นเบาหวานจึงควรกินพออิ่ม ไม่ควรกินอิ่มมากเกินไปแล้วเป็นอย่างชูชก!

เมื่อรู้สาเหตุและผลเสียของระดับน้ำตาลสูงแล้ว เรามาเรียนรู้วิธีป้องกันไม่ให้น้ำตาลสูงได้ ด้วยวิธีง่ายๆ 4 วิธีคือ

  1. เลี่ยง งด ลดของหวาน ขนม เครื่องดื่ม รสหวานจัด รสชาติหวานพอดีคือ รสชาติหวานจากการเคี้ยวข้าวรสชาติหวานพอเพียง เป็นรสหวานตามธรรมชาติ
  2. ทานผักใบเขียว ต้องกินผักอย่างน้อย 1 ฝ่ามือในทุกมื้ออาหาร ผักใบเขียวจะช่วยลดการดูดซึมของน้ำตาล
  3. เคี้ยวจนเพลิน ใน 1 คำอาหารให้เคี้ยวอย่างน้อย 15 ครั้งก่อนกลืน
  4. เดินหลังอาหาร หลังจากที่พัก 15 นาทีหลังกินข้าวเสร็จ ควรเคลื่อนไหวใช้พลังงานด้วยการเดิน 15 นาที เมื่อเราใช้กล้ามเนื้อ พลังงาน(น้ำตาล)จะถูกนำไปใช้ ระดับน้ำตาลในเลือดหลังอาหารก็จะไม่สูงเกินไป (กล้ามเนื้อขาใหญ่กว่าแขน กล้ามเนื้อใหญ่กว่าใช้พลังงานมากกว่า จึงแนะนำให้เดินไม่ใช่แกว่งแขน)

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเรากินอาหารมากเกินไป  มากเกินกว่าที่ร่างกายจะใช้หมด?

  1. ให้ดูว่าเราสะสมจน “น” น้ำหนักมากเกินหรือเปล่า? (น้ำหนัก < (ส่วนสูง)2 หาร 400)
  2. ให้ดูว่าเราสะสมจน “ค” ความดัน สูงขึ้นหรือเปล่า? (ความดัน < 135/85)
  3. ให้ดูว่าเราสะสมจน “ร” รอบเอว ของเราใหญ่ขึ้นหรือเปล่า? (รอบเอว < ส่วนสูงหาร 2)

    ภาพการบรรยายถึงเกณฑ์ตัวเลขที่เราสามารถวัดเองได้เพื่อดูแลตัวเอง

    ถ้า “นคร” ของเราใหญ่แปลว่าเรากินมากเกินไป ทำให้เป็นโรคร้ายจากการพอกพูนสะสม เพราะไขมันจะไปสะสมในทุกส่วนของร่างกาย ทุกๆ 1 นิ้วของรอบเอวที่ขยายขึ้นเป็นการเพิ่มโอกาสของโรค 2 โรคคือ เบาหวาน และ หลอดเลือดหัวใจตีบกล้ามเนื้อหัวใจตาย

    การลดไขมันที่พอกอยู่ตามหลอดเลือดเพื่อให้หลอดเลือดตีบน้อยลงมีเพียงวิธีเดียวเท่านั้นคือ ต้องทำให้ทำให้ระดับค่า LDL ลงมาเหลืออยู่ที่ 70-80 mg/dl ด้วยการออกกำลังกายจนร่างกายขาดไขมันแล้วดึงไขมันในร่างกายออกมาใช้ ไขมันในหลอดเลือดจึงจะลดลงได้ การกินยาลดไขมันเป็นการชะลอไม่ให้ไขมันไปพอกในหลอดเลือดเพิ่มมากขึ้น ที่สำคัญไม่มียาลดไขมันใดในโลกนี้ที่จะล้างไขมันที่พอกอยู่ในหลอดเลือดให้สะอาดเหมือนการล้างท่อได้

    โรคความดันสูงเกิดจากอะไร? เกิดจากการที่เรามีธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ ในร่างกายมากเกิน

    ภาพบรรยายถึงสาเหตุที่ทำให้ความดันสูง

    ธาตุดินเกิน คือ คนที่มีลักษณะตัวอ้วนใหญ่ คนลักษณะนี้จะมีความดันสูง

    ธาตุน้ำเกิน จากเกลือนำน้ำตาม การกินน้ำเยอะสามารถปัสสาวะออกมาได้ไม่ทำให้ความดันสูง แต่การกินของที่มีโซเดียมมากเกินไป (โซเดียมคือ เกลือชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในกะปิ น้ำปลา ซีอิ๊ว เต้าเจี้ยว ผงชูรส ผงฟู ขนม ของกินสำเร็จรูปที่มีอายุยาว) โซเดียมที่ตกค้างในร่างกายเพราะไตขับออกไม่หมดจะดึงน้ำเก็บไว้ในร่างกาย การมีโซเดียมและน้ำมากเกินไปในร่างกาย ส่งผลให้ความดันสูง

    ธาตุไฟเกิน เป็นเรื่องของคนที่มีอารมณ์โกรธ คนโกรธง่ายหายเร็วความดันจะขึ้นสูงครู่เดียว คนที่โกรธแล้วเก็บความโกรธไว้กับตัวความดันจะสูงอยู่ตลอดเวลา การที่ความดันสูงอยู่เป็นประจำทำให้เส้นเลือดโป่งและแตกได้ง่าย

    ธาตุลมเกิน ช่วงเวลาที่สมองได้หยุดพักคือ เวลานอน ช่วงเวลาที่ความดันต่ำที่สุด จึงเป็นเวลาก่อนเข้านอนและเพิ่งตื่นนอนตอนเช้า แต่คนที่มีนิสัยทำอะไรรวดเร็วแข่งกับเวลาเสมอ เครียดตลอดเวลาไม่ให้สมองได้หยุดพัก การตื่นและการใช้สมอง เลือดจะถูกส่งไปเลี้ยงสมองทำให้ความดันสูงขึ้น

    ยาลดความดันที่เรากินแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่

    1. ยาขับน้ำปัสสาวะ ที่เป็นยาขับทั้งโซเดียมและน้ำออกจากร่างกาย เมื่อโซเดียมและน้ำออกจากร่างกายก็ทำให้ความดันลดลง การหยุดยาขับปัสสาวะแล้วความดันเพิ่มเป็นตัวชี้วัดได้ว่า เรากินอาหารที่มีโซเดียมมากเกินไป ถ้าเราลดปริมาณการกินโซเดียมลงครึ่งหนึ่งภายใน 7 วันความดันก็จะลดลงได้โดยที่เราไม่ต้องกินยา

    ยาขับปัสสาวะ เป็นยากลุ่มแรกที่หมอเลือกใช้เพราะคนส่วนใหญ่ที่เป็นโรคความดันสูง สาเหตุมาจากการกินโซเดียมมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการไปประมาณ 5-7 เท่า คนไทยมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันสูงอยู่ที่ 24.7%

    อาหารที่มีโซเดียมสูงคือ เครื่องปรุงและอาหารสำเร็จรูปที่เก็บไว้ได้นานหลายวัน อาหารที่มีโซเดียมต่ำคือ อาหารสดที่เก็บไม่ได้นาน และผักผลไม้สดที่มีโปแตสเซียมที่ช่วยขับโซเดียมออกจากร่างกายได้อีกด้วย ถั่วอบกะทิ ขนมปัง ซาลาเปา มีโซเดียมมากกว่า  ถั่วต้ม หรือ ข้าว  5 เท่า

    1. ยาลดความดันอีกกลุ่มคือ ยาขยายหลอดเลือด การออกกำลังกายเป็นการทำให้หลอดเลือดเราขยายตัวตามธรรมชาติ และทำให้หลอดเลือดเราแข็งแรงอีกด้วย
    2. ยาลดความดันอีกกลุ่มคือ ยาที่ทำให้หัวใจเต้นช้าลง อาหารที่มีคาเฟอีนจะกระตุ้นการทำงานของหัวใจ

    สาเหตุของโรค NCD มาจากพฤติกรรม 3 อ. 2 ส. คือ

    • อ อร่อยเกิน กินอาหารรสชาติหวานเกินทำให้เป็นเบาหวาน มันเกินทำให้ไขมันเกิน เค็มเกินทำให้ความดันสูงและเป็นโรคไต กินสัตว์เนื้อแดงและเนื้อปรุงแต่งมากเกินทำให้เสี่ยงเป็นมะเร็งและไขมัน
    • อ อยู่สบายเกิน ตัวชี้วัดของการอยู่สบายเกินคือ ในแต่ละวันถ้าเรานั่งมากกว่าวันละ 10 ชม. แปลว่าเรานั่งๆ นอนๆ มากเกินไป ในแต่ละวันเถ้าเราเดินไม่ถึงวันละ 5,000 ก้าว แปลว่าเราอยู่สบายเกิน
    • อ เอาแต่ใจเกิน ให้สังเกตตัวเองว่าเราเครียดบ่อยไหม? ถ้าเครียดบ่อยแปลว่าเรามีแต่เรื่องไม่ถูกใจ เราเอาแต่ใจตัวเอง พอไม่ดั่งใจตัวเองก็ทำให้เครียด
    • ส สูบบุหรี่
    • ส เสพสุรา

    NCD 4.0 หมายถึงอะไร?

    NCD 1.0 คือ หายป่วยไว เมื่อเจ็บไข้ได้ป่วยมาหาหมอแล้วได้รับการรักษาให้หายจากอาการเจ็บป่วย

    NCD 2.0 คือ ให้เหมือนเดิม คือการรักษาให้กลับไปใช้ชีวิตใกล้เคียงเหมือนก่อนที่จะป่วย

    NCD 3.0 คือ ไม่ป่วยอีก เมื่อรักษาหายแล้วต้องรู้ว่าทำไมหรืออะไรที่ทำให้ป่วย เมื่อรู้จะป้องกันไม่ให้ป่วยอีก

    NCD 4.0 คือ การไม่เพิ่มโรค เราต้องดูแลป้องกันไม่ให้เราเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเพิ่มขึ้น

    ที่มา : จากบทความจิบกาแฟยามสาย สไตล์ลักข์เล่า ที่พิมพ์ลงในจดหมายข่าวของชมรมเบาหวาน รพ.จุฬาลงกรณ์ ฉบับที่ 151 เดือนพฤษภาคม 2560

Advertisements

ลักข์ฟังมาเล่า คุมเบาหวานได้แน่ด้วยอาหารดัชนีน้ำตาลต่ำ

วิทยากรบรรยายในงานเสวนาของชมรมฯ เดือนสิงหาคม รศ.ดร.ปรียา ลีฬหกุล

งานเสวนาครั้งนี้ อาจารย์ รศ.ดร.ปรียา ลีฬหกุล หลักสูตรโภชนศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ให้เกียรติเดินทางมาบรรยายให้กับสมาชิกชมรมเบาหวานของเรา

คุมเบาหวานได้แน่ด้วยอาหารดัชนีน้ำตาลต่ำ

อาจารย์เริ่มอธิบายเรื่องของเบาหวานด้วย การคัดกรองโรคเบาหวานตามหลักเกณฑ์ของสมาคมโรคเบาหวาน

  1. ผู้ที่อายุ 35 ปีขึ้นไป
  2. ผู้ที่อ้วน โดยมีค่า BMI >25 และมีพ่อ แม่ พี่น้องเป็นโรคเบาหวาน
  3. เป็นโรคความดันโลหิตสูง
  4. มีระดับไขมันในเลือดผิดปกติ
  5. มีประวัติเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์หรือคลอดบุตรน้ำหนักเกิน 4 กิโลกรัม
  6. เคยได้รับการตรวจพบว่ามีภาวะความทนทานต่อกลูโคสบกพร่อง
  7. มีโรคหัวใจและหลอดเลือด
  8. มีกลุ่มอาการถุงน้ำในรังไข่

และมีตารางการให้คะแนนในแต่ละหัวข้อ เช่น อายุยิ่งเยอะโอกาสเป็นเบาหวานยิ่งสูง เอวยิ่งใหญ่โอกาสเป็นเบาหวานยิ่งมาก มีสมาชิกในครอบครัวเป็นเบาหวาน โอกาสเป็นเบาหวานยิ่งเยอะ ยิ่งคะแนนรวมสูงมากเท่าไหร่ แสดงว่ามีโอกาสเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานสูงมากขึ้นเท่านั้น

ตัวเลขค่าไขมัน LDL ที่เราควรรู้ :   ระดับไขมัน LDL ไม่ควรเกิน 130 มก./ดล. และถ้าค่าเกิน 160 มก./ดล. “ต้องกินยา” และในผู้สูงอายุควรควบคุมความดันไม่ให้เกิน 140/90 มม.ปรอท

ทำไมคนเป็นเบาหวานจึงควรกินอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ?

  1. การกินอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำสำหรับผู้ที่เป็นเบาหวาน จะทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลได้
  2. อาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ สามารถช่วยเรื่องการควบคุมน้ำหนักและยังช่วยให้น้ำหนักลดได้อีกด้วย

อาหารแช่แข็ง ควรกินหรือไม่? :     อาหารแช่แข็งที่สามารถเก็บไว้ได้นาน เมื่อเอาออกมาคลายความเย็นแล้วรสชาติไม่เปลี่ยนแปลง แสดงว่าผู้ผลิตต้องใส่สารเพื่อให้อาหารนั้นคงสภาพได้ โดยเฉพาะต้องมีการใช้เกลือในปริมาณมหาศาล อาหารแช่แข็งเก็บได้นานนั้นคุณค่าทางอาหารประเภทวิตามินและเกลือแร่จะสลายไป อาจารย์จึงไม่แนะนำ แต่ถ้าหากจำเป็นที่จะต้องกินเป็นครั้งคราวก็ขอให้กินน้อยครั้งที่สุด

เมื่อไหร่จึงจะเรียกว่าอ้วน? :          การมองเห็นด้วยสายตาแปลว่าอ้วนมากเกินไปแล้ว เพราะสายตาคือสิ่งสุดท้ายที่ทำให้เรารู้ตัวว่าอ้วน โดยเฉพาะคนที่อ้วนลงพุงที่มีการสะสมไขมันในช่องท้องในปริมาณมากนั้น ลักษณะการอ้วนลงพุงเป็นสาเหตุสำคัญของ “ไขมันคั่งตับ”

น้ำหนักของคนเราที่เพิ่มขึ้นจะเป็นการเพิ่มขึ้นของไขมัน 75% และจากกล้ามเนื้อเพียง 25% เท่านั้น อาจารย์ให้ดูภาพว่าเปรียบเทียบระหว่างคนสองคนที่น้ำหนักเท่ากันคนไหนสุขภาพดีกว่า? ระหว่างคนที่มีแต่กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ กับ คนที่มีรูปร่างอ้วนพุงพลุ้ย จากนั้นอาจารย์จึงแนะนำเทคนิคในการลดน้ำหนักที่ได้ผลมาแล้วกับคนไข้ของอาจารย์ คือ

  1. ให้ชั่งน้ำหนักตอนตื่นขึ้นมาทุกเช้า โดยมีเป้าหมายให้น้ำหนักลดลงวันละ 1 ขีด 30 วัน อย่างน้อยก็ต้องได้ 2 กิโลกรัม ด้วยการกินอาหารได้เหมือนเดิมในปริมาณที่น้อยลงจากเดิมเท่านั้น
  2. เลือกชนิดของอาหารที่กินจะช่วยให้สำเร็จตามเป้าหมายได้สูง เช่น ไม่เลือกกินอาหารที่ผ่านการแปรรูปเพราะมีปริมาณเกลือสูงมาก เช่น ไส้กรอก (เนื้อ+ไขมัน 30%) หมูแฮม (เนื้อล้วน) ควรงดการดื่มน้ำผลไม้และหันมาเลือกการกินผลไม้เป็นลูกๆ แทนเพราะจะทำให้กินได้ในปริมาณน้อยกว่าและได้เส้นใยมากกว่า ให้ดื่มน้ำเปล่าเพิ่มจากปกติวันละ 8 แก้ว เป็น 12 แก้ว มีงานวิจัยว่าการดื่มน้ำช่วยเร่งการเผาผลาญเพิ่มขึ้นโดยควรดื่มทีละแก้วดีกว่า การดื่มทีละเยอะๆ ร่างกายจะดูดซึมไม่ทันทำให้ถูกขับออกมาเร็ว เครื่องดื่มน้ำผลไม้ น้ำอัดลม มีคาร์โบไฮเดรตในรูปของน้ำตาลควรหลีกเลี่ยง ผักที่อยู่ในดิน มีคาร์โบไฮเดรตสูงเพราะสะสมพลังงานในรูปของแป้ง เช่น มันฝรั่ง แครอท ควรเลือกกินผักที่อยู่บนดิน เช่น ผักใบเขียว ผักกาดขาว ผักกะหล่ำปลี

อาจารย์ได้ให้ความรู้เพิ่มเติมว่า ในร่างกายของเราทุกคนมีเซลมะเร็งสิงอยู่ในตัวทุกคน การเลือกกินอาหารที่ถูกต้องสามารถลดการเกิดมะเร็งได้ถึง 30% ควรหลีกเลี่ยงสารก่อมะเร็งอย่างของปิ้งย่างจนไหม้ ควรเลือกกินผักที่อยู่บนดิน เช่น กะหล่ำปลี หอม กระเทียม ผลไม้รสเปรี้ยว ขมิ้นชัน ชาเขียวแท้ๆ (ไม่ใช่ชาเขียวบรรจุขวด)

คนที่มีภาวะอ้วน จะทำให้เกิดภาวะดื้อต่ออินสุลิน คนที่กินคาร์โบไฮเดรตเยอะ ทำให้อินสุลินหลั่งออกมาเยอะ อินสุลินนอกจากจะเอาน้ำตาลไปใช้แล้ว ยังเอาไปสะสมเป็นไขมันด้วย ถ้าไม่อยากให้อินสุลินออกมาเยอะ ต้องควบคุมปริมาณอาหารทั้งในเรื่องปริมาณ และการเลือกอาหารคาร์โบไฮเดรตที่มีค่า GI ต่ำ (อาหารค่า GI ต่ำ น้ำตาลจะขึ้นช้า และอิ่มนานกว่าอาหารค่า GI สูง ที่จะทำให้น้ำตาลขึ้นสูงอย่างรวดเร็วซึ่งทำให้หิวเร็ว)

กิจกรรมถาม-ตอบหลังจบการบรรยาย

สมาชิก  :           กินใบแปะก้วยดีไหม? ช่วยในเรื่องความจำได้จริงหรือไม่? ควรกินอาหารเสริมวิตามินหรือไม่?

อาจารย์ปรียา :    ใบแปะก้วยที่มีขายอยู่ในบ้านเป็นแบบอัดเม็ดซึ่งอาจารย์ไม่รู้ว่ามีส่วนผสมอะไรอยู่ในนั้นบ้าง แต่สำหรับสมาชิกที่จิบกาแฟดำ ซึ่งกาแฟนั้นช่วยขยายหลอดเลือดดำทำให้ช่วยความจำได้อยู่แล้วสามารถกินแทนใบแปะก้วยได้  ที่สำคัญการกินอาหารเพื่อรักษาโรคหรือป้องกันโรค อยากแนะนำให้กินอาหารหลากหลายและประปรายไปเรื่อยๆ เพื่อให้ร่างกายเราได้คุณค่าสารอาหารที่ครบถ้วน บางคนกินอาหารซ้ำๆ เพียงชนิดเดียวหรือการกินสมุนไพรต่างๆ อัดเม็ดเพียงชนิดเดียวในปริมาณมากเป็นระยะเวลานาน จนตับรับไม่ไหวทำให้กลายเป็นดีซ่านอาจารย์ก็เคยพบมาแล้ว  ในเรื่องของอาหารเสริมวิตามินต่างๆ นั้นหลายอย่างที่ขึ้นทะเบียนอย.ว่ากินได้ แต่ไม่มีงานวิจัยรองรับที่มากพอว่ากินแล้วจะได้ผลตามที่โฆษณาอวดอ้าง แต่ถ้าอยากลอง และไม่มีข้อบ่งชี้ว่าจะเป็นอันตราย อาจารย์จะแนะนำให้เจาะเลือดตรวจก่อน เพื่อดูผลว่าหลังจากกินแล้วมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นหรือแย่ลงหรือไม่ให้คนไข้ทดลองและพิสูจน์ด้วยตัวเอง แล้วตัดสินใจเองว่าควรเสียเงินซื้ออาหารเสริมวิตามินเหล่านั้นต่อหรือไม่เอาเอง

สมาชิก :            เห็ดหลินจือกินแล้วช่วยลดระดับน้ำตาลหรือไม่?

อาจารย์ปรียา  :   จากงานวิจัยเห็ดหลินจือสามารถช่วยในเรื่องภูมิต้านทานได้ในคนที่มีภูมิต้านทานน้อย แต่สำหรับคนที่มีภูมิต้านทานในร่างกายปกติไม่ได้ช่วยอะไร และในเรื่องการลดระดับน้ำตาลที่อาจารย์เคยทำวิจัยให้กับองค์การเภสัชพบว่า เห็ดหลินจือสกัดสามารถลดระดับน้ำตาลได้แต่ลดได้น้อยกว่ายาเบาหวาน รวมทั้งกระเทียมสกัดก็เช่นกัน สามารถลดระดับไขมันได้แต่ลดได้น้อยกว่ายาลดไขมัน การกินยาในปริมาณที่แพทย์ระบุจึงได้ผลและปลอดภัยกว่า

ที่มา : จากบทความที่พิมพ์ลงในจดหมายข่าวของชมรมเบาหวาน รพ.จุฬาลงกรณ์ ฉบับที่ 143 เดือนกันยายน 2559