ภาวะน้ำตาลต่ำ Hypoglycemia

ระดับน้ำตาลก่อนอาหาร 70-130 ต่ำกว่าระดับ 70 เรียกว่าภาวะน้ำตาลต่ำ

ระดับน้ำตาลหลังอาหาร 2 ชม. ไม่เกิน 180 ถ้าเกินกว่านี้ก็เรียกว่าภาวะน้ำตาลสูง

วันนี้มาคุยเรื่องภาวะน้ำตาลต่ำกันนะคะว่าเคยมีความรู้สึก ถึงอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง ต่อไปนี้กันบ้างไหมคะ?

1. เหงื่อออกมาก ตัวเย็น ใจสั่น หัวใจเต้นแรงและเร็ว หรือ

2. หิวมาก มือสั่น หงุดหงิดมาก หรือ

3. ปวดศรีษะ มึนงง หน้ามืด ตาลาย หรืออาจจะรุนแรงถึงขั้นหมดสติ หรือ

4. ถ้าเกิดในขณะนอนหลับ จะรู้สึกปวดศรีษะ มึนงง เหงื่อออกมาก ฝันร้าย ตื่นขึ้นมาเสื้อผ้าเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ รู้สึกกระสับกระส่ายนอนต่อไม่ได้ หัวใจเต้นแรง

ถ้าเกิดขึ้น อยากให้เจาะเลือดกันดูนะคะว่า ระดับน้ำตาลนเลือดของเรากำลังต่ำอยู่จริงหรือเปล่า? เพราะหลายๆ ครั้งระดับน้ำตาลก็ต่ำจริง แต่ก็มีอีกหลายครั้งเช่นกันที่ไม่ได้ต่ำจริง เจาะเลือดเพื่อพิสูจน์เป็นเรื่องสำคัญนะคะ การสังเกตุอาการอย่างเดียวไม่เพียงพอค่ะ

ภาวะน้ำตาลต่ำ จะพบได้ในผู้ที่เป็นเบาหวานทั้งที่รับประทานยา และฉีดยาอินสุลิน โดยเฉพาะคนที่ควบคุมระดับน้ำตาลมากๆ จะพบภาวะนี้ได้ง่ายกว่าคนที่ไม่ควบคุมเบาหวาน มาลองดูกันว่าระดับน้ำตาลในเลือดต่ำเกิดขึ้นได้อย่างไรกันบ้าง

1. รับประทานอาหารน้อยกว่าปกติ พลาดเวลาอาหารหลัก รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม มีผลทำให้ระดับน้ำตาลต่ำได้ค่ะ หรือ

2. ฉีดอินสุลิน หรือ รับประทานยาเบาหวานมากเกินไป ซึ่งถ้าคนที่เป็นเบาหวานได้จดรายการอาหาร เจาะเลือด และบันทึกผลไปให้คุณหมอ จะเป็นการช่วยให้คุณหมอ สามารถปรับปริมาณยาที่เหมาะสมใหักับเราได้ดียิ่งขึ้น หรือ

3. ออกกำลังกาย หรือ ทำงานที่ต้องใช้แรงมากกว่าปกติ หรือ

4. การรับประทานแอลกอฮอลล์บางประเภทในช่วงขณะท้องว่าง ก็มีผลทำให้ระดับน้ำตาลต่ำได้

เมื่อเกิดภาวะน้ำตาลต่ำแล้ว เราสามารถแก้ไขได้โดย

1. ถ้าระดับน้ำตาลไม่ต่ำมาก (ระดับที่ยังรู้สึกได้ดีอยู่ คือ 60-70) ใกล้เวลารบประทานอาหาร ก็ให้รับประทานอาหารทันที หรือทานของว่าง เช่น ขนมปัง นม ผลไม้ก่อน

2. ถ้ามีอาการค่อนข้างมากและยังรู้สึกตัว (เกิดอาการเหงื่อแตกจนเสื้อชุ่ม ใจสั่นตุ๊บๆ มือสั่น ถ้าเจาะเลือดมาส่วนใหญ่จะได้ค่ะ ประมาณ 50-60)   ดื่มน้ำหวาน 15 ซีซี ผสมน้ำ 1 แก้ว แล้วตามด้วยขนมปัง 1 แผ่น รอสักครึ่งชม. เจาะเลือดซ้ำอีกครั้ง ถ้าระดับน้ำตาลไม่ีดีขึ้น ให้ดื่มน้ำหวานอีก 1 แก้ว ค่อยๆ แก้นะคะ อย่ารีบกินอะไรเร็วและมากเกินไป มิเช่นนั้น กว่าจะรู้สึกหายจากอาการน้ำตาลต่ำ ระดับน้ำตาลในเลือดก็ขึ้นไปไม่ต่ำกว่า 200 แล้ว

3. ถ้าอาการรุนแรงถึงขั้นหมดสติ ให้รีบนำส่งรพ.ทันที อย่าให้อาหาร ลูกอม หรือน้ำหวานเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิดอาการสำลักได้

สำหรับตัวเอง ทุกครั้งที่ระดับน้ำตาลต่ำ จะรู้สึกเหนื่อยมาก ครั้งที่รู้สึกว่าน่ากลัวมากที่สุด คือครั้งที่กำลังจะหมดสติแล้ว ช่วยเหลือตัวเองอะไรไม่ได้เลย นอกจากตะโกนว่าเอาน้ำตาลใส่ปากให้หน่อยๆ  โชคดีที่เกิดขึ้นที่บ้าน แต่ก็ทำให้คนที่บ้านตกใจมากทีเดียว  มารู้เอาทีหลังว่า ลักตาลอย หน้าซีด และพูดไม่รู้เรื่องแล้ว ครั้งเดียวก็รู้สึกเข็ด เพราะระดับน้ำตาลที่ต่ำมากจนถึงขั้นหมดสติ ถ้าแก้ไขไม่ทันก็อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

ว่าแล้ว เรามาดูวิธีป้องกันไม่ให้เกิดภาวะน้ำตาลต่ำกันดีกว่านะคะ ว่าป้องกันได้อย่างไรบ้าง

1. รับประทานอาหารให้ตรงเวลา ให้เพียงพอกับกิจกรรมและความต้องการของร่างกาย ไม่ควรงดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง

2. ฉีดยาและรับประทานยาตามที่คุณหมอกำหนดให้ ถ้ามีการออกกำลังหรือทำกิจกรรมใดที่มากขึ้นกว่าเดิม ก็ควรเพิ่มอาหารว่างก่อนการออกกำลังกายด้วย

3. จดบันทึก เพื่อสำหรับเป็นข้อมูลในการปรึกษาแพทย์ และ ทีมเบาหวาน คุณหมอและทีมเบาหวานจะได้ช่วยปรับยาให้ได้ ตามความต้องการของร่างกายได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

4. แจ้งคนสนิท ใกล้ชิด คนในครอบครัว เพื่อนสนิท คุณครู เพื่อนร่วมงาน หรือเพื่อนที่ร่วมเดินทางไปไหนด้วยกันว่าเราเป็นเบาหวาน พร้อมทั้งวิธีช่วยเหลือ เผื่อว่าถ้ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น เขาจะได้ให้ความช่วยเหลือเราได้ทันท่วงที

5. ควรมีลูกอม น้ำหวาน พกติดตัวไว้ตลอดเวลา

6. หมั่นเช็คระดับน้ำตาลด้วยเครื่องเจาะเลือดเสมอๆ หรือ วันละ 2 ครั้งเป็นอย่างน้อย

มาดูแลระดับน้ำตาลของเราไม่ให้สูงไม่ให้ต่ำกันจนเกินไปกันนะคะ เพื่อเป้าหมาย HbA1C  6.5%

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s