เมื่อลูกเป็นเบาหวาน เมื่อพ่อเป็นโรคไต

เราจะต้องยอมแพ้โรคไตเหรอคะ? …. อาจจะไม่ใช่คำถามที่จริงจังของคุณ Weeya แต่ก็ทำให้ลักข์ต้องคิดต่อ

พ่อหนูก็ยังดื้้อ ทานนู่นทานนี่ไม่ระวัง ไม่รู้จะหาวิธีพูดยังไงให้พ่อยอมฟัง … คุณ Aoy อาจจะไม่ต้องการคำตอบ แต่ก็ทำใ้ห้ลักข์ต้องคิดถึงคำตอบของคำถามนี้

น้องจะเติบโตได้อย่างเป็นปกติไหม มีอายุยืนไหม มีเรื่องอะไรบ้างที่ควรระวัง น้องพูดเป็นประจำว่าทำไมเขาถึงโชคร้ายแบบนี้  … คุณแม่ของน้องวัย 7 ขวบที่เพิ่งตรวจพบว่าเป็นเบาหวาน สอบถามมา

สิ่งที่ลักข์ได้ตอบคุณแม่ของน้องไปคือ น้องจะเติบโตได้อย่างเป็นปกติ สามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างยืนยาวได้ แต่จะจะยืนยาวอย่างปลอดภัยหรือเปล่านั้น ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาโรคเบาหวานว่าทำได้ดีแค่ไหน เพราะเรื่องที่ควรระวังสำหรับโรคเบาหวานคือ โรคแทรกซ้อนจากเบาหวาน ที่จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อคนเป็นโรคเบาหวานไม่ดูแลระดับน้ำตาลให้ดี

การปล่อยให้ไฮโป … หากหมดสติไม่รู้ตัวแก้ไขไม่ทันก็เสียชีวิตได้อย่างฉับพลันทันที

การปล่อยให้ไฮเปอ … กว่าจะเห็นผลว่าไฮเปอเป็นเรื่องอันตราย ก็ต่อเมื่อต้องสูญเสียอวัยวะภายในของร่างกายแล้ว อาจจะมีอยู่บ้างที่ระดับน้ำตาลขึ้นสูงจนร่างกายน็อคต้องนำส่งรพ.ทันที แต่ส่วนใหญ่แล้วจะค่อยเป็นค่อยไป เส้นเลือดภายในถูกทำลายลงไปโดยไม่รู้ตัว กว่าจะรู้อีกที ไตวายเสียแล้ว ตาบอดเสียแล้ว หรือเป็นโรคหัวใจเสียแล้ว

ได้แนะนำให้คุณแม่พาลูกไปรพ.รัฐ อาจจะต้องใช้เวลารอหมอนาน อาจจะต้องเสียเวลาไปทั้งวันกับการไปหาหมอแต่ละครั้ง แต่สิ่งที่จะได้พบคือ การได้รู้จักกับเพื่อนร่วมโรค ไม่มีใครรู้ว่าทำไมเด็กถึงต้องเป็นเบาหวาน ทำไมเบต้าเซลล์ในตับอ่อนของเด็กถึง เกิดอาการไม่สามารถทำงานตามหน้าที่หลั่งอินสุลินตามปกติได้ ลักข์หาคำตอบมานานก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องเป็นเรา เพียงแต่ ณ ปัจจุบันพอจะเข้าใจได้แล้วว่า เกิด แก่ เจ็บ ตายเป็นเรื่องธรรมดา และไม่ใช่เราคนเดียวที่ต้องเป็นเบาหวานตั้งแต่เด็ก มีน้องเล็กกว่าเราอีก เขาเป็นตั้งแต่เกิดมาไม่กี่วัน ไม่กี่เดือนแล้ว การได้พบกับเพื่อนร่วมโรค ก็อาจจะทำให้น้องในวัย 7 ขวบรู้ว่า ไม่ใช่มีเขาคนเดียวที่เป็น ยังมีเพื่อนร่วมโรคจำนวนมากมายบนโลกใบนี้   น้องไม่ได้โดดเดี่ยวเลย

บอกคุณแม่ว่าอย่าเพิ่งท้อแท้ อย่าเพิ่งหมดกำลังใจ ที่สำคัญอย่ายอมแพ้โรคเบาหวาน จนทำให้ต้องเกิิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ขึ้นมา

คนที่เป็นโรคเบาหวาน แล้วไม่ได้ดูแลตัวเอง จนเกิดโรคแทรกซ้อน …. ก็เท่ากับว่ายอมแพ้โรคเบาหวานเสียแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อต้องเป็นโรคไต เราจะอยู่กับโรคที่เพิ่มขึ้นมานี้อย่างไรดี

แน่นอนว่า เมื่อเกิด ก็ต้องมีแก่ เจ็บ และตายเป็นเรื่องธรรมดา แต่การคิดว่าเดี๋ยวก็ต้องตายแล้วไม่ทำอะไร ก็ดูเหมือนว่าน่าเสียดายที่เราได้เกิดมาเป็นมนุษย์บนโลกใบนี้ ในโลกยุคปัจจุบันที่ความรู้ is in the air แค่ใช้ปลายนิ้วสัมผัส โลกไร้สายก็สามารถนำความรู้มาส่งถึงตรงหน้า

การดูแลผู้ป่วยโรคไต ต้องใช้ทั้งความรู้ และกำลังใจที่มากมายพอดู

อ้อ … ความรู้ ที่เป็นข้อเท็จจริง เชื่อถือได้ พิสูจน์ได้ด้วยนะ พวกข้อมูลลับๆ ล่อๆ กินแล้วไม่กล้าบอกหมอ ขออย่าได้ไปลอง ข้อมูลประเภทเป็นความคิดเห็น ลอกๆ ต่อกันมาโดยไม่มีใครพิสูจน์ เขาว่าดี ฉันก็บอกว่าดี เธอลองทำสิ ไม่มีอะไรเสียหายหรอก สมุนไำพรทั้งนั้น (แต่หากไตเธอวาย หรือ เธอตายขึ้นมา ฉันไม่เกี่ยวนะ เพราะเธอเอาเข้าปากของเธอเอง …  ความจริงที่ไม่มีใครเคยพูดให้ได้ยิน เป็นเพียงความจริงในความรู้สึกนึกคิดของลักข์คนเดียว)  เพราะข้อมูลบนโลกอินเตอร์เน็ต  มีทั้งที่เชื่อถือได้และเชื่อถือไม่ได้ หากเรียนรู้ และค้นคว้าสักนิด สิ่งที่จะได้จากโลกอินเตอร์เน็ตก็มีค่ามากมายมหาศาล

ความรู้ที่หาได้ง่ายมากขึ้น หากยอมรับว่าโลกเปลี่ยนแปลงไปแล้ว โลกนี้เปลี่ยนแปลงด้วยอินเตอร์เน็ต ใครๆ ก็สามารถเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ จากโลกอินเตอร์เน็ตได้ และความรู้ที่มีการเผยแพร่จากบุคคลากรทางการแพทย์ที่มากขึ้น … เรื่องความรู้ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ขอเพียงให้เรามีความตั้งใจกันจริงก็พอ

ส่วนเรื่องกำลังใจนั้น ต้องพยายามกันหน่อยล่ะ

อาจจะเพราะช่วงนี้ลักข์อยู่ในโหมดเลี้ยงหลานอยู่ที่บ้าน ทำให้มองเห็นความรักที่มากมายมหาศาล ความรักที่มองไม่เห็นได้ด้วยตาแต่ต้องสัมผัสจากหัวใจ ความรักที่ถูกถ่ายทอดแล้วก็ยังโอบล้อมรอบตัวเราอยู่ตลอดเวลา

ลูกจ๋า อย่าร้อง ลูกไม่เข้าใจ ลูกไม่เชื่อฟัง ลูกจะร้องไห้โยเย ลูกจะร้องไห้งอแง สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทำ คืออุ้มลูกน้อยขึ้นมาป้อนนม พูดปลอบประโลมใจ โอบกอดเอาไว้และสัญญาว่าจะคอยดูแล …. ตอนเราเกิดมาได้ 1 วัน 1 เดือน 1 ปี พ่อแม่เลี้ยงดูเราด้วยความรู้ ความรักและกำลังใจมากมายแค่ไหนหนอ กว่าเราจะเติบโตเป็นผู้เป็นคนที่รู้เรื่อง

คุณพ่อ คุณแม่ ไม่ได้ดื้อกับเราหรอก เพียงแต่ว่าคุูณพ่อ คุณแม่ เป็นทุกข์กับโรคที่เป็นอยู่ คุณพ่อ คุณแม่ อยู่กับความไม่รู้ว่าควรจะต้องดูแลโรคที่เป็นอยู่อย่างไร (ความรู้ รู้แบบรู้ข้อเท็จจริงจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก) คุณพ่อ คุณแม่ อยู่กับความกลัว กลัวการเปลี่ยนแปลง กลัวความทุกข์ทรมาน กลัวไม่ได้ใช้ชีวิตเหมือนที่เคย และอาจจะกลัวที่จะได้มีลมหายใจอยู่เป็นวันสุดท้าย

มีบ่อยครั้ง ทีในชีวิตเราต้องเผชิญกับคนไร้ความปรานี มีหัวใจที่โหดเหี้ยม ตัวเราเองต้องระวังอย่าให้เรารับเอาความใจร้าย และโหดเหี้ยมนั้นมาอยู่ในหัวใจของเราเลย ดูแลคุณพ่อ คุณแม่ด้วยความรัก และความเมตตา รวมทั้งก็ต้องมีอุเบกขาด้วย (เพราะเวลาหลานร้องงอแงหิว เราก็หาให้หลานกิน แต่ถ้าร้องงอแงง่วงนอน ก็ต้องยอมให้หลานร้องบ้าง ปอดจะได้ทำงาน ฮ่าาา)

คนเป็นลูก เวลาดูแลพ่อแม่ที่เป็นโรคเรื้อรัง ก็ขอให้ดูแลด้วยความหวังเพื่อให้เขามีชีวิตอยู่กับเราไปให้ยาวนานที่สุด พร้อมไปกับความเข้าใจกฏของธรรมชาติด้วยว่า เมื่อมีเกิด ก็ต้องมีแก่ เจ็บ และการจากลา

เมื่อแพ้โรคเบาหวานมาครั้งหนึ่งแล้ว จนวันนี้มีโรคไตมาอยู่เป็นเพื่อน ลักข์หวังว่าทุกคนจะมีกำลังใจ ที่จะดูแลโรคไตอย่างดีที่สุด ด้วยความรู้ และกำลังใจที่ดี หวังว่าบทความนี้ จะเป็นกำลังใจใ้ห้คุณ weeya และพี่สาวสู้กับโรคไตให้ดีที่สุดนะคะ

อาจจะไม่มีคำตอบให้กับคุณ Aoy ถึงวิธีพูดกับคุณพ่อ แต่หวังว่าคุณ Aoy จะสามารถหาวิธีสื่ือสารกับคุณพ่อได้ ด้วยความรักและความเข้าใจและความกตัญญูที่มีอยู่ในหัวใจนะคะ

About these ads

หนึ่งความคิดบน “เมื่อลูกเป็นเบาหวาน เมื่อพ่อเป็นโรคไต

  1. ยินดีกับคุณลักข์ด้วยนะคะ ที่มีหลานแล้วไว้เป็นกำลังใจให้คุณลักข์ดุแลคุณแม่ และเป็นกำลังใจให้คุณแม่ของคุณลักข์ด้วย ตัวหนูเองก็อยากจะมีหลานไว้ให้คุณแม่เพื่อเป็นกำลังใจอยู่ค่ะ เพราะพอพี่สาวไปทำงาน คุณแม่ก็อยู่คนเดียว คงเหงาและคิดมากกับโรคที่เป็นอยู่ค่ะ
    เมื่อวานนี้ พยาบาลมาเยี่ยมคุณแม่ที่บ้านเพื่อดูสถานที่ล้างไตผ่านช่องท้อง คุณพยาบาลบอกว่า ทานรสเค็มได้แต่เพียงเล็กน้อย ส่วนผลไม้ เช่น เงาะ ลองกอง แตงโม ทานได้ 3 ชิ้นต่อมื้อ ปกติคุณแม่หนูเป็นคนชอบทานผลไม้ หรือ ขนมหวานหลังมื้ออาหารอยู่แล้วค่ะ แต่จริงๆก็ไม่อยากให้คุณแม่ใส่รสเค็มในอาหารเลย แต่กลัวคุณแม่ไม่มีความสุขกับการใช้ชีวิต อันนี้ หนูคิดถูกหรือเปล่าคะ ????

    คุณพยาบาลบอกคุณแม่ว่า วันจันทร์ที่ 6 มิ.ย. 54 ขอนัดเพื่อตรวจเลือดเตรียมผ่าตัดในวันอังคารหน้า 7 ต้องให้ให้ไปนอนที่ รพ เพื่อผ่าตัดแล้ว ช่วงนี้ หนูคิดว่า คุณแม่จะต้องคิดมาก เพราะจะต้องผ่าตัดเพื่อต่อสายในช่องท้อง หนูขอคำแนะนำก่อนผ่าตัดหน่อยค่ะว่า ต้องทำอย่างไรบ้าง

    • บอกคุณแม่นะคะว่าเราจะพยายามทำให้ดีที่สุด พยายามอย่าคิดมาก อย่ากังวลเกินไป (ส่วนจะทำได้้แค่ไหนก็อีกเรื่อง ให้กำลังใจไว้ก่อน)

      เรื่องการกินเค็ม เอาเป็นว่าการลดปริมาณเป็นสิ่งจำเป็น ส่วนถึงขั้นงดได้นั้น ก็ต้องดูแลจิตใจคุณแม่ด้วยค่ะ ชีวิตต้องตึงกันบ้าง แต่ก็อย่าให้ขาดผึงนะคะ

      ตอนที่จะผ่าตัดไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษค่ะ เพราะระดับน้ำตาลคุณแม่ควบคุมได้แล้ว (หลังจากดูแลคุณแม่อย่างจริงจังเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา) นอกนั้นก็ให้กำลังใจคุณแม่ไม่ให้กังวลไม่ให้คิดมากค่ะ เพราะความเครียดทำให้ความดันสูงค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s