เบาหวาน VS โรคเบาหวาน

ตั้งแต่คุณแม่เกิดอาการหัวใจหวั่นไหว ความดันสั่นสะเทือน จนดูเหมือนว่าระบบในร่างกายเริ่มเรรวน ทำให้มีโอกาสได้ทักทายสวัสดีกับคุณหมออีกหลายคน นอกจากหมอรักษาเบาหวานแล้ว ยังมีหมอรักษาไต หมอรักษาตา ที่ไปมาหาสู่ทักทายกันเป็นประจำสม่ำเสมอ ตอนนี้ยังมีเพิ่มมาอีกทั้งหมอโรคหัวใจ หมอระบบหลอดเลือด … เป็นเบาหวานแล้วไม่ดูแล เมื่อถึงเวลาที่เบาหวานทนไม่ไหว เขาก็พาทุกโรคมาให้ครบเครื่องจริงๆ

คุณหมอที่รักษาเบาหวาน เคยบอกไว้ว่า เบาหวานไม่ใช่โรค แต่เป็นภาวะเสื่อมของร่างกาย ซึ่งดูแลรักษาได้เพียงแต่ต้องดูแลรักษาทุกวัน เพราะเมื่อร่างกายเกิดความเสื่อมแล้วร่างกายไม่สามารถกลับมาอยู่ในสภาวะเหมือนเดิมได้ เราจึงต้องดูแล แต่ถ้าหากเราไม่ดูแลจนเกิดโรคต่างๆ ในภาวะเช่นนี้หมอจึงเรียกว่าโรคเบาหวาน

มองย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีก่อน ความรู้เรื่องเบาหวานในสมัยนั้นแตกต่างจากปัจจุบันมาก กระทั่งเกณฑ์วินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานก็มีการเปลี่ยนแปลง เดี๋ยวนี้ใครมีระดับน้ำตาลเกิน 99 มก./ดล. แต่ไม่เกิน 125 มก./ดล. ก็ถือว่ามีภาวะเสี่ยงของโรคเบาหวานแล้ว หรืออาจจะเป็นโรคเบาหวานก็ได้ ต้องตรวจด้วยวิธีการอื่น หรือ ค่าตัวอื่นอีกที แต่ถ้าได้ค่าตั้งแต่ 126 มก./ดล. เป็นเบาหวานแน่ๆ แล้ว ต้องเริ่มดูแลตัวเองให้ดีทันทีเลยทีเดียว

ความรู้ในอดีตเรื่องโภชนาการของคนเป็นเบาหวาน คือ ให้กินแป้งน้อย แต่กินเนื้อสัตว์ได้ไม่จำกัดจำนวน เมื่อเวลาผ่านไปงานวิจัยก็ทำให้พบว่าหลอดเลือดของคนที่กินเฉพาะเนื้อสัตวืเต็มไปด้วยตะกรันคราบไขมัน ทำให้หลอดเลือดตีบ อันตรายก็เกิดขึ้นกับร่างกายตามมา จนได้ค้นพบว่าการกินอาหาร 5 หมู่ ตามสัดส่วนการคำนวณของกิจกรรม การใช้ชีวิตในแต่ละวัน คือหลักโภชนาการที่เหมาะสมกับคนเป็นเบาหวานมากกว่า

และตลกร้ายที่สุดของคนที่เป็นเบาหวานคือ การมีวัฒนธรรมควาเชื่อที่ผิดๆ เกี่ยวกับยารักษาเบาหวาน คนที่เป็นเบาหวานส่วนใหญ่มีความเชื่อว่ากินยาเบาหวานเป็นระยะเวลานานๆ แล้วทำให้ตับเสื่อมไตวาย โดยที่คนเป็นเบาหวานส่วนใหญ่ไม่เคยรู้สาเหตุที่แท้จริงว่า ที่คนเป็นเบาหวานส่วนใหญ่ต้องเป็นโรคไต เพราะควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ ด้วยสาเหตุหนึ่งที่มาจากการงดกินยาเอง

ตอนที่มีภาวะเบาหวานขึ้นตา ลักข์ว่าน่ากลัวแล้ว การเผชิญกับโรคหัวใจ ไตวาย ปลายประสาทเสื่อม สั่นประสาทได้มากกว่ากันเยอะเลย การมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องโรคเบาหวานเป็นสิ่งจำเป็น แต่สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ คือ ความใส่ใจที่จะดูแลตัวเอง

คงจะเป็นเรื่องดีไม่ใช่น้อย ถ้าคนที่เป็นเบาหวาน สามารถรักษาเบาหวานได้ จนไม่ต้องเกิดเป็นโรคเบาหวาน เพราะมันทุกข์และทรมานกว่าที่จะจินตนาการกันออกเลยทีเดียว

และคงจะเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก ถ้าหากว่าคนที่เป้นเบาหวานในยุคปัจจุบัน ต้องเป็นโรคเบาหวานอนาคต เสียดายที่มีโอกาสแต่ไม่หาความรู้ และไม่ลงมือทำ

Advertisements

2 thoughts on “เบาหวาน VS โรคเบาหวาน

  1. ขอเป็นกำลังใจให้กับคนที่เป็นโรคเบาหวานนะคะ วิวัฒนาการทางการแพทย์ก้าวไกลกว่าเมื่อก่อนมาก ในอนาคตคิดว่า น่าจะมีการรักษาจนหายได้ เพราะสมัยนี้โรคที่คนเป็นก็มากขึ้นๆเรื่อยๆ

    • ขอบคุณค่ะ

      ในอนาคตอาจจะมีการค้นคว้าจนสามารถพบวิธีรักษาหายได้ เพราะฉะนั้นที่สำคัญในตอนนี้คือ คนที่เป็นเบาหวานต้องดูแลตัวเองไม่ให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ขึ้นมา เพราะไม่เช่นนั้นหากมีการพบวิธีรักษาแต่ถึงเวลานั้น สภาพร่างกายอาจจะไม่พร้อมที่จะได้รับการรักษาแล้ว จะเป็นเรื่องที่น่าเสียใจและเสียดายมากค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s