(2) รู้เขา รู้เรา รู้โรคเบาหวาน โดย นพ.ธวัชชัย ภาสุรกุล

219

ลักษณะสำคัญของโรคเบาหวาน

เบาหวาน ถ้าดูตามความหมายของคำ ก็บอกได้ชัดเจนว่า “เบาออกมาแล้วหวาน” ซึ่งหมายถึงปัสสาวะมีรสหวาน การที่มีรสหวานได้ก็ต้องมีน้ำตาลปนอยู่ด้วย  เบาหวานจึงแสดงถึงการที่มีน้ำตาลปนออกมาในปัสสาวะ ทำให้เกิดรสหวาน

ถ้าดูคำภาษาอังกฤษของเบาหวานคือ diabetes mellitus “Diabetes” เป็น คำมาจากภาษากรีก แปลว่า syphon หรือ pass through ซึ่งหมายถึงการที่มีปัสสาวะมาก  ส่วนคำว่า “Mellitus” เป็นคำมาจากภาษาละตินและกรีกหมายถึงน้ำผึ้ง  “Diabetes Mellitus” จึงหมายถึงความผิดปกติที่มีปัสสาวะออกมากและมีรสหวาน (เปรียบเหมือนน้ำผึ้ง) ซึ่งมีความหมายที่ใกล้เคียงกับคำว่า “เบาหวาน” ของไทยมาก

เบาหวานเป็นกลุ่มของโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติในการเผาผลาญอาหาร (metabolic disorders) ของคาร์โบฮัยเดรท โปรตีน และไขมัน ที่เป็นผลจากความบกพร่องในการหลั่งอินสุลิน (อินสุลินไม่เพียงพอ – insulin deficiency)  หรืออินสุลินออกฤทธิ์ได้ไม่ดี (ภาวะดื้อต่ออินสุลิน – insulin resistance) หรือทั้งสองภาวะร่วมกัน ทำให้มีน้ำตาลในเลือดสูงเกินปกติ (hyper-glycemia)

ใน ระยะยาวทำให้เกิดพยาธิสภาพที่หลอดเลือดแดง หลอดเลือดฝอย และประสาทส่วนปลาย นำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังของอวัยวะต่างๆ ที่สำคัญได้แก่ ตา ไต และปลายประสาท  โรคหรือความผิดปกติใดที่ทำให้เกิดการขาดอินสุลิน หรืออินสุลินออกฤทธิ์ได้ไม่ดี ก็ทำให้เกิดเบาหวานขึ้นได้

เบาหวานจึงไม่ใช่โรคโรคเดียว แต่เป็นกลุ่มของโรคหรือความผิดปกติที่มีความหลากหลายในสาเหตุและพยาธิกำเนิด ต่างๆกัน นำไปสู่พยาธิสภาพเดียวกัน คือการขาดอินสุลิน และ/หรือ ภาวะดื้อต่ออินสุลิน และมีลักษณะของโรคและการเปลี่ยนแปลงทางห้องปฏิบัติการที่คล้ายคลึงกัน

ลักษณะอาการของเบาหวานมีได้หลายอย่าง ตั้งแต่ไม่มีอาการอะไรเลยจนมีอาการมาก ประมาณครึ่งหนึ่งของเบาหวานอาจไม่มีอาการอะไรเลย   อาการของเบาหวานที่ชัดเจนคือ กระหายน้ำบ่อย หิวบ่อย ปัสสาวะบ่อย อ่อนเพลีย (3 บ่อย 1 เพลีย) ตามัว และน้ำหนักลด  ที่รุนแรงที่สุดคือซึมลงและไม่รู้สึกตัว (หรือโคม่า) จากภาวะกรดเกินจากการคั่งของสารคีโตนในผู้ป่วยเบาหวาน (diabetic ketoacidosis) หรือภาวะเลือดข้นเกินโดยไม่มีสารคีโตน (non-ketotic hyperos-molar state)

โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยเบาหวานมีอาการไม่มากหรือไม่ค่อยมีอาการอะไร ทำให้ผู้ป่วยไม่รู้ตัว และมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเกินเป็นเวลานานจนเมื่อวินิจฉัยได้ครั้งแรกก็มี พยาธิสภาพที่หลอดเลือดหรือที่ปลายประสาทเกิดขึ้นแล้วไม่ว่าจะเป็นที่ตา ไต หรือปลายประสาท

นอกจากนี้ เบาหวานยังเป็นปัจจัยเสี่ยง (risk factor) ของการเกิดเส้นเลือดแดงตีบ (atherosclerosis)  ผู้ป่วยเบาหวานบางคนอาจมาครั้งแรกด้วยเรื่องเส้นเลือดหัวใจตีบ (โรคหัวใจขาดเลือด) หรือเส้นเลือดในสมองตีบ (เป็นอัมพาต) หรือเส้นเลือดส่วนปลายตีบ (เกิดเนื้อตายที่เท้าส่วนปลาย) ก็ได้

โรคหรือความผิดปกติเหล่านี้ เมื่อเกิดขึ้นแล้วไม่สามารถรักษาให้หายขาดหรือกลับคืนดีเหมือนเดิมได้  ผู้ป่วยหลายคนไม่ทราบมาก่อนว่าตนเองเป็นเบาหวานจนเกิดโรคแทรกซ้อนแล้ว  เบาหวานยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะไขมันในเลือดสูงเกินปกติ ความดันโลหิตสูง นิ่วถุงน้ำดี และความอ้วนได้

สาเหตุการเกิดเบาหวานยังไม่มีใครรู้ว่าทำไมถึงเกิดขึ้น  สิ่งที่ทราบคือ เบาหวานเป็นโรคที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ได้  กรรมพันธุ์เป็นปัจจัยนำหรือเป็นพื้นฐานให้เกิดเบาหวานได้ง่ายขึ้นเมื่อ ถูกกระตุ้นจากสาเหตุภายนอก  ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของเบต้าเซลล์ที่ตับอ่อน ซึ่งมีหน้าที่ในการสร้างอินสุลิน

ฮอร์โมนอินสุลินมีหน้าที่สำคัญในการนำน้ำตาลกลูโคสที่ได้จากการย่อยอาหาร เข้าสู่เซลล์ต่างๆเพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานต่อไป  เมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้นที่เบต้าเซลล์ของตับอ่อน ทำให้สร้างและหลั่งอินสุลินได้น้อยกว่าปกติ  นอกจากนี้ ความผิดปกติบางอย่างอาจทำให้เกิดภาวะดื้อต่ออินสุลินได้  สิ่งที่ตามมาในที่สุดก็คือเบาหวาน

สรุปได้ว่า ลักษณะของเบาหวานที่พอจะกล่าวได้คือ

เป็นโรคที่ถ่ายทอดได้ทางกรรมพันธุ์

มีความผิดปกติในอินสุลิน  อินสุลินน้อยกว่าปกติ และ/หรือ เกิดภาวะดื้อต่ออินสุลิน

น้ำตาลในเลือดสูงเกินปกติ (hyperglycemia)

ในระยะยาว เกิดพยาธิสภาพที่หลอดเลือดและปลายประสาทได้ ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนในระยะท้ายของโรคที่ไต ตา หรือปลายประสาท

เป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดหลอดเลือดแดงตีบ ทำให้เกิดเป็นอัมพาต โรคหัวใจ หรือเส้นเลือดแดงส่วนปลายตีบ

มีความสัมพันธ์กับการเกิดไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง นิ่วในถุงน้ำดี และความอ้วน

2 thoughts on “(2) รู้เขา รู้เรา รู้โรคเบาหวาน โดย นพ.ธวัชชัย ภาสุรกุล

  1. มีคนแก่บอกว่าให้กินโซดาบวกกับยาตราพานทองที่เป็นเม้ดๆระดับน้ำตาลในเลือดจะลดลง

  2. โรคเบาหวานดูแลได้ แต่ไม่หายขาด เพราะฉะนั้นวิธีที่แนะนำมา ไม่สามารถรักษาเบาหวานได้ค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s