ลักข์ฟังมาเล่า มะเร็งลำไส้ป้องกันได้

เรื่อง     “มะเร็งลำไส้ป้องกันได้”

วิทยากรบรรยายในงานเสวนาของชมรมฯ เดือนเมษายน อ.พญ.สติมัย อนิวรรณน์มะเร็งลำไส้ป้องกันได้

ตื่นเต้นดีใจอีกแล้วเมื่อได้รับข้อความผ่าน “Line / ไลน์” จากพี่เป็ด ประธานชมรมเบาหวานส่งมาเชิญชวนและเตือนว่าเดือนเมษายนนี้ สมาชิกชมรมจะได้รับฟังการบรรยายที่พิเศษสุดๆ เพราะนับตั้งแต่ชมรมของเรามีการจัดกิจกรรมจิบกาแฟยามสาย สไตล์เบาหวานมานั้นยังไม่เคยมีการบรรยายเรื่องมะเร็งลำไส้มาก่อนเลย และอาจารย์หมอยังบอกมาว่าเป็นมะเร็งที่ป้องกันได้ด้วย! เรื่องดีแบบนี้ไม่มากินข้าวต้มมื้อเช้าฟรี(!?!) และมาจิบกาแฟยามสายไปพร้อมกับการฟังเสวนาดีๆ ไม่ได้แล้วล่ะ ฟังแล้วอดที่จะมาเล่าต่อไม่ได้ ข้อมูลสุขภาพที่ดีมีประโยชน์มีไว้เล่าสู่กันฟัง J

อาจารย์หมอสติมัยเริ่มต้นด้วยกิจกรรมตั้งคำถาม แล้วให้ทุกคนตอบเพื่อทดสอบความรู้เกี่ยวกับมะเร็งลำไส้ 5 ข้อ โดยมีรางวัลเป็นหนังสือที่อาจารย์เอามาแจกด้วย สวย เก่ง ใจดี และบรรยายเรื่องของความรู้ได้สนุกมาก J

อาจารย์หมอบอกว่าที่เลือกบรรยายเรื่องนี้ เพราะมะเร็งลำไส้เป็นมะเร็งเพียงไม่กี่ชนิดที่สามารถป้องกันได้ แต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ ทำให้เกิดอุบัติการณ์ว่า ในทุกๆ 1 ชั่วโมงในส่วนหนึ่งส่วนใดของโลกใบนี้จะมีคนถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งลำไส้ 1 คน

และมะเร็งลำไส้เคยติดอันดับ 1 ของประเทศสหรัฐอเมริกา (ของประเทศไทยในปัจจุบันเป็นอันดับที่ 2) จนทำให้เกิดการตื่นตัวค้นคว้าวิจัยหาสาเหตุ จนกระทั่งปัจจุบันนี้ประเทศสหรัฐอเมริกาสามารถลดอุบัติการณ์การเกิดมะเร็งลำไส้ได้แล้ว จนเกิดเป็นนโยบายตรวจคัดกรองโรคฟรี เพื่อป้องกันมะเร็งลำไส้ของประชาชนชาวอเมริกัน

“เป็นมะเร็งลำไส้ป้องกันได้จริงหรือ? อาจารย์หมอตั้งคำถาม เพื่อชวนให้หยุดคิด พร้อมเฉลยว่าป้องกันได้จริงและเป็นมะเร็งเพียงไม่กี่ชนิดที่ป้องกันได้จริง เพราะมันมีระยะก่อนเป็น!”

เพราะฉะนั้นจึงมีวิธีการที่เรียกว่า “การตรวจคัดกรอง” หลายคนอาจจะสงสัยว่าแล้วเราจำเป็นต้องไปตรวจคัดกรองหรือไม่ ในเมื่อเราไม่เคยมีอาการผิดปกติใดๆ เลย อาจารย์หมอมีตัวเลขจากการเก็บหลักฐานว่าถึงแม้ว่าจะไม่มีอาการใดๆ แต่โอกาสของคนที่จะเป็นมะเร็งลำไส้ได้คือ 1 ใน 150 คน เพราะฉะนั้นถึงแม้ไม่มีอาการใดๆ ก็สมควรตรวจคัดกรอง หลายคนอาจสงสัยว่าตัวเองไม่มีสมาชิกในครอบครัวเคยเป็นมะเร็งลำไส้เลย ไม่มีพันธุกรรมนี้เลย จำเป็นต้องตรวจคัดกรองหรือไม่ อาจารย์หมอมีหลักฐานอีกว่าคนที่เป็นมะเร็งลำไส้จากพันธุกรรมนั้นมีเพียง 20% อีก 80% เป็นมะเร็งลำไส้ได้โดยไม่ต้องมีพันธุกรรม เพราะฉะนั้นอาจารย์หมอยังยืนยันว่าควรตรวจคัดกรองแม้สมาชิกในครอบครัวไม่เคยมีใครเป็นมะเร็งลำไส้มาก่อน หรือหลายคนอาจจะเกิดความรู้สึกว่าก็น่าไปตรวจคัดกรองนะ แต่จะตรวจคัดกรองไปเพื่ออะไร? จะคุ้มค่าใช้จ่ายหรือไม่? อาจารย์หมอจึงให้ข้อมูลเพิ่มเติมในสำหรับประเด็นนี้ว่า

  1. อายุ อายุที่เริ่มเป็นมะเร็งของคนไทยคือ 60 ปี เราทุกคนจึงควรตรวจหาติ่งเนื้อที่อายุ 50 ปี เพราะติ่งเนื้อนี้จะขยายตามอายุที่เพิ่มขึ้น และคนที่อายุ 50 ปี มีโอกาสเจอที่จะเจอติ่งเนื้อคือ ทุกๆ 1 ใน 10 คน
  2. ครอบครัว หรือ กรรมพันธุ์ ฃ จากงานวิจัยที่เก็บหลักฐานจนเป็นที่น่าเชื่อถืออ้างอิงได้ คือ หากมีสมาชิกในครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ โอกาสที่จะเกิดขึ้นกับเราได้คือ 20% อีก 80% คือสามารถเกิดขึ้นได้เอง
  3. ผู้ชายมีโอกาสเป็นมะเร็งลำไส้มากกว่าผู้หญิง (ผู้หญิงมีโอกาสเกิดมะเร็งเต้านมและรังไข่มากกว่าแล้ว)
  4. คนสูบบุหรี่มีโอกาสเป็นมะเร็งลำไส้มากกว่าคนไม่สูบ
  5. คนอ้วน ที่ค่า BMI เกินเกณฑ์มาตรฐานมีโอกาสเกิดมะเร็งลำไส้มากกว่าคนที่ค่า BMI ไม่เกิน

จากเกณฑ์ทั้ง 5 ข้อนี้หากคนไหนมีความเสี่ยง โอกาสที่จะเกิดมะเร็งลำไส้ก็สูงถึง 1 ใน 5 เพราะฉะนั้นอาจารย์หมอจึงให้คำแนะนำว่า “เราทุกคนควรตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้เป็นประจำทุกปีโดยเริ่มต้นที่อายุ 50 ปี”

วิธีตรวจคัดกรองเพื่อป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ ทำได้ด้วยวิธี

  1. ตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ (FIT Test) เป็นวิธีการตรวจเลือดที่ปนเปื้อนในอุจจาระที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า (ถ้ามองเห็นได้ด้วยตาเปล่าไม่ดีแล้ว) เป็นวิธีที่สะดวก สามารถทำได้เองด้วยการเอาแผ่นตรวจปาดที่อุจจาระแล้วใส่ในหลอดเก็บส่งให้ห้องตรวจ มีความแม่นยำสูงถึง 85% และ ราคาถูกที่รพ.จุฬาตรวจวิธีนี้มีค่าใช้จ่ายคือ 100 บาท ผลจากการตรวจด้วยวิธีนี้ทำให้มีคนรอดชีวิตจากการเป็นมะเร็งลำไส้ได้จริง
  2. ส่องกล้องตรวจ หากมีการพบเลือดในอุจจาระซึ่งอาจจะมาจากหลายสาเหตุเช่น เป็นริดสีดวง อึแข็งแล้วบาดสำไส้ จึงต้องทำการตรวจด้วยการส่องกล้องเพื่อยืนยันว่ามีติ่งเนื้อหรือไม่ หากพบว่ามีติ่งเนื้อก็สามารถทำการตัดทิ้งได้ทันที มีการติดตามศึกษาพบว่าการพบติ่งเนื้อแล้วตัดออกสามารถลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ ลดการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งลำไส้ได้จริง ค่าใช้จ่ายในการส่องกล้องอยู่ที่ 3,000++ และหากมีติ่งเนื้อที่ต้องทำการตัดค่าใช้จ่ายก็จะสูงขึ้น

ในปัจจุบันเรามีผู้ป่วยมะเร็งลำไส้เฉลี่ยปีละ 9,000 คน มีค่าใช้จ่ายต่อคนโดยเฉลี่ยอย่างต่ำ 200,000 บาท อาจารย์หมอจึงเชิญชวนให้ทุกคนเมื่ออายุ 50 ปี มาเริ่มตรวจคัดกรองเพื่อป้องกันมะเร็งลำไส้กันดีกว่า โดยทิ้งท้ายว่า “หมอไม่อยากเห็นใครตายด้วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เพราะเป็นโรคที่ตรวจคัดกรองและป้องกันได้ ตรวจแล้วคุ้มค่าและเชื่อถือได้จริงๆ”   จากนั้นจึงเป็นการถาม-ตอบหลังการบรรยายที่น่าสนใจไม่น้อยเช่นเดียวกัน

สมาชิก    :           ดิฉันอายุ 70 ปีแล้วไม่เคยตรวจ ควรตรวจไหมคะ?

อ.สติมัน  :           ควรเพราะสามารถป้องกันได้เป็นระยะเวลา 10 ปี แต่ก็มีเกณฑ์ว่าอายุ 75 ปีแล้วถึงจะไม่ตรวจ

สมาชิก    :           เป็นคนขับถ่ายยาก เสี่ยงไหม?

อ.สติมัย   :           ไม่ใช่ข้อบ่งชี้ คนขับถ่ายยากต้องดูจากอาหารที่กิน มีผักและผลไม้บ้างไหม? และต้องดูว่านอกจากอาหารที่กินแล้ว กินยา ดื่มชา ดื่มกาแฟที่ส่งผลต่อระบบขับถ่ายด้วยหรือไม่? ลักษณะของลำไส้แต่ละคนไม่เหมือนกัน รวมทั้งต้องดูว่าเป็นคนมีพฤติกรรม มีกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายหรือไม่?

สมาชิก    :           ดูสีของอุจจาระได้ไหม?

อ.สติมัย :             สีของอุจจาระจะเปลี่ยนไปตามอาหารที่กิน กินผักเยอะสีก็จะเขียว ใครกินต้มเลือดหมู สีก็จะใกล้เคียงกับเลือด สีของอุจจาระจึงไม่สามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้ได้ว่าจะเป็นมะเร็งลำไส้ ต้องมาตรวจคดกรองด้วยวิธีที่หมอแนะนำจึงจะเชื่อถือได้

ปล. จากบทความที่ลงในจดหมายข่าวของชมรมเบาหวาน รพ.จุฬาลงกรณ์ เดือนมิถุนายน 2559

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s