บทความเนื่องในวันเบาหวานโลก 2013 : แบ่งปันประสบการณ์

wdd2013เป็นบทความจากพี่ชายที่นับถือมากคนหนึ่ง พี่เอ๋ (Adisak Suwanpradhes) ที่ได้เขียนบทความแบ่งปันประสบการณ์โรคเบาหวานไว้ในวันที่ 14 พฤศจิกายน วันเบาหวานโลกด้วย เป็นบทความที่ดี ที่อยากแนะนำให้อ่านค่ะ 🙂

14 พ.ย. ของทุกปีคือ “วันเบาหวานโลก”… แล้วมันสำคัญอย่างไร..

คุณรู้หรือเปล่าว่าคนไทยอาจเป็นเบา หวานกว่า 4 ล้านคน ซึ่ง เกือบครึ่งหนึ่งไม่รู้ว่าเป็น แต่พอรู้ตัว ก็เป็นโรคแทรกซ้อนเรื้อรัง เช่น หัวใจหลอดเลือด เบาหวานขึ้นตา โรคไต ระบบประสาทอักเสบฯลฯ ..

แม้ว่าเบาหวานจะเกี่ยวกับพันธุกรรม แต่สิ่งที่เร่งให้โรคแสดงออกเร็วขึ้นคือ การบริโภคแบบฝรั่งเช่น กาแฟเย็นแก้วโอ่ง Coke Pepsi Sprite Fanta Fast food >>> โรคอ้วน >>> ภาวะดื้ออินสุลิน >>> เบาหวานในที่สุด..

ในฐานะที่ตัวเองเป็น แล้วก็อยู่กับมันมาได้หลายปีแล้ว สามารถให้คำแนะนำได้ว่า ไม่ต้องกลัวว่าเราจะกินอะไรไม่ได้ แต่เราแค่ต้องรู้จัก เลือกกิน และรู้จักแลกเปลี่ยน…

เช่น
– อยากกิน Coke Pepsi >>> Coke Zero, Light, Pepsi MAx ก็อร่อยเหมือนกัน มันอยู่ที่ใจ
– อยากกินกาแฟ >>> ใส่ น้ำตาลเทียมแทน เช่น Equal, Slimma(อันนี้อร่อยกว่า)
– อยากกินไอศครีม >>> ก็กินแค่หายอยาก อย่างมากก้อนเดียว และกินเวลาแบบว่าอยากจริง ๆ .. ความจริงกินไอศครีมครึ่งก้อนแรกจะอร่อยสุด ที่เหลือก็งั้น ๆ แล้ว
– รู้จักเลือกกินอาหารตามหลัก 2 : 1 : 1 คือผัก : แป้ง : เนื้อสัตว์ ที่สำคัญคือต้องกินอาหารตามมื้อ ห้ามอดอาหาร เพราะจะทำให้เรากินมื้อต่อไปแบบหายนะมาก
– จำไว้ว่าตอนเช้า เรากินแบบราชา กลางวันกินแบบเศรษฐี ตอนเย็นกินแบบยาจก … ข้าวเย็นต้องกิน แต่ไม่ควรเยอะ เพราะเดี๋ยวเราก็นอนแล้ว ..
– ออกกำลังกาย ไม่ยากเท่าที่คิดหรอก หาเวลาได้ เพียงแค่อย่าขี้เกียจ อย่างน้อย แกว่งแขนวันละ 300 – 600 ครั้ง ก็ช่วยได้แล้ว จงทำงานบ้านเองได้เหงื่อดีนักแล..

ทุกอย่างที่พูดมา ยืนยันว่าทำได้ เพราะทำแล้วและทำอยู่ … ผลพวงคือน้ำหนักลด จากที่ไม่เคยคิดว่าจะลดได้ จาก 76 >>> 68 (7 เดือน) แต่ตั้งเป้าว่าขออีก 3 กิโล .. สู้ ๆ ..

อยากให้แชร์เป็นความรู้กันต่อ ๆ ไปนะครับ … ให้กำลังใจว่าคุมน้ำตาล ไม่ยาก อยู่ที่ใจ..

คำถาม คำตอบ ความคิดเห็น จากบทความ
มีวินัย อย่าตามใจปาก
ไม่งั้นลำบากแน่ๆ
พ่อตาผมอยู่โรงพยาบาลมากกว่าอยู่บ้านอีกในช่วง 2-3 ปีท้ายๆ
ไตวาย ฟอกอาทิตย์ละ 3 ครั้ง
ติดเชื้อในปอดทุกเดือน
เป็นแผลทีไร เรื่องยาวทุกที
เริ่มจากเบาหวานที่ตามใจปากนี่แหละครับ
สุขภาพต้องดูแลให้ดีครับ

IDDMกะnon-IDDMให้ยาต่างกันไง

IDDM เป็นตั้งแต่เด็ก ต้องพึ่งอินสุลิน ฉีดจากข้างนอกเท่านั้น เพราะร่างกายไม่ยอมผลิดเอง
non-IDDM เป็นในผู้ใหญ่ >95% ของผู้ป่วยเบาหวาน เป็นแบบนี้ ร่างกายอาจจะเริ่มผลิดอินสุลินไม่พอ หรือดื้อต่ออินสุลิน(ความอ้วน) เริ่มรักษาโดยยากิน >>> กินหลายตัว >>> กิน + ฉีด >>> ฉีด อย่างเดียว

อินสุลินแบบฉ๊ด มีสี่อย่างครับ ออกฤทธิ์สั้น ออกฤทธิ์ยาวปานกลาง ออกฤทธิ์ยาว แล้วแบบสั้นกับยาวปานกลางผสมกัน

 

Advertisements

บทความเนื่องในวันเบาหวานโลก 2013 : วันเบาหวานโลกนั้นสำคัญไฉน :)

wdd2013เมื่อวานนี้เป็นวันที่ 14 พฤศจิกายน เป็นวันสำคัญวันหนึ่ง(สำหรับคนที่สนใจ) เพราะเป็นวันเบาหวานโลก

แล้ววันเบาหวานโลกแตกต่างจากทุกวันไหม สำหรับคนเป็นเบาหวาน??? ไม่แตกต่างหรอก เพราะถ้าเรายังมีลมหายใจลืมตาตื่นขึ้นมาตอนเช้าได้ เราก็ยังต้องทำกิจวัตรประจำวันเหมือนเดิม เพราะโรคเบาหวานที่เราเป็น เป็นแล้วเป็นเลย ไม่มีวันหยุด ทำงานกันตลอด 24 ชม. 7 วันต่อสัปดาห์ 52 สัปดาห์ต่อปี 🙂

 

การดูแลโรคเบาหวานไม่ใช่เรื่องยาก ไม่ใช่งานหนัก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่ใช่เรื่องไม่ลำบาก ที่เราต้องเอาเข็มจิ้มปลายนิ้่วเพื่อเจาะเลือดตรวจวัดระดับน้ำตาลก่อนมื้อ อาหาร ต้องคำนวณปริมาณอินสุลินก่อนที่จะแทงเข็มฉีดลงไปทุกวันวันละหลายเวลา ต้องกะปริมาณอาหารทุกชนิดที่จะกิน ต้องออกกำลังกาย ต้องทำโน่นทำนี่สารพัด ต้องทำอะไรมากมายเกี่ยวกับโรคเบาหวานทุกวัน แต่ทั้งหมดที่เราทำ ก็เพื่อตัวเราเอง ไม่ใช่เหรอ? แล้วเอาเข้าจริง เราใช้เวลากี่นาทีกัน สำหรับการดูแลโรคเบาหวานที่เราเป็นเพื่อให้โรคนี้อยู่กับเราได้ และเรามีสุขภาพที่ดีไปตลอด?

 

การดูแลโรคเบาหวาน (หรือโรคเรื้อรังทุกโรค) เป็นเรื่องน่าเบื่อ น่าเบื่อมากถึงมากที่สุด  แต่ถ้าเราไม่ดูแลเพราะคิดว่าไม่ใช่หน้าที่ หรือเพราะมันน่าเบื่อ แล้วหน้าที่นี้ควรจะเป็นของใคร? ทำไมถึงคิดว่าคนอื่นควรจะรับผิดชอบชีวิตของเรา?

 

การดูแลโรคเบาหวานของตัวเอง ไม่ใช่แค่ไม่เบื่อนะ ณ ช่วง 15 ปีแรก พี่ลักข์ไม่ยอมรับโรคนี้เลยต่างหาก ผลลัพธ์เหรอ เกิดสูญเสียอวัยวะ และ เฉียดตาย แต่ สภาพ ณ ปัจจุบันยังดูดี….มากด้วย (ฮาา) และยังไม่ตาย (โห่ ฮิ้ววว)…… การเรียนรู้จากประสบการณ์ การหาความรู้ทางการแพทย์ ทำให้วันนี้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่และดีที่สุด เพราะโอกาสที่จะหมดลมหายใจ เกิดขึ้นได้ทุกวินาที แค่ดูแลตัวเองให้มีชีวิตอยู่ ก็ไม่ง่ายแล้ว …. แต่เราก็ยังมีชีวิตอยู่ไม่ใช่เพื่อแค่มีชีวิตรอดเท่านั้น เรายังต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้ ไม่เป็นภาระของคนอื่น และถ้าจะให้ดีก็เป็นที่พึ่งพาให้กับคนรอบข้างด้วย และถ้าจะให้ดีมากก็สามารถทำอะไรให้กับสังคมได้ด้วย 🙂

 

ว่าแต่ เอาตัวรอดกันแล้วหรือยัง? ดูแลตัวเองกันได้ดีแล้วหรือยัง? ยังเป็น”ห่วง”ให้พ่่อแม่เป็นกังวลอยู่หรือเปล่า?

 

วันเบาหวานโลก ไม่ได้ทำให้โรคเบาหวานของเราเปลี่ยนแปลงอะไรหรอก

วันเบาหวานโลก ต่อให้ไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครรู้จัก ก็ไม่ใช่เรื่องที่เราจะต้องใส่ใจ

แต่ การที่มีคนจำนวนมากให้ความสนใจ ใส่ใจ เพราะมีคนจำนวนไม่น้อยได้รับความทุกข์ทรมานจากโรคนี้ และมีคนจำนวนหนึ่งทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่เพื่อคนที่เป็นโรคเบาหวาน (พ่อแม่ และ บุคคลากรทางการแพทย์ กลุ่มคนนี้เพื่อประโยชน์เราล้วนๆ ส่วนพวกขายของทั้งสมุรไพร อาหารเสริม ก็เพื่อประโยชน์เขาล้วนๆ ต้องแยกแยะให้ออกนะ) คนจำนวนมาก อยากให้คนเป็นเบาหวานอย่างเรามีชีวิต มีอนาคตที่ดีถ้าทุกๆ คนตระหนักถึงอันตรายที่มาจากโรคเบาหวาน

 

พี่ลักข์รู้ว่า … การดูแลตัวเองให้ a1c ต่ำกว่า 6.5 ต่อเนื่องกัน 6 ครั้งที่ไปหาหมอ เป็นเรื่องยาก แต่ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้นะ อย่าเพิ่งคิดว่าจะทำไม่ได้ด้วย ลงมือทำอย่างจริงจัง เท่าที่ความรู้ที่มี เรียนรู้จากความผิดพลาดให้ได้ แล้วตั้งต้นทำใหม่  … ทำเพื่อตัวเอง ทำเพื่ออนาคตของตัวเอง คนที่เป็นโรคเบาหวานมานานแบบไม่มีโรคแทรกซ้อน เขาหาความรู้ เขาลงมือทำ เขาลงมือดูแลตัวเองเป็นระยะเวลายาวนานทุกคนนะ

 

 

ทุกคนมีทางเลือกที่จะดูแลตัวเองในวันนี้หรือไม่ดูก็ได้ ผลของการเลือกในอนาคตไม่เหมือนกันแน่นอน … จะดูแลตัวเองวันนี้เพื่ออนาคตที่ไม่มีโรคแทรกซ้อน หรือจะไม่ดูแลตัวเองวันนี้เพื่อเรียนรู้และเผชิญกับโรคแทรกซ้อนด้วย ประสบการณ์ตรง …. สิทธิ์นั้นเป็นของเราเสมอ 🙂

 

ในฐานะรุ่นพี่ ที่ผ่านมาทั้งร้ายและดีจากโรคเบาหวาน พี่ไม่บังคับใครให้เชื่อ (และพี่เองก็ไม่มีสิทธิ์บังคับชีวิตใครด้วย) ในสิ่งที่พี่ผ่านมา แต่พี่มีคำแนะนำว่า การหาข้อมูล ศึกษาประวัติศาสตร์ของโรคเบาหวาน การเรียนรู้จากบุคคลากรทางการแพทย์ที่เชื่อถือได้ การเรียนรู้จากเพื่อนร่วมโรค จะช่วยได้มาก เรื่องบางเรื่องก็ไม่จำเป็นต้องเอาอวัยวะเรา ชีวิตเราไปแลกนะ  ตั้งหลักให้ดี ตั้งสติให้มาก ตั้งใจทำให้ได้ หากพลาดก็เรียนรู้จากความผิดพลาดเพื่อเป็นประสบการณ์แล้วพยายามใหม่ พี่เป็นกำลังใจให้เสมอ 🙂

 

(บันทึกคำมั่นสัญญากับน้องคนหนึ่ง)
พูดจริงนะ A1C ต่ำ 6.5% ติดกัน 6 ครั้ง พี่ทำขนมให้กินฟรี …. ขนมพี่ทำไม่มีใครทำขายนะ ทั้งหวานน้อย อ่อนเค็ม รสชาติกลมกล่อม กลิ่นหอม รสอร่อย วัตถุดิบที่พี่เลือกใช้คุณภาพอย่างดีที่สุดเท่านั้นด้วย … (หาซื้อมี พี่ไม่ต้องลงมือทำเองแล้ว!)

 

ขนมที่พี่ทำทุกชิ้น พี่ทำให้คนที่รักพี่ที่สุด และพี่ก็รักเขาที่สุดเช่นกันกิน เพราะฉะนั้นขนมของพี่ พี่ใส่ความรักไปหมดหัวใจ พี่ใส่ความปรารถนาดีไปทั้งหมดที่มี พี่ใช้ความรู้ทางโภชนาการจากประสบการณ์โรคเบาหวานและโรคไตมาคำนวณคุณค่าทาง โภชนาการว่ามีประโยชน์ ไม่ใช่แค่อร่อยเท่านั้นนะ (จะเชื่อก็ได้ไม่เชื่อก็ได้ พี่นิยมชมตัวเอง แต่ที่แน่ๆ ไม่รัก ไม่มีทางทำให้นะ เพราะพี่ไม่ใช่คนชอบเข้าครัว!)

 

คำมั่นสัญญาของพี่มีค่านะ เพราะพี่รักษาสัญญาเสมอ พี่บอกว่าพี่จะเป็นกำลังใจให้ … น้องดูแลตัวเองให้ปลอดภัยให้ได้นะ แล้วพี่จะทำขนมให้กินเพื่อเป็นรางวัลและกำลังใจ เพราะพี่รู้ว่าการดูแลเบาหวานให้อยู่ในเกณฑ์อย่างต่อเนื่องให้ได้นั้นไม่ ง่ายต้องใช้ความรู้ ความสามารถและความอดทนทั้งหมดที่มี และความพยายามที่ละไม่ได้จ้ะ 🙂

ปล.เป็นบทความที่บันทึกไว้วันที่ 15 พฤศจิกายน 2556

บทความเนื่องในวันเบาหวานโลก 2013 : เรื่องเบาหวานนะเธอ :)

wdd2013สวัสดี 14 พฤศจิกายน วันเบาหวานโลก

3 องค์กรใหญ่ un who idf ระดับโลกประกาศให้วันนี้เป็นวันสำคัญ เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงภัยอันตรายของโรคเบาหวาน

โรคเบาหวานในปัจจุบันเป็นโรคที่รักษาให้ควบคุมได้แล้วนะเธอ ถ้าเป็นเมื่อก่อน (100 ปีที่แล้ว) เป็นแล้วตายสถานเดียว

โรคเบาหวานเป็นโรคที่ตัวเองต้องใส่ใจดูแลด้วยตัวเอง กินอาหารได้ทุกอย่าง ระวังแค่ปริมาณเท่านั้นเองนะพวกเธอ (เชื่อชั้นนะ ชั้นเป็นมา 25 ปีแล้ว) กินยา/ฉีดอินสุลินตามคำแนะนำของแพทย์ ไม่ต้องไปลองยาผีบอก สมุนไพรบ้าบอ หมอแมะบอกนะเธอ (เชื่อชั้นนะ ชั้นโดนผีหลอก หมอแมะแ-ง หลอกมาเยอะแล้วนะเออ) ออกกำลังกายด้วยการเคลื่อนไหวเสมอๆ (เชื่อชั้นมั้ยว่าลงมือกวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างห้องน้ำ ซักผ้าด้วยมือ เหงื่อก็ออกแล้วนะเธอ)

เป็นโรคเบาหวานแล้วไม่ใส่ใจหาความรู้ ไม่ดูแลตัวเอง โรคแทรกซ้อนตามมาจริง บุคคลากรทางการแพทย์ไม่หลอกนะเธอ (เชื่อชั้นสิ ชั้นเลเซอร์ตา เพราะเบาหวานขึ้นตามาแล้ว และยังคอยดูแลแม่ที่ต้องล้างไต เพราะไตวายจากเบาหวานอยู่ทุกคืนอยู่เลย)

เป็นเบาหวานแล้วจะเศร้าโศก เสียใจ ทุกข์ระทม โกรธเคืองอะไร ก็ขอให้ตั้งสติได้ไวนะเธอ ดูแลตัวเองให้ได้นะเธอ เพราะมีคนรักและห่วงใยเธอมากมายบนโลกใบนี้รู้ไหม? ชั้นคือ 1 ในนั้นที่ไม่อยากเห็นใครต้องทุกข์ทรมานเพราะโรคนี้เลย // โหมดรู้สำนึกจากประสบการณ์ตรง (ฮาาา)

รักษากายและใจให้ดี โรคภัยที่มีเราจัดการมันได้ เชื่อสิ สวัสดี

ปล.เป็นบทความที่บันทึกไว้ตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2556