ถามมา-ตอบไป เป็นเบาหวานจะทำอย่างไรดี? (3)

สวัสดีค่ะ ดิฉันไปตรวจร่างกายประจำปีที่โรงพยาบาลปรากฎว่าเป็นเบาหวาน น้ำตาล 159 แต่คุณหมอยังไม่ได้ให้ยามาทานนะคะให้แต่ยาลดไขมันมาทานเนื่องจากมี คลอเรสเตอรอลสูง 280 LDL 204 ไปตรวจใหม่ โดยงดอาหารและออกกำลังกายน้ำตาลลดลงเหลือ 138 คลอเรสเตอรอล 200 ค่ะ

คุณหมอเลยให้ทานยาลดคลอเรสเตอรอลอย่างเดียว จนใกล้ถึงวันนัดของหมอ ตัดสินใจเปลี่ยนที่ตรวจเนื่องจากค่าใช้จ่ายถูกกว่า ปรากฎว่าน้ำตาลอยู่ที่ 136 คลอลเรสเตอรอล 240 น้ำตาลสะสม 7.3% LDL 178 ค่ะ คุณหมอเลยให้ยามาทาน

แต่ตอนนี้เครียดมากเลยค่ะ ทั้งคำพูดคุณหมอที่ว่าเป็นเบาหวานถ้าไม่ทานยาก็ต้องตาย เครียดจากอาการข้างเคียงของยาด้วย คืออาการท้องอืด ปวดบริเวณท้องน้อย กินข้าวไม่ได้ เบื่ออาหาร อ่อนเพลียไม่มีแรง

ตอนนี้ท้อมากเลยค่ะกลัวสารพัดกับโรคที่อาจตามมา ร้องไห้หนักมากเลยกลัวมาก ดิฉันควรจะต้องปฎิบัติตัวอย่างไรดีคะ ตอนนี้นอนไม่ค่อยหลับเหมือนปวดเกร็งที่ท้องน้อยตลอดเวลา ควรไปหาหมอใหม่ไหมคะ อาการปวดท้องน้อยเนี่ยเป็นผลข้างเคียงอย่างนึงของยาไหมคะ เครียดมากเลยกลัวเป็นโรคแทรกซ้อนต้องเป็นภาระของคนอื่นค่ะ

 ขอบคุณนะคะ
………………………………………………………………………………………………………..
อาการข้างเคียงที่เล่ามา ตลอดเกือบ 30 ปีที่เป็นเบาหวาน ลักข์ไม่เคยเจอจากการใช้ยาที่คุณ่หมอให้ แต่อาการดังกล่าวจะเกิดขึ้นบ้าง ตอนที่จังหวะชีวิตมีคลื่นลมแรง ปัญหาต่างๆ ประดังเข้ามาในชีวิต จนเกิดภาวะที่เรียกว่าเครียด
คำแนะนำที่สามารถให้ได้เกี่ยวกับเรื่องผลข้างเคียงจากยา จนมีอาการดังกล่าง คือ ไปปรึกษาคุณหมอนะคะ
ลักข์ก็ไม่รู้ว่าที่เป็นอยู่นั้นเกิดจากอะไร แล้วลักข์ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยได้อย่างไร นอกจากจะบอกว่า นำยาที่กินในชีวิตทั้งหมด ไปให้คุณหมอดู และขอคำปรึกษาแนะนำ รวมทั้งอย่าลืมเล่าอาการทั้งหมดที่เกิดขึ้น คุณหมอจะได้ช่วยวิเคราะห์รักษานะคะ

สำหรับคำถามควรกลับไปหาหมอใม่ไหม? คิด พิจารณา แล้วตัดสินใจได้เองเลยค่ะ

……………………………………………………………………………………………………….

สำหรับคำถาม เป็นเบาหวานแล้วควรปฎิบัติตัวอย่างไร ขอตอบว่า

1. ตั้งสติให้ได้ การร้องไห้หนักมากช่วยระบายความเครียด ความกังวลออกไปได้นิดนึง แต่ไม่ช่วยแก้ปัญหาค่ะ

2. ทำใจยอมรับว่า “เบาหวาน” จะมาอยู่กับเรานับจากวันนี้และตลอดไป โรคเบาหวานในอดีตหลัก 100 ปี-3,000 ปีที่แล้ว ถูกจัดว่าเป็นโรครุนแรง เป็นแล้วไม่นานก็ตาย แต่ปัจจุบันเบาหวาน ถูกจัดว่าเป็นโรคเรื้อรัง หากคนเป็นเบาหวานดูแลตัวเองก็ไม่อันตราย ไม่ดูแลตัวเองก็อันตราย

3. เรียนรู้ว่า “เบาหวาน” เกิดจากความเสื่อมของอวัยวะที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ อวัยวะนี้คือ ตับอ่อน ที่มีหน้าที่ผลิตฮอร์โมนอินสุลิน ฮอร์โมนอินสุลินมีหน้าที่นำน้ำตาลในร่างกายไปใช้ให้เกิดพลังงาน เมื่อตับอ่อนเสื่อม น้ำตาลในร่างกายเลยไม่ถูกนำไปใช้ ลอยอยู่ในกระแสเลือดทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของเราสูง

สายตาเสื่อม สั้น-ยาว เราแก้ไขด้วยการใส่แว่น
ผิวหนังเสื่อม เหี่ยวย่น เราแก้ไขด้วยการทาครีม ดึงผิว
เม็ดสีเสื่อม ผมเราหงอกขาว แก้ไขด้วยการย้อมผม
ตับอ่อนเสื่อม ระดับน้ำตาลในเลือดสูง แก้ไขด้วยการคุมอาหาร กินยา ฉีดอินสุลินตามคำแนะนำของแพทย์

4. รู้ฤทธิ์ว่า “เบาหวาน” มีทั้งข้อดีและข้อเสียคือ สามารถทำให้เราเป็นคนแข็งแรงกว่าเดิมได้ รวมทั้งทำให้เราอ่อนแอลงจนอันตรายได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับการกระทำของตัวเราเองว่าจะตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับโรคเบาหวานแบบไหนอันตรายของการไม่ควบคุมระดับน้ำตาล “เบาหวาน” สามารถทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ตามมาแก่อวัยวะต่างๆ ตา ไต หัวใจ ตีน(ปลายประสาทและหลอดเลือดทั้งหมด) ก่อนที่จะตาย … คุณหมออาจจะใช้คำขู่ที่ฟังดูโหดร้ายว่าไม่กินยาแล้วตาย แต่ในความเป็นจริงแล้วความทุกข์ทรมานจากภาวะแทรกซ้อนนี่สิ น่ากลัวกว่าคำพูดหมอเยอะเลย

5. ตัดสินใจเลือกวิถีการดำเนินชีวิตอยู่กับเบาหวานด้วยตัวเอง และรับผลที่เกิดขึ้นด้วยตัวเองทั้งหมด

……………………………………………………………………….

สำหรับลักข์เองที่ใช้ชีวิตอยู่กับ “เบาหวาน” มาสุดขั้ว ทดลองด้วยชีวิตจนเฉียดตายมาหลายหน ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคนหลายคน บอกได้คำเดียวว่าการเป็นโรค “เบาหวาน” คือสัญญาณเตือนให้เราเริ่มหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพของตัวเอง และถ้าเราทำได้ “เบาหวาน” คือส่วนหนึ่งในชีวิตที่นำพาแต่สิ่งดีๆ มาให้ เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการ

มีเครื่องตรวจน้ำตาล คือ สิ่งสำคัญจำเป็น ไม่ใช้มีไว้เป็นเครื่องประดับ แต่ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์กับชีวิตตัวเองได้ด้วย วิธีเจาะคือ ก่อนกินอาหาร หลังกินอาหาร 2 ชม.

มีสมุดจดบันทึก คือ อุปกรณ์อีกชิ้นที่สำคัญ จดบันทึกระดับน้ำตาลก่อนอาหาร อาหารและน้ำทุกชนิดที่หยิบเข้าใส่ปาก ถ้าชั่งตวงวัดลงรายละเอียดเรื่องปริมาณได้ยิ่งดี และบันทึกค่าน้ำตาลหลังอาหาร  2 ชม.ด้วย จะจดแบบไหนก็ได้ สไตล์ตัวเองก็ไม่มีปัญหา ขอแค่ดูรู้เรื่อง จำได้ เข้าใจ เพื่อเอาไว้ไปคุยกับคุณหมอ ลองหาอ่านใน blog นะ เคยเขียนเล่าแล้วว่าควรบันทึกค่านำตาล อาหาร ยา และกิจกรรมการออกกำลังกายของเราเอาไว้ด้วยกันเพราะส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดของเราทั้งหมด

…………………………………………………………………..

การต้องรับรู้ว่าตัวเองต้องมีโรคประจำตัว เป็นเรื่องยากที่จะยอมรับและทำใจ แต่อย่าใช้เวลานานเกินไปในการทำใจนะคะ

หากตัดสินใจจะดูแลตัวเอง ก้าวแรกอาจจะยาก เพราะยังงุนงงกับชีวิต แต่ไม่ต้องกังวลนะคะ ไม่ใช่คนแรกและคนเดียวที่งง เรียกว่าสับสนกันทุกรายเลยค่ะ แต่พอเข้าใจและทำได้แล้ว จะทำได้ไปตลอดเช่นกันค่ะ

ส่วนหากอยากลองใบไม้วิเศษ ยามหัศจรรย์ ที่มีคนนำเสนอทั้งไม่ว่าจะเป็นพืชพรรณสมุนไพรตามธรรมชาติของพื้นบ้าน ต่างประเทศ ต่างทวีป ต่างดาว หรือมาจากสุดขอบจักรวาล ที่มีคุณสมบัติมหัศจรรย์พันลึก แต่เน้นย้ำตรงกันว่า ให้โกหก เอ้ย ปกปิด ไม่ต้องบอกหมอว่ามาทดลอง ลักข์ไม่สนับสนุนนะคะ อ่านซ้ำอีกครั้งนะคะ ลักข์ไม่สนับสนุนนะคะ

เพราะสัมภาษณ์คุณหมอมาหลายรายแล้ว ล้วนบอกตรงกันว่าขอให้มีของวิเศษมหัศจรรย์นั้นจริงๆ เถอะ หมออยากให้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในโลกที่ปลอดจากโรคเบาหวาน ยังไม่มีประเทศไหนในโลกใบนี้ ปลอดคนที่เป็นโรคเบาหวานเลย

……………………………………………………………………………………….

เพิ่งรู้ว่าเป็นเบาหวานครั้งแรก ก็เหมือนเด็กเล็กๆ ที่ยังต้องอาศัยการเรียนรู้และความช่วยเหลือจากบุคคลากรทางการแพทย์ แต่เมื่อฝึกฝนเรียนรู้จนชำนาญรับรองได้ว่า สามารถจัดการระดับน้ำตาลตัวเองให้อยู่ในเกณฑ์ได้แน่ จนต้องชูนิ้วบอกโอเค จัดการด้วยตัวเองได้แล้ว😀

Learning Por Por

ไม่อยากจะใช้คำนี้กับใครเลย แต่ไหนๆ ก็หลุดมาแล้ว …. ยินดีต้อนรับสู่โลกเบาหวานนะคะ และขอให้มีชีวิตอยู่กับโรคเบาหวานได้อย่างดีและมีความสุขนะคะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s