แบ่งปันประสบการณ์เบาหวาน

มีอีเมล์มาหาลัก เพื่อปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องเบาหวาน หลังจากที่ตอบคำถามเสร็จลักคิดได้ว่าเอามาแบ่งกันอ่านดีกว่า เลยขออนุญาตเจ้าของคำถาม ซึ่งคุณแป๊วก็ยินดีให้เอามาลงแบ่งปันกันอ่าน

หากใครมีประสบการณ์อะไรที่อยากแบ่งปัน หรือร่วมแสดงความคิดเห็น หรือต้องการให้คำแนะนำ ลักยินดีเสมอเลยนะคะ


คุณลักคะ

พอดีแป๊วเจอ blog ของคุณลักจากใน google ค่ะ คือตอนนี้พอดีแป๊วเพิ่งทราบว่าคุณแม่เป็นเบาหวานค่ะ น้ำตาลสูงมากค่ะ 362 ค่ะ แต่โชคดีว่าไปตรวจผลตับกับไตแล้วไม่เป็นอะไรค่ะ คาดว่าน่าจะยังเป็นมาได้ไม่นาน แต่ระดับน้ำตาลสูงมาก คุณหมอสั่งห้ามทานผลไม้และของหวานทุกชนิดทันทีเลยค่ะ แต่ผลอัลตราซาวน์ เหมือนตับอ่อนจะมีปัญหา ตอนนี้รอผลตรวจจากคุณหมออยู่ค่ะ

แป๊วอยากถามคุณลักเกี่ยวกับเรื่องอาหารค่ะ แล้วก็อยากทราบว่าถ้าควบคุมอาหารดีๆแล้ว อัตราการลดลงของระดับน้ำตาลจะเร็วหรือช้าแค่ไหนคะ

อยากให้คุณแม่มีกำลังใจค่ะ เพราะตอนนี้ท่านค่อนข้างพยายามทำตามที่คุณหมดสั่งมาก ตอนนี้คุณแม่ลดน้ำอัดลมและของหวานและน้ำหวานทุกชนิดตามที่คุณหมอสั่งแล้วค่ะ แต่อาหารที่ทานก็พยายามทานเป็นพวกต้มจืด เกาเหลา แต่ปัญหาที่เจอคือบางครั้งทานน้อยไปแล้วคุณแม่จะเวียนหัวค่ะ ก็เลยไม่แน่ใจ ว่ากำลังมาถูกทางรึเปล่าคะ

อยากให้คุณลักแนะนำเกี่ยวกับเรื่องอาหารนิดนึงค่ะ และอีกอาการคือหลังอาหาร คุณแม่จะเวียนหัว คลื่นไส้แต่ผ่านไปซักพักก็จะดีขึ้นค่ะ อันนี้เป็นอาการปกติรึเปล่าคะ อีกเรื่องคืออาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย

ถ้าได้รับยาจากคุณหมอแล้ว อาการเหล่านี้จะค่อยๆดีขึ้นรึเปล่าคะ ตอนนี้ยาของคุณหมดเป็นยาหลังอาหารก็เลยคาดว่าเป็นยาเพิ่มการทำงานของ อินซูลินค่ะ คุณแม่บอกว่าหลังทานยาคุณหมอแล้วอาการดีขึ้นมากค่ะ แล้วที่กังวลอีกเรื่องค่ะคือเรื่องอาการช็อก จะมีโอกาสรึเปล่าคะ เพราะน้ำตาลสูงมาก ตอนนี้กลัวมากเลยค่ะ

ขอบคุณล่วงหน้านะคะ

คุณแป๊วคะ

ถ้ายังไม่มีอาการแทรกซ้อนอย่างอื่นก็เป็นไปได้ว่าคุณแม่ อาจจะเพิ่งเป้นเบาหวานได้ไม่นาน ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องดีค่ะ ไม่ทราบว่าคุณหมอแจ้งค่า A1C หรือเปล่าคะ? ว่ากี่เปอร์เซนต์? ค่า A1C จะเป็นค่าน้ำตาลสะสมโดยเฉลี่ยย้อนหลัง 3 เดือนค่ะ

เรื่องระดับ น้ำตาล 362 คือ ค่า FBS ใช่ไหมคะ? คือเป็นน้ำตาลตอนเช้าหลังจากอดอาหารมา 8 ชั่วโมงใช่หรือเปล่า? ถ้าใช่ ก็หมายความว่าหลังจากกินอาหารเข้าไป (แบบไม่มียา) ระดับน้ำตาลก็จะสูงขึ้นไปอีก แต่จะสูงมากจนทำให้ช็อคหรือเปล่าขึ้นอยู่กับอาหารค่ะ

คำถามของคุณแป๊วถ้าควบคุมอาหารดีๆ ระดับน้ำตาลจะลดลงเร็วหรือช้าแค่ไหน? ที่ทำอยู่ถูกทางหรือเปล่า? ขอคำแนะนำเรื่องอาหาร

ระดับ น้ำตาลของคนเราขึ้นลงได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงค่ะ

ลักเคยให้คุณแม่กินข้าวรองท้องประมาณ 1/2 ถ้วย แล้วพาไปกินข้าวนอกบ้าน แต่คุณแม่กินยาหลังอาหารเข้าไป เพราะคิดว่าหลังกินข้าวต้องกินยา นั่งรถไปด้วยกันประมาณ 1 ชม. (ใกล้ถึงร้านอาหารแล้ว) คุณแม่นั่งเช็ดเหงื่อ ซึ่งดูแล้วผิดปกติมากเพราะในรถไม่ร้อน ถึงร้านอาหาร ลักจึงเจาะเลือดพบว่าระดับน้ำตาลเหลือ 40 ซึ่งอันตรายมาก สั่งน้ำอัดลมแล้วให้คุณแม่ดื่มครึ่งแก้ว ก่อนสั่งอาหารกินข้าวกัน แล้วก็ให้คุณแม่กินเต็มที่ ระดับน้ำตาลก็ขึ้นไปอยู่ที่ 400 กว่าค่ะ ตอนนั้นยังไม่ฉีดอินสุลิน ก็ใช้วิธีปรับอาหารในมื้อต่อไป วันรุ่งขึ้นระดับน้ำตาลตอนเช้าก็เป็นปกติ 80 กว่าๆ ค่ะ

เพราะฉะนั้น คำตอบก็คือ คุมดีๆ วันเดียวระดับน้ำตาลก็ลดลงได้ค่ะ แต่ว่าลดแล้ว ถ้าต่ำเกินไปก็ไม่ดีค่ะ เพราะอย่างที่คุณแป๊วพบแล้วว่า เมื่อคุณแม่ทานน้อยเกินไปเกิดอาการเวียนหัว ซึ่งสาเหตุเกิดได้จากระดับน้ำตาลต่ำ ซึ่งจะมี 2 ลักษณะ คือ  ต่ำกว่า 70 mg/dl จริง (เกิดอาการ Hypoglycemia)  หรือ ต่ำกว่าความเคยชิน ที่ระดับน้ำตาลเคยสูงหลายร้อย แล้วเหลือ 200 ก็จะเกิดอาการได้เช่นเดียวกันค่ะ

จะรู้ได้อย่างไรอาการมึนหัวเกิด จากสาเหตุไหน … ต้องเจาะเลือดค่ะ ตัวเลขบนเครื่องจะบอกเราเองว่า ระดับน้ำตาลต่ำจริง ต้องแก้ไขด้วยการกินคาร์โบไฮเดรต หรือ ต่ำไม่จริง ให้นั่งพักเพื่อให้ร่างกายค่อยๆ ปรับตัวจนเกิดความเคยชินใหม่

การ ที่จะควบคุมระดับน้ำตาลให้ได้ดี คือ ก่อนอาหาร 70-110 หลังอาหาร 2 ชม.ไม่เกิน 180-200 ซึ่งตัวเลขนี้จะรู้ได้ด้วยวิธีเดียวคือ ต้องเจาะเลือดค่ะ (เมื่อก่อนลักก็ไม่มีเครื่องเจาะเลือด เพราะไม่รู้ว่าเจาะเลือดแล้ว จะใช้ประโยชน์จากตัวเลขที่ได้มาได้อย่างไร แต่พอเรียนรู้เกี่ยวกับเบาหวานอย่างจริงๆ จังๆ  ทำให้ลักรู้ว่าถ้าจะดูแลโรคเบาหวานให้ได้ดี เครื่องเจาะเลือดเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับคนที่เป็นโรคเบาหวานมากทีเดียวค่ะ)

คำแนะนำเรื่องอาหาร (แบบไม่ละเอียดนะคะ เพราะถ้าละเอียดต้องเปิดตารางโภชนาการ คำนวณอาหาร เรียนรู้เรื่อง GI เดี๋ยวคุณแป๊วและคุณแม่จะหมดกำลังใจเสียก่อน)

1. สิ่งที่มีผลต่อระดับน้ำตาล คือ อาหารหมวดคาร์โบไฮเดรต (ข้าว แป้ง ก๋วยเตี๋ยว ฯลฯ) หมวดผลไม้ และ นม สิ่งเหล่านี้กินลงไปมีผลต่อระดับน้ำตาลทั้งสิ้น ต้องกินให้พอเหมาะ ไม่กินก็ไม่ได้ เพราะคาร์โบไฮเดรตให้พลังงานกับร่างกาย กินมากกเกินไป คนปกติก็เอาไปเก็บไว้เป็นไขมันทำให้อ้วน คนเป็นเบาหวานร่างกายขับออกมาทางปัสสาวะและกระแสเลือด ต้องหาปริมาณที่พอเหมาะค่ะ

2 ถ้าคุณแม่ชอบทานอาหารหวานจัด ผลไม้หวานจัด ขนม และน้ำอัดลม …ให้งดไปก่อนก็ดีค่ะ แต่ถ้าการให้งดแล้วมีปัญหา คือ ทำให้กินหนักกว่าเดิมก็ใช้วิธี ลดปริมาณก่อน เป็นเรื่องแปลกแต่จริงนะคะ ถ้าห้ามกิน จะอยากกินมาก แล้วจะกินในปริมาณที่ไม่น้อยด้วย หรือกินมากกว่าที่เคยกินอีกต่างหาก แต่ถ้ารู้ว่าพอกินได้ กลับไม่รู้สึกว่าอยาก หรือกินพอหายอยากก็จะหยุดได้

3. ตวงปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่กินในแต่ละมื้อ แต่ละวัน ให้กินในปริมาณเท่าๆ กันดูระดับน้ำตาล ถ้ายังสูงก็ค่อยๆ ลดปริมาณ (จะให้ดี อยากให้พาคุณแม่ไปเรียนรู้กับนักโภชนาการที่รพ.ที่รักษาอยู่ค่ะ นักโภชนาการจะคำนวณให้ และสอนการปรับลดส่วนปริมาณอาหารที่มีผลต่อระดับน้ำตาลให้ได้ค่ะ)

4. ทานผักให้ได้ทุกมื้อ ทานข้าวที่ไม่ขัดจนขาว ผักและข้าวไม่ขัดขาวทำให้อิ่มนาน และ ช่วยชะลอการสูงขึ้นของระดับน้ำตาล (ที่บ้านลักทานข้าวขัดขาวด้วย สลับไปมา แต่สำหรับผัก ต้องมีทุกมื้อค่ะ)

อาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย เมื่อได้รับยาจากคุณหมอแล้ว อาการจะดีขึ้นหรือเปล่า?

อาการคุณแม่จะดีขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ ที่เกิดอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย เป็นเพราะระดับน้ำตาลสูง

ร่างกายของคนเราต้องใช้พลังงานทำให้เราต้องกินคาร์โบไฮเดรต เช่น คนปกติกินเข้าไป 10 ตับอ่อนผลิตอินสลินนำไปใช้ได้ 10 แต่คนเป็นเบาหวาน สมมติว่านำไปใช้ได้เพียง 2 ร่างกายบอกว่าไม่พอ ต้องการพลังงาน 10 ก็ต้องกินให้เยอะขึ้น คือ กิน 50 เพื่อให้ร่างกายเอาไปใช้ได้ 10 ส่วนที่เหลือที่อินสุลินเอาไปใช้ไม่ได้ก็เป็นน้ำตาลอยู่ในกระแสเลือด กลไกผิดปกตินี้ มีผลให้กินน้ำเยอะ เพื่อขับน้ำตาลออกมาทางปัสสาวะ (คนปกติต้องไม่มีน้ำตาลในปัสสาวะ)

อาการกินจุ น้ำหนักลด อ่อนเพลีย ปัสสาวะบ่อย ผิวหนังติดเชื้อง่าย จึงเป็นสัญญาณของโรคเบาหวาน เมื่อได้รับการดูแลรักษาจากคุณหมอ อาการต่างๆ ย่อมหายไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณหมอไม่สามารถรักษาเบาหวานให้หายขาดได้ เพราะเป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของร่างกาย เบาหวานจึงเป็นโรคเรื้อรัง ความสำคัญของการดูแลรักษาโรคนี้ คือ ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานเองค่ะ

บอก คุณแม่มีกำลังใจดีๆ ค่อยๆ เรียนรู้ ไม่้ต้องเครียดนะคะ แล้วก็ไม่ต้องกลัวด้วย มีความรู้และตั้งใจดูแลตัวเองเสียอย่าง รับรองได้ว่าอยู่กับเบาหวานได้อย่างมีความสุขและไม่มีโรคแทรกซ้อนแน่ๆ ค่ะ

คำถามข้อสุดท้าย เรื่องช็อค … มีโอกาสเกิดขึ้นกับทุกคนค่ะ ถ้าปล่อยให้ระดับน้ำตาลต่ำหรือสูงเกินไป

อย่าอยู่กับความกลัวเลยค่ะ ลักอยากแนะนำให้ซื้อเครื่องเจาะเลือด  เพราะดูเหมือนว่าคุณแ๊ป๊วและคุณแม่กำลังอยู่กับความกังวลใจ (รู้ปัญหาของเรื่องที่กังวล แต่ความกังวลไม่ได้รับการแก้ไข) เจาะเลือด รู้ผลเลือด แก้ไข ปัญหาเรื่องเบาหวานก็จบค่ะ

ราคาเครื่องเจาะเลือด ในอดีต หมื่นกว่าบาทค่ะ ปัจจุบันไม่เกิน สามพันค่ะ (ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ)ลองเปรียบเทียบ เครื่องเจาะเลือดกับโทรศัพท์มือถือ และ ค่าแผ่นตรวจเลือด กับ ค่าโทร สิ่งที่ได้รับประโยชน์จากการเจาะเลือด และ การโทรศัพท์  คุ้มค่าที่จะลงทุนในเครื่องเจาะเลือดค่ะ เพราะได้ประโยชน์ในเรื่องชีวิตและสุขภาพ

หากยังสงสัยเรื่องไหน หรือว่าลักยังตอบไม่ครบทุกคำถามอีเมล์มาคุยกันได้ค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s