เป็นโรคไตผิวแห้งและคัน ทำยังไงดี?

คนที่เป็นโรคไตส่วนใหญ่จะต้องเจอกับปัญหาเรื่องคันผิวมากๆ จนรู้สึกทรมานเลย ยิ่งเกายิ่งคัน เกาแล้วเป็นแผลเสี่ยงติดเชื้ออีก ควรแก้ไขปัญหายังไงดี?
Things Mama do while PD

ง่ายๆ เลยค่ะ ไปหาหมอโรคผิวหนังค่ะ

หลายคนอาจจะร้องว่า หาหมออีกแล้ว

ไหนๆ ก็เป็นโรคไตแล้วทั้งที หนีก็ไม่หาย เพราะฉะนั้น แนะนำให้เรียนรู้โรค อยู่กับโรคอย่างมีความสุขให้ได้ หากตัดสินใจได้ดังนี้แล้ว เราต้องสร้างทีมด้วยตัวเราเอง เราต้องมองหาลูกทีมมาช่วยเราค่ะ นอกจากเราจะมีหมอโรคไต พยาบาลโรคไต นักโภชนาการโรคไตแล้ว (ของคุณแม่ยังมีหมอโรคเบาหวาน หมอดูแลเท้าเบาหวาน หมอโรคหัวใจ หมอผ่าตัด หมอกระดูกอีกด้วย ทีมเราแกร่งมาก) อีกลูกทีมสำคัญ หมอโรคผิวหนังค่ะ

คือ คุณแม่คันมาก คันจนทรมาน ผู้ป่วยรู้สึกไม่สบายตัวแบบนี้ ผู้ดูแลเครียดค่ะ หาผู้ช่วยที่มีความรู้ ความชำนาญ เป็นผู้เชี่ยวชาญดีที่สุด (เพราะลองซื้อสารพัดโลชั่น ลองหาทางแก้ไขแล้ว ไม่ดีขึ้นเลย)

เพราะ คุณหมอโรคไตบอกว่า ก่อนฟอกไต หากค่าของเสียยังสูง จะมีผลทำให้ผิวคันได้  แต่ถ้าฟอกไตแล้วค่าฟอสฟอรัสสูง ก็ยังทำให้ผิวคันมากอยู่ การฟอกไต การให้ยากินเพื่อลดค่าฟอสเฟต เป็นวิธีที่คุณหมอโรคไตรักษาเราอย่างเต็มที่

นัก โภชนาการโรคไต จะแนะนำให้เรารู้จักกับอาหารที่มีค่าฟอสเฟตที่เราควรหลีกเลี่ยง เช่น ไข่แดง นม อาหารประเภทเบเกอรี่ ที่มีส่วนผสมของไข่ นม เนย เบกกิ้งโซดา เบกกิ้งพาวเดอร์เป็นส่วนผสม รวมทั้งอาหารประเภทธัญพืชเช่น ถั่วเหลือง ถั่วแดง ถั่วลิสง ถั่วอัลมอนด์ งา ลูกเดือย คำแนะนำเรื่องอาหารเป็นเรื่องที่เราทำเพื่อช่วยตัวเราเองได้ทุกวัน

ปฎิ บัติตามคำแนะนำของลูกทีมสำคัญทั้ง 2 แล้ว แต่ก็ยังคันอยู่ เหตุผลในการไปหาลูกทีมที่มีความเชี่ยวชาญเพิ่ม เป็นเรื่องที่ดีงาม ถูกต้อง และเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง

คุณหมอโรคผิวหนังจะถามโรค และ ถามการใช้ชีวิตประจำวัน

เนื่อง จากคุณแม่อยู่ในวัย 80 งานที่ทำมีเพียงทำงานบ้านเบาๆ เพียง ปัด กวาด เช็ด ถู และทำอาหารให้ลูก หลานกินเท่านั้น เวลาที่เหลือก็ออกกำลังกายเบาๆ แกว่งแขน ปั่นจักรยาน ยกน้ำหนักด้วยการอุ้มหลาน เดินไป เดินมา

คุณหมอซักถามรายละเอียดถีงวิธีการทำความสะอาดร่างกาย

การ เป็นเบาหวานมานานกว่า 30 ปี ระบบการเผาผลาญและการขับเหงื่อจึงไม่ค่อยดี ในแต่ละวันจึงไม่มีเหงือ และกิจกรรมเบาๆ ของสาววัย 80 ก็ไม่ได้ทำให้มีเหงือ…. คุณหมอจึงขอให้งดการฟอกสบู่ เพราะผิวหนังและชั้นใต้ผิวหนังจะเปลี่ยนแปลงเป็น ความแห้ง ความเหี่ยวย่น ไม่มีความยืดหยุ่น แบบที่สาววัยอื่นไม่มี จึงจำเป็นต้องรักษาความชุ่มชื่นที่เหลืออยู่ไม่มากนั้นเอาไว้ด้วยการไม่ฟอก สบู่ เพราะการฟอกสบู่คือ การชะล้างไขมันที่อยู่บนผิวออกไป ยิ่งมีโรคไตเป็นปัจจัยเสริมนอกเหนือไปจากโรคเบาหวาน และอายุ  คุณหมอจึงขอให้ทำความสะอาดร่างกายด้วยการอาบน้ำ เช็ดตัวด้วยน้ำเปล่าเท่านั้น

เรื่อง ที่สองที่คุณหมอให้คำแนะนำคือ หมั่นทาโลชั่นเสมอ คุณแม่โอดโอยทันที ถูกงดฟอกสบู่ แล้วยังต้องทาโลชั่นอีก เพราะคุณแม่เป็นผู้หญิงรักความสะอากที่ไม่ชอบความเหนอะหนะของครีมทุกชนิดมา แต่ไหนแต่ไร คุณหมอบอกว่าคุณหมอให้คำแนะนำ และบอกวิธีการรักษาให้หายได้ มีคนมารักษากับหมอแล้วทำตามอาการดีขึ้นทุกราย คนที่ไม่ทำตาม ก็ยังคงทรมานกับความคันต่อไป คุณหมอรักษาได้ แต่คนดูแลต้องเป็นตัวผู้ป่วยเอง หากเราจะเป็นทีมเดียวกัน เราต่างต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ได้ ให้ดี

และก่อนจากกันคุณหมอได้ ให้ครีมสำหรับทาเพื่อลดอาการคันมาด้วย คุณหมอบอกว่าเป็นครีมสเตียรอยด์ให้ใช้เฉพาะยามที่คันมากๆ เท่านั้น เพราะยามีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือช่วยลดอาการคันได้ แต่ก็มีข้อเสียหากใช้ในปริมาณที่มากเกินไป มากเกินความจำเป็น จะทำให้ผิวมีปัญหาตามมาได้

ได้ใช้ครีมยาสเตียรอยด์ที่คุณหมอให้ใน ช่วงแรกเพื่อลดอาการคันเท่านั้น นอกนั้นก็ปฎิบัติตามคำแนะนำของลูกทีมอย่างครบครัน ล้างไตทุกวันเพื่อให้ของเสียออก หลีกเลี่ยงอาหารที่มีฟอสฟอรัส กินยาลดฟอสเฟตที่คุณหมอให้มาเป็นการแก้ปัญหาอาการคันจากภายใน ส่วนภายนอกนั้นก็งดการฟอกสบู่ ทาครีมทุกเช้าเย็น ทายาแก้คันเมื่อรู้สึกคน และออกกำลังกาย(แม้จะทำการล้างไตอยู่ก็ทำได้)ทุกวันเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

ปล.เขียนเล่ารู้สึกว่าเป็นเรื่องง่ายใช่ไหมคะ?  แต่กว่าจะผ่านเหตุการณ์มาเล่ายอมรับว่าไม่ง่ายเลย ไม่ใช่เราคนเดียวที่อยู่กับโรคนี้ด้วยความยากลำบาก ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ ต้องเดินมาบนเส้นทางนี้แล้ว อยู่กันให้ดี อยู่กันให้สนุกให้ได้ เพราะเครียดเกินไป กังวลเกินไป ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นได้เลย เรียนรู้ไปกับโรค มีชีวิตอยู่กับโรคด้วยรอยยิ้มนะคะ

6 thoughts on “เป็นโรคไตผิวแห้งและคัน ทำยังไงดี?

  1. เมื่อปลายเดือนที่แล้ว แม่มีอาการขาบวม พาไปหาหมอความดันในต่างประเทศรักษา หมอคิดว่าปรับลดยาแม่ก็จะหาย เพราะแม่ทานยาความดันสูงมานาน เกือบเดือนอาการแม่แย่ลงเรือยๆ จนน้ำท่วมปอด ภาวะหัวใจวาย แม่ต้องไปรักษาตัวในห้อง icu หมอเห็นผลเลือด บอกว่าแม่เป็นไตวายแน่ๆ เพราะว่า BUN สูงถึง 160 กว่าและค่า Cretinine สูงถึง 9.3 หมอประคองอาการแม่จนสามาถเดินทางกลับมารับการรักษาโรคไตที่กรุงเทพได้ ตอนนี้ หมอรอดูประวัติจาก รพ ที่ไทยประกอบการวินิจฉัยค่ะว่า ไตวายเรื้อรังขั้นสุดท้ายที่ต้องฟอกเลือดถาวร หรือไตวายเรื้อรังและเฉียบพลัน ถ้าเสื่อเฉียบพลันก็พอมีหวังว่าฟอกฉุกเฉินแล้วจะฟื้นตัวได้ค้องลุ้นกัน แต่ดิฉัน ได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโรคไตจากบล็อกคุณ เป็นประโยชน์มากเลยค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ มีอะไรอาจต้องมาปรึกษาคุณลักษณ์เพื่อเป็นวิทยาทานอีก ขอบคุณล่วงหน้าเลยค่ะ

    • ดีใจที่บทความมีประโยชน์ค่ะ ขอให้คุณแม่แข็งแรงขึ้น และเป็นเพียงไตวายแบบเฉียบพลันนะคะ

      • คุณหมอวินิจฉัยเบื้องต้นแล้วค่ะว่าเป็นไตวายเฉียบพลันจากยาความดันที่หมอแขกสั่งให้กิน ยาความดันบางตัวหมอไทยพูดเลยว่ามันคือ kidney killer ตอนนี้หมอให้หยุดยาที่ทานและทานเฉพาะยาบางตัวเพื่อรักษาอาการไตค่ะ หากไตฟื้นตัวแม่ก็ไม่ต้องฟอกเลือดแล้วค่ะ ขอให้คุณแม่ของคุณลักษณ์สุขภาพแข็งแรงด้วยนะคะ

      • ยินดีด้วยนะคะที่เป็นโรคไตวายแบบเฉียบพลัน ขอให้ไตคุณแม่ฟื้นตัวได้ไวๆ นะคะ

        คุณหมอบางคนก็มุ่งมั่นตั้งใจรักษาความดัน เพราะรู้ว่าหลอดเลือดจะเสียหายแข็งตัวจากความดันสูง จนยาที่ให้อวัยวะส่วนอื่นรับไม่ไหว เพราะร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกันค่ะ มองให้เป็นข้อดีว่าครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนว่า จากนี้ไปต้องดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน ลดความอาหารเค็มของอาหารลงอีก เลี่ยงอาหารอายุยาว ทานอาหารอายุสั้นให้มากขึ้น เลือกอาหารที่เหมาะกับวัยและโรคให้มากขึ้น เพื่อควบคุมความดันให้ดีขึ้น ชะลอการเสื่อมของไตไปให้ยาวนานที่สุด

        คุณหมอบอกลักข์ว่า หากปล่อยให้ความดันสูงเพียง 2 ปี หลอดเลือดจะแข็งตัว ทำให้หลอดเลือดมีปัญหา ภาวะของไตและหัวใจจะมากขึ้นและรุนแรงขึ้นได้ค่ะ การไม่กินยาความดันอันตรายแน่นอน แต่ปริมาณที่กินแล้วจะพอดีกับร่างกาย เราต้องใส่ใจติดตามและดูแลตัวเองเรื่องอาหารและการออกกำลังกายนะคะ อย่าปล่อยให้การรักษาเป็นหน้าที่หมอนะคะ เพราะเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของเราเองล้วนๆ เลยค่ะ

      • คุณลักข์คะ ขอบคุณมากค่ะ สำหรับข้อคิดเห็นดี ๆ และบล็อกดี ๆ ตอนนี้ คุณหมอสั่งให้ฟอกไตแล้วค่ะ สัปดาห์ละ 3 ครั้งเป็นเวลา 2 สัปดาห์เพื่อดูว่าไตจะฟื้นตัวขึ้นมาหรือไม่ หมอห่วงสองเรื่อง คือ ไตวายเฉียบพลัน ก็ต้องดูว่าไตฟื้นไหม มีโอกาสที่จะฟื้น แต่เท่าไหร่ยังไม่รู้ (เพราะสองปีก่อนค่า cr แม่คือ 1.1 ค่ะ ณ วันนี้ 10.4) สองถ้าไตวายจากอาการความดันสูงเฉียบพลันอันนี้ ไตเสียหายถาวร ต้องฟอกไตตลอดไปค่ะ แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร สำคัญที่สุด คือแม่ยังอยู่กับเรา ทุกวันนี้ ขอบคุณคุณพระคุณเจ้าที่ให้แม่ยังอยู่กับเรา เพียงเท่านี้ก็ดีแล้วค่ะ ทีเหลือก็อยากให้แม่อยู่แบบมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุขกับลูกหลาน มุ่งมั่นทำให้แม่มีคุณภาพชีวิตที่ดี ที่เราสร้างให้น่ะค่ะ แต่ก็ต้องทำงานหาเงิน เลยไม่สะดวก วันธรรมดาอาจต้องอยู่กับคนที่จ้างมา ส่วนเช้าเย็นเราคอยดูแลอยู่ค่ะ คุณลักข์อยู่ดูคุณแม่ตลอดไหมคะ

      • ลักข์เชื่อว่าคุณหมอจะทำหน้าที่ของคุณหมออย่างเต็มที่แน่นอนค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ เหตุปัจจัยในชีวิตคนเราไม่เหมือนกันนะคะ เงื่อนไขในชีวิตของเราก็แตกต่างกันด้วย สำหรับลักข์ ลักข์สะดวกที่จะดูแลคุณแม่ด้วยตัวเองตลอดค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s