อากาศร้อนร้อนกับน้ำต้มหอมหอมสำหรับคนเป็นโรคไต

โดยปกติแล้วลักข์ชอบอากาศร้อนๆ แบบนี้เป็นที่สุด เพราะในช่วงปลายฝนต้นหนาวหรือในช่วงฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงอากาศขมุกขมัวชื้นๆ ร่างกายของคุณแม่จะค่อนข้างเปราะบางชวนให้ใจหายอยู่เรื่อย ผิดกับฤดูร้อนที่ร่างกายของคุณแม่มีภาวะสงบนิ่งไม่มีอะไรให้ต้องตื่นตกใจ

แต่ดูท่าปีนี้คงจะร้อนมาก หรือไม่ก็เป็นเพราะร่างกายคุณแม่อ่อนแอลงตามวัยที่สูงมากขึ้น ทำให้การเต้นของหัวใจส่งสัญญาณผิดปกติมากขึ้น

เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน คุณแม่บอกว่ารู้สึกเหนื่อย เหมือนหัวใจจะหยุดเต้น! โอ้โห ลักข์ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นดังตุ้บ ตุ้บ ตุ้บเลย ตั้งสติได้ก็พาคุณแม่ไปนอนพักแล้ววัดความดัน จดบันทึกและหมายเหตุเรื่องไว้ เวลาไปเยี่ยมคุณหมอ จะได้มีเรื่องเล่าให้คุณหมอฟังว่าช่วงที่ห่างกันไปไม่ได้เจอคุณหมอเกิดอะไรขึ้นกับคุณแม่บ้าง

ถึงเวลานัดติดตามผลของหมอหัวใจ ก็ได้ไปเยี่ยมทักทายสวัสดีพร้อมให้คุณหมอดูบันทึกข้อมูล คุณหมอสังเกตเห็นว่ามีความผิดปกติเกี่ยวกับค่าความดันและอัตราการเต้นของหัวใจ เลยสั่งให้ไปตรวจวัดคลื่นหัวใจในทันทีเพื่อที่จะยืนยันให้ชัวร์ก่อนที่คุณหมอจะทำการรักษาด้วยการปรับลดยา

ยังไม่ถึงวันนัดการเยี่ยมหมอครั้งต่อไป นั่งๆ อยู่คุณแม่ก็บอกว่าเหนื่อยอีกแล้ว แต่ครั้งหัวใจเต้นเร็วมากเลย แค่พูดก็ยังเหนื่อยเลย  โอ้โห โชคดีนะที่ชาติปางก่อนลักข์เคยฝึกวิชาตัวเบามา เพราะสามารถลงจากชั้น 3 มาถึงชั้นล่างหยิบเครื่องวัดความดันแล้ววิ่งขึ้นกลับขึ้นไปในเวลาไม่ถึงนาที ลมแทบจับเมื่อเห็นตัวเลขการเต้นหัวใจอยู่ที่เลข 101 ทำอะไรแทบไม่ถูกเลยให้คุณแม่นอนพักไว้ก่อน แล้วคอยวัดความดันเป็นระยะๆ แล้วบันทึกไว้ ดีที่ตัวเลขลดลงมา ไม่เช่นนั้นคงต้องเรียกรถขับพาไปห้องฉุกเฉินของรพ.แน่ๆ
mama b/p record
วันรุ่งขึ้นลักข์ไปหาคุณหมอเพื่อขอคำแนะนำ คุณหมอตั้งคำถามว่าแล้วความดันลงมาเป็นปกติหรือยัง ผิดปกติแค่ช่วงเดียวหรือตลอดเวลา? แค่ช่วง 2-3 ชม.ค่ะ คุณหมอฟังคำตอบแล้วบอกว่าถ้าอย่างนั้นไม่น่าเป็นห่วง แต่ถ้าเต้นตลอดเวลาแบบนี้ให้พามาห้องฉุกเฉินของรพ.ทันที ว่าแต่ว่าเมื่อวานนี้คุึณแม่ได้ออกแรงกว่าที่เคยไหม? กินอะไรเข้าไปที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนหรือเปล่า? เพราะถ้าร่างกายขาดน้ำก็ทำให้มีภาวะเช่นนี้เกิดขึ้นได้ ไม่มีค่ะ แต่เมื่อวานนี้ร้อนมากเลยค่ะ สงสัยจะเป็นเพราะทานน้ำไม่พอกับสภาพอากาศที่ร้อนเป็นไปได้หรือเปล่าคะ? คุณหมอบอกว่ามีสิทธิ์ที่จะเป็นไปได้ ว่าแต่ว่าจะทำยังไงดีคะ ในเมื่อคุณแม่เป็นโรคไต ปริมาณน้ำที่ทานต้องให้สมดุลน้ำเข้าน้ำออก ทานเยอะไปก็ไม่ได้เดี๋ยวน้ำท่วมปอด หัวใจวายขึ้นมาล่ะแย่เลย คุณหมอแนะนำให้ใช้วิธีจิบน้ำเรื่อย ๆ หรืออมน้ำแข็งแทน เพราะการดื่มน้ำเป็นถ้วยๆ สำหรับคุณแม่ที่ไตอยู่ในระยะสุดท้ายแล้วไม่ปลอดภัยจริงๆ

คุณแม่จิบน้ำ ใส่น้ำแข็งได้ไม่กี่วันก็รู้สึกเบื่อ (ความรู้สึกเบื่ออาหารเป็นเรื่องปกติ) จะเปลี่ยนให้กินชา กาแฟก็ไม่ได้เพราะมีคาเฟอีนที่ทำให้หัวใจเต้นรัวและสารแทนนินที่ทำให้ท้องผูก  จะให้กินนมเดี๋ยวค่าฟอสฟอรัสสูงก็จะยิ่งไปกันใหญ่ คิดไปคิดมาก็เลยต้มน้ำใส่ใบเตยและเพิ่มดอกเก๊กฮวยลงไปในปริมาณนิดเดียว เนื่องจากไม่คิดจะเอาคุณสมบัติทางยาใดๆ เพราะไม่แน่ใจว่าจะส่งผลอะไรกับคุณแม่บ้าง เพียงแค่อยากให้น้ำมีรสชาติและกลิ่นหอม นอกจากใบเตยและเก๊กฮวยแล้วลักข์ใส่น้ำผึ้งลงไปในขั้นตอนสุดท้ายเพื่อความหวานและเพิ่มความชื่นใจด้วยค่ะ

ปริมาณและวิธีที่ลักข์ทำ
น้ำ ปริมาณ 1.5 ลิตร 2 ขวด + 1/2 ลิตร 1 ขวด ต้มพร้อมใบเตย 2 กำมือ พอน้ำเดือดใส่ดอกเก๊กฮวยแห้ง 1 กำมือ เคี่ยวไปอีก 20-30 นาที จากนั้นก็ตักใบเตยและดอกเก๊กฮวยออก เติมน้ำผึ้งลงไป 100 ซีซี (หวานมากหวานน้อยตามใจชอบแต่สำหรับคนที่เป็นเบาหวานต้องระวังเรื่องระดับน้ำตาลในเลือดด้วยนะคะ) รอน้ำเย็นก็กรองเศษใบเตยและเก๊กฮวยอีกครั้งก่อนกรอกใส่ขวด และใส่พิมพ์น้ำแข็ง
ต้มน้ำใบเตยเจออากาศร้อนๆ แบบนี้ เทน้ำใส่แก้วทีละนิดให้คุณแม่จิบทีละหน่อย หรือแกะจากพิมพ์น้ำแข็งมาให้คุณแม่ใส่ปากอมเล่น ทั้งคลายร้อน ทั้งชื่นใจ โดยที่ปริมาณน้ำไม่มากเกินไปจนกลายเป็นภาระกับปอดและหัวใจด้วยค่ะ (ปริมาณน้ำแค่ไหน สำหรับคนที่ล้างไตแต่ละคนต้องตวงตามปริมาณน้ำเข้าออกตามที่คุณหมอแนะนำนะคะ)

ทดลองเอาไปทำดูนะคะ อ้อ แนะนำให้ต้มเองเลยนะเพื่อความสะอาดและปลอดภัยค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s