เดือนพฤศจิกายน เดือนที่มีวันเบาหวานโลกอยู่

เพราะโรคเบาหวาเป็นสาเหตุให้เกิดโรคอันตรายอื่นๆ ตามมา เช่นโรคเบาหวานขึ้นตา ทำให้ตาบอดได้ โรคเบาหวานลงไต ทำให้เป็นโรคไตวายได้ ดังนั้นสหพันธ์เบาหวานนานาชาติ (IDF) องค์การอนามัยโลก (WHO) และ สหประชาชาติ (UN) จึงได้ประกาศให้มีวันเบาหวานโลก เพราะต้องการรณรงค์ให้ทุกคนตระหนักถึงภัยอันตรายที่มาจากโรคเบาหวาน
wdd2013
ทำไมต้องวันที่ 14 พฤศจิกายน?
สมาชิกจากทุกองค์กรเลือกวันนี้เพื่อเป็นเกียรติประวัติให้กับคุณหมอ Frederick Banting ผู้ค้นพบอินสุลิน เป็นการค้นพบที่พลิกชีวิตของคนที่เป็นโรคเบาหวานให้มีชีวิตได้เลยทีเดียว โรคเบาหวานในอดีตตั้งแต่บันทึกบนกระดาษปาปิรุสเมื่อหลายพันปีก่อนจนถึงก่อนค้นพบอินสุลินในปี 1922 (93 ปีที่แล้ว) โรคเบาหวานจัดเป็นโรคร้ายถึงแก่ชีวิตในระยะเวลาอันสั้น แต่หลังจากการค้นพบอินสุลินโรคเบาหวานไม่ใช่โรคแห่งความตายอีกต่อไป พวกเราสามารถมีชีวิตอยู่อย่างยืนยาวอย่างมีความสุขกับโรคเบาหวานได้ ถ้าเรารู้จักโรคเบาหวานของเรา

แต่ที่โรคเบาหวานยังจัดเป็นโรคอันตรายอยู่เพราะถือว่าเป็นภัยเงียบที่คนเป็นเบาหวานเกินครึ่งไม่เคยรู้ตัวว่าตัวเองเป็นเบาหวาน รวมทั้งมากกว่าครึ่งที่เป็นเบาหวานแล้วไม่ใส่ใจดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี กว่าจะรู้ตัวอีกทีอวัยวะถูกทำลายจนทำให้เกิด โรคเบาหวานขึ้นตา โรคเบาหวานลงไต โรคหัวใจและหลอดเลือด และปลายประสาทต่างๆ สูญเสียไปมากแล้ว …. ซึ่งนี่เองเป็นสาเหตุให้ทุกคนที่รู้ถึงภัยของโรคเบาหวาน โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์จึงคอยบอก คอยเตือนให้คนเป็นเบาหวานทุกคนรักษาระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์เสมอ

วันเบาหวานโลก แตกต่างจากทุกวันไหมสำหรับคนเป็นเบาหวาน???

ไม่แตกต่างหรอก วันเบาหวานโลกก็เป็นวันธรรมดาวันหนึ่งที่คนเป็นเบาหวานยังต้องกินยาตามปกติ ฉีดอินสุลินตามเวลาอย่างที่เคย คนเป็นเบาหวานยังต้องใช้เวลาอยู่กับเบาหวานตลอด 24 ชม. 7 วันต่อสัปดาห์ 52 สัปดาห์ต่อปีเช่นเดิม เพียงแต่วันนี้ เดือนนี้ ที่คนจำนวนมากจากทุกมุมโลกกำลังมีส่วนในการรณรงค์ให้ทุกคนหันมาเห็นความสำคัญของโรคเบาหวาน เพื่อที่จะได้เรียนรู้ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรค เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นโรค เพื่อให้คนที่เป็นแล้วดูแลตัวเองเพื่อป้องกันไม่ให้มีโรคแทรกซ้อนจากเบาหวาน ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้ร่วมกิจกรรม หาความรู้เพื่อดูแลตัวเองแข็งแรงอยู่เสมอและตลอดไป

เป็นเบาหวานแล้วต้องตาบอด ต้องตัดขาทุกคนหรือเปล่า?

ไม่ต้องเลย เป็นโรคเบาหวานแล้วหากดูแลตัวเองได้ถูกหลัก สามารถสวยได้ หล่อได้ ดูดีได้จนวันหมดลมหายใจ การควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ได้เราสามารถอยู่กับเบาหวานได้อย่างสดใส ไฉไล แข็งแรงไปตลอด แบบไม่ต้องเผชิญกับโรคแทรกซ้อนใดๆ จนต้องสูญเสียอวัยวะให้ทุกข์ทรมานเลย แต่ถ้าไม่ดูแลตัวเอง ความเสี่ยงของการสูญเสียก็จะมีสูงมากตามมา

คนเป็นเบาหวานต้องดูแลตัวเองยังไง?

triangle balance

การดูแลโรคเบาหวาน คือ การรักษาสมดุลระหว่าง อาหาร – ยา – กิจกรรมในชีวิต ซึ่ง ไม่ใช่เรื่องยาก ไม่ใช่งานหนัก แต่ต้องจำเป็นต้องอาศัยความรู้ มีวินัย และ ห้ามขี้เกียจ เราต้องเรียนรู้เรื่องอาหารให้เข้าใจว่าอาหารแต่ละประเภทส่งผลต่อระดับน้ำตาลของเราแบบไหน ยังไง การกินยา/ฉีดอินสุลินออกฤทธิ์อย่างไรมีผลกับร่างกายของเราอย่างไร และกิจกรรมในชีวิต การเคลื่อนไหวของร่างกายส่งผลอย่างไรต่อระดับน้ำตาลในเลือดของเรา

ถ้าเราจับหลักได้ รักษาสมดุลได้ เราก็สามารถมีชีวิตอยู่กับเบาหวานได้เป็นอย่างดี มีชีวิตที่ยืนยาวอย่างปราศจากโรคแทรกซ้อนได้แน่นอน ดูเหมือนยาก ดูเหมือนเยอะ ดูเหมือนมากมาย แต่ทั้งหมดที่เราทำ ก็เพื่อสุขภาพของตัวเราเองนะ ไม่มีใครกินให้เราอิ่มแทนได้นะ หมอที่รักษาเบาหวานที่ดีที่สุด คือตัวคนที่เป็นเบาหวานเอง บุคคลากรทางการแพทย์คือทีมของเรา เขาคือโค้ช เขาคือผู้แนะนำที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับโรคเบาหวานที่มีความรู้ดีๆ ความรู้เด็ดๆ แนะนำเพื่อให้เราเป็นหมอเบาหวานที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง

วันเบาหวานโลก ไม่ได้ทำให้โรคเบาหวานของเราเปลี่ยนแปลงอะไรหรอกแต่การที่มีคนจำนวนมากระดมกำลังกาย กำลังสมอง เพื่อคนเบาหวานเพราะเขารู้จริงและเข้าใจว่าโรคเบาหวานนั้นสามารถนำความทุกข์ทรมานมาสู่คนที่เป็นได้จริง หากเราเหลียวมองความรักความห่วงใยของ พ่อแม่ ลูกหลาน สมาชิกในครอบครัว เพื่อนในชีวิต และ บุคคลากรทางการแพทย์ คนกลุ่มนี้มีความปรารถนาดีเพื่อประโยชน์ของสุขภาพเราทั้งสิ้น ส่วนคนขายของทั้งสมุนไพร อาหารเสริม ยารักษาครอบจักรวาลก็เพื่อประโยชน์ในกระเป๋าเงินของเขาทั้งสิ้นเช่นกัน เราต้องแยกแยะด้วยสติปัญญาให้ได้ว่าใครคือคนที่อยู่เคียงข้าง ห่วงใย มีความรู้ความสามารถในการรักษา หรือใช้เพียงการท่องคาถาว่าดี ว่าหายเพื่อเรียกเงินให้ออกจากกระเป๋าเรา

แม้ว่าลักข์จะเป็นเบาหวานมาเพียง 28 ปี มีเพียงประสบการณ์เพียง 28 ปี แต่ก็พอมีเคล็ดไม่ลับบางประการที่อยากแนะนำสำหรับคนเป็นเบาหวานที่อยากดูแลตัวเอง

เคล็ดไม่ลับนั้นคือ การบันทึกประจำวัน( Diary)เบาหวาน ที่จดผลเลือด ปริมาณอินสุลิน ปริมาณอาหาร และการออกกำลัง ลักข์เจาะเลือดดูระดับน้ำตาลก่อนฉีดอินสุลินเช้า-เย็นทุกวัน บันทึกอาหารที่กินทุกครั้ง และบันทึกการออกกำลังด้วย สิ่งเหล่านี้ทำให้เราสามารถตรวจสอบตัวเองย้อนหลังได้ว่าอะไรเป็นเหตุที่ทำให้ผลน้ำตาลออกมาแบบนี้ อีกเคล็ดไม่ลับคือ การดื่มน้ำเปล่าวันละ 2-3 ลิตรมีประโยชน์มาก เพราะเคล็ดไม่ลับนี้ทำให้ลักข์กินอาหารได้ทุกอย่างระวังแค่ปริมาณเท่านั้น ลองนำไปใช้ได้นะคะ สิ่งสำคัญคืออย่ามีข้ออ้างเพราะขี้เกียจก็พอ กิน อยู่ เป็นกับเบาหวานได้ ก็ดูดีและมีความสุขได้ ง่ายนิดเดียวค่ะ

Advertisements

Theme วันเบาหวานโลกปี 2012

จากการประมาณการ และการทำวิจัยเกี่ยวกับจำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวาน ในปี 1995 – 2025 มีแนวโน้มที่จะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น โดยในประเทศกำลังพัฒนา (ซึ่งประเทศไทยก็จัดอยู่ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา) จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นเป็นำจำนวน 170% (จาก 84 ล้านคนเป็น 228 ล้านคน) และในประเทศที่พัฒนาแล้ว จะมีปริมาณเพิ่มขึ้น 42% (จาก 51 ล้านคน เป็น 72 ล้านคน)

ปริมาณที่เพิ่มขึ้นของผู้ป่วยเบาหวาน ทำให้บุคคล และองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเกิดความตระหนักถึงอันตรายของโรคเบาหวานนี้ เพราะโรคเบาหวานเป็นสาเหตุหลักของโรคอันตรายรุนแรงต่างๆ ซึ่งมีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ที่เป็นเบาหวาน และค่าใช้จ่ายจำนวนมากที่ผู้ป่วย หรือรัฐจะต้องสูญเสียในการที่จะดูแลรักษาผู้ป่วย ทำให้องค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรคเบาหวาน พยายามที่จะเผยแพร่ความรู้ เพื่อป้องกันการเกิดของโรคเบาหวานและเพื่อป้องกันคนที่เป็นโรคเบาหวานไม่ให้เกิดโรคแทรกซ้อนตามมา

ในปีนี้ 3 สมาคม/องค์กรหลัก สหพันธ์เบาหวานนานาชาติ (IDF) องค์การอนามัยโลก (WHO) และ สหประชาชาติ (UN) ที่ร่วมกันรณรงค์ต่อต้านภัยจากโรคเบาหวาน ได้กำหนดธีมสำหรับการดำเนินกิจกรรมหรือรณรงค์เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานในหัวข้อ Protect our Future (ปกป้องเพื่ออนาคตของเรา)

มาช่วยกันคนละไม้ละมือ มาร่วมมือกันเท่าที่ความสามารถจะมี ช่วยกันเผยแพร่ให้ความรู้ และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคเบาหวานกันนะคะ

ปล. วงกลมสีฟ้า (Blue Circle) คือ สัญลักษณ์์ของวันเบาหวานโลก

โปสเตอร์สำหรับวันเบาหวานโลก 2011

ในวันที่ 14 พฤศจิกายน วันเกิดของ Frederick Banting ผู้ค้นพบอินสุลิน ได้ถูกเลือกจาก สหพันธ์เบาหวานนานาชาติ (IDF) องค์การอนามัยโลก (WHO) และ สหประชาชาติ (UN) ให้เป็นวันสำคัญ คือ วันเบาหวานโลก เพื่อต้องการรณรงค์ให้ทุกคนตระหนักถึงอันตรายจากโรคเบาหวาน เพราะถ้าเป็นเบาหวานแล้ว แต่ไม่รักษา ควบคุม ดูแล เบาหวานจะกลายเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้คนจำนวนมากต้องเสียชีวิตจากโรคหัวใจ โรคไต หรือต้องกลายเป็นคนพิการ อัมพฤกษ์ อัมพาต และตาบอดได้

โดยทั้ง 3 องค์กรได้กำหนดให้ใช้สัญลักษณ์ของวันเบาหวานโลกเป็น วงกลมสีฟ้า ชื่อว่า“United for Diabetes” (ร่วมมือ ร่วมใจ ต้านภัยเบาหวาน) วงกลม คือ สัญลักษณ์แห่งชีวิตและสุขภาพ มีนัยถึงการร่วมมือกัน ส่วนสีฟ้า เป็นสีที่สื่อถึงท้องฟ้าที่ปกคลุมอยู่ทั่วทั้งโลก สัญลักษณ์วงกลมสีฟ้าในวันเบาหวานโลกนี้จึงหมายถึง การร่วมมือกันของคนทั้งโลกเพื่อต้านภัยจากโรคเบาหวาน

สำหรับปี 2009 ทางองค์กรวันเบาหวานโลกได้เริ่มมีการออกโปสเตอร์รณรงค์เกี่ยวกับวันเบาหวานโลก เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานแก่คนทั่วไป โปสเตอร์ใบแรกเป็นอาการเตือนของโรคเบาหวาน ได้แก่ การมีอาการปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน น้ำหนักลด ไม่มีแรง และ กระหายน้ำมาก

และโปสเตอร์เกี่ยวกับลักษณะของผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นเบาหวาน คือ ผู้ที่มีภาวะอ้วน ผู้ที่นั่งอยู่กับที่ไม่มีกิจกรรมเคลื่อนไหว ผู้ที่กินอาหารในปริมาณที่มากเกินไป และผู้ที่กำลังตั้งท้อง

โปสเตอร์แบบที่ 3 ในปี 2009 คือ ชักชวนให้มาออกกำลัง ทำกิจกรรมต่างๆ ให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวเพื่อลดความเสี่ยงของการเป็นเบาหวาน

และในปี 2010 ได้มีการออกโปสเตอร์รณรงค์ ชักชวนให้คนทั่วโลกหันมาควบคุมโรคเบาหวานในรูปแบบต่างๆ

และสำหรับปี 2011 ก็ได้มีการออกแบบโปสเตอร์ให้ความรู้เกี่ยวกับข้อเท็จจริงของโรคเบาหวาน ว่าโรคเบาหวานเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศ ทุกวัน ทุกฐานะ และทุกๆ 8 วินาที มีคนเสียชีวิตลงด้วยสาเหตุโรคเบาหวาน (โรคเบาหวานไม่ได้ทำให้เสียชีวิต แต่โรคเบาหวานเป็นสาเหตุให้เป็นโรคหัวใจ โรคไต ซึ่งทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิตได้) และชักชวนให้ทุกคนหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพของตนเอง

โกสเตอร์ขนาดใหญ่ สามารถดูตามลิงค์ข้างล่างนี้ได้ค่ะ

โปสเตอร์ wdd-2011-choose-health

โปสเตอร์ wdd-2011-discriminatio

โปสเตอร์ wdd-2011-ignored

โปสเตอร์ wdd-2011-kills

โปสเตอร์ wdd-2011-lifesaving-care

ที่มาของโปสเตอร์ทั้งหมดจาก http://www.worlddiabetesday.org และ http://www.idf.org

 

โรคเบาหวาน เป็นโรคที่ป้องกันได้ และถ้าหากเป็นโรคเบาหวานแล้ว แม้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่โรคเบาหวานสามารถดูแลรักษาให้ไม่เป็นอันตรายได้  แต่น่าเสียดายที่คนส่วนใหญ่ไม่ตระหนักถึงอันตรายของโรคเบาหวาน ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่ให้ความสนใจ หรือไม่ใส่ใจเรียนรู้การดูแลเบาหวานอย่างถูกวิธี จนกระทั่งเกิดความสูญเสียของร่างกายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการฃสูญเสียชีวิต หรือสูญเสียอวัยวะ ก็ทำให้เกิดการสูญเสียทรัพย์สินเงินทองจำนวนมาก และยังทำให้เกิดความทุกข์ทรมานมากอีกด้วย คนส่วนใหญ่กว่าจะรู้และเข้าใจก็มักจะอยู่ในช่วงเวลาของการสูญเสียที่ไม่สามารถเรียกร้องอะไรกลับคืนมาได้อีกแล้ว

 

การรณรงค์ และ การทำกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับโรคเบาหวานของหลายๆ ประเทศ รณรงค์กันทั้งปี รณรงค์กันแบบจริงจัง เป็นนโยบายระดับประเทศ ถึงแม้ว่าในประเทศไทยยังไม่เคยมีการรณรงค์อย่างต่อเนื่องจริงจังก็ตาม ลักข์ก็ยังอยากชักชวนให้ทุกคนที่เป็นเบาหวาน หรือคนที่ต้องดูแลคนที่เป็นเบาหวาน หันมาใส้ใจโรคเบาหวานกันจริงๆ อยากเห็นคนที่เป็นเบาหวานมีชีวิตอยู่กับเบาหวานอย่างมีความสุขตลอดชั่วอาขัย ไม่อยากเห็นใครต้องเป็นทุกข์และได้รับความทุกข์ทรมานจากโรคเบาหวานและโรคแทรก้อนเลย จริงๆ นะ เป็นโรคเบาหวานแล้วต้องดูแลทุกวัน มาดูแลเบาหวานกันเถอะนะ เพื่ออนาคตที่ดีสำหรับตัวเอง Cheers!

 

 

โปสเตอร์วันเบาหวานโลก 2010

วันเบาหวานโลก ตรงกับวัน วันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปี (ตรงกับวันเกิดของ Federick Banting ผู้ค้นพบอินสุิลิน)

สำหรับปี 2009-2013 เป็นปีของการรณรงค์เรื่อง “การให้ความรู้และการป้องกันโรคเบาหวาน” ในปี 2010 ทางสหพันธ์เบาหวานนานาชาติ (IDF) และ องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกแบบโปสเตอร์มาเพื่อให้เข้ากับคำขวัญ ที่ชักชวนใ้ห้ผู้คนมาควบคุมโรคเบาหวาน ด้วยการลงมือปฏิบัติทันที

มีโปสเตอร์ทั้งหมด 5 แบบ ตามกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการประชาสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน, ผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวาน, ผู้ปกครองของเด็กที่เป็นเบาหวาน, บุคคลากรทางการแพทย์ และ เพื่อผลักดันให้คนสนใจดูแลโรคเบาหวาน เพราะเป็นเรื่องง่าย และสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายได้มาก

ลองไปชมโปสเตอร์ทั้ง 5 แบบ ผ่านทางWDD 2010 posters. กันนะคะ เผื่อเราจะเกิดแรงบันดาลใจที่จะดูแลเบาหวานกัน ในทันที ^^