Logged by Luck (2)

ตอนที่ได้รับโจทย์ให้ออกแบบสมุดบันทึกที่น่าจด โดยไม่มีเงื่อนไขหรือข้อจำกัดว่าจะต้องเป็นตารางนั้น ทำให้ลักข์ตั้งคำถามกับคุณหมอทันทีว่า บุคลากรทางการแพทย์จะดูรู้เรื่องหรือคะ?

เพราะสำหรับคุณหมอนั้น ลักข์รู้อยู่ว่าคุณหมอมีมากกว่าความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพราะคุณหมอมีศิลปะอยู่ในหัวใจด้วย เนื่องจากคุณหมอยอมรับการจดแบบไม่ใช่ตารางของลักข์ โดยดูสมุดจดบันทึกของลักข์ทุกครั้งที่ถึงวันนัดตรวจ แต่บุคลากรท่านอื่นๆ จะยอมรับและดููรู้เรื่องด้วยหรือเปล่านี่สิ ลักข์ยังข้องใจ

คุณหมอบอกว่า ปัญหาของบุคลากรทางการแพทย์ไม่ใช่รูปแบบการบันทึกของคนไข้หรอก แต่ปัญหาที่สำคัญคือ คนไข้ไม่ยอมจดบันทึกต่างหาก ทำให้คุณหมอไม่มีข้อมูลที่สมบูรณ์มากพอที่จะรักษาคนไข้ให้ได้ผลดีที่สุด การรักษาที่ทำอยู่ก็ทำได้จากการดูผลเลือดในแต่ละครั้งที่มาหาหมอ แต่การรักษาโรคเบาหวานให้ได้ผลดีที่สุด ผู้ที่เป็นเบาหวานจำเป็นที่จะต้องให้ข้อมูลรายละเอียดที่แท้จริงกับหมอ เกี่ยวกับระดับน้ำตาลในแต่ละวัน แต่ละเวลา ข้อมูลเรื่องกิจกรรมในแต่ละวัน อาหารในแต่ละมื้อ เพราะคนไข้เบาหวานเป็นคนเดียวที่จะอยู่กับโรคเบาหวานตลอด 24 ชม. 7 วันต่อสัปดาห์ การให้ข้อมูลกับหมอจึงเป็นเรื่องสำคัญมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งตนไข้เบาหวานชนิดที่ 1 แต่ส่วนใหญ่แล้วมันจะทำกันในลักษณะทำการบ้านมาส่งตามคำสั่งเมื่อใกล้ถึงวันนัดพบ หรือนั่งเทียนเขียนตัวเลขเพื่อให้มีการบ้านมาส่งหมอก็มี

ฟังความคิดของคุณหมอแล้ว ลักข์ว่าสิ่งที่ยากกว่าและสำคัญกว่าการออกแบบสมุดจดบันทึกน้ำตาล คือ การชักชวนให้น้องๆ ในโครงการฯ เกิดความรู้สึกที่ดีและการยอมรับโรคเบาหวาน เพื่อที่น้องๆ จะได้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเข้าร่วมในโครงการฯ นี้ … หลังจากออกแบบสมุดจดบันทึกเสร็จ จะต้องขอโอกาสเป็นวิทยากรในโครงการฯ นี้ตอนไปค่ายให้ได้ ลักข์ตั้งเป้าหมายนี้ไว้ในใจ

หลังจากที่หาข้อมูล เลือกรูปแบบการจดบันทึกที่ถูกใจได้แล้ว ลักข์ก็นำไปเสนอให้คุณหมอเลือก2 รูปแบบคือ ตาราง และ รูปภาพแบบที่ลักข์ใช้จดบันทึกเองมาตั้งแต่ปี 2547

คุณหมอตั้งคำถามกลับว่า ถ้าเป็นลักข์จะเลือกแบบไหน? … อ้าววว แบบนี้ก็สวยสิ! ลักข์ตอบอย่างมั่นใจว่า เลือกรูปภาพค่ะ เพราะสมุดบันทึกที่เป็นตารางมีพื้นที่ไม่พอให้ลักข์จดทุกรายละเอียด อีกทั้งรูปแบบก็น่าเบื่อ เพราะเคยจดแบบตาราง ลักข์จดได้ 3 เดือนก็เลิกใช้สมุดบันทึกที่เป็นตาราง หันมาใช้สมุดบันทึกที่วาดขึ้นมาเองแล้ว ซึ่งจดอยู่ได้เป็นปีๆ เลยค่ะ

คุณหมอบอกว่า ถ้าอย่างนั้นนก็ใช้รูปภาพตามแบบที่ลักข์รู้สึกสนุกที่จะจดดีกว่า เพราะสมุดที่ออกแบบโดยคนไข้เบาหวาน ผมเชื่อว่าต้องน่าสนใจ และทำให้คนไข้เบาหวานรู้สึกสนุกที่จะจดมากกว่าแบบเดิมๆ ที่มีอยู่แน่ๆ เพราะทั้งหมดมีแต่ตาราง

สมุดจึงถูกออกแบบและพัฒนาขึ้นมา จนกระทั่งได้ส่งให้กับทางคณะกรรมการในโครงการฯ พิจารณา ซึ่งลักข์ได้รับคำเสนอแนะให้พิจารณาเรื่องรูปแบบตาราง ไปจนถึงการเพิ่มจำนวนมื้ออาหารในการออกแบบ ซึ่งทำให้เกิดข้อจำกัดในการเปลี่ยนแปลงแก้ไข การออกแบบในครั้งนี้หากมีความไม่เหมาะสมประการใดลักข์จึงขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว โดยไม่เปลี่ยนแปลงแก้ไขตามคำแนะนำใดๆ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มเติมหรือลดทอนเลย

นับว่าเป็นความโชคดี เพราะหลังจากที่ได้ไปบรรยายในค่ายเบาหวานครั้งแรกในวันที่  2-3 เมษายน 2555 แล้ว ลักข์มีโอกาสได้พบกับน้องค่ายแรกในค่ายที่ 2 ที่จัดขึ้นในวันที่ 26-27 พฤษภาคม 2555 ด้วย ทำให้รู้ว่าน้องๆ รู้สึกสนุกไปกับการจดบันทึก ทำให้สามารถเรียนรู้และดูแลตัวเองได้ดีขึ้นด้วย … สิ่งที่ทุ่มเททำลงไปด้วยทั้งหมดของหัวใจ สามารถที่จะทำให้เพื่อนร่วมโรคหลายคนสามารถที่จะอยู่กับโรคเบาหวานด้วยความเข้าใจอย่างมีความสุข แค่นี้ก็ทำให้ลักข์มีความสุขได้แล้วล่ะ

Advertisements

สัญญารักจากใจ คนค่ายเบาหวาน

เมื่อเดือนมกราคม ลักข์สมัครไปค่ายเบาหวานสำหรับผู้ใหญ่  หลายคนนึกว่าลักข์เป็นผู้ติดตามของผู้มาเข้าค่ายที่สูงอายุ หลายคนนึกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรพ.  หลายคนนึกต่างกันไปต่างๆ นานา เนื่องจากอายุลักข์น้อยที่สุดในค่ายนี้เลย เย้ เย   …  (ฮ่าๆๆ เรียกว่าเป็นข้อดีของการไปค่ายเบาหวานกับผู้ใหญ่เลยก็ว่าไ้ด้ เอิ้กๆๆ)

ค่ายเบาหวานของผู้ใหญ่นี้ แตกต่างไปจากค่ายเบาหวานเด็กเยอะมากทีเดียว เพราะค่ายเบาหวานในเด็ก จะเน้นการเรียนรู้และให้ทำได้ แต่สำหรับค่ายเบาหวานผู้ใหญ่นั้น เน้นความสุขและการเปิดใจที่จะเรียนรู้  การเรียนการสอนจึงมีเพียงพอหอมปากหอมคอ ให้เรียน ให้รู้กันอย่างร่าเริงสนุกสนานเฮฮา ไม่จำเป็นต้องทำให้ได้ในทันที

คุณหมอบอกเหตุผลว่า เด็กเป็นวัยของการเรียนรู้ และต้องมีชีวิตอยู่กับเบาหวานไปอีกนานมาก  ถ้าได้รับการสอนอย่างถูกต้อง และสามารถทำได้ เด็กก็จะมีรูปแบบการใช้ชีวิต ที่จะอยู่กับเบาหวานได้้เป็นอย่างดีและมีความสุข แต่สำหรับวัยผู้ใหญ่ คุณหมอจะเน้นให้ชาวค่ายมีความสุข ได้พบปะเพื่อนวัยเดียวกัน ได้แลกเปลี่ยนพูดคุยกัน ได้ยิ้ม ได้หัวเราะ ได้ออกกำลังกายซึ่งอยู่ในรูปของการลุกขึ้นยืน เดินไปเดินมา ร้องรำทำเพลง ให้มีความสุขสำราญรื่นเริงบันเทิงใจตลอดเวลา

การเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องโรคเบาหวานเป็นเรื่องสำคัญ แต่จะต้องรักษาสมดุลของความสุขให้ได้ด้วย ลักข์ได้เห็นทุกคนมีความสุขกับการมาค่ายเบาหวานครั้งนี้จริงๆ

ค่ายเบาหวานครั้งนี้ ลักข์ได้พบกับคู่สามีภรรยา โดยภรรยาเป็นฝ่ายบอกเล่าว่า พาสามีมาเข้าค่ายทุกปี เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณที่ทีมดูแลเบาหวาน และ ชมรมเบาหวานไม่เคยทอดทิ้งครอบครัวของเขาเลย ถึงแม้ว่ากว่าสามีจะได้เรียนรู้ว่าโรคแทรกซ้อนจากเบาหวานมีจริง ก็ได้รับความทุกข์ทรมานจากโรคแทรกซ้อนนี้เสียแล้ว แต่เขากับภรรยาคู่ชีวิตก็พร้อมที่่จะมาค่ายเบาหวาน มาเพื่อแบ่งปันเรื่องราวของเขากับชาวค่าย ว่าการดูแลระดับน้ำตาลนั้นเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ

ก่อนที่ค่ายเบาหวานจะสิ้นสุดลง ทีมงานผู้ดูแลให้สมาชิกชาวค่ายทุกคนร่วมทำกิจกรรมที่เรียกว่า การทำ “สัญญาใจ”

คือการเขียนคำมั่นสัญญาว่าจะทำอะไรกันบ้างที่ผูกพันเกี่ยวกับ โรคเบาหวาน

สัญญาใจที่สมาชิกชาวค่ายได้เขียนไว้ในแต่ละปี จะถูกรวบรวมจัดเก็บไว้เป็นอย่างดีทุกปี เพราะเป็นสัญญารักจากหัวใจ ของชาวค่ายเบาหวานทุกคน

สุขสันต์วันแห่งความรัก

ขอให้ทุกคนมีความสุขกับความรักทุกวันนะคะ


ค่ายเบาหวาน (วันที่ 5)

DSC00062

วันสุดท้าย

ตื่นสาย…..วันนี้รวมตัวกันได้สายที่สุดเพราะเมื่อคืนหลายคนนอนดึกก็เลย..ตื่นสาย

กิจกรรมสุดท้าย…..ตอบคำถามเป็นกลุ่มมาค่ายได้เรียนรู้อะไรกลับไปกันบ้างเฉลยบัดดี้ได้รับเครื่องเจาะเลือดและแผ่นตรวจสำหรับคนที่ยินดีเข้าโครงการติดตามผลเตรียมตัวเดินทางออกจากค่ายที่พักเขื่อนศรีนครินทร์

ท้ายที่สุด….เดินทางไปอุทยานประวัติศาสตร์สงครามเก้าทัพเราได้เป็นคนไทยอยู่บนแผ่นดินไทยเพราะบรรพบุรุษของเราเสียสละชีพเพื่อรักษาแผ่นดินนี้ไว้…ขอขอบพระคุณบรรพบุรุษของพวกเราไว้ที่นี้ด้วยค่ะ

เดินทางกลับ….เด็กชายตัวเล็กที่นั่งมาด้วยกันเราไม่เคยคุยกันมาก่อนเลยที่ค่ายแต่เราก็นั่งคุยกันมาจนน้องเหนื่อยและหลับไปรู้ไหมวินาทีสุดท้ายก่อนลงจากรถน้องทำให้พี่อดใจหายไม่ได้เพราะน้องกำลังร้องไห้อยู่..….ถึงเวลาต้องกลับบ้านแล้วหล่ะคุณพ่อคูณแม่กำลังรออยู่นั่นไงไว้เราค่อยกลับมาเจอกันใหม่……นะจ๊ะคนดี

อ่านเพิ่มเติม

ค่ายเบาหวาน (วันที่3-4)

วันที่สาม

 

มินิโอลิมปิค……ทุกคนได้ออกกำลังกายกันอย่างเต็มที่ได้แข่งกีฬากันอย่างสนุกสนานเราได้บทเรียนมากมายจากการออกกำลังกายในวันนี้ตัวคุณหมอ (ไม่ได้เป็นเบาหวาน)ก็เจาะเลือดด้วยให้เราเห็นถึงความแตกต่างของคนที่ไม่เป็นเบาหวานกับคนที่เป็นเบาหวานหลังออกกำลังแล้วผลเลือดแตกต่างกันอย่างไรทำไมเราต้องดื่มน้ำทำไมเราต้องออกกำลังกายผลดีผลเสียหรือข้อควรระวังของการออกกำลังสำหรับคนเป็นเบาหวานเวลาของการฉีดยาการกินอาหารมีนัยสำคัญอย่างไรสิ่งที่ได้เรียนรู้ทั้งทฤษฎีและจากการปฏิบัติจริงโดยที่เรามีคุณหมอพี่พยาบาลที่คอยอธิบายเวลาไม่เข้าใจการจำลองเหตุการณ์หลากรูปแบบที่เกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวันการเรียนรู้แบบนี้ยอดเยี่ยมเป็นที่สุด! กลับบ้านไปหนูรู้แล้วว่าควรดูแลตัวเองในสถานการณ์ต่างๆอย่างไรบ้าง

ทดสอบ…..วันนี้มีการทดสอบความรู้เรื่องโภชนาการกันเป็นกลุ่มพวกเราได้ทำและ….ทำได้!

DSC02390

งานสงกรานต์…..วันนี้เป็นวันที่ 9 เมษาเนื่องเพราะการที่เราได้มีโอกาสมาอยู่ร่วมกันเราเลยฉลองโอกาสพิเศษนี้ด้วยการจัดงานสงกรานต์ก่อนใครๆทุกกลุ่มได้ช่วยกันตกแต่งสถานที่มีการละเล่นต่างๆเรียกว่าจำลองงานวัดกันเลยทีเดียวเราเริ่มต้นด้วยการถูกประแป้งได้รดน้ำผู้ใหญ่ได้รับแจกตังค์ปลอมสำหรับเที่ยวงานวัดด้วย

ก็เป็นอีกวันนึงที่ผ่านพ้นไปอย่างมีความสุขสนุกสนานรื่นเริงบันเทิงใจ…….จามาจ๊ะทิงจามาจ๊ะทิงจา

อ่านเพิ่มเติม

ค่ายเบาหวาน (วันที่1-2)

บทความที่ได้รับคัดเลือกและถูกตีพิมพ์ในวารสารของชมรมเพื่อเด็กและวัยรุ่นเบาหวาน ประจำปี2546/2003

DSC02407

วันที่รู้ว่าต้องไปเข้าค่ายเบาหวานในเด็กและวัยรุ่นครั้งที่ 8

อ๊าาาาาา…..ไปทำไม ทำไมต้องไป ไปทำอะไร เป็นเบาหวานมาตั้งนาน อะไรที่ควรรู้ก็รู้หมดแล้ว หนังสือที่บ้านเพียบบบบ ไม่เห็นจำเป็นต้องไปเลยค่ายเบาหวาน ต้องน่าเบื่อแน่ๆ…ไม่เอา ไม่อยากไป !

วัน pre-camp

ไปทางไหนก็ไม่รู้ เรารู้แต่ว่าเราเกิดที่โรงพยาบาลศิริราชนี่แหละ ก็ตอนนั้นเราถูกอุ้มนี่นา เราจะไปรู้ได้ยังไงว่า ตึกอานันทมหิดลอยู่ที่ไหน เอาหน่ะ อ่านหนังสือก็ออก พูดก็เป็น เราคงหาเจอ …..โอ้ โห! เด็กเต็มไปหมดเลย ผู้ปกครองก็เยอะ ท่าทางเค้ารู้จักกันด้วย โฮ โฮ โฮ ยิ่งรู้สึกไม่อยากไปใหญ่เลย จะถอนตัวก็ไม่กล้า เดี๋ยวไม่มีหน้ากลับไปหาคุณหมอ เพราะคุณหมออุตส่าห์เขียนจดหมายรับรองมา ทางนี้ก็อุตส่าห์รับ เกิดไม่ไปเราอาจเป็นสาเหตุให้เด็กคนอื่นเสียโอกาสด้วยนะ….แต่! เอ…..พอเค้าเห็นขนาดตัวเราแล้ว เค้าอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้ เอ้า ยังไงก็ทำตามเค้าไปก่อน….วันนี้ได้เจาะเลือด ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดความดัน มีการแนะนำตัวของทีมงาน ดูวิดีโอของปีก่อนๆ แล้วเราก็ชิ่งกลับบ้าน…..ไปรอลุ้นดีกว่า ว่าจะมีจดหมายแจ้งยกเลิกมาไหม……คุณบุรุษไปรษณีย์ใจร้าย! ไม่ยอมเอาจดหมายยกเลิกมาให้เรา ฮือ ฮือ ต้องไปค่ายเบาหวานจริงๆ ด้วย

วันแรก

ที่โรงพยาบาลศิริราช…..ดูวุ่นวายจัง เด็กเต็มไปหมดเลย (ผู้ปกครองก็ด้วย) ไปลงทะเบียนกันก่อน รวมตัวกันครบแล้ว พวกเราก็ถูกถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอไว้ ดูเป็นทางการจัง ผู้ปกครองฝากฝังลูกกันใหญ่ สอนให้ดูแลตัวเอง จะเติมเงินค่ามือถือไว้ให้เกินพิกัด ท่าทางไม่ใช่แค่เราแฮะที่ตื่นเต้น ทั้งทีมงาน คุณลูก คุณพ่อ คุณแม่ ตื่นเต้นกันหมดเลย…….แล้วเราก็ขึ้นรถ มีคันที่หนึ่ง กับคันที่สอง…สองคันค่ะ (เด็ก 70 กว่าคน พี่ๆทีมงานอีกร่วม 60 คน) อ่านเพิ่มเติม