แบบทดสอบความรู้เรื่องเบาหวาน

มาทดสอบความรู้กันหน่อย รู้เรื่องเบาหวานกันมากแค่ไหน แบบทดสอบนี้ได้มาจากงาน Health Cuisine & Beauty Festival ครั้งที่ ๔ ที่บูธ เบาหวานเบาใจ

ข้อไหนถูก ข้อไหนผิด ด้วยเหตุผลอะไร? ทดลองทำดูนะคะ แล้วจะมาเฉลยให้นะคะ

1. เบาหวานเป็นความผิดปกติของตับอ่อนที่สร้างอินซูลินไม่ได้ หรือไม่เพียงพอต่อร่างกาย

 
2. อินซูลินเป็นฮอร์โมนที่ช่วยนำกลูโคสในเลือดเข้าสู่เซลล์หรืออวัยวะ เป้าหมายเพื่อใช้เป็นพลังงาน

 

3. เบาหวานมี ๔ ประเภท คือ ประเภทที่ ๑ ประเภทที่ ๒ เบาหวานที่ทราบสาเหตุ และเบาหวานจากการตั้งครรภ์

 

4. เบาหวานประเภทที่ ๒ เกิดจากภาวะดื้อต่ออินซูลิน และอินสุลินไม่เพียงพอ

 

5. ความอ้วนทำให้เกิดภาวะดื้อต่ออินสุลิน และนำไปสู่การเกิดเบาหวานประเภทที่ ๑

 

6. เบาหวานประเภทที่ ๑ พบบ่อยในเด็ก เกิดจากตับอ่อนล้มเหลวสร้างอินซูลินไม่ได้

 

7. วินิจฉัยเป็นเบาหวาน เมื่อน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหาร (๘ ชั่วโมงขึ้นไป) เท่ากับหรือมากกว่า ๑๒๖ มก./ดล.

 

8. เบาหวานเป็นความผิดปกติที่ถ่ายทอดได้ทางกรรมพันธ์ุ

 

9. การรับประทานอาหารที่มีแคลอรี่สูง การไม่ออกกำลังกาย ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสู ล้วนแต่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดเบาหวานประเภทที่ ๒

 

10. ตรวจน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารได้ ๑๑๐ มก./ดล. ถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดเบาหวาน

 

11. หญิงที่มีพ่อหรือแม่เป็นเบาหวาน ถ้าตั้งครรภ์เมื่ออายุมากกว่า ๒๕ ปี มีโอกาสเป็นเบาหวานจากการตั้งครรภ์ไม่สูงกว่าคนทั่วไป

 

12. ในหญิงที่เป็นเบาหวานจากการตั้งครรภ์ หลังคลอดเบาหวานจะหายเป็นปกติ ไม่ต้องรักษาอะไร อะไรอีก และโอกาสเป็นเบาหวานเหมือนคนทั่วไป

 

13. ยาลดน้ำตาลในเลือดชนิดรับประทานมีส่วนช่วยทำลายไตให้เสื่อมเร็วขึ้น

 

14. จุดประสงค์การรักษาเบาหวานที่สำคัญคือการป้องกันโรคแทรกซ้อน

 

15. น้ำตาลในเลือดที่สูงมากๆ มีโอกาสทำให้เกิดโคม่า ช็อค และถึงแก่ชีวิตได้

 

16. น้ำตาลในเลือดแม้สูงไม่มาก ก็ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนได้ ที่สำคัญคือ โรคหัวใจ อัมพาต ตาบอด ไตวาย ปลายประสาทอักเสบ เป็นต้น

 

17. เบาหวานก็คือ การเสียสมดุลของการเผาผลาญอาหาร ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น จึงต้องปรับให้สมดุลด้วยการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และการใช้ยาลดน้ำตาลในเลือด

 

18. เป้าหมายสำคัญของการรักษาคือ น้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารไม่เกิน ๑๓๐ มก./ดล. น้ำตาลในเลือดหลังอาหารไม่เกิน ๑๘๐ มก./ดล. ค่า HbA1C ไม่เกิน ๗ %

 

19. ค่าฮีโมโกลบินเอวันซี (HbA1C) เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำนายภาวะแทรกซ้อนเบาหวานได้

 

20. การงดบุหรี่ไม่เกี่ยวข้องกับจุดประสงค์การรักษาเบาหวาน

 

21. การวินิจฉัยเบาหวานได้แต่แรกเริ่ม ช่วยให้การรักษาได้ผลดียิ่งขึ้น และช่วยชะลอโรคแทรกซ้อน