ลักข์ฟังมาเล่า การใช้ยาในผู้สูงอายุที่เป็นโรคเบาหวานอย่างปลอดภัย

เรื่อง     “การใช้ยาในผู้สูงอายุที่เป็นโรคเบาหวานอย่างปลอดภัย”

วิทยากรบรรยายในงานเสวนาของชมรมฯ เดือนพฤษภาคม ผศ.นพ.พิสนธิ์ จงตระกูล

บรรยายเรื่องการใช้ยาในผู้สูงอายุ ให้กับชมรมเบาหวานรพ.จุฬาลงกรณ์

บรรยายเรื่องการใช้ยาในผู้สูงอายุที่เป็นโรคเบาหวานอย่างปลอดภัย ให้กับชมรมเบาหวานรพ.จุฬาลงกรณ์

หลังจากรอคอยกันมาเป็นระยะเวลา 1 เดือน ก็ได้เวลาที่สมาชิกชมรมฯ รอคอยอีกแล้ว ในเดือนนี้ทางชมรมฯ ได้รับเกียรติจาก ผศ.นพ.พิสนธ์ จงตระกูล ที่ตั้งใจมาให้ความรู้กับสมาชิกชมรมโดยเฉพาะเลย

เริ่มต้นกันที่ อาจารย์หมอพิสนธ์ มีเอกสารมาแจก 2 แผ่น โดยแผ่นแรกมี QR Code ที่อาจารย์ตั้งใจสร้างขึ้นมาเพื่อสมาชิกชมรมเบาหวาน รพ.จุฬาฯ เอาไว้ศึกษาหรือปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องยา และหากใครใช้ Facebook สามารถติดตามข้อมูลที่เป็นประโยชน์ได้ที่เพจ Rational Drug Use (RDU) ที่อาจารย์จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ในการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล (สยส.) แก่ประชาชนทั่วไป

อาจารย์ยังให้เคล็ดไม่ลับสำหรับการใช้ยาในผู้สูงอายุด้วยว่า “ใช้ยาน้อยชนิด การใช้ยาน้อยชนิดได้จะปลอดภัยกับตัวเอง และวิธีที่จะทำให้ใช้ยาน้อยคือการช่วยเหลือตัวเองด้วยการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย ออกกำลังกายด้วยวิธีไหนก็ได้ให้ร่างกายได้เคลื่อนไหว ทุกครั้งที่ร่างกายเคลื่อนไหว ร่างกายจะมีการใช้น้ำตาลและอินสุลิน ซึ่งนอกจากจะทำให้ใช้ยาน้อยชนิดแล้ว ยังช่วยให้ใช้น้อยในปริมาณด้วย เพราะฉะนั้นการใช้ยาไม่ได้ขึ้นอยู่กับหมอ แต่ขึ้นอยู่กับเราช่วยเหลือตัวเองมากน้อยแค่ไหน หลีกเลี่ยงยาอันตราย ยาทุกชนิดมีผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ แม้กระทั่งยาสมุนไพรก็มีผลข้างเคียงที่ทำให้ระดับน้ำตาลสูงได้ ต่ำได้ และทำลายตับและไตได้เช่นกัน ก่อนใช้ยา อาหารเสริม หรือสมุนไพร จึงควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยของชีวิตเราเอง  ขนาดยาเหมาะสม สภาพร่างกายของเราทุกคนจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามอายุที่เพิ่มขึ้น เช่น ไตของเราจะเสื่อมลงตามอายุ ปริมาณยาที่กินจำเป็นต้องเปลี่ยนชนิดหรือลดปริมาณยาลง โดยแพทย์จะเป็นคนดูแลในเรื่องนี้ แต่เราก็ควรช่วยเตือนคุณหมอด้วยเช่นกัน ปรับปรุงรายการยาสม่ำเสมอ เมื่อสูงอายุมากขึ้นหลายคนมีหมอประจำตัวมากขึ้น เราควรจดรายชื่อยาที่เรากินทั้งหมดพกติดตัวไว้ และยื่นให้คุณหมอดูทุกครั้งเพราะมียาบางชนิดไม่ควรกินร่วมกัน การมีใบรายชื่อที่เรากินทุกชนิดจะช่วยให้คุณหมอพิจารณายาให้เราได้ถี่ถ้วนมากยิ่งขึ้น” ส่วนเอกสารแผ่นที่ 2  นั้นุเป็นเอกสารที่มีฉลากยาเสริมสำหรับยาเบาหวานชนิดต่างๆ ที่คนเป็นเบาหวานควรรู้จะได้กินยาเบาหวานได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมเพื่อความปลอดภัยของตัวเราเอง

 

 

 

ก่อนจบการบรรยาย อาจารย์เปิดภาพให้ดูว่าเหตุผลสำคัญที่เราทุกคนควรตระหนักถึงเรื่องการใช้ยา โดยเฉพาะการใช้ยาปฎิชีวนะ เพราะมีการทำวิจัยแล้วพบว่าปัญหาของเชื้อดื้อยาเป็นภัยเท่าก่อการร้าย ในปี 2050 ทั่วโลกจะมีคนตายจากเชื้อดื้อยา 3 วินาทีต่อคน             จากนั้นจึงเป็นการตั้งคำถามจากสมาชิก ที่มีคำถามน่าสนใจหลายคำถามเลย

กิจกรรม "จิบกาแฟยามสาย สไตล์เบาหวาน" เรื่องการใช้ยาในผู้สูงอายุที่เป็นโรคเบาหวานอย่างปลอดภัย

กิจกรรม “จิบกาแฟยามสาย สไตล์เบาหวาน” เรื่องการใช้ยาในผู้สูงอายุที่เป็นโรคเบาหวานอย่างปลอดภัย

สมาชิก  :           สมุนไพรที่ส่งต่อกันว่ารักษาเบาหวานได้ ที่ส่งกันในไลน์เชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน? และจะกินเพื่อรักษาเบาหวานได้หรือไม่?

อ.พิสนธิ์            :           เชื่อถือไม่ได้เลย และขอแนะนำว่าอย่าเชื่อและอย่ากิน ไม่ควรเอาชีวิตตัวเองไปทดลองกินสมุนไพรเหล่านั้น สมุนไพรบางอย่างมีฤทธิ์ลดน้ำตาลได้จริง แต่ก็มีสมุนไพรหลายชนิดที่ทำให้น้ำตาลสูง รู้กันหรือเปล่าว่ามีชนิดไหนบ้าง? คนบอกซึ่งเป็นใครก็ไม่รู้ให้กินสมุนไพร ที่เขารู้หรือเปล่าว่าสมุนไพรมีผลข้างเคียงต่อตับ ต่อไตได้เช่นกัน? ยาที่หมอจ่ายให้ทุกครั้ง หมอจะดูจากโรคที่คนไข้เป็น ยาที่คนไข้ใช้ ผลเลือดจากการรักษาครั้งก่อน น้ำหนัก ส่วนสูง ระยะเวลาของโรคที่เป็นเพื่อระวังทั้งชนิดและปริมาณยาที่คนไข้จำเป็นต้องใช้ และเหมาะสมกับร่างกาย การที่คนไข้ไปกินสมุนไพรโดยไม่รู้ปริมาณที่กินที่แน่นอนสามารถส่งผลให้ทั้งน้ำตาลต่ำและสูงได้นั้น หมอผู้รักษาก็จะงง และจะทำให้ปรับยาได้ไม่เหมาะสม ซึ่งผลเสียจะตกอยู่ที่ตัวคนไข้ทั้งหมด

สมาชิก  :           ถ้าน้ำตาลเราอยู่ในเกณฑ์ เราจะใช้สมุนไพร และเลิกยาของโรงพยาบาลได้ไหม?
อ.พิสนธิ์            :           ต้องขอรายละเอียดชื่อยา ขนาดยา ทุกชนิดที่ได้รับจากโรงพยาบาลและผลการตรวจน้ำตาลย้อนหลังมาดูก่อน และต้องบอกชื่อสมุนไพรรวมถึงวิธีใช้ยามาด้วย ความปลอดภัยในชีวิตของคนไข้จากการใช้ยา คือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับหมอ หมอจึงต้องการข้อมูลที่ครบถ้วนตามความเป็นจริง

สมาชิก  :           ทำไมยารักษาเบาหวานที่ใช้มานานจึงถูกเปลี่ยน?

อ.พิสนธิ์                        :           เนื่องจากยาเบาหวานบางชนิดออกฤทธิ์ยาว 24 ชม. แต่เมื่ออายุเปลี่ยน ไตเสื่อมสภาพตามอายุ หรือหากคุณหมอพิจารณาแล้วว่าเริ่มมีภาวะเสื่อมของไต จำเป็นต้องเปลี่ยนยาที่ออกฤทธิ์สั้นลง เพื่อป้องกันการเกิดภาวะน้ำตาลต่ำจากการสะสมของยา การปรับเปลี่ยนยาคือเพื่อความปลอดภัยของตัวคนไข้เป็นหลัก
สมาชิก              :           ทำไมรู้สึกคันที่ผิวหนัง แต่เป็นแผลก็หายเร็ว
อ.พิสนธิ์                        :           ถ้าค่า A1C อยู่ในเกณฑ์ เป็นแผลก็หายเร็วแล้ว ในผู้สูงอายุที่รู้สึกคันที่ผิวหนังนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุมาก ทั้งจากชั้นไขมันที่ลดลงทำให้ความชุ่มชื่นมีน้อย รวมทั้งอากาศในช่วงที่ผ่านมาร้อนมาก นอกจากการทาโลชั่นแล้ว การใช้ผ้าชุบน้ำเย็นวางไว้บนผิวจะช่วยลดและบรรเทาอาการคันลงได้

ที่มา : จากบทความที่พิมพ์ลงในจดหมายข่าวของชมรมเบาหวาน รพ.จุฬาลงกรณ์ ฉบับเดือนมิถุนายน 2559

2 thoughts on “ลักข์ฟังมาเล่า การใช้ยาในผู้สูงอายุที่เป็นโรคเบาหวานอย่างปลอดภัย

  1. ขอแชร์ไป FB และไลน์นะคะ เพื่อนๆถูกพี่ดุกระจุยเรื่องลอกเอายาผีบอกมาแนะนำ หายไปสักพัก มารูปแบบใหม่ (ซึ่งก็ไม่ใหม่อะไร) คือมาบอกให้กินผักผลไม้ บอกว่าจะช่วยรักษาโรคดน่นนั่นนี่ เขานึกว่าไม่เป็นไรไง กรรมจริงๆ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s