หมอดู(แล)ไม่ใช่หมอเดา หมอคนเดียวรักษาไม่ได้ทุกโรค

รูปภาพ

เรื่องน่าเบื่อที่สุดอย่างหนึ่งของคนที่เป็นโรคเบาหวาน ก็คือการไปหาหมอตามนัด ซึ่งถ้่านับจริงๆ แล้วก็คือ ทุกๆ 3 เดือนบ้าง 4 เดือนบ้าง ขึ้นอยู่กับการดูแลเบาหวานของคนๆ นั้น และจำนวนคนไข้ที่รอพบคุณหมอ ซึ่งนับวันมีแต่จำนวนเพิ่มขึ้นมาโดยตลอดและที่น่าสังเกตก็คือ อายุของคนที่มาหาหมอน้อยลงทุกที

แต่เมื่อเทียบกับการที่คุณแม่เป็นโรคไตจากเบาหวานแล้ว การหาหมอจะถี่ขึ้นมากมายมหาศาล และถ้าเป็นเบาหวานจนมีโรคแทรกซ้อนที่ไตแล้ว หัวใจก็ใช่ว่าจะปลอดภัย เพราะฉะนั้นการไปหาหมอทุกเดือนนับว่าเป็นเรื่องปกติ และถ้าหากเกิดความผิดปกติกับร่างกาย การไปหาหมอทุกอาทิตย์ หรืออาทิตย์ละหลายวันก็เกิดขึ้นได้ นับว่าเป็นเรื่องธรรมดา

การไปหาหมอบ่อยๆ เป็นเรื่องที่ไม่สนุก ยิ่งตอนที่คุณแม่เจ็บไข้ได้ป่วยยิ่งเต็มไปด้วยความทุกข์ซ้ำหนักเข้าไปอีกว่าครั้งนี้จะผ่านไปได้ไหม ร่างกายจะสู้ไหวหรือเปล่า

หลายครั้งที่มีคนติดต่อมาหาด้วยความปรารถนาดีว่าเขาได้ยินมาว่า รับรู้มาว่า มีสมุนไำพรดี มีน้ำดี มีหมอเก่ง เชี่ยวชาญรักษาให้คนหายจากโรคต่างๆ ได้ ที่รู้สึกเซ็งมากคือ การได้เจอคนขายอาหารเสริม ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่ได้รับอย. และขายไปทั่วโลก ไม่มีผลข้างเคียง เงินไม่กี่พัน แลกกับการหายจากโรคเบาหวานมันคุ้มค่ามาก  และที่รู้สึกเซ็งที่สุดคือ มีคนเชื่อและซื้อมากินด้วยนี่สิ

โรคเบาหวาน เป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของร่างกาย ก็เหมือนกับการที่เราสายตาสั้นที่เกิดจากสายตาเสื่อมลงนั่นแหละ เพียงแต่โรคเบาหวานต้องรักษาด้วยการกินยาไปตลอดเท่านั้น และยิ่งลักข์มาดูแลคุณแม่ ต้องพาไปหาคุณหมอเพื่อรักษาสารพัดโรค ยังไม่มีหมอคนไหนกล้ารับรักษาทุกโรคเลย คุณหมอรักษาเบาหวานผ่าตัดไม่ได้ การดูแลแผลและการติดตามผลก็ต้องให้หมอผ่าตัดดูแล หมอโรคไตรักษาหัวใจไม่ได้ ยังต้องส่งตัวต่อไปให้คุณหมอรักษาหัวใจคอยดูแลให้เลย การไปหาหมอที่โรงพยาบาล ยาที่คุณหมอจ่ายให้มีผลข้างเคียงได้ทุกอย่าง รวมทั้งอาหารและน้ำที่กินทุกวันก็ส่งผลให้ร่างกายเสียสมดุลได้ คุณหมอจึงให้คุณแม่ตรวจด้วยการเจาะเลือดเพื่อดูค่าต่างๆ ว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่สมดุลหรือเปล่า  หากไม่สมดุลจะใช้ยารักษาหรือปรับด้วยอาหารก็ว่ากันไปขึ้นอยู่กับเหตุและปัจจัยของโรค

ใครที่เป็นโรคเบาหวาน และถ้ามีภาวะของอาการไตเสื่อมแล้ว ระวังเรื่องการไปหมอเดาที่ไม่รู้วิธีการดูแลเราอย่างถูกต้อง ยิ่งการเชื่อเรื่องยาชนิดเดียวป้องกันรักษาได้ทุกโรคด้วย เงินไม่กี่พัน แลกกับตับ ไตที่จะต้องเสียไปยังไงก็ไม่มีทางคุ้มค่า และสำหรับคนขายของถ้าหากทำเพื่อกำไรและเงินในกระเป๋าก็เข้าใจ แต่ถ้าจะบอกว่าเพื่อประโยชน์สุขของร่างกาย ก็ต้องบอกว่าข้อมูลที่นำมาอ้างอิงเชื่อถืออะไรไม่ได้เลย นะคะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s