ลักข์ฟังมาเล่า : “โรคร้ายแห่งการพอกพูนสะสม”

จิบกาแฟยามสาย สไตล์ลักข์เล่า

วิทยากรบรรยายในงานเสวนาของชมรมฯ เดือนกุมภาพันธ์ 2561 ผศ.นพ.สมเกียรติ แสงวัฒนโรจน์

เรื่อง     “โรคร้ายแห่งการพอกพูนสะสม”

“โรคร้ายแห่งการพอกพูนสะสม” โดยผศ.นพ.สมเกียรติ แสงวัฒนโรจน์

โรคร้ายแห่งการพอกพูนสะสมเป็นชื่อหนังสือที่อาจารย์เขียนให้กับมูลนิธิหมอชาวบ้านเมื่อสิบกว่าปีก่อน เพราะตอนนั้นยังไม่มีชื่อเรียกของ NCD (Non-Communicable Diseases) ซึ่งในปัจจุบันเรียกว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

โรค NCD หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้แก่ โรคเบาหวาน เกิดจากการสะสมพอกพูนน้ำตาล โรคความดันเกิดจากการสะสมความเค็ม เกลือโซเดียม สะสมน้ำหนัก สะสมความเครียด โรคไขมันเกิดจากการสะสมตอเรสเตอรอลถ้ามีมากไปทำให้หลอดเลือดเราตีบ บุหรี่สะสมสารก่อมะเร็ง ทั้งมะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม อ้วนพีมีพุงเกิดจากสะสมแป้ง น้ำตาล ไขมัน กินมากไปใช้ไม่หมดทำให้สะสมอยู่ที่พุง ทำให้พุงใหญ่ และสะสมที่ตับ ทำให้ไขมันพอกตับ อัมพาตเกิดจากการสะสมในหลอดเลือดสมอง  ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดตีบจนตนจนแตกและตาย หลอดเลือดหัวใจพอกพูนไขมัน ทำให้หลอดเลือดตีบและตัน หัวใจขาดเลือด กล้ามเนื้อหัวใจตาย หัวใจเต้นผิดจังหวะ หมดสติ เสียชีวิตได้ มะเร็งเกิดจากการพอกพูนสารพิษ จนทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายเราบกพร่อง ภูมิต้านทานเก็บกินเซลมะเร็งไม่ไหว โรคปอดเรื้อรังเกิดจากการสะสมสารพิษในปอด ซึ่งโรค NCD เหล่านี้เป็นโรคที่ป้องกันได้ทั้งสิ้น

สาเหตุการตายของคนไทย 3 สาเหตุหลักคือ 1. อุบัติเหตุ ที่เกิดจากการประมาทขาดสติในการขับขี่ยวดยานพาหนะ 2. ติดเชื้อ HIV จากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย 3. จากโรค NCD เบาหวาน ไขมัน ความดัน

และสาเหตุที่ทำให้คนไทยตายเยอะที่สุดคือ จากโรคร้านแห่งการพอกพูนสะสม! หรือ โรค NCD หรือ โรคติดต่อไม่เรื้อรังคือ เบาหวาน ความดันฯ ไขมัน บุหรี่ อ้วนพีมีพุง อัมพาต หลอดเลือดหัวใจ มะเร็ง โรคปอดเรื้อรัง เป็นตัวเลขสูงถึง 71% เรียกว่าทุกๆ 6 นาที มีคนตายด้วยโรค NCD 4 คน!

ยุค Thailand 4.0 คืออะไร? เป็นการแบ่งยุคตามอุตสาหกรรม อย่าง Thailand 1.0 คือ การใช้วัวควายทำไร่ทำนา ไม่มีไฟฟ้าใช้ Thailand 2.0 มีไฟฟ้าใช้ มีเครื่องมือที่ต้องใช้ไฟฟ้า Thailand 3.0 ยุคดิจิตัลที่มีเครื่องมือที่มีตัวเลข Thailand 4.0 คือการเอาทั้งหมดมารวมกันโดยมีอินเตอร์เน็ตเป็นตัวเชื่อมทำให้โลกไม่มีพรมแดนอีกต่อไปแล้ว ซึ่งประเทศไทยก็คือ ยุคที่เราใช้อินเตอร์เน็ตแม้กระทั่งในเรื่องการดูแลสุขภาพด้วย ถ้าเราอยากอยู่ในยุค 4.0 ราต้องเข้าถึงอินเตอร์เน็ตให้ได้ด้วย

NCD 1.0 คือ การรักษา เมื่อเราเจ็บป่วยเราก็ไปหาหมอเพื่อทำให้เราหายป่วย โดยการรักษษามีจุดประสงค์เพื่อหายป่วยไว NCD 2.0 การรักษาเพียงเพื่อหายป่วยไวนั้นไม่พอ การรักษาจะต้องเป็นไปเพื่อรักษาแล้วให้กลับมาดีเหมือนเดิม NCD 3.0 คือการป้องกัน ไม่ให้กลับมาป่วย NCD 4.0 คือเมื่อเราเจ็บป่วยแล้ว สิ่งที่เราทุกคนต้องการคือ หายป่วยไว รักษาให้เหมือนเดิม ไม่อยากพิการ ไม่อยากกลับมาป่วยอีก และไม่เพิ่มโรค  ซึ่งทั้ง 4 อย่างนี้ คุณหมอทำได้เพียงรักษาให้หายได้ ช่วยฟื้นฟูให้เหมือนเดิมได้เพียงบางส่วนอีกส่วนคือคนไข้ต้องทำเอง แต่การจะไม่ให้กลับมาป่วยอีก

และไม่เพิ่มโรคนั้น หมอทำให้ไม่ได้ คนไข้ต้องทำด้วยตัวเองทั้งหมด เพราะไม่มีใครทำแทนได้ คุมเบาหวานแทนไม่ได้ คุมไขมัน ความเครียดแทนกันไม่ได้สักอย่างเลย

โรคที่ทำให้คนไทยตายอันดับหนึ่งคือ โรคหลอดเลือดหัวใจ (หัวใจขาดเลือด กล้ามเนื้อหัวใจตีบ กล้ามเนื้อหัวใจตาย) อันดับสามคือ โรคหลอดเลือดสมอง (อัมพฤกษ์ อัมพาต) อันดับสิบคือ โรคเบาหวาน แต่ก็ถือว่าสาเหตุการตายอันดับ 1 และ 3 ของคนไทยเกี่ยวข้องกับความดันโลหิตสูง เบาหวาน (อ้วนลงพุง) หุหรี่-เหล้า แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามเป็นโรคเบาหวานแล้วต้องรักษาตัวเองไม่ให้เป็นความดัน หรือถ้าเป็นเบาหวานและความดันแล้ว ต้องรักษาไม่ให้เป็นโรคไขมันสูงเพิ่ม เป็นโรคเดียวหรือไม่เป็นโรคเลยดีกว่าการมีหลายๆ โรค

โรคที่เป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของชาวโลกคือ โรคความดันโลหิตสูง อันดับสองคือบุหรี่ สูบ/ดมควันบุหรี่อันดับสามคือ อาหาร-กินผลไม้น้อย อันดับสี่คือ อ้วน ดัชนีมวลกายสูง อันดับห้าคือ อาหาร-น้ำตาลในเลือดสูง (โรคเบาหวาน) ยิ่งมีโรคเยอะ โอกาสตายยิ่งสูงเพราะฉะนั้นต้องพยายามดูแลรักษาและป้องกันตัวเอง

คนเป็นเบาหวานมีโอกาสเป็นมะเร็งสูงกว่าคนไม่เป็นโรคเบาหวาน เพราะถ้าคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี ภูมิคุ้มกันจะไม่ดี เมื่อภูมิคุ้มกันไม่ดีจะทำให้มีโอกาสเกิดมะเร็งได้ เราจึงควรคุมน้ำตาลให้ดี งานวิจัยของประเทศไต้หวันจากการติดตามคนที่เป็นมะเร็งจำนวน 400,000 คน ซึ่งพบว่าการตายจากมะเร็งสืบเนื่องมาจากพฤติกรรมและโรคเรื้อรัง (NCD) ซึ่งสรุปได้ว่ามาจาก 2 อ. อาหารคือกินผักและผลไม้น้อยเกินไป ทำให้เพิ่มโอกาสเกิดมะเร็ง 8.8% อิริยาบถ ไม่เคลื่อนไหวออกแรง เพิ่มโอกาส 12.3% 2 ส. สูบ/ดมบุหรี่ เพิ่มโอกาสเป็นมะเร็ง 18.6% สุรา เพิ่มโอกาสเป็นมะเร็ง 5.7% น้ำหนักตัวเกิน เพิ่มโอกาสเป็นมะเร็ง 1.9% และ ความดันโลหิตสูง เพิ่มโอกาสเป็นมะเร็ง 12.2%

อาจารย์ได้นำแบบทดสอบประเมินตัวเองมาให้ทุกคนทำ

แบบทดสอบ ที่อาจารย์นำมาให้สมาชิกทำ พร้อมอธิบาย

คะแนนยิ่งสูง ยิ่งมีโอกาสเป็นมะเร็งมาก จากค่าคะแนนไขมัน อาจารย์ได้อธิบายว่าในการดูแลตัวเองทุกตัวเลขควรอยู่ในความพอดีคือดีที่สุด ค่าที่สูงไปก็ไม่ดี ค่าที่ต่ำไปก็ไม่ดี หลังจากอธิบายจบ สมาชิกหลายท่านประทับใจในความรู้ที่อาจารย์นำมาถ่ายทอดและขอให้มาบรรยายอีก

อาจารย์รับปากแล้วว่าจะกลับมาพบกับสมาชิกชมรมเบาหวานอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 23 เมษายน 2561 ในหัวข้อ “ตัวเลขหยุดโรค” และอาจารย์จะมาสอนการใช้โทรศัพท์มือถือกับแอพพลิเคชั่นเช่น การนับก้าวเดินผ่านโทรศัพท์มือถือ ให้สมกับ Thailand 4.0 เพื่อให้สมาชิกดูแลตัวเองได้ง่ายขึ้นอีกด้วย!

ที่มา : จากบทความจิบกาแฟยามสาย สไตล์ลักข์เล่า ที่พิมพ์ลงในจดหมายข่าวของชมรมเบาหวาน รพ.จุฬาลงกรณ์ ฉบับที่ 161 เดือนมีนาคม 2561

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s