มาเรียนรู้ดูแลเบาหวานของตัวเองกันเถอะ

หลังจากมีประสบการณ์ในการเป็นเบาหวานด้วยตัวเอง และจากการต้องดูแลสมาชิกในครอบครัวที่เป็นเบาหวาน ทำให้ตอบได้ว่า การควบคุมดูแลโรคเบาหวานนั้น จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก

ถ้าจะเทียบให้เห็นภาพก็เหมือนกับการปรุงบะหมี่สำเร็จรูปที่สามารถปรุงเสร็จได้ภายใน 3 นาที แต่ในความเป็นจริงเราก็ต้องใช้เวลาในการต้มน้ำให้เดือดก่อน ทุกเรื่องล้วนต้องใช้เวลา การเรียนรู้ การฝึกฝน จะืทำให้เป็นเรื่องง่ายในที่สุด

การจะดูแลเบาหวานให้ได้ดีนั้น สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องความรู้ และ การลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง

มาดูกันว่า คุณสมบัติของคนที่จะเป็นโรคเบาหวานได้ มีอะไรบ้าง (เป็นโรคเบาหวานไม่ได้เป็นกันง่ายๆ นะคะ ต้องมีคุณสมบัติด้วย)

1. กินให้มากเกินความต้องการใช้พลังงานของร่างกาย, มีข้ออ้างเสมอว่าไม่มีเวลาไปออกกำลังกาย, ไม่มีความยับยั้งชั่งใจในการกินอาหาร โดยเฉพาะอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต (ข้าว แป้ง) และอาหารที่อุดมไปด้วยน้ำตาล โซเดียมและไขมัน  กินจนกระทั่งอวัยวะที่เรียกว่า ตับอ่อนต้องทำงานหนัก จนไม่สามารถผลิตอินสุลินได้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หรือ ร่างกายเกิดภาวะดื้อต่ออินสุลิน (ผลิตได้แต่นำไปใช้ไม่ได้) ซึ่งเมื่อถึงเวลาที่เราไปตรวจร่างกาย (หรือร่างกายเกิดภาวะผิดปกติจนเราต้องไปพบหมอ) ก็จะพบว่า ระดับน้ำตาลในเลือดมีมากเกินกว่าเกณฑ์ปกติ จนคุณหมอต้องแจ้งว่า คุณมีคุณสมบัิติครบที่จะเป็นสมาชิกของโรคเบาหวานแล้ว

(ถ้าเพียงเรารู้จักยับยั้งชั่งใจ รู้จักกินอาหารในปริมาณที่พอเหมาะกับความต้องการของร่างกาย รู้จักชวนตัวเองเคลื่อนไหว ขยับออกกำลัง โรคเบาหวานก็ไม่สามารถมาทำให้ใครเป็นสมาชิกได้)

2. เป็นโรคเบาหวานเองโดยไม่ต้องทำอะไร เพราะอวัยวะที่เรียกว่าตับอ่อนนั้น เกิดอาการผิดปกติไม่สามารถผลิตอินสุลินได้เลย (เรียกว่าเกิดมาแล้วแก่เลย ไม่สามารถทำหน้าที่ได้เลย)  ซึ่งเป็นเรื่องของธรรมชาติของร่างกายเราจัดสรร ทำให้เราต้องเป็นโรคเบาหวาน ชนิดที่ 1 คือ เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ต้องพึ่งอินสุลินจากภายนอก (ต้องฉีดอินสุลินทุกวัน) ซึ่งเบาหวานชนิดที่ 1 นี้ ส่วนใหญ่แล้วจะเกิดขึ้นกับเด็กหรือคนที่มีอายุน้อย จึงมักจะเรียกว่าเบาหวานในเด็ก

ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องยากสำหรับตัวเด็กและคุณพ่อคุณแม่ ทั้งในแง่จิตใจและการปฏิบัติตัวในการดูแลโรคเบาหวาน แต่ถ้ามองตามความเป็นจริงก็ต้องยอมรับว่าเราโชคดีที่ได้เกิดมาในยุคที่มีการค้นพบอินสุลินแล้ว และวิวัฒนาการของอินสุลินในปัจจุบัน มีการเลียนแบบการทำงานได้ใกล้เคียงกับที่ร่างกายผลิตแล้วด้วย (อินสุลินปั๊ม)

สังเกตไหมคะว่า เบาหวานประเภทที่ 1 หลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะเป็นเรื่องความผิดปกติของตับอ่อนของเราเอง แต่เบาหวานประเภทที่ 2 เป็นเรื่องของพฤติกรรม หลีกเลี่ยงและป้องกันได้

ลักเชื่อว่า คงไม่มีใครอยากจะเป็นโรคเบาหวานหรอก (โรคอะไรก็ไม่อยากเป็น) แต่ในเมื่อไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ก็อย่าท้อถอนหรือยอมแพ้โรค เราต้องเปิดใจหาความรู้ และเรียนรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน ความรู้ีที่ได้มาจะช่วยทำให้ทุกคนที่เป็นโรคเบาหวาน (ทุกเพศ ทุกวัย ทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา ทุกชนชั้น ทุกอาชีพ) สามารถที่จะใช้ชีวิตอยู่กับโรคเบาหวานได้อย่างมีความสุข มีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง และสามารถมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพได้ โดยไม่มีโรคแทรกซ้อน

เหตุผลสำคัญที่อยากชักชวนให้ทุกคนหันมาใส่ใจดูแลโรคเบาหวาน ก็เพราะว่าไม่อยากเห็นใครต้องทุกข์ทรมานจากโรคแทรกซ้อนของเบาหวาน การเป็นโรคเบาหวานแล้วควบคุมดูแลได้ เราก็จะเป็นแค่โรคเบาหวานเท่านั้น แต่ถ้าไม่ดูแลก็จะเกิดโรคแทรกซ้อนทางตา ไต หัวใจ ปลายประสาทขึ้น ซึ่งโรคแทรกซ้อนเหล่านี้ จะนำความทุกข์ ทรมานทั้งทางกาย และใจมาให้อย่างแน่นอน อีกทั้งยังทำให้สิ้นเปลืองเงินเป็นจำนวนมากมายมหาศาลอีกด้วย

ถ้ามีใครไม่เชื่อว่าโรคแทรกซ้อนจะเกิดขึ้นกับตา ไต หัวใจ และปลายประสาทได้จริง และต้องการพิสูจน์ด้วยการเอาชีวิตของตัวเองเป็นเครื่องทดลอง มีคำเตือนอยู่เรื่องเดียวที่อยากบอกไว้ก็คือ  หากเกิดการเสื่อม หรือ ความสูญเสียใดๆ ต่ออวัยวะของเราแล้ว เราจะสูญเสียอวัยวะนั้นไปตลอดกาล!!!


วิธีที่ลักใช้ดูแลเบาหวานในชีวิตประจำวันของตัวเองก็คือ

1. ทำใจให้ยอมรับให้ได้ว่า เราเป็นเบาหวาน และสมาชิกในครอบครัวที่ใกล้ชิดก็ควรทำใจให้ได้ด้วย จะได้ช่วยกันดูแแลและเป็นกำลังใจให้แก่กันและกัน

2. เรียนรู้เรื่อง ระดับน้ำตาลในร่างกายของตัวเอง โดยการหมั่นเจาะเลือด และเรียนรู้ผลกระทบจากสิ่งที่มีผลต่อระดับน้ำตาลของเราด้วยว่า

2.1 อินสุลินที่เราใช้ มีผลกับร่างกายเราอย่างไร อย่าให้คุณหมอรู้จักฤทธิ์ของอินสุลินเพียงคนเดียว เพราะอินุลินที่ฉีดฉีดเข้ามาในร่างกายของเรา คนที่ควรจะรู้ดีที่สุดว่า อินสุลินที่ฉีดออกฤทธิ์กับร่างกายของเราอย่างไร คือ ตัวของเรา

2.2 อาหารที่เรากิน เราควรจะต้องรู้ว่าปริมาณอาหารมากน้อยแค่ไหนจึงจะพอดี ไม่ทำให้ระดับน้ำตาล สูง (ไฮเปอ) หรือต่ำ (ไฮโป)  ไม่มีใครกินแล้วเกิดผลแทนเราได้ และอาหารที่เรากินก็เกิดผลที่ตัวเรา ไม่ใช่เกิดกับคนอื่น เราจึงต้องเรียนรู้เรื่องปริมาณอาหาร ที่พอดีกับอินสุลินและกิจกรรมการออกกำลังกายของเรา ที่จะส่งผลให้ระดับน้ำตาลของเราอยู่ในเกณฑ์พอดี

2.3 การออกกำลังกาย เราต้องแบ่งเวลาให้ได้ อย่าอ้างว่าไม่มีเวลา ถ้ารอมีเวลา เราอาจจะไม่มีโอกาส เพราะขาอาจโดนตัดทิ้งไปแล้ว หรือไม่มีตาให้มองเห็นเพราะเบาหวานขึ้นตาจนบอด

หลายๆ คนอาจจะรู้สึกว่า การเรียนรู้และการปฏิบัติตัวเพื่อดูแลเบาหวานเป็นเรื่องวุ่นวาย และเป็นเรื่องยากลำบาก ยอมรับค่ะว่าอาจจะยากในเบื้องต้น แต่ถ้าเราทำทุกวันจนเกิดความเคยชินแล้วล่ะก็สิ่งที่ต้องทำทุกวันก็จะไม่ใช่สิ่งที่ยากหรือลำบากอีกต่อไป

การรู้จักระดับน้ำตาลของตัวเองว่า มีปัจจัยอะไรบ้างที่มีผลกระทบต่อระดับน้ำตาลของเราเป็นเรื่องที่ทำให้ชีวิตมีอิสระมากขึ้น การที่เราไม่รู้อะไรเลยต่างหากที่ทำให้เรามีชีวิตอยู่กับความกลัว กลัวว่าอาหารที่กินไปจะทำให้น้ำตาลสูง คุมน้ำตาลไม่ได้ กลัวที่จะไปพบหมอ กลัวผลเลือดที่จะออกมาไม่ดี แต่ถ้าเราหมั่นเจาะเลือดแล้วควบคุมระดับน้ำตาลตัวเองเราก็จะไปหาหมอได้อย่างมั่นใจ กินอาหารทุกชนิดได้อย่างมีความสุข และใช้ชีวิตอยู่กับเบาหวานได้ด้วยรอยยิ้มและความเข้าใจ เพราะฉะนั้นจึงอยากชักชวนให้ทุกคนมาเรียนรู้ดูแลเบาหวานของตัวเองกันเถอะ

3 thoughts on “มาเรียนรู้ดูแลเบาหวานของตัวเองกันเถอะ

  1. ตอนนี้ผมอายุ34ปีผมจะมีอาการเป็นโรคใตแน่ๆผมกลัวผมขอบคุณๆที่ให้ข้อมูลที่มี
    ประโยช์นับตั้งแต่วันนี้ผมจะดูแลร่างกายให้ดี ขอบคุณมากครับ

  2. จะต้องลดเบียร์น้ำอัดลมกินทุกวันเลยจะต้องหยุดแล้ว ต้องเปลี่ยนชีวิตตัวเองใหม่
    ผมจะต้องทำให้ได้

  3. อย่าเพิ่งวินิจฉัยว่าเป้นโรคนั้นโรคนี้เองเลยนะคะ ไปตรวจสุขภาพที่รพ.แล้วให้คุณหมอวินิจฉัยดีกว่าค่ะ เป็นโรคก็รักษา ไม่เ็ป็นโรคก็ดูแลตัวเองเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้โรคใดๆ ถามหานะคะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s