แก้กรรม รักษาเบาหวาน (1)

ไม่มีใครถามอะไรมา แต่อยากบอกเล่าเรื่องเบาหวานต่อ (เพราะมีคนขอมาว่าอยากอ่านตอนต่อไป ไม่รู้ว่าจะเขียนต่อตอนไปว่าอะไร เขียนตอนใหม่ให้อ่านกันเลยดีกว่า ฮ่าาา)

 

ต่อจากทำความรู้จักกันเบาๆ เรื่องเบาหวานแล้ว ทำให้พอรู้กันคร่าวๆ แล้วนะคะว่า การแก้กรรมคือวิธีที่จะรักษาเบาหวานให้ดีขึ้นได้หรืออาจจะทำให้หลายคนเลิกพึ่งพายารักษาเบาหวานได้เลย

 

เพราะฉะนั้นมาทำความรู้จักกับเบาหวานให้มากขึ้นกันอีกสักนิด เพราะถ้าหากว่ารู้จักเบาหวานไม่จริง ก็มีโอกาสที่จะถูกหลอกได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องยาวิเศษ ระดับนอกโลกยังยอมรับ เพราะเป็นยาครอบจักรวาล เป็นเบาหวานก็สามารถรักษาหาย (ไปอยู่นอกโลกใบนี้ได้ แฮ่)

 

เบาหวานเป็นโรคเก่าที่ไม่เคยแก่ ที่ว่าเก่าเพราะตำราแพทย์เล่มแรกของมนุษย์ที่เขียนไว้บนกระดาษปาปิรุส ก็มีบันทึกเกี่ยวกับอาการของโรคเบาวหวานไว้แล้ว กระดาษปาปิรุสที่ว่านี้อายุประมาณ 1500 ปีก่อนคริสตกาล คิดคร่าวๆ เบาหวานก็มีอายุอานามประมาณ 3500 ปีเห็นจะได้

 

ที่ว่าโรคเบาหวานนั้นเป็นโรคเก่าแต่ไม่แก่ ก็เพราะกว่าที่แพทย์และนักวิทยาศาสตร์จะค้นพบว่า โรคนี้ไม่ใช่โรคประหลาด ไม่ได้เกิดจากมนุษย์ต่างดาว ไม่ใช่เกิดจากเชื้อโรค เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรียต่างๆ (เชื้อไวรัสอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง แต่ยังไม่นับว่าแน่ชัดฟันธงได้ฉับฉับ)  แต่เกิดจากความเสื่อมของร่างกาย ที่เกิดขึ้นกับอวัยวะชิ้นเล็กๆ ที่อยู่ในตัวของเราเรียกว่า ตับอ่อน เมื่อไม่เกิน 100 ปีที่ผ่านมาแล้วนี่เอง

 

อวัยวะที่เรียกว่าตับอ่อนนี้ ถ้าจะให้เปรียบก็เหมือนกับเป็นโรงงานใหญ่ ที่มีพนักงานจำนวนมากอาศัยอยู่รวมกัน พนักงานที่อยู่รวมกันนี้เรียกว่า  cell (เซลล์) โดย cell แต่ละ cell ก็มีหน้าที่แตกต่างกันไป หนึ่งใน cell สำคัญที่เกี่ยวข้องกับเบาหวานก็็คือ  เบต้าเซลล์ (Beta Cell)

 

เพราะสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่เรียกว่าเบต้าเซลล์นี้มีความสำคัญต่อชีวิตของเรามาก เพราะมีหน้าที่ผลิตฮอร์โมนอินสุลิน ฮอร์โมนอินสุลินนี้มีความสำคัญสำหรับการมีชีวิตอยู่ของเรา เพราะมีหน้าที่นำพาน้ำตาลเข้าสู่ cell เพื่อใช้เป็นพลังงาน น้ำตาลนี้เกิดจากการแปลงร่างในขบวนการย่อยอาหาร ทำให้อาหารที่เรากินกลายเป็นน้ำตาลล่องอยู่ในกระแสเลือด รอคอยฮอร์โมนอินสุลินพาเข้าสู่เซลล์

 

หากไม่มีฮอร์โมนอินสุลินพาเข้าสู่เซลล์ ร่างกายก็จะเกิดปฏิกริยาคือ หิวบ่อย ทำให้กินจุ

 

หากไม่มีฮอร์โมนอินสุลินพาเข้าสู่เซลล์ ร่างกายก็จะเกิดปฏิกริยาคือ ผ่ายผอมลง

 

เพราะร่างกายไม่ได้รับพลังงานจากน้ำตาลที่ไม่มีฮอร์โมนอินสุลินพาเข้าไปให้ น้ำตาลเองก็จะล่องลอยอยู่ในกระแสเลือดมากขึ้นมากขึ้น เป็นภาวะที่ผิดปกติของกระบวนการทางธรรมชาติในร่างกาย

 

ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดที่สูงขึ้น ส่งผลให้เราเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูง

 

ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดที่สูงขึ้น ร่างกายจะพยายามขับออกมาทางปัสสาวะ ทำให้คนเป็นเบาหวานเกิดอาการหิวน้ำบ่อย และปัสสาวะบ่อย และปัสสาวะมีรสชาติหวาน

 

อาการเบาหวานที่สำคัญที่เห็นได้ชัด คือ กินจุ แต่น้ำหนักลด หิวน้ำบ่อย ปัสสาวะเยอะโดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนกลางคืนต้องลุกแทบทุกชั่วโมง  แต่กว่าอาการเเบาหวานจะปรากฏให้เห็นชัด ระดับน้ำตาลก็คงจะสูงเกินเกณฑ์ปกติมาเป็นระยะเวลานานแล้ว อ้อ! ยกเว้นเบาหวานชนิดที่ 1 ปุ๊บปั๊บทันทีเสมอ รางวัลที่ 1 มักไม่ธรรมดา ฮ่าาาา

 

แม้กระทั่งในกระดาษปาปิรุส ก็ได้บอกเล่าถึงอาการเบาหวานไว้ว่า ผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีปัสสาวะเยอะ ผ่ายผอมลงเรื่อยๆ ไม่ว่าจะรักษาด้วยยาขนานไหน พืช สมุนไพร กระดูกสัตว์ อวัยวะส่วนต่างๆ ก็ไม่สามารถรักษาอาการนี้ได้ ผู้ที่มีอาการดังกล่าวต้องลงเลยด้วยการเสียชีวิตสถานเดียว

 

ถ้าใครเกิดเมื่อ 3500 ปีที่แล้ว หรือ อย่างเร็วสักเเมื่อก่อน 100 ปีที่ผ่านมาแล้วเป็นเบาหวาน ชีวิตไม่มีทางให้เลือกเลย ต้องเสียชีวิตเท่านั้น

 

คงจะเป็นเรื่องน่าเสียดายหากคนที่เกิดมาในยุคปัจจุบันที่วิทยาการ เทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์เจริญก้าวหน้า ถึงขั้นค้นพบสาเหตุของโรคเบาหวาน ยาที่ใช้รักษาเบาหวาน เครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบเบาหวานได้ รู้วิธีป้องกันอันตรายจากเบาหวาน แต่กลับไม่รู้ว่าการแก้(ไขพฤติ)กรรมเท่านั้น ที่จะรักษาเบาหวานได้จริง ทำให้ึคนที่เป็นเบาหวานไม่เป็นอันตรายได้จริง

 

วันนี้ยังไปไม่ถึงวิธีแก้กรรม แต่อยากบอกเคล็ดลับสำคัญของการแก้กรรมเอาไว้ว่า การดูแลเบาหวาน และดูแลร่างกาย ไม่ว่าจะดูแลโรคอะไร ต้อง DIY (Do it by yourself) เท่านั้น เพราะไม่มีใครทำแทนได้ เรียกว่าเป็นกฏของกรรม กรรมของใคร ใครทำ คนนั้นย่อมได้รับผลของกรรมนั้นเอง

Advertisements

รู้จักโรคเบาหวาน แบบเบาๆ หวานๆ

โรคเบาหวาน มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Diabetes Mellitus มีลักษณะเด่นเป็นเอกลักษณ์คือ คนที่เป็นโรคนี้ปัสสาวะจะมีรสชาติหวาน (รู้ได้จากการที่ตั้งปัสสาวะทิ้งไว้แล้วจะมีมดมาตอม)

(ขอบคุณ khunaspix นะคะ สำหรับภาพประกอบบทความ)

Diabetes เป็นคำภาษากรีก แปลว่าน้ำพุ หรือทางน้ำผ่านที่หมอกรีกโบราณใช้เรียกอาการของผู้ป่วยที่มีปัสสาวะออกมามาก ส่วน Mellitus เป็นคำภาษาละติน มีความหมายว่า Honey แปลว่าน้ำผึ้ง  Diabetes Mellitus จึงแปลว่า โรคที่มีอาการผิดปกติโดยมีปัสสาวะออกมาในปริมาณมากและมีรสชาติหวานซึ่งตรงกับความหมายของภาษาไทยเราเลย (เชื่อว่าหมอสมัยโบราณเขาคงชิมรสชาติปัสสาวะจริงๆ ไม่งั้นคงตั้งชื่อโรคไม่ได้แบบนี้แน่ๆ)

โรคเบาหวานเป็นโรคไม่ติดเชื้อ ไม่ใช่โรคติดต่อ จับมือกัน กินข้าวด้วยกันได้ โรคไม่สามารถแพร่กระจายทางการสัมผัส เรียกว่าเป็นโรคประจำตัวของใครของมัน เป็นโรคเรื้อรังรักษาดูแลได้แต่ไม่หายขาด ซึ่งการดูแลตัวเองอย่างถูกต้องจะส่งผลให้คนที่เป็นโรคเบาหวานสามารถมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ แต่ถ้าไม่ดูแลให้ดีโรคแทรกซ้อนจะตามมามากมายจนถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิตนำความทุกข์ทรมานมาให้ทั้งทางกาย ทางจิตใจ และทางเศรษฐกิจอย่างมากมายมหาศาลเลย

แล้วโรคเบาหวานเกิดจากอะไร? ถามมาตอบไปได้ความว่าเกิดจากอวัยวะที่มีชื่อเรียกว่าตับอ่อนไม่สามารถทำหน้าที่ได้ดีดังเดิม ตับอ่อนนี้มีหน้าที่สำคัญคือผลิตฮอร์โมนอินสุลินออกมาเพื่อรักษาระดับน้ำตาลในร่างกายของเราให้สมดุล ฮอร์โมนอินสุลินจะทำหน้าที่พาน้ำตาลกลูโคสเข้าสู่เซลล์ (น้ำตาลกลูโคสได้จากอาหารที่กินเข้าไป แล้วเกิดกระบวนการย่อยสลายภายในร่างกายจนกลายเป็นน้ำตาลกลูโคส) เพื่อใช้เป็นพลังงาน

ในขณะที่เรายังกินอาหาร แล้วเกิดกระบวนการย่อยอาหารเป็นน้ำตาลกลูโคสเหมือนเดิม แต่ตับอ่อนไม่สามารถทำงานได้ดีเหมือนเดิมซึ่งส่งผลให้ร่างกายไม่มี(หรือมีน้อย)ฮอร์โมนอินสุลินพาน้ำตาลกลูโคสเข้าสู่เซลล์ น้ำตาลกลูโคสจึงล่องลอยอยู่ในกระแสเลือดจนเกิดภาวะระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูง (ระดับน้ำตาลในเลือดสูง) ซึ่งนับว่าเป็นอาการผิดปกติของร่างกาย เมื่อร่างกายทนไม่ไหวจึงต้องขับน้ำตาลออกมาทางปัสสาวะ (ไตต้องทำงานหนัก ต้องขับน้ำตาลออกมา ทำให้ส่งผลเสียต่อไต เพราะฉะนั้นสาเหตุของไตเสื่อมจึงเกิดจากน้ำตาลในเลือดสูง ไม่ใช่เพราะปัสสาวะเยอะ) ซึ่งทำให้รสชาติของปัสสาวะที่ควรจะจืด (คนปกติ มดจะไม่ตอมปัสสาวะเพราะไม่มีน้ำตาล) กลับมีรสชาติหวาน นี่คือที่มาของ “โรคเบาหวาน”

สรุปได้ว่าโรคเบาหวาน  คือ โรคของการมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินกว่าค่าปกติ ซึ่งเกิดจากภาวะผิดปกติของร่างกาย ที่ตับอ่อนผลิตฮอร์โมนอินสุลินได้ไม่มากพอที่จะใช้งาน หรือผลิตได้มากพอ แต่ไม่สามารถนำไปใช้ได้

ลักษณะอาการสำคัญของโรคเบาหวาน (การมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง) มีดังนี้ คือ

อ่านเพิ่มเติม

(3) รู้เขา รู้เรา รู้โรคเบาหวาน โดย นพ.ธวัชชัย ภาสุรกุล

IMG_6158

ทำไมเบาหวานมีน้ำตาลในเลือดสูง

ความผิดปกติที่สำคัญในเบาหวานคือการมี “น้ำตาลในเลือดสูงเกินปกติ” (hyperglyce-mia) และนำไปสู่ภาวะ “น้ตาลเป็นพิษ” ที่ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆตามหลังมาอีกหลายอย่าง  ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเกินปกติเกิดจากการที่ร่างกายขาดฮอร์โมนอินสุลิน หรือมีภาวะดื้อต่ออินสุลิน (insulin resistance คือมีอินสุลิน อาจสูงกว่าปกติด้วยซ้ำไป แต่ไม่สามารถออกฤทธิ์ได้เต็มที่ ทำให้ต้องการปริมาณอินสุลินมากขึ้น) หรือมีทั้งสองภาวะร่วมกัน

อินสุลินเป็น ฮอร์โมนชนิดหนึ่งสร้างที่ตับอ่อนของร่างกาย  ตับอ่อนเป็นอวัยวะที่อยู่หลังช่องท้อง มีลักษณะคล้ายโคนที่กว้างที่ส่วนหัวและเรียวเล็กไปยังส่วนหาง โดยวางขวางช่วงลำตัวด้านหลังระดับกระดูกสันหลังส่วนเอว (lumbar vertebrae) ข้อที่ 1 และ 2   ส่วนหัวจะอยู่บริเวณลำใส้เล็กส่วนต้นและพาดทางด้านหลังของกระเพาะอาหารไปทาง ซ้ายจนถึงม้าม  ภายในตับอ่อนมีเซลล์อยู่กลุ่มหนึ่งกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป และมีหน้าที่ในการสร้างฮอร์โมน  เซลล์กลุ่มนี้เรียกว่า อิสเลทของแลงเกอร์แฮนส์ (islets of Langerhans) เซลล์ที่สร้างฮอร์โมนอินสุลินเป็นเซลล์ชนิดหนึ่งในกลุ่มของอิสเลทของแลงเกอร์แฮนส์ที่เรียกว่า เบต้าเซลล์ หรือบีเซลล์ นั่นเอง

อินสุลินเป็นฮอร์โมนที่สำคัญในการเผาผลาญอาหารของร่างกาย เป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ในการสังเคราะห์โปรทีนและไขมัน และเก็บสะสมพลังงานสำรองของร่างกายในรูปของกลัยโคเจน

อ่านเพิ่มเติม