หมอที่ดีที่สุด อาวุธที่ดีที่สุด สำหรับคนที่เป็นโรคเบาหวาน

หมอรักษาเบาหวานที่ดีที่สุดคือใคร หมอรักษาเบาหวานที่เก่งที่สุดในประเทศไทย ในระดับโลกคือใครหนอ แล้วหมอรักษาด้วยวิธีไหนจึงมีชื่อเสียงว่ารักษาเบาหวานได้ดีที่สุด?

ตลอดระยะเวลาการเป็นเบาหวานมานานนับสิบๆปี ทำให้มีโอกาสเจอคุณหมอในหลากหลายรูปแบบ ล้วนแล้วแต่เป็นที่เล่าขานกันปากต่อปากว่าเก่งเหลือหลาย ดีเหลือเกิน ซึ่งหลังจากที่ไปพบก็ต้องยอมรับว่าหมอที่ได้พบเจอ มีอยู่เพียงไม่กี่ประเภทเท่านั้น คือ

1 คุณหมอที่มีความรู้ในการรักษาจริง ดูแลคนไข้ด้วยความเอาใจใส่ และรู้ว่าคนไข้ที่มาหาหมอนั้นเต็มไปด้วยความทุกข์กาย และอาจจะเต็มไปด้วยความทุกข์ในหัวใจมามาย การได้พบหมอที่ทำหน้าที่จากหัวใจที่งดงามอ่อนโยน โดยได้แสดงออกมาผ่านคำพูดและการกระทำจนเราสามารถสัมผัสได้ถึงหัวใจที่งดงามนั้นได้ (จนอดไม่ได้ที่มักจะจินตนาการว่า คุณหมอมีวงแหวนเทวดาและปีกสีขาวแอบซ่อนเอาไว้ไม่ให้เราเห็น) นับว่าเป็นเรื่องที่โชคดีมากในชีวิตอย่างหนึ่งที่ได้พบเจอหมอประเภทนี้

2.คุณหมอที่มีความรู้ในการรักษาจริง แต่ไม่ได้ปฏิบัติต่อคนไข้ด้วยความอ่อนโยน เวลาเจอหมอแบบนี้ ก็เข้าใจได้ว่าหมอคงเคยเป็นคนอ่อนโยนมาก่อน แต่เพราะผู้ป่วยคงไม่เข้าใจว่าโรคบางโรคนั้นรุนแรงจำเป็นต้องดูแลอย่างเข้มงวดจริงจัง หมอจึงต้องแสดงอากัปกริยาท่าทางที่ดุดันเอาไว้ก่อน หรือไม่ก็เพราะหมอต้องดูแลผู้ป่วยในปริมาณมากมาย จนเกิดเป็นความชาชิน จนหัวใจที่อ่อนโยนหมดไปจากหัวใจ และถูกแทนที่ด้วยหัวใจซาตานโดยไม่รู้ตัว ทำให้คำพูดและการกระทำดูกร้านเสียจนอยากจะหันไปถามหลือเกินว่า คุณหมอแค่ลืมตัวไปชั่วขณะ หรือเพราะหัวใจคุณหมอด้านชาต่อความทุกข์ของคนป่วยไปแล้ว

3. แบบสุดท้ายที่น่ากลัวที่สุด คือ พวกที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานจริง แต่สามารถรักษาเบาหวานได้อย่างมั่วและชุ่ย เพราะไม่เคยต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองทำ ยกตัวว่าเป็นผู้รู้ดี อาจจะถึงขั้นยกระดับแทนตัวเองว่าเป็นหมอ (หมอแมะ หมอสมุนไพร หมอกดจุด หมอฝังเข็ม หมอยา ฯลฯ) จ่ายอะไรมากินก็ไม่รู้  ที่อาจจะเรียกว่าสมุนไพรบ้าง อาหารเสริมบำรุงบ้าง ของจากธรรมชาติบ้าง ซึ่งการันตีว่าไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย (แต่ปลอดภัยจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้) สิ่งที่ให้เรากินนั้นอาจจะกลายเป็นยาพิษก็เป็นไปได้ ผู้ไม่รู้จริงเกี่ยวกับโรคเบาหวานเหล่านี้ ไม่ว่าเป็นแบบพอจะมีความรู้อยู่บ้าง หรือไม่มีความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานเลย (ซึ่งมักจะมีบุคคลิกภายนอกน่าเชื่อถือ พูดจาดี มีความมั่นใจว่าสามารถทำให้โรคเบาหวานดีขึ้นได้ ทำให้หายได้) เป็นกลุ่มคนที่น่ากลัวที่สุด เพราะเป็นสุภาพบุรุษ/สุภาพสตรีที่มาในคราบที่มีหัวใจเป็นซาตาน จากคำพูดหวานรื่นหู พูดให้เราหลงเชื่อ ล้วนเป็นคำพูดอาบยาพิษ ไปถึงของกินของใช้ที่สามารถคร่าชีวิตและสุขภาพของเรา รวมถึงทำให้เงินในกระเป๋าของเราบาดเจ็บสาหัสได้ โดยที่เราก็ยังเป็นโรคเบาหวานอยู่เหมือนเดิม อาจจะหนักขึ้นกว่าเดิมที่มีอาการของโรคแทรกซ้อนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

หลายคนที่เป็นเบาหวานอาจจะสูญเสียเงินทอง เวลา และอวัยวะไปกับคนกลุ่มนี้มากที่สุด และก็เป็นการสูญเสียที่สูญเปล่ามากที่สุด เพราะคนกลุ่มนี้ไม่เคยรู้เลยว่าโรคเบาหวานที่จริงแล้วคือโรคอะไร แล้วเขาจะรู้จักวิธีการดูแลรักษาเบาหวานให้ดีได้อย่างไร ทำให้สิ่งที่เขานำเสนอจึงไม่มีประโยชน์อะไรกับชีวิตของคนเป็นเบาหวานเลย (แอบตั้งคำถามในใจว่า ทำไมยังมีคนหลงเชื่อกลุ่มคนเหล่านี้อยู่มากที่สุด ก็พอจะได้คำตอบว่าเพราะความไม่รู้ ไม่มีข้อมูลของโรคที่ตัวเองเป็นอย่างแท้จริง คือสาเหตุหลักที่ทำให้คนเป็นโรคเบาหวานจำนวนมากถูกหลอกลวงได้ง่าย และเพราะความหวังเพราะคิดว่าไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว ทั้งที่จริงแล้วต้องแลกด้วยเวลา เงินทอง และสุขภาพ)

เมื่อผู้คนมีหลากหลายประเภท หมอเองก็มีทั้งที่ดี ที่น่าเคารพ ยกย่อง ศรัทธา และ มีทั้งที่ไม่น่าคบหา แล้วคนที่เป็นเบาหวานควรเชื่อใคร และจะรู้ได้อย่างไรว่าใครเป็นคุณหมอที่ดีจริงๆ

ลักข์เคยถูกตั้งคำถามจากคุณหมอที่ทำการรักษาว่า รู้ไหมว่าระดับน้ำตาลของตัวเอง ณ เวลานี้คือเท่าไหร่? ถ้าเดาถูก หมอให้แสนนึงเลย โอวววววววว เงินแสน! เจาะเลือดที่ปลายนิ้วกันสดๆ รู้ผลภายใน 5 วินาที พร้อมกับการชวดเงินแสนภายในเสี้ยววินาทีที่ตัวเลขปรากฏ แต่การสูญเงินแสนในครั้งนี้ สิ่งที่ได้รับคือ  การได้รู้จักกับอาวุธที่ดีที่สุดที่จะใช้ในการดูแลรักษาเบาหวาน และการได้รู้จักกับหมอเบาหวานที่ดีที่สุดในชีวิต!

คุณหมอตั้งคำถามต่อไปว่า รู้ไหมอาวุธที่ดีที่สุดสำหรับการดูแลโรคเบาหวานคืออะไร?

เครื่องเจาะเลือด … ผิด

การออกกำลังกาย … ผิด

ยากิน/ยาฉีดอินสุลิน … ผิด

ตัวเอง … ผิด

ยอมค่ะ … “ความรู้” คือ อาวุธ/เป็นเครื่องมือที่ดีที่สุด สำหรับคนที่เป็นโรคเบาหวาน

คนที่มีเครื่องเจาะเลือด/เครื่องวัดระดับน้ำตาล แต่ไม่เคยใช้เครื่องวัดระดับน้ำตาล จะมีประโยชน์อะไร

คนที่มีเครื่องเจาะเลือด/เครื่องวัดระดับน้ำตาล แต่ไม่สามารถให้เหตุผลได้ว่า ทำไมน้ำตาลถึงสูง (เพราะกินเยอะ เพราะลืมกินยา เพราะเมนส์มา เพราะเครียด หรือเพราะอะไร) และไม่สามารถให้เหตุผลได้ว่าทำไมระดับน้ำตาลถึงต่ำ (เพราะออกกำลังกายมากกว่าปกติ กินอาหารน้อยกว่าปกติ กินยาฉีดยาแล้วแต่ยังไม่ได้กินข้าว หรือเพราะอะไร)  ก็ยังมีประโยชน์อยู่บ้าง เมื่อเวลานำผลเลือดไปให้คุณหมอช่วยดู ช่วยวิเคราะห์ เพื่อให้คำแนะนำที่เหมาะสม  แต่จะให้เกิดประโยชน์สูงสุดเมื่อคนที่เป็นเบาหวานมีความรู้ เมื่อเจาะเลือดแล้วสามารถตอบได้ถึงที่มาของผลระดับน้ำตาลที่ได้

“ความรู้” อย่างถูกต้องเกี่ยวกับโรคเบาหวาน และ การลงมือปฏิบัติตามความรู้นั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ที่จะทำให้คนที่เป็นโรคเบาหวานสามารถมีชีวิตอยู่กับเบาหวานได้อย่างมีความสุขและไม่มีโรคแทรกซ้อนต่างๆ เกิดขึ้นในอนาคต

เวลาที่เราพบกับคุณหมอ (ทั้งแบบที่ที่แอบเก็บวงแหวนและปีกเทวดาไว้ไม่ให้เราเห็น หรือแบบที่แอบมีเขี้ยวงอกดูน่ากลัว ด้วยจุดมุ่งหมายให้เราดูแลตัวเองอย่างเข้มงวด) ที่มีความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานจริงๆ คุณหมอเหล่านี้จะไม่จ่ายให้เฉพาะยาเพื่อรักษาเบาหวานตามอาการให้เท่านั้น แต่จะเน้นให้ความรู้ บอกวิธีการดูแลตัวเอง ติดตามผลโดยดูจากผลเลือดที่เราเจาะเลือดแล้วจดบันทึกไว้ โดยคุณหมอจะนำมาวิเคราะห์กับผลเลือดที่เจาะที่รพ. เพื่อให้คำแนะนำที่ถูกต้องในการดูแลตัวเอง และนัดมาติดตามผลเสมอๆ

คุณหมอยังมีการตั้งคำถามต่อไป แล้วรู้หรือเปล่าว่า หมอเบาหวานที่ดีที่สุดคือใคร?

หมอไง (บางทีแอบเห็นวงแหวนเทวดาและปีกที่หลังหมอด้วย! ฮ่าา) …. ผิด หมอเฉลยเลยดีกว่าว่าหมอเบาหวานที่ดีที่สุด คือ ตัวคนที่เป็นเบาหวานเอง

เมื่อลักข์เดินออกไปจากห้องตรวจ ลักข์ก็ต้องรับผิดชอบชีวิตของลักข์เองแล้ว เบาหวานจะอยู่กับลักข์ตลอด 24 ชม. อยู่ด้วยตลอด 7 วันต่อสัปดาห์ 365 วันต่อปี ก็มีแต่ตัวเราเองเท่านั้นแหละ ที่อยู่กับตัวเองได้ตลอดเวลา 24 ชม. เช่นเดียวกับโรคเบาหวาน ที่อยู่กับเราทุกนาที ทุกชม. และทุกวัน

หมอเป็นเพียงพี่เลี้ยงที่ให้คำแนะนำ ตามความรู้ที่หมอมี หมอแนะนำได้ว่าลักข์ควรใช้ยาอะไร ปรับยาอย่างไร นักโภชนาการสามารถแนะนำได้ว่าควรทานอาหารในปริมาณที่เหมาะสมเท่าไหน พยาบาลสามารถแนะนำวิธีดูแลตัวเองได้ เภสัชกรสามารถแนะนำเกี่ยวกับยาได้ นักกายภาพสามารถแนะนำเรื่องการออกกำลังกายได้ เครื่องเจาะเลือดสามารถช่วยให้รู้ระดับน้ำตาลในเลือดได้ insulin pump ทำให้การฉีดอินสุลินใกล้เคียงตามกลไกธรรมชาติของร่างกาย หรือแม้กระทั่ง app ใน smart phone สามารถทำให้ข้อมูลหลายอย่างถูกจัดการได้สะดวกมากขึ้น เรียกได้ว่าสำหรับคนที่เป็นเบาหวานในยุคปัจจุบัน มีสิ่งรองรับมากมาย เพื่อให้สามารถมีชีวิตอยู่กับเบาหวานได้อย่างสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น แต่สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดประโยชน์หากคนที่เป็นโรคเบาหวานไม่รู้จักใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่

เมื่อเรียนรู้จักโรคของตัวเอง และรู้วิธีการดูแลตัวเองแล้ว เราก็จะเป็นคนที่รู้จักตัวเองดีที่สุด เพราะเป็นคนเดียวที่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร กินอะไร ออกกำลังกายหรือเปล่า กินยาฉีดยาตรงเวลาไหม กินสิ่งแปลกปลอมที่ไปถูกหลอกให้ซื้อมาหรือเปล่า คนที่เป็นโรคเบาหวานจึงนับเป็นหมอที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง

คนที่เป็นโรคเบาหวานมีทางเลือกเสมอ ว่าจะเป็นหมอเทวดาให้กับตัวเองเพื่อให้ชีวิตตัวเองมีความสุข มีความสดใสอยู่กับโรคเบาหวานไปตลอดชีวิต หรือจะเป็นหมอซาตานที่หยิบยื่นความทุกข์ทรมานให้กับตัวเองไปจนสิ้นอายุขัย

การดูแลโรคเบาหวานให้ได้ดีจึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจและการกระทำของตัวเอง การไม่ดูแลก็ขึ้นอยู่กับตัวเองเช่นกัน

ลักข์จึงอยากชักชวนให้คนที่เป็นโรคเบาหวานหันมาดูแลใส่ใจในโรคเบาหวานของตัวเองด้วยการหาความรู้และลงมือปฏิบัติตัวให้ถูกต้องเพื่ออนาคตของตัวเอง

โรคเบาหวานไม่ได้เป็นกันง่ายๆนะ  แต่ก็มีคนเป็นกันจำนวนมากมาย

ยิ่งการดูแลโรคเบาหวานให้ดี ยิ่งไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้ง่ายๆ แต่ก็เป็นเรื่องที่ทำได้แน่นอน ขอเพียงแค่มีความรู้และลงมือปฎิบัติอย่างจริงจังก็เท่านั้นเอง

ถึงแม้ในประเทศไทยยังไม่มีการสำรวจมาก่อนว่า คนเป็นเบาหวานมานานโดยไม่มีโรคแทรกซ้อนที่มีอายุยืนที่สุดอายุเท่าไหร่ แต่ก็มีข้อมูลของประเทศสหรัฐอเมริกาว่าคนที่เป็นเบาหวานมานานที่สุดโดยไม่มีโรคแทรกซ้อนเลย คือ Mr.Bob Krause ซึ่งขณะนี้อายุ 90 ปีเป็นเบาหวานตั้งแต่อายุ 5 ขวบ นั่นหมายความว่าคุณลุงเป็นเบาหวานมาแล้ว 85 ปี  เคล็ดลับของคุณลุงก็คือ ความรู้ และ ใช้หมอที่ดีที่สุดดูแล (ในระยะแรกที่เป็นหมอที่ดีที่สุดคือ คุณแม่ แต่คุณแม่ก็สอนให้คุณลุง Bob ดูแลตัวเองได้ในที่สุด)

รู้เคล็ดลับสำคัญแล้ว  มาเริ่มต้นดูแลตัวเองกันให้ดีนตั้งแต่วันนี้นะคะ เพื่อให้วันพรุ่งนี้ของเราสดใสและสุขกว่าเมื่อวันวานที่ผ่านมา

เป็นกำลังใจให้กับทุกคนนะคะ

8 thoughts on “หมอที่ดีที่สุด อาวุธที่ดีที่สุด สำหรับคนที่เป็นโรคเบาหวาน

  1. การคิดบวกพร้อมกับความมีวินัยก็เป็นเครื่องมือช่วยในการดูแลโรคเบาหวานด้วยเช่นกัน จะว่าไปแล้วการดูแลโรคเบาหวานก็เป็นเสมือนปรัชญาในการใช้ชีวิต หากเราเรียนรู้ที่จะมีความรับผิดชอบในตัวเองให้ดีที่สุด สุขภาพของเราก็จะเป็นอย่างที่เรากำหนด แต่หากผู้ที่เป็นโรคเบาหวานยังอยู่ในวัยที่ไม่สามารถรับผิดชอบตัวเองได้ คนที่แวดล้อมและใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ปกครองจะเป็นคนที่สำคัญที่สุด ที่ต้องพยายามใฝ่หาความรู้ในการดูแล พร้อมทั้งต้องมีพลังใจที่เต็มเปี่ยมและเข้มแข็งเป็นที่สุด กำลังใจเป็นสิ่งที่สำคัญมาก แต่ความเป็นจริงไม่มีใครสามารถดูแลใครได้เท่าตัวเราเอง ฉะนั้นตัวผู้ปกครองเองก็ต้องมีความเข้มแข็งที่จะดูแลหัวใจตัวเองเพื่อที่จะส่งผ่านความรักไปดูแลคนที่ท่านรักได้อย่างเต็มที่

  2. อาจจะเป็นเรื่องยาก สำหรับในการที่จะเข้าใจ แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องเข้มแข็งนะคะ เพราะการดูแลเบาหวานยิ่งดีได้เร็วเท่าไหร่ ก็จะส่งผลถึงอนาคตที่ดียาวนานมากขึ้นเท่านั้นค่ะ

  3. คุณยายเป็นเบาหวานมา20ปีแล้ว ตอนนี้คุณยายอายุ 76 เบาหวานกำเริบ นอนยุที่โรงพยาบาลเป็นอาทิตย์แล้ว น้ำตาลยังสูงยุเลยค่ะ ควรทำยังไงดีค่ะ

    • เป็นเบาหวานมา 20 ปี ดูแลรักษายังไงคะ? เกิดอะไรขึ้นทำไมเบาหวานถึงกำเริบ จนต้องนอนรพ.? คุณหมอที่รักษาคุณยายบอกหรือเปล่าคะว่าทำไมคุณยายถึงต้องนอนรพ. แล้วทำไมน้ำตาลถึงสูง? โดยทั่วไปแล้วหากมีภาวะไม่ปกติ เช่น เจ็บป่วย เป็นไข้ไม่สบาย ติดเชื้อ ก็สามารถทำให้ระดับน้ำตาลสูงกว่าปกตินะคะ

      สิ่งที่ควรทำคือถามคุณหมอว่าคุณยายป่วยเป็นอะไรถึงต้องนอนรพ. ทำไมน้ำตาลสูง ให้คุณหมออธิบายให้เข้าใจนะคะ จะได้รู้สาเหตุความจำเป็นของการมานอนรพ.

  4. พ่อเป็นเบาหวานมาเกือบ20ปีแล้วค่ะ
    ตอนนี้พ่อมีแผลที่นิ้วเท้าค่ะไปหาหมอมาหมอบอกว่าเกิดจากการติดเชื้อและเส้นประสาทตรงนิ้วเท้าเริ่มหาไม่เจอแล้วเลยแนะนำให้ไปหาหมอเฉพาะทางอีกโรงพบาลนึงแต่หมออีกโรงพยาบาลนึงกลับบอกว่าไม่เป้นอะไรแค่อย่าลงน้ำ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s