Think positive about Diabetes

ไม่น่าเชื่อว่าภายใน 1 สัปดาห์ มีคุณน้าของน้องวัย 10 ขวบ และ คุณแม่ของน้องวัย 9 ขวบครึ่งถามว่าลักข์เป็นเบาหวานตั้งแต่อายุเท่าไหร่? เพราะทั้งหน้าตา น้ำเสียง ลักข์เป็นผู้ใหญ่แล้วนี่

ลักข์เป็นเบาหวานมาตั้งแต่ 14 ขวบค่ะ แต่ลักข์ก็เติบโตขึ้นมาเรื่อยๆ ตามกาลเวลาที่ผ่านไป ถึงแม้ว่าหน้าจะยังเยาว์วัย อ่อนใส (ฮ่าาาา) แต่อีก 2 ปีลักข์ก็จะอายุครบ 40 ปีแล้วค่าาาาาา

เพราะฉะนั้นทั้งคุณน้า และ คุณแม่ โปรดจงมั่นใจไ้ด้ว่า ทั้งหลานและลูกที่เป็นเบาหวานตั้งแต่อายุยังน้อย ก็จะเติบโตขึ้นไปเป็นวัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ได้แน่นอน ไม่ต้องกังวลใจไป เพียงแต่ว่า จะเติบโตไปไหนรูปแบบไหน?

เด็กที่คุณหมอวินิจฉัยแล้วว่าเป็นเบาหวาน ส่วนใหญ่ความรู้สึกแรกก็จะตกใจ เสียใจ ต่อต้าน เป็นทุกข์ ฯลฯ อีกมากมายที่เป็นความรู้สึกในแง่ลบ เพราะชีิวิตนับจากวันนี้ ไม่เหมือนเมื่อวานอีกต่อไปแล้ว นับจากนี้ไปหนูต้องเจาะเลือดทุกวัน หนูต้องฉีดยาทุกวัน หนูต้องพยายามดูแลตัวเอง (หรือมีคนดูแล) ให้สามารถคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติให้ได้ …. เอิ้ววว ยากจัง

อยากตายแล้วไปเกิดใหม่ ไม่ต้องเป็นโรคแบบนี้ คุณแม่บอกว่าน้องพูดเช่นนี้ แล้วรู้สึกสงสารลูกมากเลย … คุณแม่ขา ลักข์ก็เคยคิดค่ะ เพราะเบาหวานไม่เหมือนโรคไข้หวัด เป็นแล้วหายได้ ทำให้อดที่จะรู้สึกเบื่อหน่ายกับมันไม่ได้ เป็นเรื่องปกติ แต่ไม่ควรทิ้งไว้จนกลายเป็นเรื่องธรรมดานะคะ  … ชีวิตที่ลักข์ได้ผ่านบททดลองมาแล้ว คนเราไม่ตายง่ายๆ ค่ะ กลับมีโรคแทรกซ้อนรออยู่ ณ เวลาหนึ่งของอนาคตต่างหาก ความทุกข์ทรมานที่เกิดขึ้น จนต้องร้องกับตัวเองว่า ถ้ารู้อย่างนี้ … ซึงก็สายไปเสียแล้วค่ะ

ณ วันนี้ ลักข์อยากบอกคุณน้า และได้บอกคุณแม่ไปแล้วว่า คิดบวกให้ได้นะคะ มองโรคเบาหวานอย่างเป็นมิตรให้ได้นะคะ ลักข์มีเรื่องเล่าจากประสบการณ์ที่อยากแบ่งปันค่ะ

ผมดีใจที่ได้เป็นเบาหวาน!

เนื่องจากนน.ผมลดโดยไม่รู้สาเหตุ รู้สึกอ่อนเพลียอยู่ตลอดเวลา คันตามผิวหนัง เกาก็เป็นแผลเรื้อรังไม่หาย คุณหมอขอตรวจเลือดผม ซึ่งตอนนั้นผมคิดว่าผมต้องเป็นโรคร้ายที่รักษาไม่หาย เรียกว่าเป็นเอดส์แน่ๆ เมื่อผลออกมาว่าผมไม่ได้เป็นเอดส์ แต่เป็นเบาหวาน ผมรู้สึกว่าผมดีใจที่เป็นโรคเบาหวาน เพราะผมรู้ว่าโรคนี้ควบคุมได้

มีเสียงแอบบ่นอุบว่าค่าใช้จ่ายในการดูแลเบาหวานแพง แพงจริงค่ะ แต่ถ้าเปรียบเทียบราคากับมือถือ ก็ถูกกว่าเยอะนะคะ ถ้าเปรียบเทียบราคาแผ่นตรวจเลือด ก็คิดเสียว่า ค่า air time ค่าบริการต่างๆ ก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ แต่ประโยชน์ที่เราจะได้คือชีวิตเชียวนะคะ (ลักข์เคยมีส่วนร่วมในการทำหนังสือไปที่หน่วยงานรัฐ เกี่ยวกับราคาอุปกรณ์สิ้นเปลืองเหล่านี้ แต่ก็ไม่ได้ผลค่ะ ก็เลยคิดเอาเสียว่าชีวิตของเรา ถ้ามัวแต่รอความหวังที่จะได้รับการดูแลช่วยเหลือ อาจจะสายเกินไป ต้องหาวิธีคิด และวิธีทำใหม่ด้วยตัวเองให้ได้ค่ะ)

หากเปิดหัวใจให้กว้างอีกนิด มีอีกหลายโรคเลยนะคะที่รุนแรงกว่า ไม่สามารถมีวิธีที่รักษาหาย ไม่มีอุปกรณ์ หรือ ยารักษาใด ที่จะทำให้โรคคงที่เหมือนกับการรักษาโรคเบาหวาน ใช่แล้วค่ะ ทั้งยาฉีดอินสุลิน ที่มีการพัฒนาการออกฤทธิ์ต่างๆ ทั้งวิธีการฉีดตั้งแต่เป็นเข็มฉีดยา ปากกาฉีดยา ปั๊ม จนเราสามารถเลือกที่เหมาะสมกับจังหวะชีวิตเราได้ อีกทั้งยากิน การออกกำลังกาย หลักในการดูแลโภชนาการที่ ณ วันนี้ตามรพ.ต่างๆ ทั้งรัฐและเอกชนก็มีข้อมูลในส่วนนี้ (แต่จะดีแค่ไหนอีกเรื่องหนึ่ง เอิ้กส์) ไหนโลกอินเตอร์เน็ตอีก ความรู้ทั้งหลายแค่เพียงปลายนิ้วสัมผัส โรคเบาหวานเป็นโรคที่มีข้อมูลในการดูแลรักษาเยอะมากเลยค่ะ

คุณแม่น้อง 9 ขวบครึ่ง ถามลักข์เรื่องนวัตกรรมการเปลี่ยนตับอ่อน อีมม์ … อยากบอกว่าเราต้องดูแลตัวเองให้พร้อมเสมอเลยนะคะ เพราะเหมือนกับคนที่เป็นโรคไต การผ่าตัดเปลี่ยนไตไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นง่ายๆ กว่าจะหาที่ทั้งเลือด ทั้งเนื้อเยื่อเข้ากันได้ เมื่อได้มาแล้วร่างกายพร้อมหรือเปล่า ไม่พร้อมก็ต้องให้กับคนที่มีร่างกายพร้อมกว่า  หรือผ่าตัดไปแล้วเข้ากันไม่ได้ก็ต้องเอาออก เมื่อเปลี่ยนไตได้แล้วก็ยังมีเรื่องที่ต้องรู้อีกคือ ต้องกินยากดภูมิไปตลอดชีวิต และไตที่เปลี่ยนก็อาจจะไม่ได้อยู่กับเราชั่วชีวิต … ลักข์เลยยังเฉยๆ กับเรื่องนวัตกรรมการเปลี่ยนตับอ่อนค่ะ เพราะยังไม่มีการยืนยันใดๆ ว่าสำเร็จดี เชื่อถือได้ เพราะฉะนั้นคนที่เป็นเบาหวานจึงมีหน้าที่ดูแลตัวเองให้พร้อมเสมอ หากเมื่อนวัตกรรมนั้นมาถึง  ทุกวันนี้อุปกรณ์ที่มีอยู่ ทั้งปากกาฉีดยา เครื่องเจาะเลือด ปากกาเจาะเลือด ความรู้ มีพร้อมสำหรับให้ทุกคนดูแลตัวเองแล้ว .. เหลือเพียงแต่ “ลงมือทำ” เท่านั้น โดยที่จะต้องลงมือทำในวันนี้ เดี๋ยวนี้ เพราะถ้าผลัด อาจจะสายเกินไปเมื่อเวลาดีๆ มาถึง

ทำใจให้ดี มีกำลังใจให้ได้ หาความรู้ให้มากที่สุด โรคเบาหวานคือ การที่ระดับน้ำตาลในเลือดเราสูงกว่าปกติเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันมีวิธีทำให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้แล้ว ซึ่งจะทำให้เราไม่ต้องมีปัญหาอะไรกับโรคเบาหวานที่เป็นในอนาคตเลย .. แต่ถ้าเราไม่ลงมือดูแลตัวเอง เส้นเลือดที่ถูกทำลายจากระดับน้ำตาลสูง จะทำให้เกิดโรคทางตา ไต หัวใจ ปลายประสาท ที่เรียกกันว่าภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานได้ .. จนกว่าจะรู้ตัว ก็สายเสียแล้ว

มาคิดบวก และ ดูแลโรคเบาหวานกันนะคะ