อาหารสำหรับโรคเบาหวาน vs อาหารสำหรับโรคไต


หลังจากที่คุณแม่ไปนอนอยู่ในห้อง ICU เป็นเวลา 11 วัน สภาพไตของคุณแม่ก็ได้เสื่อมและทรุดลงไปกว่าเดิมมาก จนกระทั่งคุณหมอบอกว่า อาจจะต้องฟอกไต หากมีภาวะไตวายเฉียบพลัน

เมื่ออาการน้ำท่วมปอดหายดี เหลือแต่การดูแลเรื่องระดับน้ำตาล และ ค่าของไต (BUN และ Creatinine) จึงทำให้ตัดสินใจขอคุณหมอกลับบ้าน เพื่อมาดูแลเรื่องโภชนาการของคุณแม่เอง

เรื่องอาหารสำหรับคนที่เป็นเบาหวาน ที่ได้เรียนรู้ก่อนหน้านี้ว่ายากแล้ว เพราะจะต้องคอยคำนวณว่า ได้รับปริมาณคาร์โบไฮเดรต “พอดี” แล้วหรือยัง (มีสูตรคำนวณจากน้ำหนัก อายุ และกิจกรรม) อะไรคือคาร์โบไฮเดรตบ้าง(ข้าวแป้ง, ผลไม้, นม, น้ำตาล) แล้วทำไมคาร์โบไฮเดรตทำให้น้ำตาลสูงต่างกัน ก็ต้องเรียนรู้เรื่องค่า GI ด้วย (ข้าวเหนียว จะมีค่า GI สูงกว่าข้าวกล้อง ซึ่งทะให้ระดับน้ำตาลขึ้นสุงและเร็ว มีตารางที่นักโภชนาการแจ้งไว้)

ถ้าจับหลักเบาหวานได้ แล้วกินในปริมาณที่เหมาะสมสำหรับตัวเอง เรื่องไฮโป ไฮเปอ ก็แทบจะไม่เกิดขึ้นเลย (แต่อาจจะเกิดขึ้นได้บ้าง ในกรณีเราออกกำลังกายเยอะกว่าปกติ ชิมอาหารมากกว่าปกติ)

ถ้าเรียนรู้หลักในการแก้ไขไฮโป (เพิ่มน้ำตาลในระดับที่เหมาะสม) และแก้ไฮเปอ (เพิ่มยา หรือดื่มน้ำในกรณีที่สูงไปไม่มาก) ก็เรียกว่าสามารถจัดการระดับน้ำตาลของเราได้แล้ว

มาเจอเรื่องโรคไต ที่อยู่ในระดับ เกือบจะต้องฟอกไตแล้ว สิ่งที่ขอโอกาสกับหมอ คือ ขอเวลา 1 เืดือน ซึ่งเป็น 1 เืดือนที่ลักเป็นผู้กำกับ และ คุณแม่เป็นนางเอก ลักสามารถคำนวณและเลือกชนิดอาหารให้ได้ แต่คนที่กิน คือ คุณแม่

แต่ลักก็กินไปกับคุณแม่ด้วย ถึงทำให้รู้ว่าอาหารสำหรับคนเป็นโรคไต เป็นเรื่องยากกว่าเบาหวานอีกหลายเท่า

อาหารสำหรับคนเป็นโรคไต
1. อาหารที่ไม่ใส่เกลือ ซีอิ๊ว น้ำปลา ชูรส กะปิ เต้าเจี้ยว น้ำมันหอย ซอสปรุงรส ซุปก้อนทุกชนิด สารปรุงแต่งทุกชนิดที่มีโซเดียม หรือเกลือนั่นเอง

2. ลดประมาณสัตว์เนื้อแดง เหลือมื้อละไม่เกิน 2 ช้อน แล้วทดแทนด้วยไข่ขาวมื้อละ 2-4 ฟอง

3. อาหารประเภทถั่ว ไม่ควรทานเพราะเมื่อไตเสื่อม ระดับฟอสฟอรัสจะสูง ถั่วจะยิ่งไปเพิ่มค่า แล้วมีผลต่อกระดูก

4. ผัก ผลไม้ บางชนิดก็ห้ามทาน เพราะมีค่าโปแตสเซียมสูง ซึ่งคนเป็นโรคไต ค่าตัวนี้ก็สูงอยู่แล้ว ซึ่งจะทำให้มีผลต่อหัวใจ

วันแรกๆ ทานได้ยากมากๆ เพราะไม่เคยกินอาหารรสธรรมชาติมานานมากแล้ว ผัดผักไม่ปรุงรสอะไร นอกจากรสชาติความหวานของผัก และความหอมของเห็ด ฯลฯ

จะว่ายากก็ไม่ได้ยากเกินไป และยิ่งไปพบหมอทุกๆ 2 อาทิตย์ ผลเลือดที่ตรวจออกมาว่าค่าดีขึ้นๆ จนหมอบอกว่าจะไม่คุยเรื่องฟอกไตแล้ว ถ้าคุณแม่ยอมดูแลเรื่องอาหารอย่างเข้มงวดได้แบบนี้ตลอดไป

หลายคนใกล้ชิดทั้งมีที่มาถาม และแนะนำยาสารพัด ก็อยากจะบอกว่า ไม่ได้อาศัยอาหารเสริม หรือ ยาสารพัดบอกใดๆ เลย ใช้ “ความรัก” ใช้ “การดูแลและใส่ใจ” ใช้ “หัวใจและความรู้” เชื่อว่าคุณแม่ที่อายุ 76 จะสามารถมีชีวิตอยู่กับลักไปได้อีกหลายปีทีเดียวค่ะ

มาเรียนรู้ ทำความเข้าใจ เกี่ยวกับโรคที่เราเป็น (หรือไม่เป็นก็เรียนรู้ได้) กันเถอะนะคะ เพื่อป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ ที่จะนำความทุกข์กายทุกข์ใจมาให้กับตนเอง และครอบครัว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s